The Sukosol Bangkok
ห้องพักแบบรักษ์โลก ณ สุโกศลวันนี้ก็จะพาไปชมโรงแรมอีกที่ในกรุงเทพฯ กันบ้างนะคะ ซึ่งก็คือโรงแรม The Sukosol นั่นเอง โดยการไปพักครั้งนี้มีความพิเศษคือ เราได้ลองพักห้อง Premier Sustainablility Room หรือเรียกสั้นๆ ว่าห้อง Green Room ซึ่งเป็นห้องที่มีคอนเซปต์รักษ์โลกนั่นเองหละค่ะ สำหรับพิกัดรร.นี้ก็อยู่ถนนศรีอยุธยา ใกล้แยกพญาไทเลยค่ะ ถ้าไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้บีทีเอสสถานีพญาไทได้นะคะ แต่เราเอารถส่วนตัวไปก็ใช้กูเกิ้ลแมพนำทางไปเช่นเคยค่ะ ทางรร.มีอาคารจอดรถโดยเฉพาะเลยค่ะ บัตรจอดรถก็นำไปสแกนที่เคาน์เตอร์ตอนเช็คเอาท์ได้นะคะ จากอาคารจอดรถ กดลิฟท์ไปที่ชั้น 1 เพื่อไปทำการเช็คอินค่ะ (เช็คอินได้ตั้งแต่บ่ายสองโมงเป็นต้นไป) ซึ่งลิฟท์ลานจอดรถนี่สามารถใช้บริการไปยังส่วนบริการต่างๆ ได้นะคะ อย่างชั้นหก ที่เป็นที่รวมทั้งสระว่ายน้ำ สปา ฟิตเนสก็ใช้ลิฟท์ตัวนี้ได้ค่ะ แต่กรณีพักที่ชั้นอื่นๆ จะมีลิฟท์ต่างหากสำหรับขึ้นไปยังห้องพักด้วยค่ะ ตอนเราไปเช็คอิน เจอ crews ของสายการบินเอธิโอเปียนพอดีเลยค่ะ สายการบินที่ให้ crews พักที่นี่จะมีสามสายการบินนะคะ นอกจากเอธิโอเปียนแล้วก็มีโคเรียนแอร์และจินแอร์ค่ะ เราชอบตัวภาพนูนต่ำที่อยู่ตรงด้านหลังเคาน์เตอร์มากเลยค่ะ รวมบรรดามหาราชต่างๆ ของไทยนะคะ มีใครเดาได้ไหมคะว่าเป็นพระองค์ไหนบ้าง อิอิ พนักงานที่รับเช็คอินเราคล่องแคล่วมากค่ะ อธิบายชัดเจน ส่วนบริการต่างๆ ของโรงแรมที่มีให้ โดยไม่ต้องให้ถามเลยแหละ ทั้งสระว่ายน้ำ สปา ฟิตเนส แล้วก็คูปองสำหรับการไปรับเวลคัมดริ๊งค์ได้ฟรี และการใช้ไวไฟ ครบถ้วนมากค่ะ ห้องพักของเราวันนั้นเป็นชั้น 12 นะคะ ซึ่งเป็นชั้นที่เป็นห้องไทพ์ Premier Suntainablility Room ทั้งหมดค่ะ ทั้งฟลอร์นี้จะมีราวๆ ด้วยกันทั้งสิ้น 20 ห้องนะคะ จากนั้นทางพนักงานกงเซียจก็ทำการจัดส่งกระเป๋าค่ะ (ที่จริงเข้ามารับกระเป๋าตั้งแต่เห็นเราเดินมาที่ล็อบบี้แล้วหละค่ะ เร็วมากเลย) พร้อมทั้งมีพนักงานอีกท่านเข้ามา escourt ช่วยเหลือ และแนะนำเรื่องของโรงแรมและห้องพักค่ะ เราก็ถามว่านี่ทำแบบนี้กับลูกค้าทุกคนไหม หรือเฉพาะกับสื่อ ซึ่งก็ได้คำตอบค่ะว่า เป็นนโยบายของรร.ที่จะทำให้กับแขกทุกคนค่ะ แต่บางครั้งแขกมาเยอะๆ ก็อาจจะมีไม่ทันบ้าง หรือแขกบางคนที่มาแล้วบ่อยๆ ก็จะไม่ได้ต้องการการดูแลตรงนี้นะคะ ภายในห้องกว้างขวางพอสมควรเลยนะคะ จะให้ระบบไฟในห้องพักทำงานต้องเสียบการ์ดที่คีย์บ็อกซ์ข้างๆ สวิทช์ไฟห้องน้ำก่อนค่ะ หลอดไฟทั้งโรงแรมนี้ตอนนี้ใช้เป็นหลอดไฟแอลอีดีทั้งหมดแล้วนะคะ จากรูปด้านบนจะเห็นว่าตัวผ้าคลุมเตียงและปลอกหมอนต่างๆ จะไม่ได้ขาวจั๊วะเหมือนโรงแรมอื่นๆ นะคะ นั่นก็เป็นวิธีการอย่างหนึ่งของห้องไทพ์นี้ในการที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการไม่ใช่สารฟอกขาวค่ะ สีจึงออกนวลๆ แบบที่เห็นนะคะ และหมอนก็มีให้เท่าที่จำเป็น แต่ก็มีหมอนสำรองไว้ให้ในตู้สำหรับใครที่คุ้นเคยกับการต้องมีหมอนเยอะๆ ท่วมเตียงค่ะ 555 นอกจากนั้นถังขยะในห้องก็จะไม่มีการใช้ถุงพลาสติกรองไว้ที่ถังด้วยค่ะ เพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกนะคะ ภายในห้องมีชุดโซฟาให้นั่งพร้อม Welcome Fruits ด้วยนะคะ ในตู้เสื้อผ้ามีเสื้อคลุม รองเท้าสลิปเปอร์และตู้เซฟให้ค่ะ ครบถ้วนตามระดับโรงแรมห้าดาวหละนะคะ minibar ค่ะ ทั้งหมดนี้ล้วนเสียค่าใช้จ่ายนะคะ มีกาน้ำร้อน ชา กาแฟให้ฟรีค่ะ ในห้องน้ำจะมีของใช้ครบถ้วนเลยนะคะ รวมทั้งน้ำเปล่าฟรีสองขวด และไดร์ ซึ่งเป็นแบบ movable ได้ (ดีมากเลยค่ะ) และเป็นแบบ 1200 วัตต์ค่ะ ทำให้ไม่เปลืองไฟนะคะ ตามคอนเซปต์รักษ์สิ่งแวดล้อมเลย ตัวของใช้จะไม่มีการใช้ซองพลาสติกนะคะ ใช้กระดาษรียูสทั้งหมดเลยค่ะ รักษาคอนเซปต์ดีมากๆ มีทั้งชาวเวอร์และบาธธับนะคะ ตัวที่หมุนด้านซ้ายเป็นตัวเลือกระดับความอุ่น-เย็นของน้ำ ส่วนด้านขวาจะเป็นตัวปรับว่าจะให้น้ำออกลงอ่างหรือออกชาวเวอร์ค่ะ ซึ่งก็อกน้ำทั้งที่อ่างล้างหน้าและฝักบัวนี่ใช้ระบบก็อกน้ำรุ่นประหยัดน้ำแบบแอเรียเตอร์เพื่อทำให้น้ำเพิ่มฟองอากาศออกมา และเปลืองน้ำน้อยลงแต่สามารถทั่วถึงได้ไม่แตกต่างจากฝักบัวปกติค่ะ ซึ่งการไปรีวิวรอบนี้ มีเพื่อนบล็อกเกอร์อีกท่านไปกับลูกสาว ก็พักห้องแฟมิลี่สวีทนะคะ ใครอยากเห็นก็คลิกที่นี่เลยฮับบบ สำรวจห้องเรียบร้อยแล้ว ก็ไปใช้สิทธิ์รับเวลคัมดริ๊งค์ที่แซฟไฟร์บาร์ตรงล็อบบี้ค่ะ นำคูปองที่ได้ตอนเช็คอินไปแสดงนะคะ เวลคัมดริ๊งค์เป็นซิกเนเจอร์ที่มีเฉพาะเป็นเวลคัมดริ๊งค์ ไม่มีจำหน่ายนะคะ ชื่อว่า Tamarind Siam ค่ะ รสเปรี้ยวอมหวาน สดชื่นดีมากเลยค่ะ รับเวลคัมดริ๊งค์เรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาไปสำรวจสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของโรงแรมกันค่า เดินผ่านเจอซุ้มโชว์ขนมไหว้พระจันทร์ด้วยค่ะ ตั้งใจจะซื้อตอนวันกลับแล้วก็ลืมง่ะ เสียดาย จากนั้นก็กดลิฟท์ไปที่ชั้นหกค่ะ ถ้ากรณีอยู่ล็อบบี้แล้วจะไปชั้นหก เราแนะนำให้ใช้ลิฟท์อาคารจอดรถนะคะ เพราะคนจะใช้น้อยกว่าลิฟท์ที่ไปห้องพักหละ เราว่าใช้เวลาน้อยกว่านะ (ได้ทริคนี้มาจากพีอาร์ค่ะ 555) ซึ่งที่ชั้นหกนี่คือชั้นที่เป็นศูนย์รวมความบันเทิงนะคะ กร๊ากกกก ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ สปา ฟิตเนส อยู่ชั้นนี้ทั้งหมดเลยค่ะ ในห้องน้ำก็จะมีห้องสตีมด้วยนะคะ ดีงามอ้ะ นอกจากสระว่ายน้ำ (เป็นสโลปนะคะ มีไล่ระดับความลึกค่ะ แต่วันนั้นไม่ได้ลงง่ะ มีพีเรียดค่ะ แหะๆ) ตรงด้านในก็จะมีจากุชชี่ด้วยฮับ ขอบคุณนางแบบด้วยค่ะ ส่วนฟิตเนสหรือเฮลท์คลับของที่นี่ อุปกรณ์ก็ค่อนข้างครบถ้วนเลยค่ะ มีน้ำดื่มและผ้าเช็ดตัวบริการด้วยนะคะ ด้านในสุดเป็นห้องที่เหมือนเอาไว้เล่นคอร์สต่างๆ ด้วยหละค่ะ ในส่วนของสปานั้นนนนนนน มีโปรที่โดนๆ มาบอกกันด้วยค่ะ นี่พอฟังปุ๊บ สมัครปั๊บทันที 555 สปาที่นี่เปิด 10.00-22.00 น.นะคะ ซึ่งที่นี่กรณีที่เป็นคอร์สซิกเนเจอร์จะใช้น้ำมัน argan นะคะ (ซึ่งอย่างที่ทราบ มันแพงเมิ่กง่ะนะ) ซึ่งจะใส่เป็นกลิ่นโรสแมรี่นะคะ แต่ถ้าเป็นคอร์สอื่น จะเป็นน้ำมันสวิสแอลมอนด์ค่ะ ซึ่งมีให้เลือกสามกลิ่นค่ะ ได้แก่กลิ่นลาเวนเดอร์ น้ำอบไทย และตะไคร้ค่ะ โปรอื่นๆ ที่น่าสนใจได้แก่ 1. สำหรับใครที่สมัครเป็นสมาชิกสตาร์รีวอร์ด (สมัครฟรี) จะซื้อ 1 แถม 1 นะคะ นั่นคือ มา 1 ท่าน แถม 1 ท่านหรือถ้าไปคนเดียวแล้วซื้อคอร์ส 1 ชั่วโมง ก็จะได้แถมคอร์ส (ในราคาที่ไม่แพงกว่า) อีก 1 ชั่วโมงค่ะ **อันนี้แหละค่ะที่เราสมัครไป แต่ดั๊น ชวนเพื่อนไม่สำเร็จง่ะ เลยอดนวดเบยยยย** 2. มีโปรลด 50% ประจำวัน ได้แก่ จันทร์ - คอร์สนวดไทย / อังคาร - คอร์สทำหน้า / พุธ - สครับมังคุด / พฤหัส - นวดหลังและไหล่ / ศุกร์ - นวดเท้า / เสาร์ - ขัดผิวด้วยมะขาม / อาทิตย์ - นวดสวีดิช ราคาของคอร์สต่างๆ นะคะ เราว่าโปร 1 แถม 1 นี่คุ้มอยู่น่อ สำหรับจำนวนห้องสปา ที่นี่มีห้องทั้งหมด 4 ห้องเป็นห้องคู่ 2 ห้องและห้องเดี่ยว 2 ห้องนะคะ นอกจากนั้นก็ยังมีห้องนวดเท้าและห้องนวดไทยด้วยค่ะ ตัดฉับมายามเช้า ถ่ายรูปเก็บวิวจากหน้าต่างห้องพักหน่อยค่าา กระจกนี่เป็นแบบสองชั้นเพื่อป้องกันความร้อนภายนอกเข้ามาในห้องพักด้วยนะคะ ไปรับประทานอาหารเช้ากันค่ะ เป็นบุฟเฟต์นะคะ จัดที่ห้องอาหารปทุมมาศ ซึ่งเป็นออลเดย์ไดน์นิ่งค่ะ เปิดตั้งแต่เช้ามืดเลยหละ (หกโมงหรือตีห้าครึ่งนี่แหละ) ไม่ต้องใช้คูปองนะคะ ให้บอกเบอร์ห้องที่พนักงานหน้าห้องอาหารได้เลยค่ะ โดยไลน์อาหารก็มีครบถ้วนทั้งอาหารฝรั่ง อาหารจีน อาหารไทยนะคะ เรียกว่า ชอบอาหารเช้าสไตล์ไหนก็มีครบหมดค่ะ มีสเตชั่นทำร้อนทั้งตัวเมนูไข่ต่างๆ และก๋วยเตี๋ยว ตัวเลือกในแต่ละไอเท็มของแต่ละเมนูก็หลากหลายดีค่ะ อย่างไส้กรอกก็มีให้เลือกทั้งไส้กรอกไก่และไส้กรอกหมู น้ำดื่มนี่มีน้ำอ้อยด้วยน้าา นมก็มีให้เลือกทั้งนมสดปกติ นมไขมันต่ำ และนมถั่วเหลือง แล้วน้ำเต้าหู้ก็มีต่างหาก เสียดายว่าข้าวต้มนี่ ตัวกับข้าวที่กินข้าวต้มน้อยไปหน่อยค่ะ วันนั้นเลยไม่ได้ลองกินข้าวต้ม แหะๆ ดูไลน์อาหารกันต่อค่ะ เยอะและหลากหลายค่ะ กินให้ครบไม่น่าจะได้นะคะ 555 ชอบความหลากหลายของผลไม้และพาสตรี้มากเลยค่ะ มีมะเฟืองด้วยอ้ะ หวานด้วยนะคะ ดี๊ดี นี่คือผลงานการกินมื้อเช้าวันนั้นค่ะ กินไม่เยอะมาก เพราะเดี๋ยวมื้อกลางวันจะเป็นติ่มซำแสนอร่อย เลยต้องเก็บท้องไว้หน่อยค่ะ 5555 สรุปการเข้าพักที่นี่นะคะ เป็นห้องพักในโรงแรมระดับห้าดาวอีกที่ที่เราประทับใจนะคะ เคยแต่ไปกินอาหาร แต่ยังไม่เคยพัก แต่พอได้พักก็เออ..มันดีจัง รีโนเวทได้ดี ทำเลดี สะดวกทั้งขับรถเองและเดินทางด้วยรถไฟฟ้า คอนเซปต์ในการอนุรักษ์ธรรมชาติก็ดีมาก เครื่องใช้ที่ควรมีก็ครบ การบริการเอาใจใส่ดี เตียงนอนก็ดูดวิญญาณมากเลยค่ะ ส่วนบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสปา ฟิตเนส สระว่ายน้ำก็ดีงามมากๆ เป็นอีกที่ที่ถ้าใครหาที่พักในกรุงเทพฯ อยู่ ก็อยากให้ลองพิจารณาที่นี่ดูนะคะ... อ่านต่อ
3 Likes0 Comment
LikeShare
photo