#วงในบอกมา
Casa Sapparod หรือ บ้านสับปะรด ร้านอาหารล่าสุดในเครือร้านอาหารของคุณ Frederic Meyer ที่เคยเปิดร้านอาหาร Baan Padthai, Issaya Siamese Club, Le Cochon Blanc, Namsaah Bottling Trust, Saawaan และ ICI
หลังจากประสบความสำเร็จกับร้านอาหารเฉพาะทาง Baan Padthai ที่เอาดีเฉพาะเมนูผัดไทย คราวนี้กลับมาอีกครั้งในฐานะร้านอาหารเฉพาะทางที่นำเอา “สับปะรด” มาทำอาหารและเครื่องดื่ม
“สับปะรด” เป็นผลไม้ตัวแทนของชาวฮิปสเตอร์ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ทุกครั้งต้องเอาสับปะรดไปถ่ายรูปด้วย

ดูเหมือนว่าซอยเจริญกุรง 44 จะกลายเป็นศูนย์รวมร้านอาหารและคาเฟ่สุดฮิปไปเสียแล้ว ไล่ตั้งแต่ร้าน “Baan Padthai” ที่เริ่มลงหลักปักฐานก่อนใคร ตามด้วย “Sarnies” แบรนด์กาแฟจากสิงค์โปร์ และ “Homu” ร้านขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น รวมถึงร้านล่าสุด "Casa Sapparod" ร้านอาหารที่ตั้งใจนำเอา “สับปะรด” ผลไม้เมืองร้อนมาทำเป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่ม เมื่อได้ยินว่ามีร้านอาหารเฉพาะทางที่ขาย “สับปะรด” เรานึกเอาเองว่าต้องเป็นร้านอาหารของฮิปสเตอร์แน่ ๆ แต่หลังจากได้ยินว่าเป็นร้านอาหารในเครือของคุณ Frederic Meyer ที่เคยเปิดร้านอาหาร Baan Padthai, Issaya Siamese Club, Le Cochon Blanc, Namsaah Bottling Trust, Saawaan และ ICI เราก็มั่นใจว่าร้านนี้ต้องออกมาดี


เท่าที่รู้มาสายพันธุ์ของสับปะรดในประเทศไทยมีทั้งหมด 14-15 สายพันธุ์ อาทิ ปัตตาเวีย อินทรชิตแดง อินทรชิตขาว ภูเก็ต นางแล ศรีราชา ตราดสีทอง ห้วยมุ่น ภูแลเชียงราย เพชรบุรี 1 เพชรบุรี 2 ภูชวา MD2 และทับทิมสยาม ซึ่งที่ Casa Sapparod นำเอาสับปะรดมาใช้ประมาณ 5 สายพันธุ์ ขึ้นอยู่กับผลผลิตในช่วงนั้น ส่วนใหญ่เป็นสับปะรดศรีราชา ภูเก็ต ตราดสีทอง เพชรบุรี และภูแล


นอกจากการนำเอาสับปะรดมาเป็นส่วนผสมในอาหารและเครื่องดื่มแล้ว ดีไซน์ร้านยังดึงเอาองค์ประกอบต่าง ๆ ของสับปะรดมาเป็นลูกเล่น สีเขียวของใบถูกนำเอามาใช้เป็นสีหลักของร้าน ผสมกับวอลล์เปเปอร์ลายสับปะรด ผลสับปะรดสดยังถูกนำมาใช้สร้างบรรยากาศเหมือนอยู่กลางไร่สับปะรด หรือแม้แต่โคมไฟภายในร้านก็เป็นลวดลายตาสับปะรด ไม่หมดแค่นั้น จานสังกะสีสีเหลือง ตะเกียบสีเขียว และแก้วน้ำรูปสับปะรดก็ล้วนชวนให้อยากแวะมา


แทบไม่น่าเชื่อว่า “สับปะรด” จะถูกนำเอามาทำอาหารและเครื่องดื่มได้หลากหลายขนาดนี้ เราแทบนึกไม่ออกเลยว่ามีความจำเป็นอะไรที่จะต้องใส่สับปะรด แต่เมื่อเรานึกไปถึงความหลากหลายของเนื้อสัมผัส กลิ่น และรสชาติของสับปะรดแต่ละสายพันธุ์ เราก็เชื่อว่าเชฟน่าจะดึงเอาเอกลักษณ์ของสับปะรดทำออกมาเป็นเมนูที่จำเป็นต้องใช้มากกว่าเป็นเพียงการใส่สับปะรดลงไปเพื่อให้มีสับปะรดในจานอาหาร โดยเชฟชาวต่างชาติอย่างเชฟ Chandler Schultz ที่มีประสบการด้านอาหารไทยมาจากร้านอาหาร Baagadin น่าจะทำออกมาได้ดี ความน่าสนใจของ Casa Sapparod อยู่ที่จานเด่นอย่าง “ข้าวผัดสับปะรด” ที่เรามองว่าเป็นเมนูอาหารที่แทบจะสาบสูญไปแล้ว เนื่องจากเป็นเมนูที่หากินได้ยากเพราะบางร้านก็ “ไม่เป็นสับปะรด” เลยแหละ 555 ที่นี่ทำออกมาได้ 5 เมนู ข้าวผัดสับปะรดไก่ ข้าวผัดสับปะรดหมู ข้าวผัดสับปะรดทะเล ข้าวผัดสับปะรดเจ และข้าวผัดสับปะรดยักษ์รวมมิตรเลือกใช้สับปะรดศรีราชาผัดกับข้าวกล้องออร์แกนิกจากนครปฐม ผงกะหรี่ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์


อีกจานเด่นคือ “ขนมจีนซาวน้ำ” เชื่อว่าเป็นขนมจีนที่คนนิยมน้อยที่สุดด้วยรสหวานนี่แหละ แน่นอนว่าจานนี้มีสับปะรดเป็นองค์ประกอบอยู่แล้ว แต่เชฟแชนเลอร์ทำใหม่ออกมาเป็นกรานิต้าสับปะรดเย็น ๆ จากสับปะรดภูเก็ต เพิ่มความสดชื่นให้สมกับเป็นอาหารประจำฤดูร้อน ส่วนกะทิก็ผสมเอาสับปะรดลงไปด้วยให้กลิ่นรสของสับปะรดที่เพิ่มขึ้น และลดความหวานของเมนูดั้งเดิม ที่สำคัญเชฟไม่ลืมที่จะเสิร์ฟพริกน้ำปลามาด้วย


นอกจากนี้ยังนำเอาสับปะรดมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารจานอื่น ๆ ได้อย่างแนบเนียน ไม่กระโตกกระตากจนเกินไป “ติ่มซำทอดเนื้อหมูและกุ้ง” เชฟทำออกมาคล้ายถุงทองทอด จิ้มกับซอสสับปะรดโฮมเมดที่ทำจากสับปะรดผสมวินิการ์ กระเทียม พริก และน้ำตาล ซอสตัวนี้ใช้กับ “ข้าวโพดทอด” ด้วย


ส่วนของหวานก็ยังเป็น “สับปะรดฟลอมเบ” สับปะรดเผากับเหล้ารัม กินกับไอศกรีมวานิลลา “พุดดิ้งสับปะรด” พุดดิ้งมะพร้าวกับสับปะรด กินแล้วคล้ายพีนาโคลาดา ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มจากสับปะรด โดยเฉพาะค็อกเทลตระกูล “Colada” ที่ทำออกมา 3 สูตร “Classic Pina Colada” รัม กะทิ และน้ำสับปะรด “Tom-Kha-Lada” ทวิสต์พีนาโคลาดาแบบไทย ๆ ใส่ใบมะกรูด ข่า และตะไคร้ลงไปด้วย “Charoen Krung Colada” ใส่กล้วย มะม่วง และเหล้าอัลมอนด์เพิ่มเข้ามา ส่วนม็อกเทลแนะนำ “Pineapple Kombucha” น้ำสับปะรดหมักกับชาอู่หลง และ “Pineapple Ginger Chill” น้ำสับปะรดกับซีรัปขิงโฮมเมด


ใครอยากลองว่าอาหารที่ทำจากสับปะรดเป็นอย่างไร แนะนำที่ Casa Sapparod กินที่นี่เสร็จจะหาอะไรกินต่อในซอยเจริญกรุง 44 ก็ได้ ซอยนี้กำลังมา ติดตามเรื่องราวร้านอาหารดี ๆ จาก #ห้ามพลาด ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร้านอาหารมากกว่าเพียงรีวิวร้านอาหารใหม่ แต่อาหารมีเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ อ่านต่อได้ที่




