“สับปะรด” แพะรับบาปเมื่ออาหารไม่อร่อย แต่ไม่ใช่กับ "Casa Sapparod"
  1. “สับปะรด” แพะรับบาปเมื่ออาหารไม่อร่อย แต่ไม่ใช่กับ "Casa Sapparod"

“สับปะรด” แพะรับบาปเมื่ออาหารไม่อร่อย แต่ไม่ใช่กับ "Casa Sapparod"

“ไม่เป็นสับปะรด” คำด่าสายซอฟต์สุดเจ็บที่รับรองว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นที่ "Casa Sapparod” ร้านอาหารเฉพาะทางที่เก่งเรื่อง “สับปะรด” ภายในซอยซอยเจริญกรุง 44
writerProfile
21 ต.ค. 2019 · โดย

#วงในบอกมา

  • Casa Sapparod หรือ บ้านสับปะรด ร้านอาหารล่าสุดในเครือร้านอาหารของคุณ Frederic Meyer ที่เคยเปิดร้านอาหาร Baan Padthai, Issaya Siamese Club, Le Cochon Blanc, Namsaah Bottling Trust, Saawaan และ ICI 

  • หลังจากประสบความสำเร็จกับร้านอาหารเฉพาะทาง Baan Padthai ที่เอาดีเฉพาะเมนูผัดไทย คราวนี้กลับมาอีกครั้งในฐานะร้านอาหารเฉพาะทางที่นำเอา “สับปะรด” มาทำอาหารและเครื่องดื่ม

  • “สับปะรด” เป็นผลไม้ตัวแทนของชาวฮิปสเตอร์ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ทุกครั้งต้องเอาสับปะรดไปถ่ายรูปด้วย

Casa Sapparod ในโทนสีเขียว เหลือง ทอง และลายสับปะรด
Casa Sapparod ในโทนสีเขียว เหลือง ทอง และลายสับปะรด

ดูเหมือนว่าซอยเจริญกุรง 44 จะกลายเป็นศูนย์รวมร้านอาหารและคาเฟ่สุดฮิปไปเสียแล้ว ไล่ตั้งแต่ร้าน “Baan Padthai” ที่เริ่มลงหลักปักฐานก่อนใคร ตามด้วย “Sarnies” แบรนด์กาแฟจากสิงค์โปร์ และ “Homu” ร้านขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น รวมถึงร้านล่าสุด "Casa Sapparod" ร้านอาหารที่ตั้งใจนำเอา “สับปะรด” ผลไม้เมืองร้อนมาทำเป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่ม เมื่อได้ยินว่ามีร้านอาหารเฉพาะทางที่ขาย “สับปะรด” เรานึกเอาเองว่าต้องเป็นร้านอาหารของฮิปสเตอร์แน่ ๆ แต่หลังจากได้ยินว่าเป็นร้านอาหารในเครือของคุณ Frederic Meyer ที่เคยเปิดร้านอาหาร Baan Padthai, Issaya Siamese Club, Le Cochon Blanc, Namsaah Bottling Trust, Saawaan และ ICI เราก็มั่นใจว่าร้านนี้ต้องออกมาดี

โคมไฟตาสับปะรด วอลล์เปเปอร์สับปะรด
โคมไฟตาสับปะรด วอลล์เปเปอร์สับปะรด 
โทนสีเขียวเหลืองของสับปะรด
โทนสีเขียวเหลืองของสับปะรด

เท่าที่รู้มาสายพันธุ์ของสับปะรดในประเทศไทยมีทั้งหมด 14-15 สายพันธุ์ อาทิ ปัตตาเวีย อินทรชิตแดง อินทรชิตขาว ภูเก็ต นางแล ศรีราชา ตราดสีทอง ห้วยมุ่น ภูแลเชียงราย เพชรบุรี 1 เพชรบุรี 2 ภูชวา MD2 และทับทิมสยาม ซึ่งที่ Casa Sapparod นำเอาสับปะรดมาใช้ประมาณ 5 สายพันธุ์ ขึ้นอยู่กับผลผลิตในช่วงนั้น ส่วนใหญ่เป็นสับปะรดศรีราชา ภูเก็ต ตราดสีทอง เพชรบุรี และภูแล

“ติ่มซำทอดเนื้อหมูและกุ้ง”
“ติ่มซำทอดเนื้อหมูและกุ้ง”
“หมูปิ้งราดพะแนง”
“หมูปิ้งราดพะแนง”

นอกจากการนำเอาสับปะรดมาเป็นส่วนผสมในอาหารและเครื่องดื่มแล้ว ดีไซน์ร้านยังดึงเอาองค์ประกอบต่าง ๆ ของสับปะรดมาเป็นลูกเล่น สีเขียวของใบถูกนำเอามาใช้เป็นสีหลักของร้าน ผสมกับวอลล์เปเปอร์ลายสับปะรด ผลสับปะรดสดยังถูกนำมาใช้สร้างบรรยากาศเหมือนอยู่กลางไร่สับปะรด หรือแม้แต่โคมไฟภายในร้านก็เป็นลวดลายตาสับปะรด ไม่หมดแค่นั้น จานสังกะสีสีเหลือง ตะเกียบสีเขียว และแก้วน้ำรูปสับปะรดก็ล้วนชวนให้อยากแวะมา

สับปะรด 5 สายพันธุ์
สับปะรด 5 สายพันธุ์
จานสังกะสีสีเหลือง ตะเกียบสีเขียว และแก้วน้ำรูปสับปะรด
จานสังกะสีสีเหลือง ตะเกียบสีเขียว และแก้วน้ำรูปสับปะรด

แทบไม่น่าเชื่อว่า “สับปะรด” จะถูกนำเอามาทำอาหารและเครื่องดื่มได้หลากหลายขนาดนี้ เราแทบนึกไม่ออกเลยว่ามีความจำเป็นอะไรที่จะต้องใส่สับปะรด แต่เมื่อเรานึกไปถึงความหลากหลายของเนื้อสัมผัส กลิ่น และรสชาติของสับปะรดแต่ละสายพันธุ์ เราก็เชื่อว่าเชฟน่าจะดึงเอาเอกลักษณ์ของสับปะรดทำออกมาเป็นเมนูที่จำเป็นต้องใช้มากกว่าเป็นเพียงการใส่สับปะรดลงไปเพื่อให้มีสับปะรดในจานอาหาร โดยเชฟชาวต่างชาติอย่างเชฟ Chandler Schultz ที่มีประสบการด้านอาหารไทยมาจากร้านอาหาร Baagadin น่าจะทำออกมาได้ดี ความน่าสนใจของ Casa Sapparod อยู่ที่จานเด่นอย่าง “ข้าวผัดสับปะรด” ที่เรามองว่าเป็นเมนูอาหารที่แทบจะสาบสูญไปแล้ว เนื่องจากเป็นเมนูที่หากินได้ยากเพราะบางร้านก็ “ไม่เป็นสับปะรด” เลยแหละ 555 ที่นี่ทำออกมาได้ 5 เมนู ข้าวผัดสับปะรดไก่ ข้าวผัดสับปะรดหมู ข้าวผัดสับปะรดทะเล ข้าวผัดสับปะรดเจ และข้าวผัดสับปะรดยักษ์รวมมิตรเลือกใช้สับปะรดศรีราชาผัดกับข้าวกล้องออร์แกนิกจากนครปฐม ผงกะหรี่ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ 

“ข้าวผัดสับปะรด”
“ข้าวผัดสับปะรด”
“ขนมจีนซาวน้ำ”
 “ขนมจีนซาวน้ำ”

อีกจานเด่นคือ “ขนมจีนซาวน้ำ” เชื่อว่าเป็นขนมจีนที่คนนิยมน้อยที่สุดด้วยรสหวานนี่แหละ แน่นอนว่าจานนี้มีสับปะรดเป็นองค์ประกอบอยู่แล้ว แต่เชฟแชนเลอร์ทำใหม่ออกมาเป็นกรานิต้าสับปะรดเย็น ๆ จากสับปะรดภูเก็ต เพิ่มความสดชื่นให้สมกับเป็นอาหารประจำฤดูร้อน ส่วนกะทิก็ผสมเอาสับปะรดลงไปด้วยให้กลิ่นรสของสับปะรดที่เพิ่มขึ้น และลดความหวานของเมนูดั้งเดิม ที่สำคัญเชฟไม่ลืมที่จะเสิร์ฟพริกน้ำปลามาด้วย

“ติ่มซำทอดเนื้อหมูและกุ้ง”
“ติ่มซำทอดเนื้อหมูและกุ้ง”
“ข้าวโพดทอด”
“ข้าวโพดทอด”

นอกจากนี้ยังนำเอาสับปะรดมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารจานอื่น ๆ ได้อย่างแนบเนียน ไม่กระโตกกระตากจนเกินไป “ติ่มซำทอดเนื้อหมูและกุ้ง” เชฟทำออกมาคล้ายถุงทองทอด จิ้มกับซอสสับปะรดโฮมเมดที่ทำจากสับปะรดผสมวินิการ์ กระเทียม พริก และน้ำตาล ซอสตัวนี้ใช้กับ “ข้าวโพดทอด” ด้วย

“แกงเผ็ดเป็ดย่าง”
“แกงเผ็ดเป็ดย่าง” 
“พุดดิ้งสับปะรด”
“พุดดิ้งสับปะรด” 

ส่วนของหวานก็ยังเป็น “สับปะรดฟลอมเบ” สับปะรดเผากับเหล้ารัม กินกับไอศกรีมวานิลลา “พุดดิ้งสับปะรด” พุดดิ้งมะพร้าวกับสับปะรด กินแล้วคล้ายพีนาโคลาดา ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มจากสับปะรด โดยเฉพาะค็อกเทลตระกูล “Colada” ที่ทำออกมา 3 สูตร “Classic Pina Colada” รัม กะทิ และน้ำสับปะรด “Tom-Kha-Lada” ทวิสต์พีนาโคลาดาแบบไทย ๆ ใส่ใบมะกรูด ข่า และตะไคร้ลงไปด้วย “Charoen Krung Colada” ใส่กล้วย มะม่วง และเหล้าอัลมอนด์เพิ่มเข้ามา ส่วนม็อกเทลแนะนำ “Pineapple Kombucha” น้ำสับปะรดหมักกับชาอู่หลง และ “Pineapple Ginger Chill” น้ำสับปะรดกับซีรัปขิงโฮมเมด

ค็อกเทลตระกูล “Colada”
ค็อกเทลตระกูล “Colada” 
“Pineapple Kombucha”
“Pineapple Kombucha” 

ใครอยากลองว่าอาหารที่ทำจากสับปะรดเป็นอย่างไร แนะนำที่ Casa Sapparod กินที่นี่เสร็จจะหาอะไรกินต่อในซอยเจริญกรุง 44 ก็ได้ ซอยนี้กำลังมา ติดตามเรื่องราวร้านอาหารดี ๆ จาก #ห้ามพลาด ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร้านอาหารมากกว่าเพียงรีวิวร้านอาหารใหม่ แต่อาหารมีเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ อ่านต่อได้ที่ 

เมนูห้ามพลาด

ข้าวผัดสับปะรด, ขนมจีนซาวน้ำ, ติ่มซำทอดเนื้อหมูและกุ้ง

แผนที่

Shangrila Hotel
static-map

การติดต่อ

image
4 soi Si Akson Thungmahamek Sathorn Bangkok 10120,บางรัก
ประเภท