เทสติ้งเมนูอาหารไทยชุดใหม่จากบ้านเกิดเชฟ 9 คน ที่ห้องอาหาร Celadon
  1. เทสติ้งเมนูอาหารไทยชุดใหม่จากบ้านเกิดเชฟ 9 คน ที่ห้องอาหาร Celadon

เทสติ้งเมนูอาหารไทยชุดใหม่จากบ้านเกิดเชฟ 9 คน ที่ห้องอาหาร Celadon

ด้วยอาหารไทยยังคงยืนหนึ่งในปี 2020 ห้องอาหาร Celadon ไม่ยอมน้อยหน้าใคร เร่งปล่อยเทสติ้งเมนูอาหารไทยชุดใหม่ล่าสุดจากบ้านเกิดของเชฟ 9 คน ออกมาให้ชิมตั้งแต่ต้นปี
writerProfile
3 ก.พ. 2020 · โดย

#วงในบอกมา 

  • ห้องอาหาร Celadon เป็นห้องอาหารไทยของโรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ ซึ่งนำโดยเชฟรสริน ศรีประทุม เชฟใหญ่ของห้องอาหาร
  • เชฟรสริน ได้ชักชวนให้ทีมเชฟรวมถึงตัวเธอออกเดินทางเพื่อหาวัตถุดิบในบ้านเกิดแล้วนำกลับมาทำเป็นเทสติ้งเมนูอาหารไทยเมนูใหม่ นับเป็นมื้ออาหารที่ใช้เชฟอาจจะมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะใช้ถึง 9 คน ในการบอกเล่าเมนูอาหารให้กับแขก
  • เทสติ้งเมนูชุดนึ้นำเสนออาหารไทยตั้งแต่ภาคเหนือไปจนถึงภาคใต้ตามบ้านเกิดของทีมเชฟ
เทสติ้งเมนูจากเชฟ 9 คน ของร้าน Celadon
เทสติ้งเมนูจากเชฟ 9 คน 

อย่างที่เราเคยเล่าให้ฟังในบทความ “20 เทรนด์อาหารที่จะได้รับความนิยมในปี 2020” ว่าอาหารไทยยังคงยื่นหนึ่ง เทสติ้งเมนูนี้ คือ หนึ่งในมื้ออาหารที่จะยืนยันว่าสิ่งที่เราพูดคือความจริง ต้องบอกว่า เชฟรสริน ศรีประทุม เชฟใหญ่ของห้องอาหาร Celadon โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ ไม่ใช่เพียงเชฟห้องอาหารไทยในโรงแรมฯ ธรรมดา ๆ อีกต่อไป หลังจากที่เธอก้าวข้ามจากคอมฟอร์ทโซนออกไปตามหาวัตถุดิบด้วยตัวเอง รวมถึงการเปิดโอกาสให้เชฟภายใต้การดูแลของเธอแสดงฝีมือทำเทสติ้งเมนูอาหารไทยเมนูใหม่ออกมา โดยเธอรับหน้าที่เพียงประคับประคองให้อาหารออกมาตามมาตรฐานของโรงแรมฯ

เชฟรสริน ศรีประทุม ของร้าน Celadon
เชฟรสริน ศรีประทุม

เชฟรสริน ชวนเชฟ 8 คน ภายใต้การดูแลของเธอ ออกเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดของตัวเอง บางคนเป็นคนเหนือ บางคนเป็นคนปักษ์ใต้ ต่างคนต่างเดินทางกลับบ้านเพื่อเรียนรู้วัตถุดิบอาหรท้องถิ่น แล้วนำมันกลับมาเล่าและทำงานบ้านร่วมกันกับเชฟรสริน กลายเป็นเทสติ้งเมนู 6 คอร์ส และ 9 คอร์ส ให้เชฟแต่ละคนได้มีซิกเนเจอร์ดิสของตัวเอง ไม่มีอะไรดีเท่านี้อีกแล้ว อย่างน้อยก็สร้างแรงบันดาลใจให้กับเชฟของเธอ แน่นอนว่าตั้งแต่เชฟรุ่นใหม่ไปจนถึงเชฟรุ่นป๋าได้มีส่วนร่วมกับเมนูอาหารนี้ 

ทีมเชฟของ Celadon ที่ร่วมทำเทสติ้งเมนู ของร้าน Celadon
ทีมเชฟของ Celadon ที่ร่วมทำเทสติ้งเมนู

เริ่มที่ “ลูกหม่อนข้าวแต๋นสันป่าตอง” เมนูแรกเป็นของผู้ช่วยเชฟ นำเอาแรงบันดาลใจจากสันป่าตองซึ่งเป็นบ้านเกิดมาทำเมนู โดยเชฟผู้ช่วยนำเอา “ข้าว กข.” ที่ปลูกในบ้านเกิดมาทำข้าวแต๋น กินกับ “แยมลูกหม่อน” ที่ใช้ลูกหม่อนจากโครงการหลวง นอกจากนี้เชฟยังนำเอาใบหม่อนมาช่วยชูรสอาหาร รวมถึงนำมาใช้ในเมนูอาหารอื่น ๆ ทำให้อาหารรสชาติดีขึ้น 

ลูกหม่อนข้าวแต๋นสันป่าตอง ของร้าน Celadon
ลูกหม่อนข้าวแต๋นสันป่าตอง

“ใบส้มป่อยไข่ไบโอฟาร์ม” เชฟหนุ่มรุ่นใหม่คนต่อมานำเสนอ “ไข่ไก่ไบโอ” ที่สามารถกินดิบได้ โดยเชฟนำเอาไข่แดงไปกงฟีกับน้ำมันรำข้าว ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ที่อุณหภูมิ 75 องซาเซลเซียส เป็นเวลา 3 วินาที  แล้วนำเอาใบส้มป่อยที่ให้รสเปรี้ยวมาผสมกับหัวน้ำปลากลายเป็นนำยำที่รสเปรี้ยมเค็มราดลงบนไข่ เวลากินก็เพียงยกไข่แล้วกินทั้งคำ รับรองว่าไม่คาว

คอร์สที่ 3 ยังคงเป็นเชฟสาวรุ่นใหม่จากเมืองเหนือ “กันจิ้นไก่ใบป้อมเป้อ” หลายคนอาจจะเคยกินข้าวกันจิ้น หรือข้าวคลุกเลือดแล้วนึ่งมาแล้ว จานนี้เป็นอีกเวอร์ชั่นที่เชฟทำออกมา เชฟนำข้าวเหนียวดำจากยโสธรไปขยำกับเลือด ตะไคร้ น้ำมันกระเทียม แล้วทำยำไก่ที่ใช้ไก่ตะเภาทอง ซึ่งเป็นไก่ที่ปล่อยเลี้ยงอิสระมาหมักกับเครื่องเทศพริกลาบ แล้วนำไก่ไปซูวีดคั่วกับพริกลาบกับใบป้อมเป้อ หรือผักชีใบเลื่อยในภาษาเหนือ

ใบส้มป่อยไข่ไบโอฟาร์ม จากร้าน Celadon
ใบส้มป่อยไข่ไบโอฟาร์ม
กันจิ้นไก่ใบป้อมเป้อ จากร้าน Celadon
กันจิ้นไก่ใบป้อมเป้อ 

คอร์สต่อมายังอยู่ที่ไก่ตะเภาทอง แต่เป็นเชฟหนุ่มลูกอีสานมานำเสนออาหารของบ้านเกิด “อู๋อีสานไก่ตะเภาทอง” เชฟบอกว่า “อู๋” เป็นชื่อเทคนิคการปรุงแบบอีสานที่เน้นการสโลว์คุ๊ก โดยเชฟนำเอาไก่ตะเภาทองไปหมักเครื่องเทศแล้ววางบนหม้อแล้วปิดฝาให้ค่อย ๆ สุก ใส่ด้วยดอกหางนกยูง ดอกผักชีลาว และใบหม่อน ราดด้วยน้ำซุปไก่ร้อน ๆ ดอกไม้และใบหม่อนกลายเป็นตัวชูรส โดยไม่ต้องพึ่งผงชูรส

อู๋อีสานไก่ตะเภาทอง ของร้าน Celadon
อู๋อีสานไก่ตะเภาทอง 

มาที่เมนคอร์สได้เชฟ 3 หนุ่ม 3 มุม มาช่วยกันทำ 3 เมนู “กุ้งแม่น้ำสามสายย่างไม้โมก” นำเอาเมนูเด่นของอยุธยามาทำเป็น 2 เมนูในจานเดียว กุ้งที่ได้จากแม่น้ำสามสายมาเจอกันนำมาย่าง มีมันกุ้งฉ่ำ ๆ แล้วเลือกกินกับบูเก้ผักที่มีสะเดาและน้ำปลาหวาน หรือกินกับซอสฉู่ฉี่มันกุ้ง  “หมกไม้ป่าบ้านยางโทน” เอาจริง ๆ เราเดาไม่ออกว่าเป็นเมนูจากจังหวัดไหน แต่เพียงแค่เชฟเล่าเราก็รู้เลยว่าบ้านเดียวกัน “กาญจนบุรี” และเราว่าเชฟตีโจทย์ดีมาก เชฟนำเอาทั้งหน่อไม้ เห็ดโคน และข้าวโพด ซึ่งเป็นวัตถุดิบเด่นของบ้านเกิดที่เราเข้าใจที่สุด ก็คนบ้านเดียวกัน เชฟนำเอาเห็ดโคนมานึ่งแล้วเอาน้ำที่หยดจากเห็ดมาผสมเกลือแล้วแช่เห็ดเอาไว้ เป็นการถนอมอาหารรูปแบบหนึ่ง ทำให้มีเห็ดโคนให้กินทั้งปี ส่วนหน่อไม้เชฟขูดแล้วเอาไปต้มกับใบย่านาง ตะไคร้ หอมแดง มะกรูด และข้าวเบือ อันนี้ดูเป็นอีสานหน่อย แล้วเชฟยังเพิ่มกลิ่นหอมด้วยน้ำนมข้าวโพด

กุ้งแม่น้ำสามสายย่างไม้โมก, หมกไม้ป่าบ้านยางโทน และอุณรุทแกงเหลืองใบมันปู ของร้าน Celadon
กุ้งแม่น้ำสามสายย่างไม้โมก, หมกไม้ป่าบ้านยางโทน และอุณรุทแกงเหลืองใบมันปู

เมนคอร์สจานสุดท้ายเป็น “อุณรุทแกงเหลืองใบมันปู” เชฟบอกว่าอุณรุทเป็นอีกชื่อของปลากุสลาด เชฟบอกว่าได้แรงบันดาลใจจากบ้านน้าเขย ปลากุดสลาดจะคล้ายปลาเก๋า แต่น้ำหนักน้อยกว่า 3 กิโลกรัม จะเป็นปลาเพศเมีย เมื่อโตกว่านั้นจะกลายเป็นปลาเพศผู้ ตัวนี้เพศเมีย เชฟนำไปทำแกงเหลืองรสจัดใส่ใบมันปู 

อุณรุทแกงเหลืองใบมันปู ของร้าน Celadon
อุณรุทแกงเหลืองใบมันปู 

แต่เมนูนี้ขอให้รอเลยเพราะนี่คือเมนูจากเชฟรุ่นป๋า รุ่นใหญ่ที่สุดของครัว “ไอติมเหล้าโรง” ป๋าเล่าเรื่องได้เท่กว่าเด็ก ๆ ในครัว แกเล่าเรื่องของป่าที่ทำให้เกิดการทำเหล้าขึ้นมาในอดีต ฝนชะล้างเอาผลไม้หล่นมาในโพรงต้นไม้แล้วทับถมกันกับน้ำฝนแล้วมีนกมาดื่มกิน ส่วนเหล้าโรงที่แกใช้เป็นข้าวก่ำผสมกับยีสต์และน้ำตาล ซึ่งเมนูนี้เชฟห้องอาหารไทยถึงกับต้องปรึกษาเชฟเบเกอรีที่ถนัดเรื่องยีสต์และน้ำตาลเพื่อทำไอศกรีมออกมาแล้วไม่ละลายเร็ว แถมยังนำเอามะขามที่เป็นหนึ่งในกับแกล้มของการดื่มเหล้าโรงมาใส่ด้วย กินไอศกรีมเสร็จ ล้างปากด้วยน้ำใบเตย

เชฟรุ่นป๋าเล่าถึง เหล้าโรง จากข้าวเหนียวก่ำ จากร้าน Celadon
เชฟรุ่นป๋าเล่าถึง เหล้าโรง จากข้าวเหนียวก่ำ
ไอติมเหล้าโรง จากร้าน Celadon
ไอติมเหล้าโรง

และเมนูของหวานปิดท้าย เชฟรสรินและเชฟผู้ช่วย ทำออกมาเป็น “กะทิสดสาคูต้นบ้านหัวพรุ” อย่างที่ทราบกันว่าเรากิน “สาคู” กันมาแบบผิด ๆ โดยตลอด 555 สาคูจริง ๆ ต้องมาจากต้นสาคู และเชฟรสรินก็ไปได้แหล่งของต้นสาคูมาจากบ้านหัวพรุ จังหวัดพัทลุง ที่มีความเหนียวที่ดี เชฟเลยเอามาลองทำเป็นสาคูเปียกใส่ด้วยกะทิมะพร้าวน้ำหอมจากสามพราน

กะทิสดสาคูต้นบ้านหัวพรุ จากร้าน Celadon
กะทิสดสาคูต้นบ้านหัวพรุ 

ใครสนใจมื้อเทสติ้งเมนูจากห้องอาหาร Celadon บอกเลยว่าคุณจะได้กินอาหารตั้งแต่ภาคเหนือลงใต้ ที่สำคัญได้กินอาหารจากเชฟถึง 9 คน ที่มาช่วยกันทำอาหารจากบ้านเกิดให้เราได้กินถึงกรุงเทพฯ เรียกว่าคุ้มมาก ผ่านเทสติ้งเมนู 6 คอร์ส ราคา 2,200++บาท และ 9 คอร์ส ราคา 2,900++บาท เปิดขายเฉพาะมื้อค่ำ ติดตามเรื่องราวร้านอาหารดี ๆ จาก #ห้ามพลาด ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร้านอาหารมากกว่าเพียงรีวิวร้านอาหารใหม่ แต่อาหารมีเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ อ่านต่อได้ที่ 

เมนูห้ามพลาด

กุ้งแม่น้ำสามสายย่างไม้โมก, อุณรุทแกงเหลืองใบมันปู, ใบส้มป่อยไข่ไบโอฟาร์ม

แผนที่

โรงแรมสุโขทัย​ สาทร

การติดต่อ

Celadon The Sukhothai Bangkok Hotel
Phone number : 02-344-8888
ทุ่งมหาเมฆ, กรุงเทพมหานคร, 10500, ประเทศไทย,สาทร
ประเภท