Chef Next Door เริ่มด้วยเดลิเวอรีข้าวกล่อง จบที่ร้านอาหารและเชฟเทเบิล
  1. Chef Next Door เริ่มด้วยเดลิเวอรีข้าวกล่อง จบที่ร้านอาหารและเชฟเทเบิล

Chef Next Door เริ่มด้วยเดลิเวอรีข้าวกล่อง จบที่ร้านอาหารและเชฟเทเบิล

Chef Next Door โปรเจกต์ที่เกิดขึ้นเพราะโควิด 19 ทำให้เชฟและเพื่อน ๆ ว่างเว้นจากงานประจำ จึงเริ่มเดลิเวอรีอาหารไทยก่อนเปิดร้านอาหารโต๊ะเดียวและเชฟเทเบิล
writerProfile
24 ก.ค. 2020 · โดย

#วงในบอกมา

  • หลังจากทางร้านอาหารและโรงแรมแจ้งข่าวให้หยุดงานชั่วคราวแบบไม่มีกำหนด ทำให้เชฟเซ้นท์ - พิริยะ บุญประสาร และเชฟนัท - ณัฐศักดิ์ แปรงทอง ชวนเพื่อน ๆ เปิด Chef Next Door เพื่อเอาตัวรอดจากวิกฤต

  • โดยเริ่มจากการทำเดลิเวอรีอาหาร 8 เมนู สู่การเปิดร้านอาหารไทยแบบโต๊ะเดียวและเชฟเทเบิลอาหารไทยในราคาไม่ถึง 1,000 บาท ต้องจองล่วงหน้า 1 วัน

  • ในอนาคตอาจจะเปิดร้านอาหาร Chef Next Door ร่วมกันในโลเกชั่นใหม่

รับเพียงวันละโต๊ะ ไม่เกิน 10 คน
รับเพียงวันละโต๊ะ ไม่เกิน 10 คน


Chef Next Door เกิดขึ้นเพราะโควิด ตอนนั้นพวกเราไปเที่ยวกันที่นครศรีธรรมราชประมาณ 4-5 วัน ได้รับสายว่าหลังจากวันนี้ร้านจะปิดยาวเพราะไม่มีลูกค้ามาแต่กุมภาพันธ์ ผมก็รู้สึกแปลก ๆ เมื่อถึงกรุงเทพฯ ก็เข้าไปคุย ทางร้านให้หยุดแบบไม่ได้เงินเดือน แต่มันนานมากครับ 3 เดือน พอดีกับพี่ของผมบอกว่าได้บ้านมายังไม่ได้รีโนเวทจะทำอะไรไหม ลองดู ไหน ๆ ก็ไม่มีอะไรเสีย เรารันเลยดีกว่าเริ่มโปรเจกต์นี้ขึ้นมา” เชฟเซ้นท์ - พิริยะ บุญประสาร อดีตเชฟที่เคยทำงานในร้านอาหาร Saawaan พูดถึงการเริ่มทำ Chef Next Door

เชฟเซ้นท์และพี่ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน ได้ชวนเพื่อนอีก 3 คน เชฟนัท - ณัฐศักดิ์ แปรงทอง เชฟประจำโรงแรมที่ช่วงนี้ยังทำงานไม่เต็มเวลา เก๋ - สุธาสินี สุขเกษม แอร์โฮสเตสที่ต้องหยุดบินมารับหน้าที่แอดมินเพจ และตอง - เนมินทร เกตุแก้ว ดูเรื่องกราฟิกต่าง ๆ ของแบรนด์ ทำเป็นร้านอาหารออนไลน์ที่ให้บริการเดลิเวอรีเท่านั้นในตอนแรก

ครัวง่าย ๆ มีเพียงเตาแก๊สและเตาอบลมร้อน
ครัวง่าย ๆ มีเพียงเตาแก๊สและเตาอบลมร้อน
เชฟนัท เชฟเซ้นท์ เก๋ และตอง
เชฟนัท เชฟเซ้นท์ เก๋ และตอง 


Chef Next Door
เป็นสิ่งใหม่ของทีม แม้ว่าจะมีเชฟถึง 2 คน แต่แทบไม่เคยทำอาหารเดลิเวอรีมาก่อน รวมถึงงบประมาณที่จำกัด ทำให้อุปกรณ์ในครัวมีเพียงเตาแก๊ส 2 หัว และเตาอบลมร้อนเพียงเท่านั้น ซึ่งต่างจากความสะดวกในครัวของร้านอาหารและโรงแรม แน่นอนว่าความตั้งใจคือทำอาหารไทยที่ยังคงความไฟน์ไดนิ่งแบบอาหารไทยดั้งเดิมไว้


เชฟเซ้นท์ และเชฟนัทเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ทั้งคู่เคยฝึกงานด้วยกันที่ร้านโบ.ลาน ก่อนที่เชฟนัทจะทำงานที่นี่ต่อ ส่วนเชฟเซ้นท์ไปทำงานที่แบกะดินกับเชฟต้น และ Saawaan กับเชฟอ้อม ตอนนี้มาทำที่นี่เต็มตัว ส่วนเชฟนัทไปทำงานกับ Canvas และ Front Room ปัจจุบันยังคงทำงานกับโรงแรมต่อ จะอยู่ร้านเฉพาะช่วงวันพฤหัสบดีถึงเสาร์ มีอีเวนต์ไปช่วยโรงแรมฯ บ้างในช่วงนี้ 

อาหารไทยไฟน์ไดนิ่งแบบโฮมเมด
อาหารไทยไฟน์ไดนิ่งแบบโฮมเมด


หลังจากการประกาศให้กินในร้านได้ Chef Next Door เลยเปิดให้มานั่งกินที่ร้านได้ผ่านโต๊ะอาหารหน้าบ้านที่รองรับได้วันละรอบ รอบละ 10 คน ช่วงมื้อเย็น เนื่องจากมื้อกลางวันยังคงทำเดลิเวอรีต่อ เชฟข้างบ้าน หรือ Chef Next Door ยังเปรียบได้กับเพื่อนบ้านที่เป็นเชฟมาอยู่ใกล้บ้าน เมื่อเปิดให้นั่งกินเลยตั้งใจให้เหมือนมากินข้าวบ้านเพื่อน ไม่ได้เน้นการตกแต่งอะไรมากมาย แต่ให้ความสำคัญกับอาหารไทยที่พวกเขาถนัด และนำเอาความไฟน์ไดนิ่งมาเสิร์ฟในแบบโฮมเมด นอกจากนี้ร้านนี้ยังเป็นความฝันของเชฟทั้งคู่ที่อยากทำร้านอาหารด้วยกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ถือว่าโควิดช่วยสร้างโอกาสนั้น แม้ว่าจะผิดเวลาก็ตาม

อะไรคือ อาหารไทยไฟน์ไดนิ่งเสิร์ฟในแบบโฮมเมด เชฟทั้งคู่บอกว่านำเอาเทคนิคทั้งหมดของอาหารไทยมาทำแบบดั้งเดิม โดยไม่มีวิธีการลัดแบบอาหารสมัยใหม่เลย ทั้งโขลกพริกแกงใหม่ กระดูกหมูก็กงฟีในน้ำมันหมูที่ใช้เวลานานกว่าซูวีด ผักในยำก็ซอยเล็ก ๆ ให้กินได้ง่ายเหมือนไฟน์ไดนิ่ง

แม้ว่าจะเป็นครัวบ้านแต่ก็ปราณีตแบบร้านอาหาร
แม้ว่าจะเป็นครัวบ้านแต่ก็ปราณีตแบบร้านอาหาร


อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารไทยดั้งเดิมและเริ่มทำเชฟเทเบิลไปแล้วครั้งแรก ซึ่งสามารถจองเข้ามาได้ว่าอยากกินอลาคาตหรือเชฟเทเบิล สำหรับเชฟเทเบิลตอนนี้สามารถจองล่วงหน้าได้ 1 วัน หรือสอบถามเข้าไปที่ร้านได้เลย แน่นอนว่ายังเตรียมเปิดเป็นร้านอาหารจริงจังในโลเกชั่นใหม่ภายใน 3 - 4 เดือน แต่ยังคงคอนเซปต์เดิมเหมือนมากินข้าวบ้านเพื่อน

สำหรับเมนูแนะนำ “กะเพราลิ้นวัวตุ๋น” เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน นำเอาลิ้นวัวไปปรุงรสด้วยเกลือพริกไทยแล้วทอดกระทะให้สุกด้านนอก แล้วนำลิ้นวัวไปตุ๋นในน้ำกะทิและสมุนไพรเครื่องเทศนานถึง 7 ชั่วโมง ให้ลิ้นวัวนุ่ม ก่อนนำไปผัดกะเพรา ต้องบอกว่าเชฟทำอาหารแบบดั้งเดิมตามอุปกรณ์และงบที่จำกัด 

แกงแดงที่โขลกพริกแกงและตุ๋นกระดูกหมูแบบดั้งเดิม
แกงแดงที่โขลกพริกแกงและตุ๋นกระดูกหมูแบบดั้งเดิม
กะเพราลิ้นวัวตุ๋น
กะเพราลิ้นวัวตุ๋น


“ยำไหลบัวกุ้งสะดุ้งและหมูสับแบบโบราณ”
เชฟยำแบบโบราณไม่ได้ดัดแปลงอะไรมาก ยำจานนี้ไม่ได้รสจัดออกหวานเปรี้ยวและได้ความกรอบของไหลบัว เชฟใช้น้ำตาลมะพร้าวจากบ้านแพ้ว น้ำปลาอย่างดี น้ำมะนาว กะทิข้น หอมเจียว หมูสับ และกุ้งลวก

“หลนปลาอินทรีย์เค็ม” ปกติเราจะได้กินหลนหมู หลนเต้าเจี้ยว แต่วันนี้เชฟทำเป็นหลนปลาอินทรีย์ เชฟนำเอาปลาอินทรีย์เค็มไปห่อใบตองแล้วย่างบนเตาถ่าน ทำให้ได้กลิ่นหอม ก่อนนำเอามาทำเป็นหลนกินกับผักสดต่าง ๆ

หลนปลาอินทรีย์เค็ม
หลนปลาอินทรีย์เค็ม


และ “แกงแดงกล้วยดิบกระดูกหมูตุ๋น” เชฟเริ่มตั้งแต่โขลกพริกแกงแดงด้วยตัวเอง เคี่ยวกับกะทิและกระดูกหมูที่ตุ๋นจนนุ่มเปื่อย ใส่กล้วยน้ำว้าดิบปิดท้าย แนะนำกินกับข้าวสวยร้อน ๆ จุดเด่นจานนี้อยู่ที่กล้วยดิบที่ให้ความมันเหมือนมันฝรั่งในแกงมัสมั่น

ยำไหลบัวกุ้งสะดุ้งและหมูสับแบบโบราณ
ยำไหลบัวกุ้งสะดุ้งและหมูสับแบบโบราณ
แกงแดงกล้วยดิบกระดูกหมูตุ๋น
แกงแดงกล้วยดิบกระดูกหมูตุ๋น


สำหรับเทสติ้งเมนูในเชฟเทเบิลทำออกมา 9 คอร์ส 990 บาท ซึ่งจัดรอบแรกไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาก ตอนนี้ยังเป็นเมนูเดิมของร้านที่เชฟทวิสต์ออกมาใหม่ เหมือนสรุปให้ฟังถึงปรัชญาการทำอาหารของ Chef Next Door ที่เน้นรสชาติอาหารไทย หรือเรื่องราวของอาหารไทย โดยเปิดรับจองเทสติ้งเมนูล่วงหน้า 1 วัน

บอกเลยว่าเชฟข้างบ้าน Chef Next Door ไม่เน้นบรรยากาศ แต่เน้นรสชาติอาหารไทยที่ต้องบอกว่าสมแล้วที่ผ่านประสบการณ์กับร้านอาหารชื่อดังมาแล้วไม่น้อย เรียกว่าเป็นเชฟรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง ส่วนใครอยากกินแต่ไม่มีโอกาสผ่านไปแถวนั้น แนะนำให้สั่งเดลิเวอรีได้เช่นกัน แต่กินที่ร้านรสชาติดีกว่า

เชฟเทเบิลจากครัวบ้าน
เชฟเทเบิลจากครัวบ้าน


ติดตามเรื่องราวร้านอาหารดี ๆ ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร้านอาหารมากกว่าเพียงรีวิวร้านอาหารใหม่ แต่อาหารมีเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ อ่านต่อได้ที่

เมนูห้ามพลาด

กะเพราลิ้นวัวตุ๋น, แกงแดงกล้วยดิบกระดูกหมูตุ๋น

แผนที่

ใกล้โรงเรียนบีคอนเฮาส์แย้มสอาด
static-map

การติดต่อ

restaurantClosed
restaurantPhoto
Phone number : 0645962463
90/326 ซอยทรงสะอาด แขวงจอมพล, จอมพล, เขตจตุจักร, กรุงเทพมหานคร 10900, จอมพล, เขตจตุจักร, กรุงเทพมหานคร 10900, จอมพล, เขตจตุจักร, กรุงเทพมหานคร 10900,จตุจักร