บังโต อดีตนักร้อง Silly Fools กับเนื้อ Dry Aged สุดเด็ด!
  1. บังโต อดีตนักร้อง Silly Fools กับเนื้อ Dry Aged สุดเด็ด!

บังโต อดีตนักร้อง Silly Fools กับเนื้อ Dry Aged สุดเด็ด!

พิเศษสุด กับเนื้อแบบ "Dry Aged" จากวัวสัญชาติไทยที่เด็ดทั้งคุณภาพและรสชาติ พร้อมให้ลิ้มลองได้แล้วจาก "Company B" นำโดยบังโตและ พลพรรค์คนรักเนื้อ
writerProfile
26 มิ.ย. 2015 · โดย

หลังจากแขวนไมค์แล้วหันไปสนใจในทางธรรม วีรชน ศรัทธายิ่ง หรือ บังโต อดีตนักร้องเพลงร็อคชื่อดังแห่งวง Silly Fools กลับมาอีกครั้ง! แต่คราวนี้เป็นการเขย่าวงการอาหารและจิตใจของคนรักเนื้อทั่วประเทศ ในนาม "Company B" ผู้จำหน่ายเนื้อวัวเจ้าแรกในประเทศไทยที่ทำการ "Dry Aged" เนื้อของวัวนมสัญชาติไทย และ มีหน้าร้านเป็นของตัวเองอย่างจริงจัง วันนี้ Wongnai team ก็พาทุกท่านมาเยี่ยม Outlet แห่งแรกของ "Company B" ในแผนก Butchery ของ Gourmet Market ใน Siam Paragon เพื่อพูดคุยถึงความเป็นมา วิธีการผลิต พร้อมดู product ที่สวยงามกัน!

จุดเริ่มต้นของ "Company B" นั้นแน่นอนอยู่แล้วก็ต้องมาจากความรักในการกินเนื้อ "สมัยก่อน ผมชอบกินเนื้อ ชอบกินสเต็ก พอเลิกวงการ ก็จริงๆ อยากจะ set-up ทำฟาร์ม ทำอะไรที่เกี่ยวกับเนื้อเลย แต่มันเป็นโปรเจคที่ใหญ่เกินไป" บังโตได้กล่าวเอาไว้ พอได้ทำงานศาสนาก็ได้รู้จักคนมากขึ้น บังโตจึงโคจร มาเจอกับ นภศูล รามบุตร หรือ คุณตาล อดีตนายธนาคารซึ่งก็เป็น Beef Lover เช่นกัน และด้วยจังหวะที่ถูกต้อง "Company B" จึงถือกำเนิดขึ้น

ตัว "B" ของ Company "B" นั้นเป็นตัวย่อมาจากคำว่า "Barakah" ซึ่งหมายความว่า "พระพร" ในภาษาอาหรับ "เนื้อโกเบจากเมืองนอก มันแพงมาก และเป็นเนื้อที่เก็บมาด้วย พอเก็บนานเนื้อก็จะไม่สด ส่งผลให้รสชาติยังไงก็ต้องลดลงมาเยอะมาก ทีนี้ก็เลยเกิดคำถามว่า ทำยังไงถึงจะให้เราสามารถมีตังค์กินด้วยและก็ดีด้วย?" ความคิดนี้จึงเป็นที่มาของ product ตัวเอกประจำร้าน Company B ซึ่งเป็นเนื้อที่ผ่านการ "Dry Age" โดยใช้เนื้อวัวที่เลี้ยงกันในประเทศไทย

ก่อนอื่นอาจจะมีหลายคนที่ยังไม่รู้จักการ "Dry Age" จึงจะขออธิบายอย่างย่อๆ ก่อน "Dry Age" ก็คือการนำโครงสัตว์อะไรก็ได้ (โดยที่นี้แน่นอนก็ต้องเป็นเนื้อวัว) มาแขวนตากอากาศในห้องหรือตู้เย็นขนาดใหญ่ที่เย็นเฉียบ โดยมีการควาบคุมความชื้น (ประมาณ 0-4 องศา เซลเซียส) และการไหลเวียนของอากาศอย่างดี เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์เป็นต้นไป เพื่อให้น้ำส่วนเกินระเหยออก

"การที่เราบ่มเนื้อก็เหมือนกับการเคี่ยวเนื้อ พอเวลาผ่านไปเอนไซม์ก็จะทำให้ตัวเนื้อค่อยๆ คลายตัว จึงทำให้ texture นุ่มขึ้น รสชาติก็จะเข้มข้น เชฟฝรั่งระดับโลกมาชิมก็ติดใจ" บังโตยังเสริมอีกว่าเนื้อ "Dry Age" ของ "Company B" จะผ่านการ Age ทั้งสิ้น 30 วัน ซึ่งทำให้ได้รสชาติเนื้อและเกณฑ์ความนุ่มและความเข้มข้นแบบกำลังดี

แต่กว่าจะมาเป็นเนื้อ "Dry Age" คุณภาพในแบบฉบับของ "Company B" ได้ ทางบังโต คุณตาล และเหล่าทีมงานต้องฝ่าฟันอุปสรรค์นานาชนิด "เราทำกันมาเจ๊งเป็นตู้ๆเลยนะ ตู้นึงมีวัวประมาณ 60 ตัว เน่าหมด! เสียตังค์กันไปเยอะ ลองกันเป็นปีกว่าจะเจอวิธีการควบคุมทุกอย่างให้มันอยู่ในมือเราให้ได้" เรียกว่าทุ่มทั้งแรงกายและแรงทุน แถมต้องมีใจรักในด้านนี้แบบ Hardcore จริงๆ เท่านั้นยังไม่พอกว่าจะได้เนื้อออกมาเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เห็นในตู้ มาวางขายแบบนี้ก็จะต้องมีการตกแต่งเนื้อ หั่นแบ่งโดย Butcher ที่มีฝีมือและประสบการณ์
เห็นไหมครับ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกว่าจะได้เนื้อ "Dry Age" คุณภาพ ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าเนื้อของเขามีส่วนไหนกันบ้าง ใน product list ของ Company B ด้านล่างนี้เลย!

เห็นราคากันแล้วก็คงจะอึ้งกันเลย ว่าทำไมมันถึงย่อมเยาเกินคาด! "ทางเราใช้วัวนมจึงง่ายต่อการควบคุมต้นทุน แล้วยังปลอดภัยกว่าด้วยเพราะวัวนมจะไม่มีการฉีด steroid หรือสิ่งแปลกปลอมไดๆ ทั้งสิ้น เพราะถ้าฉีดสารเหล่านี้มันจะกระทบต่อน้ำนมที่ได้" บังโตยังเสริมอีกว่าเคยลองใช้วิธีนี้กับเนื้อวัวหลายพันธุ์หลายประเภท รวมถึงเนื้อ Thai-French มาแล้ว แต่รสชาติก็ยังเทียบกับวัวนมไม่ได้
หลักๆ แล้ว เนื้อที่ "Company B" คัดสรรมาขายก็จะเป็นเนื้อในส่วนที่เป็น "Prime Cut" ซึ่งมีให้เลือกถึง 3 ส่วนด้วยกัน เหมาะที่จะย่างเป็นสเต็กเนื้อ ซึ่งวิธีนี้ใครๆก็สามารถทำกันง่ายๆ ที่บ้าน ขอแค่มีเตาย่าง หรือกระทะก็สามารถทำได้แล้ว

มาเปิดประเดิมกันด้วยเนื้อส่วนที่บังโตโปรดปรานสุดอย่าง "Striploin" หรือเนื้อสันนอก (810 บาท ต่อกิโล / ราคาส่ง) ซึ่งค่อนข้างจะเหมาะคนที่ชอบเนื้อที่ไขมันน้อย รสชาติแหลมเข้มข้น

ส่วนใครที่ชื่นชอบเนื้อที่มีความนุ่ม รสละมุน และไขมันน้อย ก็ต้องลอง "Tenderloin" หรือเนื้อสันใน (1,330 บาท ต่อกิโล / ราคาส่ง) ซึ่งส่วนนี้รับประกันคุณภาพโดยเชฟต้น Executive Chef และหนึ่งในเจ้าร้านอาหาร Fine Dining ดัง อย่างร้าน "Le Du"

ส่วนสุดท้ายก็คือ "Rib Eye" (850 บาท ต่อกิโล / ราคาส่ง) ซึ่งค่อนข้างที่จะนุ่มและอุดมไปด้วยไขมันที่แทรกเข้าไปทุกอณูของเนื้อ

ยังไม่พอ สำหรับคนรักเนื้อแบบ hardcore ห้ามพลาดกับ "Tomahawk" ซึ่งก็คือ เนื้อริบอายชิ้นใหญ่โต (800 บาท ต่อกิโล / ราคาส่ง) ที่ช่วงนี้กำลังเป็นที่นิยมมากๆ ในร้านสเต็กชั้นนำ รวมถึงร้านอาหารอิตาเลี่ยนหรู

และสำหรับผู้ที่ชอบเนื้อแกะ เตรียมเฮดังๆ ได้เลย! เพราะทาง "Company B" ก็มีเนื้อแกะสดๆ ที่เลี้ยงในไทยมาให้ได้ลิ้มลองกัน "ทางเราใช้เนื้อลูกแกะที่พึ่งหย่านมแม่จึงไม่มีกลิ่นสาบ และถือเป็นวิธีการชักชวนให้คนไทยหันมาลองทานเนื้อแกะกันดู"

บรรยายกันซะหมดเปลือกขนาดนี้ก็ต้อง จัดหนักกันสักชุด 2 ชุด ซึ่งแต่ละชิ้นที่ขายนั้นก็เล็กนิดเดียว แค่ 300g! ซึ่งแค่ชิ้นเดียวก็อิ่มแน่นท้องแล้ว ส่วนกรรมวิธีก็ง่ายมากๆ "แค่ย่างไฟแรงๆ สักด้านละ 2 นาทีก็จะได้เนื้อสเต็กแบบ Medium Rare สุดอร่อยแล้ว"

พอเลือกชิ้นที่ถูกใจได้แล้วก็บอก Staff ใจดีได้เลย!

แต่หากอดใจไม่ไหวหรือขี้เกียจเอาไปย่างเองที่บ้าน ก็สามารถเดินไปที่ร้าน "Gourmet Deli" ด้านข้าง และให้เชฟผู้มากประสบการณ์ช่วยย่างให้ก็ดีงามเช่นกัน เพียงจ่ายเพิ่มอีกแค่ 100 บาทเท่านั้น!

"Striploin Steak"

"Rib Eye Steak"พอย่างเสร็จได้ที่ก็จะเป็นอย่างที่เห็น สี Caramelization สวยงามกลิ่นหอมเนื้อย่าง ชวนรับประทานเป็นอย่างยิ่ง และพอยิ่งได้ลองชิมดูจริงๆ ก็ฟินกันจนไม่ต้องบรรยายมาก โดยปกติแล้ววัวนมไทยถ้าเชือดสดๆ แล้วขายเนื้อจะเหนียวเคี้ยวยาก แต่เมื่อผ่านการ "Dry Age" จนได้ที่ก็จะนุ่มละมุน ต่างกันราวฟ้ากับเหว ซึ่งช่องทางการซื้อนอกเหนือจาก Gourmet Market ที่ Siam Paragon ก็ยังสามารถสั่งล่วงหน้าผ่านโทรศัพท์ได้ที่ เบอร์ 02-101-6977 ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าซื้อที่พารากอนหน่อย หากต้องการติดตามข่าวสารจาก Company B ก็สามารถกดที่ Link นี้ได้เลย

การจะทำอะไรให้มันออกมาดีที่สุด ก็คือการที่เราได้ใส่ใจทำในสิ่งที่ตัวเองรักให้ออกมาดีที่สุด "ชอบทำเนื้อก็ต้องทำเนื้อกินเอง เมื่อก่อนชอบดนตรีก็เขียนมันเอง ไม่งั้นไม่ได้ดั่งใจ" แล้วบังโตยังเสริมอีกว่า "เงินที่เราได้ตรงนี้มันไม่เยอะหรอก ขอให้คุณภาพดีก่อน เงินมันไม่ค่อยสำคัญหรอก แต่จะเอาเงินมันต้องเอาด้วยความถูกต้องและคุณภาพ" ตอกย้ำถึงคุณภาพซะขนาดนี้ พร้อมด้วยราคาที่แสนย่อมเยา และได้รับการยอมรับจากเชฟชั้นนำในประเทศกว่าสิบชีวิต เห็นทีต้องรีบบึ่งไปชิมแล้วสิ

พบกับเนื้อ dry aged beef แห่ง "Company B" ได้ที่แผนก Butchery ของ Gourmet Market ใน Siam Paragon แล้ววันนี้!