#วงในบอกมา
“Dak Galbi” รอกระแสของอาหารเกาหลีกลับมาอีกครั้ง พร้อมแตกไลน์คอนเซปต์ให้วัยรุ่นมากขึ้นภายใต้ชื่อ “DGB” จากร้านอาหารครอบครัวสู่ร้านอาหารเอาใจวัยรุ่น
ปีนี้เป็นปีที่ 8 ของแบรนด์ “Dak Galbi” แน่นอนว่าแบรนด์ไม่ได้หายไปไหน แต่เติบโตมาพร้อมกับขาประจำ และรอโอกาสที่เทรนด์อาหารเกาหลีจะกลับมาอีกครั้ง นับเป็นทีมบริหารร้านอาหารที่เหนียวแน่น เนื่องจากหุ้นส่วนทุกคนยังคงอยู่ครบ
ในปีนี้ บริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัด ขยายไลน์อาหารถึง 2 แบรนด์ 2 คอนเซปต์ “DGB” แฟล็กชิปคอนเซปต์ใหม่ของไก่ผัดซอสเกาหลี และ “Wok Station” ร้านอาหารตามสั่งแบบเอเชี่ยนสตรีทฟู้ด

“กลุ่มลูกค้าที่โตมากับแบรนด์เราเมื่อ 7 ปีที่แล้วยังชอบทัคคาลบิแบบเดิมอยู่ เราจึงไม่เปลี่ยนยังคงมีอยู่ แฟล็กชิปตามห้างยังคงเปิดในคอนเซปต์เก่า แต่กลุ่มที่เราอยากเพิ่มขึ้นมาคืออายุ 18-25 ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าของเราเมื่อก่อน แต่เมื่อเขาโตเราก็สนใจ เราอยากให้เขามาหาเรามากขึ้น แบบเก่าก็เอนเกจ ณ ยุคนั้น แบบใหม่ก็เอนเกจในยุคใหม่ ซึ่งรูปแบบการบริการจะเปลี่ยนไปแล้ว ด้วยคอนเซปต์ที่ว่าเมื่อก่อนคนต้องการบริการที่เป็นประสบการณ์เลย แต่พฤติกรรมของวัยรุ่นสมัยนี้ก็เปลี่ยนไป มีความเซลฟ์เซอร์วิสมากขึ้น อะไรที่ต้องการความเร็ว อะไรที่เจาะจงสิ่งที่เขาอยากได้มากขึ้น Dak Galbi ที่เปลี่ยนมาเป็น DGB จึงตอบโจทย์คนกลุ่มนี้” นุ๊ก - ทศพร วณิชวรพงศ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และกรรมการ บริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัด เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงจาก Dak Galbi สู่ DGB

หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับเมนูอาหารที่ชื่อ ทัคคาลบิ (Dak Galbi) เราขอเล่าคร่าว ๆ ว่า “Dak” คือ ไก่ และ “Galbi” คือ ซอส เมนูนี้จึงรู้จักในชื่อของไก่ผัดซอสคาลบิกับผักต่าง ๆ ซึ่งเมื่อ 7 ปีที่แล้ว อาหารเกาหลียังถือว่าใหม่มาก มีเพียงนักท่องเที่ยวที่ไปเกาหลีกับทัวร์ที่จะได้กินเมนูนี้ แต่แบรนด์ Dak Galbi ซึ่งเปิดเป็นร้านอาหารเฉพาะทางที่ขายเพียงทัคคาลบิกลับสามารถยืนหยัดแล้วเปิดมาได้อย่างยาวนานถึง 7 ปีเต็ม และกำลังก้าวสู่ปีที่ 8 เช่นเดียวกับร้านอาหารเกาหลีเฉพาะทางมีเพียงบางแบรนด์เท่านั้นที่ยังคงอยู่ในตลาดอาหารเกาหลี ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น “กลุ่มลูกค้ารอยัลตี้ของเราชัดอยู่แล้ว อาหารเกาหลีแบบทัคคาลบิค่อนข้างยูนีค ภาพกว้างอาหารเกาหลีเท่ากับปิ้งย่าง แต่ความเป็นเกาหลีมันหลากหลาย ตอนนี้มีต๊อกปกกีเข้ามา มีไก่ทอด เรามองว่าที่ผ่านมาเราให้ความรู้คนเรื่องทัคคาลบิในระดับนึง แต่ไม่ถึงกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ ทำให้เรารีเฟรชแบรนด์ ทำให้ดูเด็กขึ้น เจาะกลุ่มใหม่ๆ คราวนี้คือส่วนที่ 2 ต่อจากทัคคาลบิที่ผ่านมาแล้ว เรากำลังพูดถึงเทรนด์อาหารเกาหลี และทัคคาลบิเองว่ามันจะไปต่อได้อย่างไร ใช่เลย ต้องบอกว่าเทรนด์อาหารเกาหลี ญี่ปุ่น ไทย มันมีวงจรอยู่แล้ว การที่ร้านเราเปิดในช่วงที่เกาหลีบูม แล้วมันเฟดออกไป เราต้องการจุดมันอีกครั้ง และวัยรุ่นนี่แหละจะเป็นกระบอกเสียงให้กับเรา ถ้ารู้ว่ามีอะไรใหม่ เขาจะไปลองกัน และอยากได้รอยัลตี้ของเขากับแบรนด์กลับมา ที่ผ่านมาเราไม่ได้เจาะเขาเลย เราเสิร์ฟทัคคาลบิให้ลูกค้าประจำของเราเท่านั้น ไม่ถึงกลุ่มเด็ก แต่เราเริ่มทำจริงจัง” นุ๊กย้ำถึงเหตุผลที่ต้องรีเฟรชแบรนด์ใหม่อย่าง DGB

สงสัยกันไหมว่า “ทำไมยังเป็นทัคคาลบิ” ในเมื่อทีมบริหารกลุ่มนี้ค่อนข้างประสบความสำเร็จกับแบรนด์แรก การขยายสู่แบรนด์อื่น หรืออาหารประเภทอื่นน่าจะไม่ใช่เรื่องยาก “ปิ้งย่างแน่นมาก เราเคยคิดว่าจะกระโดดเข้าไปที่ตลาดปิ้งย่างเหมือนกันนะครับ แต่เรามองว่าตลาดมันไม่ยาว เอาพูดจริง ๆ มาร์จิ้นก็ไม่สูงมาก เขาแข่งกันเรื่องราคา เรามองว่าอยากขายของคุณภาพ ความเป็นยูนีคของเราขายได้ ต่อยอดได้ แม้กระทั่งเจาะกลุ่มเด็กก็ยังขายความเป็นอาหารของเราให้กลุ่มเด็กชอบได้ ในทางกลับกัน ถ้าเปิดแบรนด์ปิ้งย่าง โอ้โห Red Ocean แข่งกันอีกหลายเจ้า เรายังมองว่าเราอยู่ใน Blue Ocean อยู่ แต่มันยูนีค มันยังเล็กมาก ๆ เราแค่ขยายฐานกลุ่มลูกค้า ยังต่อยอดได้ง่ายกว่า ทัคคาลบิเองเราก็ไม่ได้หยุดแค่นี้ เราเตรียมเปิด Galbi X ย่อมาจาก Express อาหารสำหรับกินคนเดียว สไตล์คาเฟ่ ใช้เวลาไม่นาน คาเฟ่ที่เน้นแกรบแอนด์โก ขยายได้อีกเยอะ ไม่ใช่แค่คาลบิ มีอาหารเกาหลีฟิวชั่น ยังมีอีกหลายเมนูที่คนไทยยังเข้าไม่ถึง”

เมื่อถึงจุดเปลี่ยน “Dak Galbi” ต่อยอดอาหารเกาหลียูนีคด้วยการเปิดแฟล็กชิปสโตร์พร้อมแบรนด์ใหม่ “DGB” จากร้านอาหารสไตล์ Korean Modern Vintage สู่การปรับโฉมและคอนเซปต์เรื่องดีไซน์ใหม่ทั้งหมด “DGB เน้นเรื่องของดีไซน์ ปรับลุคภาพลักษณ์ให้ดูเด็กขึ้น มีการแบ่งโซนนิ่งเป็น Stage ต่าง ๆ ให้ดูสนุกสนาน และลูกเล่นใหม่ ๆ DGB Stage โซนครัวเปิดผัดอาหาร 4 เตา ตามคอนเซปต์ของเราที่มีซอส 4 รสชาติ Side Stage เพิ่มเรื่องของไซด์ดิส ให้ลูกค้าบริการตัวเองตักเครื่องเคียงแบบไม่อั้น และ Drink Stage เพิ่มเครื่องดื่มตามฤดูกาลที่อยู่ในกระแสที่เกาหลีมาให้ลองดื่ม” นิค - สถาพร วณิชวรพงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด และกรรมการ บริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัด เล่าถึงแฟล็กชิปใหม่

DGB เตรียมปรับ Dak Galbi สาขา Terminal 21 และเปิดเป็นคอนเซปต์ของ DGB ในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ ตามด้วย Central Plaza Lardprao และ Union Mall ที่เปิดพร้อมกันในวันที่ 1 พฤศจิกายน โดยมี 4 สิ่งที่ทำให้ DGB ต่าง Dak Galbi “หนึ่ง” ร้านต้องสวย เด็กวัยรุ่นต้องถ่ายรูปลงอินสตาแกรมได้ ซึ่งนี่คือเทรนด์ใหม่ของร้านอาหาร “สอง” ให้ลูกค้าตักเครื่องเคียงเท่าไหร่ก็ได้ ซึ่งทำให้ราคาอาหารถูกลงและได้เครื่องเคียงเยอะขึ้น “สาม” เครื่องดื่มที่มีวาไรตี้มากขึ้น และ “สี่” ไม่มีบริการผัดที่โต๊ะอีกต่อไป ด้วยการเสริม DGB Stage เข้ามา เพราะมีลูกค้าไม่น้อยที่ชอบอาหารของที่นี่แต่ไม่ชอบที่ตัวเหม็น จึงแก้ไขให้เข้ามากินได้ทุกโอกาส


นอกจากนี้ DGB ยังเพิ่มเอาเมนูใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมในเกาหลี อย่าง “Apple Curry Sauce” แกงกะหรี่ที่มีกลิ่นหอมของแอปเปิล ในเกาหลีมีร้านเคอรี่แอปเปิลที่ฮิตมากและกำลังเป็นกระแสที่นั่น ซอสตัวนี้มีผักกับผลไม้เป็นหลัก ต่างจากแกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่เป็นซอสเนื้อเข้มข้น รวมถึง “Creamy Cheesy” ซอสที่ฟิวชั่นสไตล์ยุโรป เน้นกลิ่นของชีสที่เข้ากับหอยเชลล์ แน่นอนว่ายังคง “Galbi Sauce” และ “Bulgogi Sauce” ซึ่งเป็นซอสสุดคลาสสิกของแบรนด์เอาไว้

ใครมาที่ DGB สามารถเลือกกินโดยเลือกจากซอสก่อน ตามด้วยเนื้อสัตว์ และวัตถุดิบที่อยากกินได้ตามชอบ ที่สำคัญที่นี่เพิ่มตัวเลือกด้วยการสั่งกระทะหินร้อนที่เก็บความร้อนได้ยาวนานถึง 15 นาที พร้อมช่องแบ่งที่เลือกได้ว่าอยากกิน 1 ซอส 2 ซอส หรือ 4 ซอส ซึ่งไม่มีใน Dak Galbi รวมถึงตักเครื่องเคียงได้เท่าที่ต้องการ อาทิ กิมจิ สลัดผัก (น้ำสลัดสตรอว์เบอร์รีและงาดำ) หัวไชเท้าดอง ยำมะละกอ ยำถั่วงอกหัวโต ยำผักโขม และผักกาดแก้ว

“ต้องบอกก่อนว่าหุ้นส่วนและทีมบริหารยังคงเป็นทีมเดิมทั้งหมด แผนทั้งหมดที่เริ่มตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นแบบเดิม คือ เราต้องการให้อาหารเกาหลีของแบรนด์เป็นที่รู้จักของคนไทย เป้าหมายแรกที่เรากลับมากระตุ้นเพื่อให้ทุกคนได้ลองกินนี่แหละ ช่องทางรับรู้เรื่องอาหารเกาหลีมันลดลงจากเมื่อก่อน วัฒนธรรม ซีรีส์ การฟังเพลงมันโดนเฟดไป เรียกว่าเป็นอุปสรรคของเรา แต่ตอนนี้มันมีกระแสของ Blackpink มันเหมาะสมที่เราจะกลับมา เราตั้งใจขยายออกไปต่างจังหวัด อยากไปประเทศเพื่อนบ้าน อยากถ่ายทอดเมนูให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เราวางไว้ว่าน่าจะเป็น Dak Galbi ก่อน เพราะว่าคอนเซปต์ของทัคคาลบิมันชัด กลุ่มลูกค้าชัดว่าเป็นแบบไหน แต่ DGB เจาะกลุ่มวัยรุ่นที่มีกำลังซื้อ ยังอยู่ในเมือง ยังไม่ขยายไปต่างจังหวัด กลุ่มที่มีกำลังซื้อตามต่างจังหวัดจะเป็นกลุ่มครอบครัว เราเลยมองว่า Dak Galbi เหมาะกว่า” นุ๊กบอกกับ Wongnai ว่าเตรียมขยายสาขาของ Dak Galbi ออกไปอีก แม้ว่าจะสร้างแบรนด์ใหม่อย่าง DGB ขึ้นมา แต่ก็ไม่ทิ้งรากเหง้าของพวกเขา

ไม่เพียงเท่านั้น บริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัด ยังเตรียมขยายไปสู่ร้านอาหารเอเชียนสตรีทฟู้ดในชื่อ Wok Station ร้านอาหารตามสั่งที่วางแผนไปตีตลาดทั่วโลก แบรนด์นี้จะเปิดในประเทศไทยน้อยมาก แต่เป้าหมายหลักคือเปิดในต่างประเทศ ด้วยความต้องการนำเสนออาหารสตรีทฟู้ดที่สะอาดและปลอดภัย ซึ่งอาหารไทยไปทั่วโลกแล้วจริง ๆ ควรมีร้านหนึ่งเป็นตัวแทนไปเปิดในประเทศต่าง ๆ ติดตามเรื่องราวร้านอาหารดี ๆ จาก #ห้ามพลาด ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร้านอาหารมากกว่าเพียงรีวิวร้านอาหารใหม่ แต่อาหารมีเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ อ่านต่อได้ที่


