“DGB” ปรับโฉมไก่ผัดซอสเกาหลีสู่ร้านอาหารเอาใจวัยรุ่น
  1. “DGB” ปรับโฉมไก่ผัดซอสเกาหลีสู่ร้านอาหารเอาใจวัยรุ่น

“DGB” ปรับโฉมไก่ผัดซอสเกาหลีสู่ร้านอาหารเอาใจวัยรุ่น

สารภาพตามตรงว่าเราแทบจะลืมแบรนด์ “Dak Galbi” ไก่ผัดซอสเกาหลีไปแล้ว จนเมื่อขยายสู่ไลน์อาหารใหม่ “DGB” ที่ยังคงอาหารสไตล์เดิม แต่แก้จุดอ่อนและทำให้แบรนด์แข็งขึ้น
writerProfile
16 ต.ค. 2019 · โดย

#วงในบอกมา

  • “Dak Galbi” รอกระแสของอาหารเกาหลีกลับมาอีกครั้ง พร้อมแตกไลน์คอนเซปต์ให้วัยรุ่นมากขึ้นภายใต้ชื่อ “DGB” จากร้านอาหารครอบครัวสู่ร้านอาหารเอาใจวัยรุ่น

  • ปีนี้เป็นปีที่ 8 ของแบรนด์ “Dak Galbi” แน่นอนว่าแบรนด์ไม่ได้หายไปไหน แต่เติบโตมาพร้อมกับขาประจำ และรอโอกาสที่เทรนด์อาหารเกาหลีจะกลับมาอีกครั้ง นับเป็นทีมบริหารร้านอาหารที่เหนียวแน่น เนื่องจากหุ้นส่วนทุกคนยังคงอยู่ครบ

  • ในปีนี้ บริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัด ขยายไลน์อาหารถึง 2 แบรนด์ 2 คอนเซปต์ “DGB” แฟล็กชิปคอนเซปต์ใหม่ของไก่ผัดซอสเกาหลี และ “Wok Station” ร้านอาหารตามสั่งแบบเอเชี่ยนสตรีทฟู้ด 

"DGB" ร้านคอนเซปต์ใหม่จาก "Dak Galbi" ในบรรยากาศ Pojangmacha
"DGB" ร้านคอนเซปต์ใหม่จาก "Dak Galbi" ในบรรยากาศ Pojangmacha

“กลุ่มลูกค้าที่โตมากับแบรนด์เราเมื่อ 7 ปีที่แล้วยังชอบทัคคาลบิแบบเดิมอยู่ เราจึงไม่เปลี่ยนยังคงมีอยู่ แฟล็กชิปตามห้างยังคงเปิดในคอนเซปต์เก่า แต่กลุ่มที่เราอยากเพิ่มขึ้นมาคืออายุ 18-25 ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าของเราเมื่อก่อน แต่เมื่อเขาโตเราก็สนใจ เราอยากให้เขามาหาเรามากขึ้น แบบเก่าก็เอนเกจ ณ ยุคนั้น แบบใหม่ก็เอนเกจในยุคใหม่ ซึ่งรูปแบบการบริการจะเปลี่ยนไปแล้ว ด้วยคอนเซปต์ที่ว่าเมื่อก่อนคนต้องการบริการที่เป็นประสบการณ์เลย แต่พฤติกรรมของวัยรุ่นสมัยนี้ก็เปลี่ยนไป มีความเซลฟ์เซอร์วิสมากขึ้น อะไรที่ต้องการความเร็ว อะไรที่เจาะจงสิ่งที่เขาอยากได้มากขึ้น Dak Galbi ที่เปลี่ยนมาเป็น DGB จึงตอบโจทย์คนกลุ่มนี้” นุ๊ก - ทศพร วณิชวรพงศ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และกรรมการ บริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัด เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงจาก Dak Galbi สู่ DGB

นิค - สถาพร วณิชวรพงศ์ และนุ๊ก - ทศพร วณิชวรพงศ์ ผู้บริหารของ บริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัด
นิค - สถาพร วณิชวรพงศ์ และนุ๊ก - ทศพร วณิชวรพงศ์ ผู้บริหารของ บริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัด

หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับเมนูอาหารที่ชื่อ ทัคคาลบิ (Dak Galbi) เราขอเล่าคร่าว ๆ ว่า “Dak” คือ ไก่ และ “Galbi” คือ ซอส เมนูนี้จึงรู้จักในชื่อของไก่ผัดซอสคาลบิกับผักต่าง ๆ ซึ่งเมื่อ 7 ปีที่แล้ว อาหารเกาหลียังถือว่าใหม่มาก มีเพียงนักท่องเที่ยวที่ไปเกาหลีกับทัวร์ที่จะได้กินเมนูนี้ แต่แบรนด์ Dak Galbi ซึ่งเปิดเป็นร้านอาหารเฉพาะทางที่ขายเพียงทัคคาลบิกลับสามารถยืนหยัดแล้วเปิดมาได้อย่างยาวนานถึง 7 ปีเต็ม และกำลังก้าวสู่ปีที่ 8 เช่นเดียวกับร้านอาหารเกาหลีเฉพาะทางมีเพียงบางแบรนด์เท่านั้นที่ยังคงอยู่ในตลาดอาหารเกาหลี ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น “กลุ่มลูกค้ารอยัลตี้ของเราชัดอยู่แล้ว อาหารเกาหลีแบบทัคคาลบิค่อนข้างยูนีค ภาพกว้างอาหารเกาหลีเท่ากับปิ้งย่าง แต่ความเป็นเกาหลีมันหลากหลาย ตอนนี้มีต๊อกปกกีเข้ามา มีไก่ทอด เรามองว่าที่ผ่านมาเราให้ความรู้คนเรื่องทัคคาลบิในระดับนึง แต่ไม่ถึงกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ ทำให้เรารีเฟรชแบรนด์ ทำให้ดูเด็กขึ้น เจาะกลุ่มใหม่ๆ คราวนี้คือส่วนที่ 2 ต่อจากทัคคาลบิที่ผ่านมาแล้ว เรากำลังพูดถึงเทรนด์อาหารเกาหลี และทัคคาลบิเองว่ามันจะไปต่อได้อย่างไร ใช่เลย ต้องบอกว่าเทรนด์อาหารเกาหลี ญี่ปุ่น ไทย มันมีวงจรอยู่แล้ว การที่ร้านเราเปิดในช่วงที่เกาหลีบูม แล้วมันเฟดออกไป เราต้องการจุดมันอีกครั้ง และวัยรุ่นนี่แหละจะเป็นกระบอกเสียงให้กับเรา ถ้ารู้ว่ามีอะไรใหม่ เขาจะไปลองกัน และอยากได้รอยัลตี้ของเขากับแบรนด์กลับมา ที่ผ่านมาเราไม่ได้เจาะเขาเลย เราเสิร์ฟทัคคาลบิให้ลูกค้าประจำของเราเท่านั้น ไม่ถึงกลุ่มเด็ก แต่เราเริ่มทำจริงจัง” นุ๊กย้ำถึงเหตุผลที่ต้องรีเฟรชแบรนด์ใหม่อย่าง DGB

ซอส 4 รสชาติ ของ DGB
ซอส 4 รสชาติ ของ DGB

สงสัยกันไหมว่า “ทำไมยังเป็นทัคคาลบิ” ในเมื่อทีมบริหารกลุ่มนี้ค่อนข้างประสบความสำเร็จกับแบรนด์แรก การขยายสู่แบรนด์อื่น หรืออาหารประเภทอื่นน่าจะไม่ใช่เรื่องยาก  “ปิ้งย่างแน่นมาก เราเคยคิดว่าจะกระโดดเข้าไปที่ตลาดปิ้งย่างเหมือนกันนะครับ แต่เรามองว่าตลาดมันไม่ยาว เอาพูดจริง ๆ มาร์จิ้นก็ไม่สูงมาก เขาแข่งกันเรื่องราคา เรามองว่าอยากขายของคุณภาพ ความเป็นยูนีคของเราขายได้ ต่อยอดได้ แม้กระทั่งเจาะกลุ่มเด็กก็ยังขายความเป็นอาหารของเราให้กลุ่มเด็กชอบได้ ในทางกลับกัน ถ้าเปิดแบรนด์ปิ้งย่าง โอ้โห Red Ocean แข่งกันอีกหลายเจ้า เรายังมองว่าเราอยู่ใน Blue Ocean อยู่ แต่มันยูนีค มันยังเล็กมาก ๆ เราแค่ขยายฐานกลุ่มลูกค้า ยังต่อยอดได้ง่ายกว่า ทัคคาลบิเองเราก็ไม่ได้หยุดแค่นี้ เราเตรียมเปิด Galbi X ย่อมาจาก Express อาหารสำหรับกินคนเดียว สไตล์คาเฟ่ ใช้เวลาไม่นาน คาเฟ่ที่เน้นแกรบแอนด์โก ขยายได้อีกเยอะ ไม่ใช่แค่คาลบิ มีอาหารเกาหลีฟิวชั่น ยังมีอีกหลายเมนูที่คนไทยยังเข้าไม่ถึง”

DGB Stage, Side Stage  และ Drink Stage
DGB Stage, Side Stage  และ Drink Stage 

เมื่อถึงจุดเปลี่ยน “Dak Galbi” ต่อยอดอาหารเกาหลียูนีคด้วยการเปิดแฟล็กชิปสโตร์พร้อมแบรนด์ใหม่ “DGB” จากร้านอาหารสไตล์ Korean Modern Vintage สู่การปรับโฉมและคอนเซปต์เรื่องดีไซน์ใหม่ทั้งหมด DGB เน้นเรื่องของดีไซน์ ปรับลุคภาพลักษณ์ให้ดูเด็กขึ้น มีการแบ่งโซนนิ่งเป็น Stage ต่าง ๆ ให้ดูสนุกสนาน และลูกเล่นใหม่ ๆ DGB Stage โซนครัวเปิดผัดอาหาร 4 เตา ตามคอนเซปต์ของเราที่มีซอส 4 รสชาติ  Side Stage เพิ่มเรื่องของไซด์ดิส ให้ลูกค้าบริการตัวเองตักเครื่องเคียงแบบไม่อั้น และ Drink Stage เพิ่มเครื่องดื่มตามฤดูกาลที่อยู่ในกระแสที่เกาหลีมาให้ลองดื่ม” นิค - สถาพร วณิชวรพงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด และกรรมการ บริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัด เล่าถึงแฟล็กชิปใหม่

Side Stage ตัดเครื่องเคียงได้ไม่อั้น
Side Stage ตัดเครื่องเคียงได้ไม่อั้น

DGB เตรียมปรับ Dak Galbi สาขา Terminal 21 และเปิดเป็นคอนเซปต์ของ DGB ในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ ตามด้วย Central Plaza Lardprao และ Union Mall ที่เปิดพร้อมกันในวันที่ 1 พฤศจิกายน โดยมี 4 สิ่งที่ทำให้ DGB ต่าง Dak Galbi “หนึ่ง” ร้านต้องสวย เด็กวัยรุ่นต้องถ่ายรูปลงอินสตาแกรมได้ ซึ่งนี่คือเทรนด์ใหม่ของร้านอาหาร “สอง” ให้ลูกค้าตักเครื่องเคียงเท่าไหร่ก็ได้ ซึ่งทำให้ราคาอาหารถูกลงและได้เครื่องเคียงเยอะขึ้น “สาม” เครื่องดื่มที่มีวาไรตี้มากขึ้น และ “สี่” ไม่มีบริการผัดที่โต๊ะอีกต่อไป ด้วยการเสริม DGB Stage เข้ามา เพราะมีลูกค้าไม่น้อยที่ชอบอาหารของที่นี่แต่ไม่ชอบที่ตัวเหม็น จึงแก้ไขให้เข้ามากินได้ทุกโอกาส

นุ๊ก - ทศพร วณิชวรพงศ์
นุ๊ก - ทศพร วณิชวรพงศ์ 
นิค - สถาพร วณิชวรพงศ์
นิค - สถาพร วณิชวรพงศ์ 

นอกจากนี้ DGB ยังเพิ่มเอาเมนูใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมในเกาหลี อย่าง “Apple Curry Sauce” แกงกะหรี่ที่มีกลิ่นหอมของแอปเปิล ในเกาหลีมีร้านเคอรี่แอปเปิลที่ฮิตมากและกำลังเป็นกระแสที่นั่น ซอสตัวนี้มีผักกับผลไม้เป็นหลัก ต่างจากแกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่เป็นซอสเนื้อเข้มข้น รวมถึง “Creamy Cheesy” ซอสที่ฟิวชั่นสไตล์ยุโรป เน้นกลิ่นของชีสที่เข้ากับหอยเชลล์ แน่นอนว่ายังคง “Galbi Sauce” และ “Bulgogi Sauce” ซึ่งเป็นซอสสุดคลาสสิกของแบรนด์เอาไว้

“Bulgogi Sauce”
“Bulgogi Sauce” 

ใครมาที่ DGB  สามารถเลือกกินโดยเลือกจากซอสก่อน ตามด้วยเนื้อสัตว์ และวัตถุดิบที่อยากกินได้ตามชอบ ที่สำคัญที่นี่เพิ่มตัวเลือกด้วยการสั่งกระทะหินร้อนที่เก็บความร้อนได้ยาวนานถึง 15 นาที พร้อมช่องแบ่งที่เลือกได้ว่าอยากกิน 1 ซอส 2 ซอส หรือ 4 ซอส ซึ่งไม่มีใน Dak Galbi รวมถึงตักเครื่องเคียงได้เท่าที่ต้องการ อาทิ กิมจิ สลัดผัก (น้ำสลัดสตรอว์เบอร์รีและงาดำ) หัวไชเท้าดอง ยำมะละกอ ยำถั่วงอกหัวโต ยำผักโขม และผักกาดแก้ว

"Four Kingdom" ครบ 4 ซอส ในมื้อเดียว
"Four Kingdom" ครบ 4 ซอส ในมื้อเดียว

“ต้องบอกก่อนว่าหุ้นส่วนและทีมบริหารยังคงเป็นทีมเดิมทั้งหมด แผนทั้งหมดที่เริ่มตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นแบบเดิม คือ เราต้องการให้อาหารเกาหลีของแบรนด์เป็นที่รู้จักของคนไทย เป้าหมายแรกที่เรากลับมากระตุ้นเพื่อให้ทุกคนได้ลองกินนี่แหละ ช่องทางรับรู้เรื่องอาหารเกาหลีมันลดลงจากเมื่อก่อน วัฒนธรรม ซีรีส์ การฟังเพลงมันโดนเฟดไป เรียกว่าเป็นอุปสรรคของเรา แต่ตอนนี้มันมีกระแสของ Blackpink มันเหมาะสมที่เราจะกลับมา เราตั้งใจขยายออกไปต่างจังหวัด อยากไปประเทศเพื่อนบ้าน อยากถ่ายทอดเมนูให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เราวางไว้ว่าน่าจะเป็น Dak Galbi ก่อน เพราะว่าคอนเซปต์ของทัคคาลบิมันชัด กลุ่มลูกค้าชัดว่าเป็นแบบไหน แต่ DGB เจาะกลุ่มวัยรุ่นที่มีกำลังซื้อ ยังอยู่ในเมือง ยังไม่ขยายไปต่างจังหวัด กลุ่มที่มีกำลังซื้อตามต่างจังหวัดจะเป็นกลุ่มครอบครัว เราเลยมองว่า Dak Galbi เหมาะกว่า” นุ๊กบอกกับ Wongnai ว่าเตรียมขยายสาขาของ Dak Galbi ออกไปอีก แม้ว่าจะสร้างแบรนด์ใหม่อย่าง DGB ขึ้นมา แต่ก็ไม่ทิ้งรากเหง้าของพวกเขา

เกมส์เต้นที่ทางร้าน DGB นำมาดึงลูกค้าวัยรุ่น
เกมส์เต้นที่ทางร้าน DGB นำมาดึงลูกค้าวัยรุ่น

ไม่เพียงเท่านั้น บริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัด ยังเตรียมขยายไปสู่ร้านอาหารเอเชียนสตรีทฟู้ดในชื่อ Wok Station ร้านอาหารตามสั่งที่วางแผนไปตีตลาดทั่วโลก แบรนด์นี้จะเปิดในประเทศไทยน้อยมาก แต่เป้าหมายหลักคือเปิดในต่างประเทศ ด้วยความต้องการนำเสนออาหารสตรีทฟู้ดที่สะอาดและปลอดภัย ซึ่งอาหารไทยไปทั่วโลกแล้วจริง ๆ ควรมีร้านหนึ่งเป็นตัวแทนไปเปิดในประเทศต่าง ๆ ติดตามเรื่องราวร้านอาหารดี ๆ จาก #ห้ามพลาด ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร้านอาหารมากกว่าเพียงรีวิวร้านอาหารใหม่ แต่อาหารมีเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ อ่านต่อได้ที่ 

เมนูห้ามพลาด

Four Kingdom, Dak Galbi