เหตุใด “หัตถกรรมมาคาร” ยังคงสานต่อซอสพริกศรีราชาสูตรดั้งเดิมกว่า 80 ปี
  1. เหตุใด “หัตถกรรมมาคาร” ยังคงสานต่อซอสพริกศรีราชาสูตรดั้งเดิมกว่า 80 ปี

เหตุใด “หัตถกรรมมาคาร” ยังคงสานต่อซอสพริกศรีราชาสูตรดั้งเดิมกว่า 80 ปี

Hidden Gem แห่งถนนเฟื่องนคร “หัตถกรรมมาคาร” ร้านขายซอสพริกศรีราชาสูตรดั้งเดิมที่ริเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2475 และยังคงถูกสานต่อเรื่อยมาด้วยใจรักโดยทายาท 2 รุ่น
7 ต.ค. 2019 · โดย

#วงในบอกมา

  • ร้าน “หัตถกรรมมาคาร” ต้องขนเหรียญรางวัลที่ได้รับจากการประกวดในงานฉลองรัฐธรรมนูญเพื่อยืนยันกับทาง อย. จนได้ใช้ชื่อ “ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง” พร้อมกับฉลากรูปเหรียญทอง
  • ร้าน “หัตถกรรมมาคาร” ยังคงผลิต “ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง” ด้วยมือทุกขั้นตอนตั้งแต่การต้มซอสจนบรรจุขวด รวมถึงติดฉลากทีละแผ่นด้วยกาวแป้งเปียก
  • นอกจากจะกินกับ “ข้าวไข่เจียว” ได้เข้ากันดีมาก ๆ แล้ว “ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง” ยังถูกนำไปเป็นส่วนผสมของเมนู “Pasta Carbonara” ของคาเฟ่ Pastale อีกด้วย
ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง
"ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง" ผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวของร้าน "หัตถกรรมมาคาร"

อาจเป็นเพราะเราอาศัยอยู่ย่านฝั่งธนฯ อย่างตลาดพลูตั้งแต่เด็กจนโต การเดินลัดเลาะย่านเก่าก่อนต่าง ๆ จึงกลายเป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจเรารู้สึกอบอุ่น คุ้นเคย และผูกพันอย่างไม่ต้องหาเหตุผลใด ๆ มารองรับ ซึ่งย่าน “ถนนเฟื่องนคร” ก็ถือเป็นพิกัดโปรดอันดับต้น ๆ ในหัวใจเรา เพราะทั้งบรรยากาศสงบ ผู้คนใช้ชีวิตเรียบง่าย มีอาคารเก่าก่อนหลงเหลือชวนหลงใหล ร้านโปรดที่ทำเมนูกาแฟคู่ใจได้ดีงามมั่นคง รวมถึงร้านหนังสือที่เราสมัครเป็นลูกค้าประจำด้วยความเต็มใจ

และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราบังเอิญค้นพบร้านค้าเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงนามว่า “หัตถกรรมมาคาร” ร้านที่ขาย “ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง” ผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวมานานกว่า 80 ปี

บรรยากาศหน้าร้านหัตถกรรมมาคาร
ร้าน "หัตถกรรมมาคาร" Hidden Gem แห่งถนนเฟื่องนคร

เราเมียนมองผ่านเข้าไปในห้องแถวรูปลักษณ์ดั้งเดิมที่ติดป้ายชื่อร้านแบบโบราณนามว่า “หัตถกรรมมาคาร” ฝั่งซ้ายชวนสะดุดตาด้วยตู้กระจกโบราณที่มีขวด “ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง” ขนาดต่าง ๆ วางเรียงรายอยู่ สักพักคุณตา “ลคุฑ สุวรรณประสพ” อายุ 82 ปี เจ้าของร้านรุ่นที่ 2 ก็ยิ้มแย้มทักทายเราอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ก่อนจะมาเริ่มนั่งพูดคุยกันถึงวันวานที่มาของ “ซอสพริกศรีราชา” สูตรดั้งเดิมที่เริ่มขายตั้งแต่ พ.ศ. 2475 

“คุณแม่ผมเป็นคนศรีราชา ท่านเล่าให้ฟังว่า แม่จะทำซอสพริกไว้กินคู่กับอาหารทะเลให้เพื่อน ๆ เวลามาเยี่ยมที่บ้านกัน พอเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนที่ได้กินก็ติดใจ เลยแนะนำให้คุณแม่ทำขาย ซึ่งตอนนั้นคุณแม่อยู่ศรีราชา คุณพ่อเป็นข้าราชการต้องไปตรวจงานที่ชลบุรีก็ได้พบรักกับคุณแม่ พอแต่งงานกันก็เลยย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ที่บ้านหลังนี้” 

คุณตา “ลคุฑ สุวรรณประสพ” เจ้าของร้านหัตถกรรมมาคาร
คุณตาลคุฑ กับสายตาและรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความสุข ขณะเล่าถึงที่มาของซอสพริกสูตรคุณแม่ลออ

“ซอสพริกศรีราชา” สูตรของคุณแม่ “ลออ สุวรณประสพ” จึงได้ริเริ่มขายในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ซึ่งช่วงเวลานั้นคุณแม่ลออก็ส่ง “ซอสพริกศรีราชาเข้าประกวดงานฉลองรัฐธรรมนูญที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมสินค้าไทยเรื่อยมา เวลาผ่านไป เหรียญรางวัลก็มากขึ้นตาม นี่จึงเป็นที่มาของชื่อสินค้า “ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง” โดยคุณตาลคุฑเล่าให้เราฟังว่า ต้องขนเหรียญรางวัลไปยืนยันกับทาง อย. ว่าเราได้เหรียญรางวัลมาจริง ๆ การมีชื่อ “ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง” พร้อมด้วยฉลากรูปเหรียญทองจึงกลายเป็นตัวแทนแห่งความภาคภูมิใจของ “ซอสพริกศรีราชา” สูตรดั้งเดิมของคุณแม่ลออ

ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง
มุมเดียวในร้าน "หัตถกรรมมาคาร" ที่วางขาย "ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง" 

คุณตาลคุฑเล่าให้เราฟังต่อว่า ตอนคุณตาเรียนที่วิทยาลัยพณิชยการพระนคร ก็เริ่มช่วยงานคุณพ่อและคุณแม่ทั้งการนำ “ซอสพริกศรีราชา” ไปส่งตามร้านค้าต่าง ๆ บางวันก็นั่งเฝ้าหน้าร้าน “หัตถกรรมมาคาร” หรือเป็นลูกมือช่วยคุณพ่อต้มซอสพริก ช่วยงานจนกระทั่งเข้าเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพอเรียนจบก็สานต่อธุรกิจที่บ้านอย่างเต็มตัวจวบจนทุกวันนี้

คุณตา “ลคุฑ สุวรรณประสพ” เจ้าของร้านหัตถกรรมมาคาร
ฟังเรื่องราวจากคุณตาลคุฑ ที่เล่าให้เราฟังอย่างสนุกสนาน อบอุ่น และเป็นกันเอง

ครอบครัวของคุณตาลคุฑมีพี่น้องทั้งหมด 9 คน พี่น้องผู้ชาย 3 คน และ พี่น้องผู้หญิง 6 คน โดยคุณตาลคุฑเป็นลูกคนที่ 4 ซึ่งคุณพ่อของคุณตาลคุฑก็สามารถขาย “ซอสพริกศรีราชา” เลี้ยงครอบครัว และส่งลูก ๆ เรียนจบได้ครบทุกคน บางคนก็ได้เป็นแพทย์ บางคนได้เป็นกัปตันอย่างที่ฝันไว้

เราอดถามไม่ได้ว่าหรือจริง ๆ แล้ว คุณตาลคุฑอาจมีความฝันกับเส้นทางอื่น ๆ?

“ผมถูกใจในการทำธุรกิจนี้ของครอบครัวเองตั้งแต่เด็ก ๆ ผมเลยเลือกเรียนเกี่ยวกับการค้าขาย และการบัญชี เพราะสามารถนำมาช่วยธุรกิจที่บ้านได้ ผมตั้งใจอยากสืบทอด ไม่อยากให้ธุรกิจนี้ของครอบครัวต้องเลิกไป”

คุณตา “ลคุฑ สุวรรณประสพ” เจ้าของร้านหัตถกรรมมาคาร
คุณตาลคุฑในวัย 82 ปี
คุณตา “ลคุฑ สุวรรณประสพ” เจ้าของร้านหัตถกรรมมาคาร
กับการค้นพบสิ่งที่รักตั้งแต่เด็ก

เรามองเห็นในแววตาที่เปล่งประกายของคุณตาลคุฑคล้ายกับคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่หมดไฟในการทำตามสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่น รวมไปถึงรอยยิ้มที่ชวนอบอุ่นทุกช่วงเวลาเมื่อพูดถึงเรื่องราวของ “ซอสพริกศรีราชา” ทั้งในเมื่อวันวานและปัจจุบันที่ ณ ตอนนี้ได้เข้าสู่รุ่นที่ 3 โดยคุณ “สุลักขินท์ สุวรณประสพ” ลูกชายของคุณตาลคุฑซึ่งได้เข้ามาช่วยธุรกิจ “ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง” ทั้งด้านการผลิต การส่งขายตามสหกรณ์ และร้านอาหารที่ต้องการนำ “ซอสพริกศรีราชา” ไปเป็นส่วนผสมในเมนูต่าง ๆ ของร้าน

คุณสุลักขินท์บอกเราว่า “เราเคยส่งขายตามห้างสรรพสินค้า แต่พอเขาขยายสาขาเราก็ผลิตให้เขาไม่ทัน ก็เลยเลิกส่งกันไป จริง ๆ ตอนนี้ก็ผลิตไม่ทันเหมือนกัน (หัวเราะ) เพราะเราทำกันเองทุกขั้นตอน เราเลยมองว่า ณ เวลานี้ขอขายเท่าที่เราไหวเท่านี้ไปก่อนก็ถือว่าอยู่กินสุขสบายดีแล้วครับ”

คุณ "สุลักขินท์ สุวรณประสพ" และคุณตา “ลคุฑ สุวรรณประสพ” เจ้าของร้านหัตถกรรมมาคาร
คุณสุลักขินท์ และคุณตาลคุฑ สุวรรณประสพ
คุณตา “ลคุฑ สุวรรณประสพ” เจ้าของร้านหัตถกรรมมาคาร
แววตาคุณตาลคุฑที่ยังคงเปล่งประกายกับการทำสิ่งที่รัก

ขั้นตอนการทำ “ซอสพริกศรีราชา” ของร้าน “หัตถกรรมมาคาร” จะเริ่มจากซื้อพริกสด ๆ จากปากคลองตลาด นำมาล้างให้สะอาด ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการทำซอสที่ยังคงความเป็นโฮมเมดทุกขั้นตอนโดยคุณตาลคุฑ คุณสุลักขินท์ และพนักงานประจำร้าน ซึ่งเสียดายที่วันนี้เราอดเห็นขั้นตอนการต้มเพราะ “ซอสพริกศรีราชา” ของทางร้านได้บรรจุใส่ขวดเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่เพียงขั้นตอนการติดฉลากลงบนขวดทีละแผ่นให้ทุกขวดด้วยกาวแป้งเปียก ซึ่งวันนี้เรามีโอกาสได้เห็นคุณตาลคุฑลงมือด้วยตัวเอง

“ผมช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำมาตลอดตั้งแต่เด็ก  ถ้าให้หยุดเลยคงไม่ได้ เพราะเป็นเหมือนชีวิตไปแล้ว”

คุณตา “ลคุฑ สุวรรณประสพ” เจ้าของร้านหัตถกรรมมาคาร
คุณตาลคุฑยังคงลงมือติดฉลากด้วยตัวเอง
ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง
ใช้ฉลากนี้มาตลอดไม่เคยเปลี่ยนแปลง

“ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง” ของร้าน “หัตถกรรมมาคาร” มี 2 สูตรคือ “สูตรเผ็ดน้อย” ใช้พริกชี้ฟ้า และ “สูตรเผ็ดมาก” ใช้พริกขี้หนู ไม่ใส่แป้ง ผงชูรส และสารเคมีใด ๆ “ซอสพริกศรีราชา” ของที่ร้านจะเน้นรสชาติเผ็ดแต่กลมกล่อม ตัวซอสไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป และยังคงมีผิวพริกเล็กน้อย โดยมี 3 ขนาด ได้แก่ ขนาดเล็ก (150 มล.) ราคา 16 บาท ขนาดกลาง (300 มล.) ราคา 19 บาท และขนาดใหญ่ (500 มล.) ราคา 38 บาท เรียกได้ว่าของถูกและดียังมีอยู่จริง ๆ ค่ะ

นอกจาก “ข้าวไข่เจียว” ที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าเหมาะเจาะสุดใจกับ “ซอสพริกศรีราชา” เอามาก ๆ เรายังได้รับรู้มาว่า “ซอสพริกศรีราชา” ของร้าน “หัตถกรรมมาคาร” ยังถูกนำไปเป็นส่วนผสมของเมนู “Pasta Carbonara” ของคาเฟ่ Pastale อีกด้วยนะ

ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง
"ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง" 2 สูตร กับ 3 ขนาด
ซอสพริกศรีราชา ตราเหรียญทอง
เปลี่ยนเมนูคุ้นเคยให้มีสีสันในรสชาติได้น่าประทับใจ

การเดินทาง

หากต้องการมาเยือนร้าน “หัตถกรรมมาคาร” บอกเลยว่าสะดวกมาก ๆ ค่ะ เพราะสามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้า MRT ลงสถานีสามยอด ทางออก 1 เดินตรงไปยังถนนเฟื่องนคร ร้าน “หัตถกรรมมาคาร” จะอยู่ตรงข้ามวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร คุณตาลคุฑจะรอต้อนรับด้วยรอยยิ้มแสนอบอุ่นอย่างแน่นอนค่ะ :)

แผนที่

map

การติดต่อ

หัตถกรรมมาคาร
Phone number : 02-221-3251
109 ถนน เฟื่องนคร,พระนคร