กลุ่มเซ็นทรัล ระดมทุนเพื่อการวิจัยในโครงการ “ทำด้วยใจ ไฟท์โควิด-19”
  1. กลุ่มเซ็นทรัล ระดมทุนเพื่อการวิจัยในโครงการ “ทำด้วยใจ ไฟท์โควิด-19”

กลุ่มเซ็นทรัล ระดมทุนเพื่อการวิจัยในโครงการ “ทำด้วยใจ ไฟท์โควิด-19”

กลุ่มเซ็นทรัล เปิดโครงการ “ทำด้วยใจ ไฟท์โควิด-19” ระดมทุนครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อต่อยอดการวิจัยและพัฒนากระบวนการรักษาและป้องกันโรคโควิด-19

กลุ่มเซ็นทรัล ได้เปิดโครงการ “ทำด้วยใจ ไฟท์โควิด-19” ซึ่งโครงการนี้เป็นการระดมทุนครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อต่อยอดการวิจัยและพัฒนาการรักษาและป้องกันโรคที่เกิดจากโควิด-19 นำทีมโดยแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ แพทย์ไทยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโรคโควิด-19 อยู่นั้น ประเทศไทยก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้ชาติอื่น และเพื่อเป็นการลดการติดเชื้อและความรุนแรงของโรค การวิจัยภายในประเทศก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ จึงได้มีการจัดทำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นการ คิดค้นยารักษาและยาที่สามารถทำลายเชื้อโควิด-19 ได้ โดยเป็นวัคซีนที่ผลิตขึ้นจากแพทย์ไทย ซึ่งสิ่งที่จำเป็นมากในการศึกษาวิจัยนั่นก็คืองบประมาณในการวิจัยและทดลองนั่นเองค่ะ

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล

คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “โรคโควิด-19 ยังคงอยู่กับพวกเรา ถึงแม้ว่าตัวเลขจะค่อย ๆ ลดลง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ ทุกคนก็ยังได้รับผลกระทบ ดังนั้นเราจึงมีการคิดค้นงานวิจัยอย่างเร่งด่วนเพื่อเป็นการยับยั้งเชื้อโควิด-19 และการทำงานวิจัยนั้น จำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก เราจึงได้คิดค้นโครงการ “ทำด้วยใจ ไฟท์โควิด-19 (Help Thai Fight COVID-19)” ภายใต้โครงการเพื่อสังคมหลัก “เซ็นทรัล ทำ-ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ” ซึ่งเป็นการร่วมมือกันจากหลายฝ่าย รวมถึงอยากเชิญชวนประชาชนทุกคน ร่วมกันระดมทุนเพื่อเป็นการสนับสนุนงานวิจัย จากฝีมือแพทย์ชาวไทย มอบผ่านแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ โดยมูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ ระหว่างเดือนมีนาคม-ธันวาคม 2564  ซึ่งการระดมทุนครั้งนี้ จะถูกนำไปส่งเสริมการวิจัยผ่าน 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย

  • คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  • คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงโครงการวิจัยอื่น ๆ เกี่ยวกับโควิด-19 โดยผ่านทาง แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อีกด้วย”

กลุ่มเซ็นทรัลและคณะแพทย์

การระดมทุนครั้งนี้พิเศษตรงที่ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมและผลักดันการคิดค้น วิธีลดการแพร่กระจายโรค, กระบวนการยับยั้ง หรือวัคซีนต้นแบบที่เกิดจากความสามารถของนักวิจัยคนไทยแล้ว ถ้างานวิจัยเป็นผลสำเร็จ รับรองว่าคนไทยทั้ง 68 ล้านคน สามารถเข้าถึงการรักษาและป้องกันโรคได้ รวมถึงสามารถกระจายตัวยาไปยังประเทศอื่น ๆ ได้อีกด้วยค่ะ เรียกได้ว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจมาก ๆ เลยทีเดียว

ช่องทางการระดมทุนในโครงการ “ทำด้วยใจ ไฟท์โควิด-19”

การร่วมระดมทุนสามารถทำได้ง่าย ๆ ผ่านกล่องบริจจาคตามจุดชำระสินค้าหรือจุดประชาสัมพันธ์ ที่ร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าในเครือเซ็นทรัล  หรือสามารถสแกน QR Code ร่วมระดมทุนผ่านบัญชี มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ ได้อีกด้วย และนอกจากนี้ยังมีช่องทางอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ระดมทุนผ่านกลุ่มธุรกิจในเครือเซ็นทรัล

บรรยากาศการแถลงข่าวในโครงการ “ทำด้วยใจ ไฟท์โควิด-19”

หลังจากคุณพิชัยพูดถึงวัตถุประสงค์ของโครงการนี้แล้ว ศ.เกียรติคุณ นพ. อมร ลีลารัศมี นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาโครงการฯ ก็ได้พูดถึงงานวิจัยของโครงการนี้ว่า “ไม่มีใครปลอดภัยจากโควิด ถ้าเราไม่ปลอดภัยไปด้วยกัน ถ้าทุกคนไม่หาย จำนวนผู้ติดเชื้อก็จะยังคงมีโอกาสเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ต้องทำให้รวดเร็ว ต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเร่งด่วน รวมทั้งต้องศึกษาว่าเราสามารถนำผลงานวิจัยมาใช้กับคนได้จริง ๆ ด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้ต้องการการสนับสนุนทั้งด้านบุคลากรจากหน่วยงานวิจัยทางการแพทย์ และหน่วยงานเอกชน รวมทั้งภาคประชาชน เพื่อให้ได้ทุนมากพอที่จะทำการวิจัยจนสามารถนำมาใช้กับประชาชนทุกคนได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น”

ศ.เกียรติคุณ นพ. อมร ลีลารัศมี นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ

เรียกได้ว่าโครงการนี้เป็นโครงการวิจัยระดับชาติ ที่มีการร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะนักวิจัยไทยจากคณะแพทยศาสตร์ของประเทศไทยที่มีชื่อเสียงในด้านงานวิจัยระดับชาติ แต่หลาย ๆ คนอาจจะเกิดข้อสงสัยว่าเพราะอะไรเราจึงควรมีการศึกษาวิจัยและพัฒนาตัวยาเหล่านี้ด้วยตัวเอง และการวิจัยเหล่านี้จะนำไปใช้ได้จริง หรือจะเกิดผลอย่างไรในอนาคต ซึ่งคำถามเหล่านี้ คณะแพทยศาสตร์ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญได้ให้คำตอบเราไว้เรียบร้อยแล้ว

ศ.นพ.ประเสริฐ​  เอื้อวรากุล​  รองคณคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ศ.นพ.ประเสริฐ​ เอื้อวรากุล​ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้พูดถึงโครงการวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ว่า “การศึกษาวิจัยนั้นต้องทำต่อเนื่องเป็นระยะยาว  ทำต่อไปเรื่อย ๆ เพราะโรคยังคงอยู่กับเรา ทำให้เราต้องพัฒนาตัวยาและวัคซีนเรื่อย ๆ การวิจัยยาด้วยนักวิจัยของไทยเองทำให้ยาที่ราคาไม่สูง สามารถมีใช้ได้ทั่วไป และมีโอกาสพัฒนายาไว้สำหรับใช้กับคนที่อาการน้อย หรือตรวจเจอเชื้อแต่ไม่มีอาการ เพื่อให้ยาที่ใช้สำหรับคนที่มีอาการหนักใช้ได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง”

อ.ดร.นพ.วรพจน์ นิลรัตนกุล ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ด้าน อ.ดร.นพ.วรพจน์ นิลรัตนกุล ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้พูดเสริมอีกว่า “ทันทีที่รู้ว่ามีผู้ป่วยจีนรายแรกของโลก คณาจารย์และนักวิจัย คณะแพทย์ จุฬาฯ ได้ดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับโควิด-19 มาต่อเนื่อง ในหลากหลายมิติ ทั้งในแง่ความรู้ และการใช้ประโยชน์จริง เช่น ชุดตรวจแบบรวดเร็ว, การพัฒนาวัคซีนจนถึงขั้นเริ่มการทดลองในมนุษย์, ธนาคารชีวภาพสำหรับเก็บข้อมูลและตัวอย่างของผู้ป่วยโควิด-19, การทำนายความรุนแรงของโรคด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์, การค้นหาลักษณะทางพันธุกรรมของคนไทยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโรคและการตอบสนองต่อการรักษา, การใช้พลาสมาหรือสร้างแอนติบอดีในการป้องกันรักษาโรค, ไปจนถึงการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อโรคหรือวัคซีน เป็นต้น ด้วยโรคประเภทนี้จะยังคงอยู่กับเราในอนาคต ซึ่งอาจมาในรูปแบบสายพันธุ์ใหม่ และพัฒนาสายพันธุ์ไปเรื่อย ๆ เหมือนไข้หวัดใหญ่ ดังนั้นการต่อยอดการวิจัยครั้งนี้จะทำให้เราสามารถพัฒนาและวิจัยได้เร็ว เมื่อมีสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น เราสามารถใช้ผลงานวิจัยที่ทำแล้ว ต่อยอดได้เลยทันที โดยใช้เวลาคิดค้นยาเพียงไม่นาน”

การระดมทุนในโครงการ “ทำด้วยใจ ไฟท์โควิด-19”

บอกเลยค่ะว่านักวิจัยทางการแพทย์ของไทยเราเก่งมาก ๆ การวิจัยจากคณะแพทย์ได้ดำเนินการมาต่อเนื่องและพัฒนากันอย่างรวดเร็ว แต่กำลังในการวิจัยและทุนทรัพย์ในการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ จะสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่ได้ความร่วมมือจากทุก ๆ ภาคส่วน ดังนั้นใครที่อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระดมทุนเพื่อต่อยอดการวิจัยและพัฒนาการรักษาและป้องกันโรคที่เกิดจากโควิด-19 ที่รวดเร็ว และยั่งยืนแบบนี้ ก็สามารถร่วมสมทบทุนผ่านช่องท่างต่าง ๆ  

สามารถร่วมสมทบทุน ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

  1. สมทบทุนเข้าบัญชี มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขบัญชี 002-2-84631-9 หรือสแกนคิวอาร์โค้ด E-donation ณ จุดต่าง ๆ ภายในศูนย์การค้า ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล
  2. สมทบทุนผ่านเว็บไซต์ www.tham-dee.com/projects/help-thai-fight-covid19
  3. กล่องรับบริจาค บริเวณจุดชำระเงินค่าสินค้าหรือจุดประชาสัมพันธ์ในศูนย์การค้าในเครือ กลุ่มเซ็นทรัล อาทิ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, โรบินสันไลฟ์สไตล์, เซ็นทรัล เอ็มบาสซี, ซูเปอร์สปอร์ต, พาวเวอร์บาย, ท็อปส์, ซูเปอร์มาร์เก็ต, แฟมิลี่มาร์ท, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท, ไทวัสดุ, บ้านแอนด์บียอน และ ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป เป็นต้น
  4. ทุกการซื้อ 1 เมนู บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมสมทบทุน 9 บาท เฉพาะเมนูที่ร่วมรายการ ที่ร้านอาหารในเครือซีอาร์จี (15 มี.ค.-15 พ.ค. 64)
  5. บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ร่วมบริจาค 5 บาท เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และร่วมบริจาค 1 บาท เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จที่ ท็อปส์ เดลี่ และ แฟมิลี่มาร์ท (1 เม.ย.-30 มิ.ย 64)
  6. สมาชิก The 1 ร่วมสมทบทุนด้วยการเปลี่ยนคะแนนเป็นเงินสนับสนุน เริ่มต้น 150 คะแนน ผ่านแอปพลิเคชัน The 1 (8 มี.ค.-31 ธ.ค. 64)
  7. ร่วมกิจกรรม Charity Workshop (1-18 เม.ย. 64) และ ร่วมซื้อ Charity T-Shirt (1-4 ก.ค. 64) ที่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี
  8. โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา มอบรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายบัตรกำนัลเงินสด ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป (พ.ค.-มิ.ย 64)
  9. ซูเปอร์สปอร์ต ร่วมบริจาค 100 บาท ทุกการซื้อหน้ากากผ้าแบรนด์ S Sports รุ่นที่ร่วมรายการ (8 มี.ค.-31 ธ.ค. 64)
  10. เพาเวอร์บาย สามารถแลกคะแนน The 1 จำนวน 200 คะแนน เท่ากับการสมทบทุน 25 บาท (มี.ค.-31 ธ.ค. 64)
  11. เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป ร่วมบริจาคเมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ (1 พ.ค.-31 ธ.ค. 64)
  12. ออฟฟิศเมท และ บีทูเอส ร่วมบริจาค 5 บาท เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ (เม.ย.-31 ธ.ค. 64)
  13. เจดีเซ็นทรัล ซื้อ Donation Voucher แทนเงินสด หรือเปลี่ยน JD POINTS เป็นเงินบริจาคเพื่อร่วมสมทบทุนผ่านแอปพลิเคชัน JD CENTRAL (16 เม.ย.-31 ธ.ค. 64)
  14. บจ.เซ็นทรัล อินชัวรันส์ เซอร์วิสเซส ร่วมบริจาค 100,000 บาท โดยรวบรวมจากพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และสมทบทุนเพิ่ม ทุกกรมธรรม์ประกันภัยที่ขายได้ผ่านช่องทางโทรศัพท์ในโครงการ Central Smart insure กรมธรรม์ละ 10 บาท (เม.ย.-30 มิ.ย. 64)
  15. ดอลฟิน วอลเล็ท ร่วมเปิดช่องทางสำหรับการบริจาคผ่านแอปพลิเคชัน ดอลฟิน (พ.ค.-31 ธ.ค. 64)
  16. ช่องทางอื่นๆ ผ่านกลุ่มธุรกิจในเครือเซ็นทรัล
  17. สมทบทุนผ่านพันธมิตรทางธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล เช่น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟเซอร์วิส, บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และ บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ เป็นต้น
  18. ติดตามรายละเอียด และ ช่องทางการสนับสนุนเพิ่มเติมได้ที่ www.centralgroup.com/th/help-thai-fight-covid19
ช่องทางการสนับสนุนเพิ่มเติม

กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อว่าเมื่อคนไทยทุกคนมียารักษาหรือวัคซีนที่ดี จะทำให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งช่วยฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจไทยทั้งระบบในทุกระดับ รวมถึงภาคท่องเที่ยวที่จะกลับมาสดใสอีกครั้ง