Mia Restaurant อาหารคอมฟอร์ทฟู้ดที่ทุกคนกินได้จนลืมสนใจเรื่องอ้วน
  1. Mia Restaurant อาหารคอมฟอร์ทฟู้ดที่ทุกคนกินได้จนลืมสนใจเรื่องอ้วน

Mia Restaurant อาหารคอมฟอร์ทฟู้ดที่ทุกคนกินได้จนลืมสนใจเรื่องอ้วน

คอมฟอร์ทฟู้ด อาหารที่กินแล้วดีต่อใจจนลืมกลัวอ้วน นี่แหละคืออาหารที่หลายคนใช้เยียวยาจิตใจและเติมเต็มความอบอุ่นจาก Mia Restaurant
writerProfile
10 ส.ค. 2019 · โดย

#วงในบอกมา

  • เชฟท็อป-พงศ์ชาญ รัสเซล อดีตเชฟร้าน Freebird และผู้เข้าแข่งขัน Top Chef Thailand Season 2 แม้ว่าจะตกรอบเป็นคนแรก แต่เขาคือคนที่กลับมาช่วยเพื่อนเชฟในรอบชิง และได้รับการยอมรับจากเพื่อนเชฟว่าเก่งที่สุดใน Season นั้น

  • ก่อนหน้าที่จะเปิดร้าน Mia Restaurantชฟท็อปเปิดร้านอาหารป๊อปอัปในชื่อ Ter-ra ร่วมกับแฟนสาว เชฟท็อป-พงศ์ชาญ รัสเซล ทำให้อาหารสไตล์คอมฟอร์ทฟู้ดของเชฟท็อปมีพัฒนาการก้าวกระโดดจากสมัยทำ Freebird

  • นอกจากนี้ยังได้หุ้นส่วนอีกคน เชฟ Julien Imbert ที่เคยทำที่ร้านอาหาร Sketch ทำให้ดีไซน์ร้านมีกลิ่นอายที่สวยงามเช่นเดียวกับร้านอาหารที่เคยทำงาน ต้องบอกว่าใครชอบถ่ายรูปห้ามพลาดร้านนี้

    เราขอออกตัวก่อนว่าเราเป็นแฟนอาหารของเชฟท็อป-พงศ์ชาญ รัสเซล มาตั้งแต่ Freebird ร้านอาหารโมเดิร์นออสเตรเลียนในซอยสุขุมวิท 47 ก่อนเปลี่ยนคอนเซปต์ของอาหารมาในแนวของอาหารโมเดิร์นยูโรเปียนที่เพิ่มกลิ่นอายของคอมฟอร์ทฟู้ดที่กินง่าย ๆ และดีต่อใจ หลังจากที่ Freebird ปิดตัวลง เชฟท็อปก็ไม่ได้หยุดการทำอาหาร เขาเข้าร่วมแข่งขันในรายการ Top Chef Thailand รวมถึงชวนเชฟ Michelle Goh แฟนสาวชาวมาเลเซียร่วมกันเปิดร้านอาหารป๊อปอัปในชื่อ Ter-ra ที่เด่นเรื่องอาหารโมเดิร์นยูโรเปียน และนั่นทำให้กรอบการทำอาหารของเชฟท็อปพัฒนาไปอีกขั้น จนกระทั่งมาเปิดร้านอาหาร Mia Restaurant ในซอยสุขุมวิท 26

The Color Room ห้องหนึ่งในร้านอาหาร Mia Restaurant
The Color Room ห้องหนึ่งในร้านอาหาร Mia Restaurant

Mia Restaurant เป็นการจับมือกันของเชฟท็อป เชฟมิเชล และเพื่อนของเขา เชฟ Julien Imbert เชฟที่เคยผ่านงานร้านอาหารดังมาแล้วมากมาย อาทิ Sketch, Jason Atherton’s City Social และ Dinner by Heston Blumenthal Mia Restaurant เด่นเรื่องการออกแบบร้าน โดยให้ชั้นล่างเป็นบาร์ค็อกเทลและบาร์ของหวานที่มานั่งกินดื่มต่อได้หลังมื้ออาหาร ส่วนดินเนอร์จะใช้พื้นที่ของชั้น 2 ที่ดีไซน์ไว้อย่างสวยงามผ่านห้องอาหาร 3 ห้อง 3 ดีไซน์ เราเลือกมานั่งที่ The Dark Room ที่ดีไซน์ไว้ในโทนสีดำเทาให้แสงไฟสลัวดูโรแมนติก แต่ห้องที่ดูสดใสต้องยกให้ Floral Room ในโทนสีชมพูสดใสแระดับด้วยดอกไม้ และ The Color Room ห้องโทนสีเหลืองที่เด่นตรงที่นั่งที่ทำคล้ายคาบาน่าส่วนตัว

เชฟท็อป-พงศ์ชาญ รัสเซล และเชฟ Michelle Goh
เชฟท็อป-พงศ์ชาญ รัสเซล และเชฟ Michelle Goh 
The Dark Room ห้องหนึ่งในร้านอาหาร Mia Restaurant
The Dark Room ห้องหนึ่งในร้านอาหาร Mia Restaurant

สำหรับอาหารของ Mia เชฟท็อปบอกว่า “ผมตั้งใจทำอาหารออกมาให้เป็นคอมฟอร์ทฟู้ดที่กินได้ทุกคน เป็นอาหารที่สนุกสนาน กินง่าย โดยใช้เทคนิคของอาหารยูโรเปียนที่มีกลิ่นอายของเอเชียเพื่อสร้างรสชาติใหม่ ๆ และเป็นอาหารจานใหญ่ที่แชริ่งกันได้แบบคนเอเชีย”

เริ่มกันที่ Snacks ที่หลายจานใส่เอาความสนุกลงไปด้วย เราจะไม่เจออาหารในแบบเดิม ๆ “Oyster / Ponzu / Apple/ Cucumber” หอยนางรมกับเจลลีดาชิผสมพอนสึที่มีเนื้อสัมผัสของแอปเปิลและแตงกวามแกล้ม “Foie Gras Donut” ลืมไปได้เลยฟัวกราส์แบบเดิม ๆ เชฟทำโดนัททาด้วยแยมลูกพรุนกินกับฟัวกราส์เทอรีนที่บอกคำเดียวว่าโดนัทดีมาก

Oyster / Ponzu / Apple/ Cucumber
Oyster / Ponzu / Apple/ Cucumber
Foie Gras Donut
Foie Gras Donut

มาที่ Cold Dish เราชอบจานนี้เป็นพิเศษทั้ง ๆ ที่ไม่ชอบรสชาติของบีตรูตเลย “Beetroot Pappardelle” เชฟทำบีตรูตออกมา 2 แบบ ดองและสด แต่สไลซ์เป็นเส้นใหญ่ยาวแบบพาสต้าพาพาเดเล่ มีสโนว์ชีสนมแพะและวอลนัต อีกจานเป็น “Hamachi Ceviche” ปลาฮามาจิกับเดรสซิ่งเสาวรส มาพร้อมกับหัวไชเท้าที่เชฟทำออกมา 3 แบบ 

Beetroot Pappardelle
Beetroot Pappardelle
Hamachi Ceviche
Hamachi Ceviche

มาที่ Main Course อย่าง “Grilled Octopus” หนวดปลาหมึกยักษ์ย่างเตาถ่านหอม ๆ เสิร์ฟคู่กับสลัดเฟนเนล และไอโอลีหมึกดำ “Hot Smoked Salmon” แซลมอนรมควันนำไปกงฟี กินกับซัลซ่าไข่ปลาแซลมอนและเต้าหู้ ราดด้วยซอสมันฝรั่ง และ “Slow Cooked & Grilled Short Ribs” ชอร์ตริบที่ผ่านการปรุงให้นุ่มอย่างช้า ๆ ก่อนนำมาย่างอีกครั้ง ราดด้วยซอสไวน์แดงใส่ไพน์นัตกรุบกรอบ

Hot Smoked Salmon
Hot Smoked Salmon
Slow Cooked & Grilled Short Ribs
Slow Cooked & Grilled Short Ribs

ส่วนของหวานเป็นฝีมือของเชฟมิเชล อดีตเชฟของหวานของ Suhring ต้องบอกว่าเชฟมิเชลเป็นเชฟของหวานที่เด่นคนหนึ่งในยุคนี้ จานแรกเป็นสับปะรดที่เราเห็นเชฟย่างไว้บนเตาตั้งแต่เราเข้ามาในร้าน “Roasted Pineapple” เนื้อสับปะรดค่อนข้างฉ่ำหอม กินกับไอศกรีมพีนาโคลาด้า และสโนว์มะพร้าว จะว่าไปก็คล้ายรสชาติของค็อกเทลเพียงแต่ว่าไม่มีแอลกอฮอลล์ และ “Tarte Tatin” ทาร์ตแอปเปิลกับไอศกรีมวานิลลาโฮมเมด

Roasted Pineapple
Roasted Pineapple
Tarte Tatin
Tarte Tatin

ใครชอบคอมฟอร์ทฟู้ดบอกเลยว่าห้ามพลาดไปกินที่ Mia Restaurant ที่เชฟทำรสชาติให้ออกมากินง่าย แต่ใส่ใจกับการเทคนิคการปรุงในระดับไฟน์ไดนิ่ง ทำให้อาหารจานธรรมดารสดีขึ้นเป็นกอง ติดตามเรื่องราวร้านอาหารดี ๆ จาก #ห้ามพลาด ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร้านอาหารมากกว่าเพียงรีวิวร้านอาหารใหม่ แต่อาหารมีเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ อ่านต่อได้ที่ 

เมนูห้ามพลาด

Foie Gras Donut, Beetroot Pappardelle, Slow Cooked & Grilled Short Ribs

แผนที่