สาวสูงวัยผู้ปั่นจักรยานมาขายขนมย่านสาทรทุกเช้าด้วยรอยยิ้มอันแสนจริงใจ ขนมหวานป้าป้อมถุงน้อยมากมายริมทางจากฝีมือ “คุณหวัน มีศิล” หรือ “ป้าป้อม” รอให้ผู้คนมาอุดหนุน มุมเล็ก ๆ ที่หลายต่อหลายคนมองข้าม กลับมีแรงบันดาลใจและความแข็งแกร่งมากมายซ่อนอยู่ วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับป้าป้อมอย่างลึกซึ้ง ว่าทำไมทุกความยากลำบาก ไม่ได้ทำให้รอยยิ้มของป้าป้อมลดน้อยลงได้เลย
“เมื่อก่อนตอนยุคฟองสบู่แตก ป้าเป็นแม่บ้านทำความสะอาด แต่บริษัทปิดตัวลง ป้าเลยตกงานไปด้วย ตอนนั้นงานหายากมาก ไปสมัครที่ไหนก็ไม่มีใครรับ เราเห็นคนขายของก็เลยคิดว่าอยากลองขายบ้าง แต่คิดว่าจะขายขนมหวาน เพราะเราชอบกินขนมหวาน และแถวนี้ไม่ค่อยมีคนขายด้วย”

ชีวิตจริงไม่เคยมีทางตัน เพราะเมื่อไปสมัครงานแล้วไม่มีคนรับ การสร้างอะไรใหม่ ๆ คือทางรอดอีกทางของ “ขนมหวานป้าป้อม” และแม้ทางเลือกอีกทางจะใหม่สำหรับป้า แต่อีกหลายชีวิตที่มีค่ารอป้าอยู่ ป้าจึงต้องดิ้นจนสุดทาง
“ตอนแรกเราทำขนมไทยไม่เป็นเลย ก็อาศัยอ่านหนังสือกับดูในโทรทัศน์ว่าเขาทำยังไงก็ฝึกทำไปทีละอย่างสองอย่าง จนมาเริ่มขายวันแรกคนเยอะมาก ขายหมดเลย เราเลยมีกำลังใจทำต่อมาเรื่อย ๆ แต่เราไม่มีเงินเก็บหรอก เพราะต้องเลี้ยงหลาน 4 คน เดือนหนึ่งต้องใช้เป็นหมื่น ๆ เพราะเราส่งเขาเรียนทุกคน เอาจริงก็ลำบากมาก แต่ก็เพราะหลาน ๆ นี่แหละถึงยังมีกำลังใจลุกขึ้นมาขายทุกวัน”

ถ้าใจเราพอ เงินก็ไม่ใช่หัวใจสำคัญของการวัดความสุขในชีวิต การตื่นตีสองมาทำขนมขาย และต้องออกจากบ้านด้วยการถีบจักรยานกลางแดด กลางฝน ไม่ได้ทำให้ความอดทนของหญิงใจแกร่งนี้ลดน้อยลง เพราะทุกครั้งที่มาขาย “ขนมหวานป้าป้อม” กลับพกรอยยิ้มอันแสนจริงใจมากแจกทุกคน
“ชีวิตเราลำบาก เพราะไม่ค่อยมีโอกาสได้รับการศึกษา พอเรามีช่องทางการหาเงินเราก็อยากเอาเงินทั้งหมดมาส่งเสียหลานให้เขามีอนาคตที่ดี ถามว่าเหนื่อยไหมมันเหนื่อยอยู่แล้วแหละ แต่กลับบ้านไปเจอหน้าร้าน ๆ และเห็นเขากำลังจะมีอนาคตที่ดี เราก็มีกำลังใจทำต่อแล้ว”


ขนมหวานถุงน้อยที่ดูเหมือนจะติดอกติดใจลูกค้าแถวนี้เป็นพิเศษ จากการที่เราได้เห็นแววตาลูกค้าที่มาอุดหนุน เรารู้ทันทีว่าลูกค้าทุกคนไม่ได้มาอุดหนุนป้าด้วยความสงสาร แต่อุดหนุนด้วยรสชาติความหอมหวานของขนม “เต้าส่วน” (10 บาท) ที่ดูเหลืองอร่าม ดูสะอาดดูจะเป็นเมนูที่ถูกอกถูกใจลูกค้าเป็นพิเศษ ตามด้วย “บัวลอย” (10 บาท) ที่เป็นแบบโบราณแท้ ขนาดพอดีท้อง แป้งดูชิ้นพอดีคำ น่าจะถูกใจหลายต่อหลายคน หรือสำหรับใครชอบกินแบบเบา ๆ ก็มี “ขนมถั่วเขียว” (10 บาท) ที่ต้มมาจนสุกกำลังดี



ป้าป้อมเล่าว่า ขนมป้าอาจจะดูบ้าน ๆ แต่ป้าใส่ใจในทุกลายละเอียด ทั้งเรื่องความสะอาด และรสชาติที่ไม่หวานจนเกินไป เพื่อให้คนที่มาอุดหนุนมีสุขภาพที่ดี
ไม่นาน "ขนมหวานป้าป้อม" บนจักรยานคันน้อยของป้าป้อมก็หมดไป จนถึงเวลากลับบ้านป้าก็ยังมีรอยยิ้มที่ดูสดใส ไม่มีแววตาแห่งความย่อท้อแต่อย่างใด การที่ป้าถีบรถจักรยานกลับบ้านไปทำให้เราพบว่าทุกย่างก้าวที่ป้าเดิน คือการต่อชีวิตให้กับอนาคตของชาติถึง 4 คน และสิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากป้า คือไม่ว่าชีวิตจะเจออะไร หากใจเราเลือกที่จะยิ้มและสู้กับมันไปอย่างมีความสุข เหนื่อยแค่ไหน ชีวิตเราก็จะผ่านมันไปได้เอง
ใครอยากอุดหนุนขนมหวานรสชาติดี ที่แม่ค้ามีแต่รอยยิ้มให้อย่างร้าน “ขนมหวานป้าป้อม” ก็สามารถไปอุดหนุนป้าได้ทุกเช้าโดยวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ ป้าจะขายที่ตลาดนัดทหารเรือ ส่วนวันอังคาร พฤหัสบดีเสาร์และอาทิตย์ ป้าจะไปขายอยู่ตลาดสวนพลู หรือถ้าวันไหนขายไม่ดีป้าจะวนขายแถวตึกตึกเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ แต่ถ้าหาป้าไม่เจอ โทรได้ที่เบอร์ 084-902-6294 ไปอุดหนุนกันได้ ราคาสบายกระเป๋าสุด ๆ




