กว่า 70 ปี สู่ร้านสีมรกต ในปี 2020 ที่ยังเก็บรสหมูกรอบตำรับแท้
  1. กว่า 70 ปี สู่ร้านสีมรกต ในปี 2020 ที่ยังเก็บรสหมูกรอบตำรับแท้

กว่า 70 ปี สู่ร้านสีมรกต ในปี 2020 ที่ยังเก็บรสหมูกรอบตำรับแท้

ใครจะต้านทานความกรอบความฟินของ “หมูกรอบ” ได้! วันนี้เราจะพามาลอง “ร้านข้าวหมูแดงสีมรกต” ที่ส่งต่อรสชาติหมูกรอบเตาถ่านจากรุ่นคุณพ่อที่ใครได้ลองก็ต้องติดใจ!

#วงในบอกมา

  • “หมูกรอบ” ที่กรอบนอกนุ่มใน ก็เพราะใช้วิธีการย่าง ไม่ได้ทอด และ “มะระต้มกระดูกหมู” ซดคล่องคอ ไม่มีความขมแม้แต่น้อย เพราะใช้มะระจากจังหวัดราชบุรีที่จะหวานกว่ามะระจัดหวัดนครปฐม
  • น้ำซอสที่ราดไม่เค็มไม่หวานจนเกินไป เพราะปรุงรสตามต้นตำรับรุ่นคุณพ่อ เคี่ยวพร้อมเครื่องยาจีนกว่า 10 ชนิด ได้ความหอมลงตัว
  • ไปที่ร้านไม่ได้? ไม่อยากรอคิวหน้าร้านนาน? หมดปัญหาหน้าร้าน แค่กดสั่ง LINE MAN ที่นี่
การปรุงอาหาร

“เท่าที่ผมจำความได้ ก็กินมาห้าสิบปีแล้ว เขาให้หมูเยอะ เดี๋ยวนี้สี่สิบบาทหากินเยอะขนาดนี้ไม่มีนะ มีทั้งหมูกรอบ มีทั้งกุนเชียง มีทั้งหมูแดง หมูกรอบมันทั้งกรอบทั้งนิ่ม” คุณลุงขาประจำของร้านข้าวหมูแดงสีมรกตเล่าอย่างออกรสออกชาติให้เราฟัง เมื่อถามว่ามากินที่ร้าน "ข้าวหมูแดงสีมรกต" นี้บ่อยไหม

ใครจะคิดว่าซอยเล็ก ๆ อย่างซอยสุกร 1 จะมีร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบในตำนานที่เปิดมากว่า 70 ปีแล้ว หากได้ลองมากินสักครั้ง ก็อดไม่ได้ที่จะกลับมาอีก ด้วยรสชาติต้นตำรับแท้ส่งต่อจากรุ่นคุณพ่อ โดยเฉพาะหมูกรอบ และน้ำราดสูตรพิเศษไม่เหมือนใครที่ทำให้ร้านเล็ก ๆ นี้ กลายเป็นร้านดังกลางกรุงฯ ที่คนแวะเวียนมากินไม่ขาดสาย วันนี้เราจะมาคุยกับทายาทรุ่นที่ 2 ของร้านข้าวหมูแดงสีมรกต ว่ากว่าจะมาเป็นร้านยอดฮิตติดดาว ร้านนี้ผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้าง!

เฮียเปี๊ยก เจ้าของร้านหมูแดงสีมรกต
เฮียเปี๊ยก เจ้าของร้านข้าวหมูแดงสีมรกต

คุณวัลลภ แก้วสีมรกต หรือเฮียเปี๊ยก เจ้าของร้านข้าวหมูแดงสีมรกต ผู้สืบทอดร้านนี้ต่อจากคุณพ่อ เฮียเปี๊ยกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านนี้ว่า “ผมเกิดมาพ่อก็ขายอยู่แล้ว เขาเป็นคนจีนแต้จิ๋ว เวลาย่างเขาใช้เตาถ่านหมดเลย ทั้งหมูแดง ทั้งหมูกรอบ ทั้งกุนเชียง”

หมูแดงหมูกรอบ
หมูกรอบและหมูแดงย่างหอม ๆ หั่นชิ้นพอดีคำ
ไข่ยางมะตูม
กินคู่กับไข่ยางมะตูมเยิ้ม ๆ รสชาติลงตัว

เฮียเปี๊ยกเล่าต่อว่าจุดเด่นที่ทำให้ร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบนี้ยังครองใจลูกค้าอยู่เสมอก็คือ “ทางร้านจะรักษามาตรฐานเดิมไว้ รสชาติเหมือนเดิมตั้งแต่พ่อขายมา และทุกอย่างก็ย่างด้วยเตาถ่านเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลง น้ำราดก็ใช้สูตรเดิมหมด ทำให้ลูกค้าติดใจ ปากต่อปากครับ”

น้ำราดสูตรพิเศษ
น้ำราดสูตรพิเศษไม่เหมือนใคร หอมเครื่องยาจีน

ส่วนเมนูเด็ดที่ลูกค้าทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็สั่งมากินกันทุกโต๊ะคือ “ข้าวหมูกรอบ” ในราคาเพียงบาท 40 บาทเท่านั้น หนึ่งในความพิเศษที่ทำให้หมูกรอบของร้านสีมรกตแตกต่างจากร้านอื่นคือ หมูกรอบที่นี่จะใช้การย่างเตาถ่าน ทำให้หอมกว่าการทอดและนุ่มข้างใน ไม่ได้แห้งไปเลยอย่างที่เราเคยกินกัน

 หมูกรอบ
หมูกรอบย่างหอม ๆ เห็นแล้วน้ำลายสอ!

เมนูต้มของทางร้านก็เด็ดไม่แพ้กัน ทั้ง "เป็ดตุ๋นมะนาวดองใส่ฟัก" "มะระต้มกระดูกหมู" และ "กระเพาะหมูเกี่ยมฉ่าย" ที่จะมีเฉพาะวันพุธและวันอาทิตย์เท่านั้น ซึ่งทุกชามราคาเท่ากันที่ 35 บาท ส่วนวันอื่น ๆ จะมีเป็ดตุ๋นมะนาวดองใส่ฟักและมะระต้มกระดูกหมูเป็นหลัก ไว้ซดกันให้คล่องคอ

 มะระต้มกระดูกหมู
มะระต้มกระดูหมูนึ่งร้อน ๆ ซดคล่องคอ

ระหว่างนั่งรอในร้าน จะเห็นลูกค้าผลัดกันมากินข้าวหมูแดงหมูกรอบไม่ขาด บางคนก็นั่งกินที่ร้าน บางคนดูเร่งรีบ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมาต่อแถวซื้อสักห่อสองห่อ พี่ ๆ ในร้านก็เตรียมอาหารและเสิร์ฟกันอย่างขะมักเขม้น ให้บรรยากาศเหมือนร้านในความทรงจำวัยเด็กที่ไม่ได้หวือหวา แต่อิ่มท้องและอบอุ่น

บรรยากาศร้าน
ลูกค้าแวะเวียนมาซื้อไม่ขาดสาย

เรารอไม่นานนักข้าวหมูแดงหมูกรอบโปะด้วยไข่ยางมะตูมก็มาเสิร์ฟ เราไม่รอช้าที่จะตักหมูกรอบอันขึ้นชื่อเข้าปาก เคี้ยวไปแค่คำแรกก็ต้องตาโต เพราะมันกรอบข้างนอก แต่ข้างในกลับเป็นหมูเนื้อนุ่มหอมกลิ่นเตาถ่าน ไม่เหมือนกับที่ไหนที่เคยกินมา น้ำที่ราดก็เข้มข้นได้รสเครื่องยาจีน ไม่หวานเกินไป พอกินกับไข่ยางมะตูมแล้วช่วยเพิ่มความมันเข้ากันกับหมูกรอบและน้ำซอสสุด

ข้าวหมูแดงหมูกรอบของร้านข้าวหมูแดงสีมรกต
ข้าวหมูแดงหมูกรอบพร้อมน้ำราดโปะด้วยไข่ยางมะตูม
ข้าวหมูกรอบหมุแดง
แค่ตักเข้าปากคำแรกก็ฟินสุด ๆ
พริกดอง
เพิ่มพริกดองน้ำส้มได้รสเปรี้ยวตัดหวาน

แต่ที่ประทับใจไม่ลืม ก็คงเป็น “ต้มมะระกระดูกหมู” ตอนแรกก็แอบหวั่น ๆ เพราะมีความหลังไม่ดีเท่าไหร่นักกับมะระที่แสนจะขม แต่พอซดเข้าไปกลับตกใจในรสหวานลงตัว กระดูกหมูเนื้อยุ่ย เคี้ยวง่าย เป็นมื้อที่ครบรส ไม่ผิดหวังเลยจริง ๆ ค่ะ

เป็ดตุ๋นมะนาวดองใส่ฟัก
เป็ดตุ๋นมะนาวดองใส่ฟัก ซดคล่องคอ
ต้มมะระกระดูกหมู
ต้มมะระกระดูกหมู หวานหอมไม่เหมือนใคร

แม้ว่าจะขายมากว่า 70 ปี แต่ร้านสีมรกตยังคงใส่ใจทั้งวัตถุดิบ และกรรมวิธีการทำเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แถมยังขายในราคาไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท เฮียเปี๊ยกพูดอย่างจริงใจว่า “อาศัยกำไรน้อยหน่อย ขายได้เยอะหน่อย ตอนนี้หมูก็แพงด้วย แต่ยังไม่ขึ้นราคา”

เจ้าของร้าน
เฮียเปี๊ยกเป็นกันเอง ใส่ใจทุกรายละเอียด

แม้สถานการณ์โควิดจะทำให้ร้านมีลูกค้าน้อยลงในช่วงที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ร้านข้าวหมูแดงสีมรกตเริ่มกลับมาครึกครื้น เพราะสามารถนั่งกินที่ร้านได้แล้ว มีแอลกอฮอลล์เจลให้ลูกค้า ส่วนพนักงานทุกคนก็ใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน แถมยังรสชาติดี ราคาเดิม! ใครอยากไปกินให้หายคิดถึง หรืออยากไปลองให้รู้ว่าร้านนี้พิเศษขนาดไหนสามารถแวะไปได้ เฮียเปี๊ยกยังฝากบอกว่ามีสาขาเปิดใหม่ที่ซอยเซนต์หลุยส์แล้ว เจ้าของคือทายาทรุ่นที่ 3 ซึ่งก็คือลูกชายของเฮียเปี๊ยกนั่นเอง

ใครผ่านไปไม่ว่าจะทางซอยสุกร หรือซอยเซนต์หลุยส์ ลองแวะไปชิม "ข้าวหมูแดงสีมรกต" สักครั้ง แล้วจะรู้ว่าหมูกรอบในตำนานมันจะฟินขนาดไหน แม้ร้านสีมรกตจะดูเป็นร้านเล็ก ๆ แต่กลับให้รสชาติพิเศษที่กินแล้วอดชมออกมาไม่ได้ตั้งแต่หมูกรอบยันน้ำซุปเลยทีเดียว! แต่ว่าถ้าใครมาไม่ได้ ไม่ต้องนั่งคอตกท้องร้องสิ้นหวัง แค่กดสั่ง LINE MAN ที่นี่ ก็รอเคี้ยวหมูกรอบเต็มคำได้เลย

การเดินทาง

ที่อยู่: 80-82 ซอย สุกร 1 ถนน มิตรภาพไทย-จีน กรุงเทพมหานคร (ก่อนถึงวัด เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 50 เมตรร้านอยู่ขวามือ)

โทร: 0815679006, 0818169774

เปิดทุกวัน 10:00 - 17:00

ดูพิกัดและรีวิวเพิ่มเติม https://www.wongnai.com/restaurants/simorakot-ssk

ใครไม่อยากพลาดร้านอาหารน่าลอง ตามไปดูกันเลย

เมนูห้ามพลาด

ข้าวหมูแดงหมูกรอบไข่ยางมะตูม, มะระต้มกระดูกหมู, หมูกรอบ

แผนที่

ก่อนถึงวัด เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 50 เมตรร้านอยู่ขวามือ

การติดต่อ