จากใจ “เท่าพิภพ” ผู้รันวงการคราฟต์เบียร์สู่สส. กทม. เขต 22 ย่านฝั่งธนฯ
  1. จากใจ “เท่าพิภพ” ผู้รันวงการคราฟต์เบียร์สู่สส. กทม. เขต 22 ย่านฝั่งธนฯ

จากใจ “เท่าพิภพ” ผู้รันวงการคราฟต์เบียร์สู่สส. กทม. เขต 22 ย่านฝั่งธนฯ

ชวนทำความรู้จักกับคนรุ่นใหม่ไฟแรง "เท่าพิภพ" หนุ่มคราฟต์เบียร์ที่เคยถูกจับ แต่ไม่ยอมแพ้ ลงสมัครส.ส. ปั่นจักรยานหาเสียง หวังเปลี่ยนแปลงคราฟต์เบียร์ให้ถูกกฎหมาย!
23 เม.ย. 2019 · โดย

#วงในบอกมา

  • คุณเท่าพิภพเคยถูกจับกุมในปี 2560 คดี ผลิตคราฟต์เบียร์ โดยศาลมีคำพิพากษาให้ปรับเป็นจำนวนเงิน 5,200 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี
  • คุณเท่าพิภพจบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ และมีอุดมการณ์อยากเปลี่ยนกฎหมายเรื่องคราฟต์เบียร์ และเศรษฐกิจให้ดีขึ้น
  • คุณเท่าพิภพไม่ได้มีจุดประสงค์ในการเพิ่มจำนวนคนให้ดื่มเบียร์มากขึ้น แต่ต้องการเพิ่มคุณภาพของเบียร์ให้มากยิ่งขึ้น
สส. เท่าพิภพ
"เราอยู่แบบนี้ไม่ได้ เราไม่อยากอยู่ในสังคมแบบนี้ไปจนถึงเราอายุ 70" - เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร 

หากพูดถึงคนอายุ 28 ปี หลายคนคงนึกภาพ วัยรุ่นไฟแรงที่กำลังวิ่งตามความฝัน และค้นหาตัวเองอย่างสนุกสนาน แต่สำหรับ “เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร” การทำตามความฝัน ทำให้เขาต้องถูกจับในข้อหาการผลิตคราฟต์เบียร์ เราอาจคิดว่าเขาจะยอมแพ้ แต่นั่นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของเชื้อเพลิงแห่งความมุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายในทิศทางที่ดีขึ้น เขายอมทำทุกทางเพื่อที่จะให้อุดมการณ์ของเขาได้ไปต่อ แม้กระทั่งทางที่ไม่เคยอยู่ในหัวเขาเลย นั้นก็คือการสมัครเป็น “สมาชิกผู้แทนสภาราษฎร” เพราะอะไรทำให้ชีวิตเขาพลิกผันมาถึงจุดนี้ 

เริ่มต้นของการเป็นสส. ผู้ครั้งหนึ่งเคยผลิตคราฟต์เบียร์เอง

ไม่กี่ปีก่อนเราอาจจะยังจำกันได้ว่ามีข่าวชายหนุ่มผู้หนึ่งถูกจับ เพราะต้มเบียร์ขาย แต่เชื่อไหมว่าอีก 3 ปีให้หลัง ชายหนุ่มคนนั้นชนะการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2562 จนกลายมาเป็นส.ส. กทม. เขตธนบุรีในที่สุด

สส. เท่าพิภพ
ทำความรู้จักกับคนในชุมชนอย่างใกล้ชิด
ส.ส. เท่าภิภพ
ปั่นจักรยานหาเสียงมาตลอดหลายเดือน

“จริง ๆ การเมืองมันไม่ได้อยู่ในหัวเราหรอก แต่มันเป็นความจำเป็นมากกว่า เพราะตอนเราโดนจับเนี่ย เรารู้สึกว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากล และเรื่องไม่ดีในระบบกฎหมายบ้านเราเยอะ เราก็รู้สึกว่า เราอยู่แบบนี้ไม่ได้ เราไม่อยากอยู่ในสังคมแบบนี้ไปจนถึงเราอายุ 70 เราก็มาคิดว่า ถ้าเราบ่นอย่างเดียวมันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร เราก็ต้องลุกขึ้นมาทำ ถ้าเราจะเปลี่ยนโลก มันก็ต้องเริ่มจากตัวเราก่อน เรารักเบียร์ เราโดนจับ แต่เราไม่ยอมแพ้ เราต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนกฎหมายให้ได้ นี่คือสิ่งที่ผมคิด”

เราต่างรู้กันดีว่าเมืองไทยที่ใคร ๆ ก็บอกว่าเป็นเมืองพุทธ นั้นมีกฎหมายที่หลาย ๆ ครั้ง เราก็ไม่เข้าใจ และเราได้แต่สงสัยกับสิ่งเหล่านั้น เราไม่เคยได้ลงมือทำอะไรเพราะคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ คุณเท่าเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่า “ศรัทธายกภูเขาได้ แต่ความสงสัยจะทำให้อยู่ที่เดิม” จากวัยรุ่นคราฟต์เบียร์สู่การเป็น ส.ส.เท่าพิภพ

Beer Geek กับการพลิกชีวิตตัวเองสู่การเป็น “สส. กทม. เขต 22 ย่านฝั่งธนฯ”

ความเปลี่ยนแปลงของหนุ่มคราฟต์เบียร์หลังชนะเลือกตั้งการเป็นสส. จะเป็นอย่างไรบ้าง หลาย ๆ คนคงตั้งคำถามในใจกันมากมาย ซึ่งคุณเท่าเล่าให้เราฟังแบบนี้“เมื่อก่อนเราเคยต้มเบียร์ แล้วโดนจับ แต่ถ้าเป็นตอนนี้เราคงกลับไปทำแบบนั้นไม่ได้ ต้องเลิกทำเบียร์ไปก่อน และหวังว่าจะเปลี่ยนกฎหมาย และสามารถกลับมาทำเบียร์อีกรอบได้ เพราะตอนนี้เรารู้สึกว่ามีความรับผิดชอบมากขึ้น ไม่ได้มีแค่หนึ่งเสียงอีกแล้ว เรามีคนอีกเกือบ 200,000 คนที่เราต้องเป็นปากเสียงบอกเล่าปัญหาต่าง ๆ ที่เขาเจอให้คนมีอำนาจรู้และช่วยแก้ไข เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยได้ดื่มแล้ว แต่ถ้าเราจะดื่มก็มีโอกาสได้ไปดื่มที่ร้านขายของชำในชุมชน ทำให้ได้รู้จักชาวบ้านมากขึ้น เขาก็เข้ามาทักทาย มาเปิดใจคุยกับเรา นี่ก็ถือว่าเป็นวิธีใหม่ที่ผมเพิ่งค้นพบว่ามันทำให้เขากล้าเข้าถึงเรามากขึ้นด้วย”

สส. เท่าภิพภ
เรารู้สึกว่ามีความรับผิดชอบมากขึ้น เราไม่ได้มีแค่หนึ่งเสียงอีกแล้ว เรามีคนอีกเกือบ 200,000 คน ที่เราต้องเป็นปากเสียงบอกเล่าปัญหาต่าง ๆ ที่เขาเจอให้คนมีอำนาจรู้และช่วยแก้ไข 

เส้นทางการทำตามความฝันและอุดมการณ์นั้นไม่ง่าย ถ้าเราอยากสำเร็จ เราไม่สามารถทำตามใจเราได้เสมอ คำตอบของคุณเท่าทำให้เราเข้าใจแล้วว่าในบางครั้งเราก็ต้องลองทำสิ่งใหม่ ๆ เพื่อเป็นบันไดไปสู่สิ่งที่รัก

เคยคิดไหมว่ากฎหมายปัจจุบันเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับอุตสาหกรรมคราฟต์เบียร์?

และเพราะคุณเท่าถึงขนาดกับเคยถูกจับ เนื่องจากต้มเบียร์เองมาแล้ว ถ้าเราไม่ถามสักหน่อยว่าสิ่งนี้จะเป็นอุปสรรคต่อวงการเครื่องดื่มสีทองนี้ก็ยังไง ๆ อยู่

“จริง ๆ แล้วประเทศไทศให้เริ่มการทำกิจการโดยการผลิตเบียร์กว่า 10 ล้านลิตร จึงจะสามารถผลิตเป็นขวดได้ ซึ่งในหลาย ๆ ประเทศ จะไม่มีการเริ่มธุรกิจใหญ่ ๆ ขนาดนี้ ทุกอย่างมันควรเริ่มจากเล็ก ๆ ก่อน ตามหลักการการทำธุรกิจที่มันต้องค่อย ๆ พัฒนาไป ที่กฎหมายบอกว่าต้องมีการผลิตขั้นต่ำ ผมยังมองไม่ออกเลยว่าทำไมต้องมีขั้นต่ำ ผมว่าเราควรจะยกเลิกมัน เพราะมันเป็นกฎหมายที่ล้าหลัง และไม่เกิดประโยชน์ ไม่สร้างความเท่าเทียมให้กับผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อย มันทำให้ประเทศไทยเกิดความเหลื่อมล้ำสูง คนรวยก็รวยเอา คนจนก็จนเอา เพราะคนจนจะเข้าถึงโอกาสในการทำมาหากินมันยาก รัฐจะทิ้งคนกลุ่มเล็กไว้ข้างหลังไม่ได้ เราก็จะค่อย ๆ ปรับกฏหมายเพื่อความเท่าเทียมมากขึ้น”

เรื่องบางเรื่องที่เรามองว่าเป็นเรื่องเล็ก หรือแค่จุดจุดเดียว พอเอาเข้าจริงมันกว้างกว่านั้นมาก ก่อนคุยกับคุณเท่าเราคิดแค่ว่า ก็แค่กฎหมายเบียร์ เพื่อรองรับคนทำเบียร์ แต่เปล่าเลย ถ้าประเทศไทยสามารถทำคราฟต์เบียร์ได้อย่างเสรี เกษตรกรก็จะมีงานทำมากขึ้น ผู้ค้ารายเล็กก็มีโอกาสทางการค้ามากขึ้น เราไม่ต้องนำเข้าคราฟต์เบียร์จากต่างประเทศ ก็จะช่วยให้คราฟต์เบียร์ในไทยจะมีราคาถูกลงมาก ทำให้เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสิ่งเล็ก ๆ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ให้กับคนจำนวนมากจนเราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

แล้วคนเขาจะมองว่า “เท่าพิภพ” เป็น สส. ที่ส่งเสริมอบายมุขหรือเปล่า

ยิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งเป็นที่รู้จัก ก็ยิ่งมีคนสงสัยในตัวคุณเท่ามากขึ้น และแน่นอนว่าประเด็นที่คนจะสงสัยเป็นอันดับแรก ๆ คงหนีไม่พ้น สิ่งที่คุณเท่าทำจะเป็นการผลักดันและส่งเสริมสิ่งมึนเมาหรือไม่ จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีหรือเปล่า

“ความเทาหรือความดำมันเอามาวัดเป็นกฏหมายไม่ได้ มันคือเรื่องของความรู้สึก ต่อให้ไม่มีคราฟต์เบียร์ ก็มีเหล้ามีเบียร์ให้คนกินกันอยู่ดี เราต้องยอมรับว่ามันคือสิ่งที่สังคมต้องการอยู่แล้ว อะไรที่มันเป็นสีเทา ๆ ในสังคมไทยถ้าเป็นไปได้เราควรมาทำให้มันถูกต้อง มีขอบเขตให้มัน แล้วรัฐก็เก็บภาษีมาพัฒนาประเทศ เพื่อลดข้อด้อยของมัน เราต้องใช้งบประมาณให้ถูกจุด เอาเรื่องใต้ดินมาไว้บนดินให้หมด แล้วจัดการให้มันถูก ถ้าทำได้มันจะช่วยลดปัญหาคอร์รัปชัน การจ่ายส่วยให้ข้าราชการ หรือผู้มีอิทธิพลด้วย”

จริง ๆ แล้วอบายมุขต่าง ๆ ก็อยู่กับเรามาตั้งแต่เราเกิดจนเติบโตมาถึงตอนนี้ ทุกอย่างก็ยังคงอยู่ ถ้าท้ายที่สุดแล้วมันเลิกไม่ได้ การนำมาลดจะจัดการให้ถูกต้องอาจเป็นทางเลือกใหม่ให้กับสังคมไทยก็เป็นได้

ส.ส. เท่าภิพภ
ความเทาหรือความดำมันเอามาวัดเป็นกฏหมายไม่ได้ มันคือเรื่องของความรู้สึก

แพลนสำรองของหน้าที่สส. มือใหม่ หากไม่เป็นไปอย่างที่ตั้งใจ

สถานการณ์ปัจจุบันที่อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ ทำให้เราสงสัยว่าหากคุณเท่ามีโอกาสได้ร่วมร่างกฎหมายแล้วร่างนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เขามีแพลนสำรองอย่างไรบ้างนะ

“เราไม่มีทางเลือกครับ เราก็ต้องทำต่อไป เพราะมันเป็นทางเดียวที่จะช่วยให้เราไปถึงความฝันของเราคือการต้มเบียร์ ผมไม่ได้มีความฝันยิ่งใหญ่มาก ขอแค่ได้ทำก็พอ และการที่จะทำให้ความฝันผมเป็นจริงคือผมก็ต้องแก้กฎหมาย ปลดล็อกให้มันทำได้อะครับ เราก็ต้องทำต่อไป ทำต่อไป”

ซึ่งที่ผ่านมาเราได้เห็นแล้วว่าคุณเท่า ได้ลงมือทำมาเรื่อย ๆ อย่างแท้จริง คุณเท่าทำให้เราค้นพบว่า “อย่าหยุดถ้าเรารู้สึกเหนื่อย แต่ให้หยุดเมื่อเราทำมันสำเร็จ” และวันนี้คุณเท่าก็มาถึงจุดที่ใกล้ความสำเร็จอย่างแท้จริงแล้ว

Passion ที่ทำให้เราทำสิ่งที่รักมาจนถึงจุดนี้

การได้เจอสิ่งที่รักว่ายากแล้ว แต่การจะหา Passion ทำในสิ่งที่รักให้นานนั้นเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า ยิ่งเจออุปสรรคใหญ่ ๆ หลายคนก็คงถอดใจไประหว่างทาง แต่อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้คุณเท่ายังคงเดินมาเส้นทางนี้ ไปฟังคำตอบกันเลยดีกว่าค่ะ

“อาจจะเป็นความดื้อส่วนตัวด้วย จริงๆ เราเคยอยากยอมแพ้หลายรอบมาก ไม่อยากให้ผู้คนเห็นว่ามาจุดนี้ได้เพราะ Passion อย่างเดียว เราล้มเหลวมาเยอะ เคยทำเบียร์ผิดพลาดโดนด่าทั้งวงการ ไม่อยากทำต่อ แต่เรารู้สึกว่าถ้าเลิกมันก็แค่นั้น พอเราโดนจับ จะจบแบบนี้ไม่ได้ เราต้องสู้ก่อน มีคนชวนทำการเมือง อุดมการณ์เหมือนกัน เราก็ลุย มีโอกาสก็คว้าไว้ เพราะเราไม่รู้ว่าคนนี้ เหตุการณ์นี้ จะพาไปจุดใด ไม่รู้ว่าเราจะเจออะไร ปัญหาก็เจอตลอดระหว่างทาง เราต้องมีแพสชั่นบ้าที่สุด เจ้าของ Bue Dog เขาบอกว่าธุรกิจมันยาก แต่คุณต้อง “Crazy what you doing.” แต่มี Passion อย่างเดียวไม่พอ เราอาจจะต้องลองไปจนแก่ ถ้าเราไม่ฉลาดก็ไม่ได้ ต้องมีอย่างอื่นประกอบด้วย”

กว่าจะถึงจุดนี้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าในแต่ละวันคุณเท่าต้องทำอะไร และเจอปัญหาอะไรบ้าง บางคนก็ได้แต่บอกว่าชีวิตคนนั้นโชคดีจัง ทำไมคนนั้นประสบความสำเร็จไวจัง หารู้ไม่ว่ากว่าจะถึงตรงนี้ ไม่ได้มีแค่ Passion เท่านั้นที่ผลักดันคุณเท่าให้มาถึงตรงนี้ แต่คุณเท่าต้องทุ่มเท หาความรู้ อดทนเรียนรู้สิ่งผิด และปรับปรุงแก้ไขกว่าจะมาเป็น “เท่าพิภพ ส.ส. แห่งเขตธนบุรี”

ส.ส เท่าภิพภ
 "เราพร้อมลุย มีโอกาสก็คว้าไว้ เพราะเราไม่รู้ว่าคนนี้ เหตุการณ์นี้ จะพาไปจุดใด"

นอกจากเรื่องเบียร์แล้ว อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ “เศรษฐกิจ”

ตั้งแต่เล็กจนโตเราได้ยินทุกคนพูดเสมอว่า “ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี” เราได้ยินคำนี้มามากกว่า 10 ปี และดูท่าเรื่องนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นปัญหาหลักที่คุณเท่าพบเจอขณะลงพื้นที่ย่านฝั่งธนฯ

“3 - 4 เดือนที่ผ่านมา ผมคุยกับคนเยอะมาก ปัญหาที่ได้ยินซ้ำ ๆ คือเรื่องเศรษฐกิจ คือคนยิ่งจนเท่าไรยิ่งได้รับผลกระทบมากเท่านั้น เพราะว่าเงินมันไม่หมุนด้านล่าง ส่วนใหญ่เขามีปัญหาเรื่องที่ทำกิน บางคนก็ตอบไม่ได้ว่ายอดขายเขาตกได้อย่างไร เงินหายไปไหน เรื่องนี้คือเรื่องที่ต้องแก้ไขเป็นเรื่องแรก เราก็ต้องมาคิดใหม่ เพราะว่าเอาจริง ๆ แล้ว สตรีทฟู้ดเนี่ยมันเป็นเสน่ห์นะ มันไม่ใช่ว่าเราจัดระเบียบแล้วมันหายไปเลย มันควรจะมีการจัดระเบียบที่ถูกต้อง มีการจัดการที่เหมาะสม เพราะมันคือเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยว อย่างตลาดพลูเนี่ย มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งจีน อินเดีย มุสลิม พอทุกคนมาอยู่รวมกัน มันก็เป็นการผสมผสานวัฒนธรรม จนเกิดเป็นอาหารต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เราขายได้ ผมว่า เราควรมาหาทางออกร่วมกันเพราะอย่างไรแล้ว เสียงของประชาชนก็ควรได้รับการรับฟัง”

ตอนที่เราได้ยินข่าวจัดระเบียบ ใจหนึ่งเราก็คิดว่าก็ดีนะ ถนนบ้านเมืองจะได้สะอาดขึ้น อีกใจก็คิดว่าแล้วเราจะไปกินร้านเด็ด ๆ ริมทางแบบนี้ได้ที่ไหนกันล่ะ เราไม่ได้กินแค่รสชาตินะ เรายังเสพย์บรรยากาศสตรีท ๆ เหล่านี้เข้าไปด้วย ถ้ามันหายไปหมดแล้ว เมืองหลวงที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็น World Best Street Food คงเสื่อมมนตร์ขลังไปไม่มากก็น้อยเลยล่ะ

ส.ส เท่าภิพภ
"บางคนก็ตอบไม่ได้ว่ายอดขายเขาตกได้อย่างไร เงินหายไปไหน เรื่องนี้คือเรื่องที่ต้องแก้ไขเป็นเรื่องแรก"

พูดคุยมาถึงตรงนี้แล้ว ถ้าเราจะไม่ขอลายแทงร้านเด็ด ๆ ในย่านฝั่งธนบุรีจากคุณเท่าก็ยังไงอยู่ เลยต้องจัดไปกับ 2 ร้านอาหารฝั่งธนบุรีที่คุณเท่าขอแนะนำ

“จริง ๆ ในฝั่งธนบุรีเนี่ย มีอาหารเยอะมาก ก็จะมีร้าน ต้มเลือดหมูที่ใส่ผัก ผักจิงจูฉ่าย ตรงตลาดวัดกลาง คนส่วนใหญ่เรียกว่า “ร้านต้มเลือดหมูเจ้าเก่า ตลาดวัดกลาง” อันนี้อร่อยมาก เขาเพิ่งเพิ่มสูตรหมูบะช่อ และร้านนี้ก็เปิดมานานกว่า 70 ปีแล้ว อยากให้ทุกคนลองไปกิน ส่วนเมนูโปรดของผมคือ หมี่ผัดผักกระเฉดร้าน “เจ๊อ้อย หมี่กระเฉด” บริเวณนั้นก็มีของกินเยอะ เรียกว่ามาตลาดพลูก็พุงกางกลับไปแน่นอน”

เมื่อจบบทสนทนาอันเข้มข้น เรามีโอกาสได้คุยกับคุณเท่าแบบสบาย ๆ เราถามคุณเท่าต่อว่า “ตลอดเวลาที่สิ่งตามความฝันการทำคราฟต์เบียร์ให้สำเร็จเหนื่อยไหม เพราะดูมีอุปสรรคเยอะมาก”

คุณเท่าหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า “ทำอะไรมันก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องเหนื่อย เราต้องยอมเหนื่อยเพื่อคนอื่น แล้วเราจะมีแรงทำต่อเรื่อย ๆ”

ประโยคนี้คงเป็นตัวการันตีได้ว่า ที่ผ่านมาแม้ไม่ได้เป็น สส คุณเท่าก็ตั้งใจที่จะผลักดันวงการคราฟต์เบียร์ ผลักดันให้กลุ่มคนเล็ก ๆ ได้มีโอกาสในการค้ามาตลอดอยู่แล้ว

ในการขึ้นมาในตำแหน่งนี้คุณเท่าคงไม่ได้มาเพื่อเรียกร้องเรื่องกฏหมายคราฟต์เบียร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่คงต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่าง ที่เราทุกคนมองเห็น และไม่สามารถทำอะไรได้มานาน อย่างที่คุณเท่าเคยบอกว่า

“ถ้าอยากเปลี่ยนแปลง ต้องเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ก่อน เบียร์อาจเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการเปลี่ยนแปลงก็ได้”

สส. เท่าพิภพ
จากหนุ่มคราฟต์เบียร์สู่เส้นทางนักการเมือง

วันนี้คำพูดที่คุณเท่าพูดได้เกิดขึ้นจริงแล้ว เพราะความรัก และหลงใหลในการทำเบียร์ ทำให้ชีวิตคุณเท่าได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ และแม้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเท่าไร คุณเท่าก็ยังยืนยันว่า เท่าพิภพก็ยังเป็นเท่าพิภพคนเดิมที่ทุกคนรู้จักเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าในตอนนั้น แค่คุณเท่าต้องรับผิดชอบมากขึ้น จากที่เคยคิดจะทำตามฝันตัวเองให้สำเร็จ ในตอนนี้คุณเท่าต้องการจะทำให้ความฝันของคนในพื้นที่สำเร็จ ความฝันเล็ก ๆ ที่อยากเห็นเศรฐกิจไทยดีขึ้น