Gelinaz มื้ออาหารระดับโลกที่เปลี่ยนจาก “เชฟลับ” เป็น “สูตรอาหารลับ”
  1. Gelinaz มื้ออาหารระดับโลกที่เปลี่ยนจาก “เชฟลับ” เป็น “สูตรอาหารลับ”

Gelinaz มื้ออาหารระดับโลกที่เปลี่ยนจาก “เชฟลับ” เป็น “สูตรอาหารลับ”

The Grand Gelinaz Shuffle เคยสร้างกระแส “เชฟลับ” ให้เชฟดัง René Redzepi มาปรุงอาหารที่ร้าน Nahm แต่ปีนี้สร้างความแปลกใหม่ส่ง “สูตรอาหารลับ" ให้เพื่อนเชฟปรุงแทน
11 พ.ย. 2019 · โดย

#วงในบอกมา

  • เดิม The Grand Gelinaz Shuffle เป็นอีเวนต์อาหารระดับโลกที่ชวนเชฟและร้านอาหารจากทั่วโลกเข้าร่วม แต่ไม่ให้เชฟประจำในร้านของตัวเอง แต่ต้องสลับไปปรุงอาหารในร้านของเชฟคนอื่น โดยนักชิมเลือกร้านอาหารที่อยากไปได้ เพียงแต่คุณจะไม่รู้ว่าจะเป็นเชฟคนไหนที่มาปรุงอาหาร

  • ปีล่าสุดที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 ธันวาคม กลับพลิกโฉมใหม่ แทนที่จะให้ “เชฟ” ออกเดินทาง กลายเป็นให้ “สูตรอาหาร” เดินทางแทน ความสนุกน่าจะอยู่ที่เชฟเจ้าบ้านจะได้ปรุงอาหารตามสูตรที่ถูกส่งมา และคนกินอาจจะต้องกินอาหารสไตล์ Noma ที่ปรุงโดยเชฟต้นจากร้าน Le Du ก็เป็นได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ 

  • ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ของ The Grand Gelinaz Shuffle และมีร้านในเมืองไทยเข้าร่วมทั้งหมด 4 ร้าน โดยในปีค.ศ.2015 มีเพียงร้านเดียว และในปีค.ศ.2016 มีร้านเข้าร่วม 3 ร้าน

ใบปิดงาน The Grand Gelinaz Shuffle ปีค.ศ.2016
ใบปิดงาน The Grand Gelinaz Shuffle ปีค.ศ.2016

The Grand Gelinaz Shuffle อีเวนต์ที่ชวนเชฟเก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางจากร้านอาหารของตัวเองไปปรุงในร้านอาหารของเพื่อนเชฟ ความตื่นเต้นไม่ได้อยู่ที่ตัวเชฟเพราะมีปลายทางที่แน่นอน แต่อยู่ที่ว่าคนกินอย่างเรามากกว่า เรารู้ว่าปลายทางร้านที่เราไปคือร้านไหน แต่จะไม่มีทางรู้เลยว่าเชฟคนใดที่จะมาปรุงอาหารให้เรากินในร้านอาหารที่เราจองไป เราจะรู้ว่าเป็นเชฟคนไหนก็ต่อเมื่ออาหารจานแรกเริ่มเสิร์ฟ Gelinaz เป็นไอเดียของชาวอิตาเลียน 2 คน คือ เชฟ Fulvio Pierangelini และ Andrea Petrini นักวิจารณ์อาหารที่อยากชวนเชฟจากทั่วโลกเดินทางมาแชร์ความรู้ร่วมกันเมื่อปีค.ศ.2007 แน่นอนว่าระหว่างนั้นจึงเกิดการรวมเอาคอนเนคชันของเชฟทั่วโลก ก่อนที่ Andrea Petrini จะไปชวน Alexandra Swenden มาร่วมคัดเลือกร้านมาเข้าร่วม The Grand Gelinaz Shuffle ภายใต้คอนเซปต์ “Chefs Swap Restaurants” หรือ “ให้เชฟสลับร้านอาหารกัน” จึงเท่ากับเป็นการส่ง “เชฟลับ” ไปยังร้านอาหารปลายทาง ทำให้คนกินจะรู้ว่า “เชฟลับ” คนไหนจะมาปรุงให้เรากินก็ต่อเมื่ออาหารจานแรกถูกเสิร์ฟ

สัญลักษณ์ Gelinaz
สัญลักษณ์ Gelinaz
ใครว่างห้ามพลาดมื้ออาหารระดับโลกในวันที่ 3 ธันวาคมนี้
ใครว่างห้ามพลาดมื้ออาหารระดับโลกในวันที่ 3 ธันวาคมนี้

ครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อปีค.ศ.2015 โดยมีเชฟ 37 คนเข้าร่วม โดยในปีแรกสร้างความแปลกใจมากที่สุดกับการมาเยือนกรุงเทพฯ ของ “เชฟลับ” ที่ร้านอาหารไทย Nahm นั่นคือการมาของเชฟ René Redzepi จาก Noma ร้านอาหารอันดับ 1 ในเวลานั้น ส่วนในปีที่ 2 ค.ศ.2016 มีเชฟเพิ่มขึ้นเป็น 40 คน โดยมีร้านอาหารจากประเทศไทยเข้าร่วม 3 ร้าน คือ เชฟ Sven Elverfeld จาก Aqua ร้านอาหารมิชลิน 3 ดาว โรงแรม the Ritz-Carlton Wolfsburg รับหน้าที่ “เชฟลับ” ที่ Gaggan ส่วนเชฟ Dominique Crenn จาก Atelier Crenn ร้านอาหารมิชลิน 3 ดาว ในซานฟรานซิสโก รับหน้าที่ “เชฟลับ” ที่ Nahm และเชฟ Dave Pynt จาก Burnt Ends ร้านอาหารมิชลิน 1 ดาว ในสิงคโปร์ รับหน้าที่ “เชฟลับ” ที่ Bo.lan หลังจากนั้นอีเวนต์ “เชฟลับ” ก็หายเงียบไปจนกระทั่งเดือนกรกฎาคม ปีค.ศ.2018 ที่ Andrea Petrini ออกมาประกาศว่าจะจัดอีเวนต์นี้ขึ้นอีกครั้งในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ พร้อมคอนเซปต์ใหม่ The Grand Gelinaz Shuffle 2.0 พร้อมชวนเชฟถึง 148 คน มาร่วมในอีเวนต์ แน่นอนว่ายังคงอัดแน่นไปด้วยชื่อของเชฟดัง แต่ที่น่าสนใจคือ “เชฟไม่ลับ” อีกต่อไป ที่สำคัญนี่คืออีเวนต์ที่ช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินท์จากการเดินทางของเชฟ 148 คน

เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ จาก Bo.lan
เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ จาก Bo.lan
เชฟ Dave Pynt จาก Burnt Ends ซึ่งปีนี้ไม่ได้เข้าร่วม
เชฟ Dave Pynt จาก Burnt Ends ซึ่งปีนี้ไม่ได้เข้าร่วม

นี่คือครั้งแรกของ The Grand Gelinaz Shuffle ที่เปิดเผยว่า “เชฟ” และ “ร้านอาหาร” ใดเข้าร่วมอีเวนต์ แต่สิ่งที่ลับคือ “สูตรอาหาร” โดยเชฟ 148 คน จะต้องคิดสูตรอาหาร 8 คอร์ส ที่ไม่เคยเสิร์ฟมาก่อนในร้านอาหารของตัวเอง ซึ่งสูตรอาหารจานใหม่เอี่ยมทั้ง 8 คอร์ส จะถูกเรียกว่า “The Matrixes” แล้วส่งต่อ “สูตรอาหารลับ” นี้ไปยังร้านอาหารที่เข้าร่วมอีเวนต์ทั้ง 138 ร้าน (บางร้านมีเชฟ 2 คน) ใน 38 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย อีเวนต์นี้จะช่วยสร้าง “สูตรอาหารลับ” มากถึง 2,200 สูตร ที่ล้วนเป็นสูตรอาหารใหม่เอี่ยมให้กับวงการอาหารโลก

เชฟ Richie Lin จาก Mume ไต้หวัน
เชฟ Richie Lin จาก Mume ไต้หวัน 
เชฟ Ana Ros จาก Hiša Franko สโลวีเนีย
เชฟ Ana Ros จาก Hiša Franko สโลวีเนีย

ร้านอาหารที่เข้าร่วม The Grand Gelinaz Shuffle 2.0 มาจากทุกทวีปทั่วโลก แอฟริกา เอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง อเมริกาเหนือ โอเชียนเนีย และอเมริกาใต้ โดยมีเชฟและร้านอาหาร อาทิ David Thompson จาก Aaharn, May Chow จาก Happy Paradise, Yoshihiro Narisawa จาก Narisawa, Luca Fantin จาก Bvlgari Il Ristorante Luca Fantin, Zaiyu Hasegawa จาก Den, Richie Lin จาก Mume, René Redzepi จาก Noma, Christian Puglisi จาก Relæ, Alain Ducasse และ Romain Meder จาก Alain Ducasse au Plaza Athénée, Massimo Bottura จาก Francescana, Ana Ros จาก Hiša Franko, Daniel Patterson จาก Coi, Dan Hunter จาก Brae, Alex Atala จาก D.O.M., Virgilio Martinez จาก Central และเชฟอีกกว่า 100 ชีวิต

อาหารไทยโดยเชฟ David Thompson จากร้าน Aaharn ในฮ่องกง
อาหารไทยโดยเชฟ David Thompson จากร้าน Aaharn ในฮ่องกง

โดยประเทศไทยมีร้านอาหาร 4 แห่ง เข้าร่วม คือ เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร จาก Le Du, เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ และเชฟ Dylan Jones จาก Bo.lan, เชฟ Tim Butler จาก Eat Me และเชฟ Garima Arora จาก Gaa โดยราคามื้ออาหาร 8 คอร์ส ในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 150-240 ยูโร หรือประมาณ 5,000-8,000 บาท แต่เท่าที่ดูราคาที่แพงที่สุดจะอยู่ที่เชฟ René Redzepi ราคา 400 ยูโร หรือประมาณ 14,000 บาท และเชฟ Massimo Bottura ราคา 500 ยูโร หรือประมาณ 17,000 บาท

อาหารของเชฟ May Chow จากร้าน Happy Paradise ในฮ่องกง
อาหารของเชฟ May Chow จากร้าน Happy Paradise ในฮ่องกง

ความสนุกของอีเวนต์นี้จึงเปลี่ยนจากการลุ้นว่า “เชฟลับ” คนไหนจะมาปรุงให้กินเป็น “สูตรอาหารลับ” ที่เชฟเจ้าบ้านจะต้องทำตามออกมาให้อร่อยเหมือนเจ้าของสูตร ลองนึกภาพเชฟอาหารอิตาเลียนอย่าง Massimo Bottura ต้องทำอาหารของร้าน Bo.lan ว่าจะทำออกแบบไหน หรือเชฟต้นได้สูตรอาหารของ Noma เชฟอาหารไทยจะทำอาหารนอร์ดิกได้สำเร็จไหม แค่คิดก็สนุกแล้ว แน่นอนว่าเชฟระดับโลกต้องทำสูตรอาหารที่ได้รับออกมาให้ดีที่สุด ไม่ให้คนกินผิดหวังกับเงินที่ต้องจ่ายไป แต่ก็ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นเพราะเชฟทั้ง 148 คน ได้รับสูตรอาหารมาแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นั่นหมายความพวกเขามีเวลาซ้อมถึง 1 เดือนเต็ม

เชฟ Luigi Taglienti จากร้าน Lume ในมิลาน
เชฟ Luigi Taglienti จากร้าน Lume ในมิลาน  

สนใจเชฟหรือร้านอาหารที่เข้าร่วม The Grand Gelinaz Shuffle 2.0 ในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ สามารถเข้าไปจองได้ทางhttps://gelinaz.com/ ติดตามเรื่องราวร้านอาหารดี ๆ จาก #ห้ามพลาด ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร้านอาหารมากกว่าเพียงรีวิวร้านอาหารใหม่ แต่อาหารมีเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ อ่านต่อได้ที่ 

แผนที่

ใกล้ BTS : chong nonsi exit 4 ใกล้ที่จอดรถTrinity Complex

การติดต่อ

Le Du
Phone number : 081-562-6464, 092-919-9969
399/3 สีลมซอย 7,บางรัก
Gaa
Phone number : 091-419-2424
Instagram : Restaurant_gaa
ซอย หลังสวน,ปทุมวัน
EAT ME
ถนน คอนแวนต์ ซอย พิพัฒน์ 2,บางรัก
Bo.lan
ซอย สุขุมวิท 53,วัฒนา
ประเภท