Wasted! สารคดีเรื่องขยะอาหารของ Anthony Bourdain สู่อาหารที่กินได้จริง
  1. Wasted! สารคดีเรื่องขยะอาหารของ Anthony Bourdain สู่อาหารที่กินได้จริง

Wasted! สารคดีเรื่องขยะอาหารของ Anthony Bourdain สู่อาหารที่กินได้จริง

Wasted! The Story of Food Waste ผลงานอำนวยการสร้างชิ้นสุดท้ายโดยเชฟ Anthony Bourdain ที่กลายเป็นไอเดียที่เชฟไม่น้อยสืบทอดเจตนารมณ์ต่อ
writerProfile
18 ธ.ค. 2019 · โดย

#วงในบอกมา

  • Wasted! The Story of Food Waste ฉายตั้งแต่ 13 ตุลาคม ค.ศ.2560 แต่ถูกนำมาฉายซ้ำหลังจากการจากไปของเชฟ Anthony Bourdain ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสร้างสารคดีเรื่องนี้

  • สารคดีเรื่องนี้กลายเป็นภาพตัวแทนของการพูดถึงเรื่องของ “Food Waste” หรือ “ขยะอาหาร” ไม่ว่าอีเวนต์ไหนก็ใช้สารคดีเรื่องนี้เพราะทำให้เข้าใจปัญหานี้ได้แบบรอบด้าน

  • และนี่คืออีเวนต์ล่าสุดที่ทางสถานทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย ร่วมกับ Bangkok Screening Room และ Scholars of Sustenance Foundationโดยมีทีมเชฟจากโรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ ทำอาหารส่วนเกินให้กินได้จริง

Wasted! The Story of Food Waste
Wasted! The Story of Food Waste

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่รอบพรีเมียร์ของภาพยนตร์สารคดี Wasted! The Story of Food Waste แต่มันคือการย้ำเตือนถึงปัญหาเรื่องขยะอาหาร รวมถึงภาวะโลกร้อนที่ถูกพูดถึงจากคนทุกวัย โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่อย่าง เกรตา ธันเบิร์ก (Greta Thunberg) เด็กวัยรุ่นชาวสวีเดนที่ออกมารณรงค์เรื่องโลกร้อนจนกลายเป็นบุคคลแห่งปีของนิตยสาร Time หรือแม้แต่เด็กน้อยชาวไทยอย่าง ลิลลี่-ระริน สถิตธนาสาร ที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องอนาคตของพวกเธอ เพราะปัญหาเหล่านี้จะอยู่กับพวกเธอยาวนานกว่าผู้ใหญ่อย่างเรา แน่นอนว่ามันกลายเป็นแรงกระเพื่อมให้กับสังคม และการฉายภาพยนตร์ในวันนี้ของสถานทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย ร่วมกับ Bangkok Screening Room และ Scholars of Sustenance Foundation ก็มาจากเหตุปัจจัยนี้  แต่ความพิเศษของการฉายภาพยนตร์นี้จบด้วยการนำเอาข้อพิสูจน์ของสารคดีมาใช้จริงโดยทีมเชฟจากโรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ นำโดยเชฟ Asker Skaarup Bay เชฟใหญ่ชาวเดนมาร์ก ซึ่งนำเอา “Food Waste” หรือ “ขยะอาหาร” แต่เนื่องจากฟังดูกินไม่ได้จริงองค์กรอย่าง Scholars of Sustenance (SOS) จึงแนะนำให้เรียกว่า “Surplus Food” หรือ “อาหารส่วนเกิน” นำอาหารที่ไม่ถูกแตะต้องจากไลน์บุฟเฟ่ต์มาทำอาหารที่แทบไม่ต่างจากอาหารโรงแรมปกติ

เชฟ Anthony Bourdain
เชฟ Anthony Bourdain

ในสารคดีเรื่องนี้เล่าถึงอะไรบ้าง เล่าถึง “Food Waste” หรือ “ขยะอาหาร” ที่เปิดประเด็นว่ากองขยะที่สูงพะเนินอยู่ทั่วโลกล้วนมาจากอาหารทั้งสิ้น พูดง่าย ๆ ว่า 1 ใน 3 ของการผลิตอาหารกลายเป็นขยะอาหาร นอกจากนั้นกระบวนการผลิตอาหารทั้งหมดยังส่งผมด้านต่าง ๆ กับสิ่งแวดล้อมไม่น้อย ทำให้ UN ตั้งเป้าในการลดขยะอาหารให้ได้ครึ่งหนึ่งภายในปี 2030  สารคดีเรื่องนี้แนะนำวิธีการลดขยะอาหารผ่านพีรามิดหัวคว่ำที่พูดถึงสิ่งที่ต้องทำมากที่สุดเป็นสิ่งจำเป็นแรกก่อนไปจบที่การทิ้งเป็นขยะ สารคดีต้องการสื่อสารให้เราใช้วัตถุดิบอาหารที่ผลิตออกมาให้คุ้มค่าที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคในห่วงโซ่ของอาหารสามารถทำได้ด้วยตัวเอง เริ่มจาก Feed People, Feed Animals, Renewable Energy, Compost และ Landfill แน่นอนว่าการทิ้งเป็นขยะคือสิ่งที่สารคดีเรื่องนี้ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่อยากให้ทำทุกขั้นตอนก่อนตัดสินใจทิ้งเป็นขยะ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าสหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศที่สร้างขยะอาหารด้วยการปล่อยทิ้งเป็นขยะ (Landfill) สูงถึง 90 % ทำไมสารคดีเรื่องนี้ถึงเน้นย้ำเรื่องการทิ้งเป็นขยะนั่นก็เพราะว่าต้องใช้เวลาย่อยสลายสูงถึง 25 ปี และกองขยะยังทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก 

เชฟ Asker Skaarup Bay
เชฟ Asker Skaarup Bay 

เราค่อนข้างชอบคำกล่าวของเชฟ Anthony Bourdain ผู้อำนวยการสร้างสารคดีเรื่องนี้ที่ว่า “Use everything. Waste nothing.” ฟังดูเหมือนง่ายแต่คือสิ่งที่ยากที่สุด แต่เขาก็พาไปตีแผ่ให้เห็นทุกมุมโลกว่าใครทำอะไรอยู่บ้าง และมันทำได้จริง ซึ่งจุดนี้สารคดีเรื่องนี้ทำให้เราไม่รู้สึกว่าสิ้นหวัง  Feed People คือพีรามิดชั้นบนสุดที่สารคดีนี้ให้ความสำคัญสูงสุด และภาพของกิจกรรมก็ค่อนข้างชัดที่สุด เชฟไม่น้อยรณรงค์เรื่องนี้ ยกตัวอย่าง เชฟ Dan Barber จากร้าน Blue Hill ที่เน้นคอนเซปต์อาหารแบบฟอร์มฟาร์มทูเทเบิล หรือโปรเจกต์การกำจัดอาหารจากงานอีเวนต์ Milan Expo ของเชฟ Massimo Bottura จากร้าน Osteria Francescana ที่สร้างโรงทานให้คนยากไร้มากินอาหารจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์สารคดี Theater of Life ที่ตีแผ่ชีวิตของผู้คนที่อาศัยโรงทานแห่งนี้เป็นที่ต่อลมหายใจ รวมถึง Toast Ale เบียร์ที่ใช้ขนมปังเหลือมาทำ ซึ่งคอนเซปต์ดีมาก เบียร์หนึ่งขวดต้องใช้ขนมปังอย่างน้อย 1 แผ่น ในบ้านเราเองก็มีองค์กรที่ชื่อว่า Scholars of Sustenance Foundation ที่รับบริจาคอาหารส่วนเกินมาส่งต่อให้กับผู้ที่ต้องการ

เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย
เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย

Feed Animals หลังจากที่พยายามทำทุกวิถีทางให้คนกินมากที่สุดแล้วอีกวิธีก็คือ การนำไปเป็นอาหารสัตว์ โดยเฉพาะหมู ซึ่งมีความย้อนแย้งเรื่องการปลูกข้าวโพดที่ล้นตลาดเพื่อเลี้ยงหมูในญี่ปุ่นเพื่อสร้างลายเนื้อ แต่หักมุมว่าญี่ปุ่นนี่แหละที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมโลกด้วยการนำเอาขยะอาหารไปทำเป็นอาหารหมูแบบครบวงจร 5555 ตบหัวแล้วลูบหลังชัด ๆ Renewable Energy เรื่องของการนำเอาขยะอาหารไปผลิตเป็นพลังงานถูกเล่าผ่านโรงงานโยเกิร์ตที่นำเอาก๊าซที่เกิดจากการผลิตไปใช้เป็นเชื้อเพลิงปั่นไฟในโรงงาน

บรรยากาศการปรุงอาหารจากอาหารส่วนเกิน
บรรยากาศการปรุงอาหารจากอาหารส่วนเกิน

Compost ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้เองในครัวเรือนเช่นกันนั่นคือ การย่อยสลายอาหารเหลือให้กลายเป็นปุ๋ย ซึ่งสารคดีเล่าเรื่องผ่านโรงเรียนแห่งหนึ่งที่พยายามรวบรวมเอาเปลือกผลไม้ เศษผัก นำไปผ่านกระบวนการที่ใช้หลายสิ่งอย่าง เท่าที่จำได้มีกาแฟด้วย ทิ้งไว้ให้ทุกอย่างย่อยสลายเกิดไส้เดือนเกิดองค์ประกอบต่าง ๆ และกลายเป็นปุ๋ยและดินที่นำไปปลูกพืชผักสวนครัวภายในโรงเรียน และ Landfill นี่คือขั้นตอนสุดท้ายที่สารคดีเรื่องนี้ขอให้พวกเราทำ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการย่อยสลายนานมากกว่าที่คิด นอกจากนั้นกองขยะยังสร้างกลิ่นและก๊าซที่เป็นมลพิษ

เนื้อตุ๋นจากเนื้อวัวที่ตัดแต่งออกมาจากชิ้นส่วนสวยงาม
เนื้อตุ๋นจากเนื้อวัวที่ตัดแต่งออกมาจากชิ้นส่วนสวยงาม

บอกเลยว่าภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ควรดู และทำตามเท่าที่ทำได้ แน่นอนว่าหลังภาพยนตร์จบ ทีมเชฟจากโรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ ได้นำอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) ที่เกิดขึ้นจากไลน์บุฟเฟ่ต์ของโรงแรมฯ มาปรุงเป็นอาหารใหม่อีกครั้งที่สามารถกินได้จริง เท่าที่รู้เชฟ Asker Skaarup Bay เชฟใหญ่ชาวเดนมาร์ก ได้นำเอาขนมปังจากไลน์บุฟเฟ่ต์ที่ไม่ถูกแตะต้อง ช็อกโกแลตที่หมดอายุตาม Best Before แต่ความจริงยังกินได้อยู่ หรือการนำเอาเนื้อวัวที่ผ่านการตัดแต่ง ซึ่งทั้งหมดไม่ผ่านมาตรฐานฟู้ดเซฟตี้ของโรงแรม แต่ยังกินได้จริงมาทำอาหารใหม่อีกครั้ง ซึ่งอีเวนต์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นโดยสถาบันศศินทร์ ร่วมกับเทสโก้ โลตัส ก็เคยขอให้เชฟ Daniel Bucher จากโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ทำเมนูอาหารจากอาหารส่วนเกินเช่นกัน

ข็อกโกแลตที่หมดอายุของ Best Buy แต่ยังกินได้อยู่
ข็อกโกแลตที่หมดอายุของ Best Buy แต่ยังกินได้อยู่

บอกเลยว่านอกจากสารคดีนี้จะเป็นประโยชน์แล้วยังเป็นการต่อยอดที่ดีให้บรรดาเชฟและคนกินเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหารที่ช่วยกันลดปริมาณขยะอาหารที่จะเกิดขึ้นให้มากที่สุด อย่างน้อย ๆ ครั้งหน้าเราก็ควรกินอาหารให้เกลี้ยงจานเพื่อจะได้ไม่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างขยะอาหาร นั่นคือขั้นตอนง่าย ๆ ที่เราทุกคนทำได้ ใครสนใจลองพิมพ์หาสารคดี Wasted! The Story of Food Waste ทางโลกออนไลน์ได้เลย

ติดตามเรื่องราวร้านอาหารดี ๆ จาก #ห้ามพลาด ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร้านอาหารมากกว่าเพียงรีวิวร้านอาหารใหม่ แต่อาหารมีเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ อ่านต่อได้ที่