5 แนวทาง เรียกลูกค้าเข้าร้านอาหารด้วยการตลาดออนไลน์
5 แนวทาง เรียกลูกค้าเข้าร้านอาหารด้วยการตลาดออนไลน์
แนวทางการทำการตลาดออนไลน์ ที่จะช่วยให้ร้านอาหารและคาเฟ่ของคุณมีลูกค้าใหม่ๆ เดินเข้าร้านไม่หยุด !!
· โดย

สิ่งที่เจ้าของร้านอาหารและคาเฟ่ต้องตระเตรียมให้พร้อมก่อนเปิดร้านนั้นมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารรสเลิศและเครื่องดื่มแปลกใหม่ ทำเลที่ตั้งในแหล่งคนพลุกพล่าน บรรยากาศร้านที่เชื้อเชิญให้คนอยากเดินเข้าไป หรือแม้แต่พนักงานที่พร้อมต้อนรับลูกค้าทุกคน แต่ก่อนจะทำให้ลูกค้ารับรู้สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นได้ เราต้องทำให้เขาอยากเปิดประตูเดินเข้ามาในร้านซะก่อน !

การทำการตลาดเป็นหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้ร้านอาหารประสบความสำเร็จมานักต่อนัก แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนจะทำแล้วรุ่ง ต้องมีการวางแผนและศึกษามาเป็นอย่างดีก่อน โดยเฉพาะการทำการตลาดออนไลน์ในยุคที่เทคโนโลยีและโลกออนไลน์มีอิทธิพลต่อชีวิตของคนเป็นอย่างมาก จะมีเทคนิคทางการตลาดอะไรบ้างที่ทำแล้วจะมีโอกาสรุ่งไม่มีร่วงในยุคนี้ วันนี้เราได้นำ 5 แนวทางดีๆ ในการทำการตลาดออนไลน์มาฝากทุกคนกัน !!

Web design
ออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้สวยงาม ข้อมูลครบถ้วน

1. เว็บไซต์สวยสะดุดตา

เว็บไซต์เป็นเหมือนหน้าร้านอีกแห่งของคุณเพียงแต่มันอยู่บนโลกออนไลน์ การมีเว็บไซต์ของร้านอาหารหรือคาเฟ่ช่วยให้คนรู้จักร้านของคุณได้มากขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะจากการทำ SEO (Search Engine Optimization) ที่จะทำให้เว็บไซต์ของร้านคุณติดอันดับต้นๆ ในเว็บไซต์ค้นหาข้อมูล (Search Engine) อย่าง Google หรือ Bing ถึงแม้ปัจจุบันโลกของเราจะเข้าสู่ยุคที่ถูกรายล้อมไปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผู้คนอยู่ในโลกออนไลน์กันวันละหลายชั่วโมง แต่ 29% ของเจ้าของธุรกิจร้านอาหารขนาดเล็กยังคงไม่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ซึ่งนั่นอาจทำให้ร้านของคุณพลาดโอกาสดีๆ ในการสร้างชื่อให้อยู่บนโลกออนไลน์ รวมถึงการเรียกลูกค้าผ่านช่องทางนี้

หากคุณกังวลว่าจะต้องลงมือออกแบบและทำเว็บไซต์เอง ปัจจุบันมีเว็บไซต์มากมายที่ให้บริการดีไซน์เว็บไซต์ฟรี มีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ให้คุณได้หยิบมาใช้ หรืออาจจะจ้างนักออกแบบเว็บไซต์ก็ยังได้ เมื่อสร้างเว็บไซต์ของร้านอาหารแล้ว อย่าลืมนึกถึงปัจจัยสำคัญเหล่านี้เสมอ บนเว็บไซต์ของคุณควรมีข้อมูลสำคัญที่ลูกค้ามักจะมองหาอย่าง ชื่อร้าน, ที่อยู่, เบอร์ติดต่อ และเวลาเปิด-ปิดร้าน รองลงมาคือการใส่เมนูอาหารและเครื่องดื่มที่อัปเดทแล้วเสมอ รวมถึงภาพอาหารของทางร้านที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องอยากมาลิ้มลองจริงๆ

นอกจากนี้ยังสามารถใส่บทความเกี่ยวกับความเป็นมาของร้าน บอกเล่าแรงบันดาลใจต่างๆ รวมถึงบทความอื่นๆ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ร้านอาหารของคุณได้เช่นกัน ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คนเสิร์ชมาเจอเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายขึ้นจนติดอันดับต้นๆ ในหน้าเว็บไซต์ค้นหา

2. อย่าลืมใส่เมนูอาหารไว้บนเว็บไซต์

เว็บไซต์เป็นหนึ่งในช่องทางที่ทำให้ผู้คนได้รู้จักร้านอาหารและคาเฟ่ของคุณมากยิ่งขึ้น เวลาที่เราหิว เรามักจะลองเสิร์ชหาร้านอาหารหรือคาเฟ่ที่น่าสนใจตามเว็บไซต์ค้นหาข้อมูล โดย 93% ของผู้ใช้ในโลกออนไลน์มักเริ่มต้นใช้งานด้วยเว็บไซต์ค้นหาข้อมูล และนี่เป็นปัจจัยสำคัญว่าทำไมคุณควรใส่เมนูอาหารลงบนเว็บไซต์ด้วย

จากการศึกษาข้อมูลโดย OpenTable, 93% ของผู้บริโภคมองหาข้อมูลเกี่ยวกับเมนูอาหารของแต่ละร้านผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนจะออกไปทานอาหารจริงๆ นั่นทำให้การใส่เมนูอาหารลงไปบนเว็บไซต์ช่วยให้คนเจอข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารของคุณได้ง่ายขึ้น ผ่านเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลอย่าง Google หรือแม้แต่เว็บไซต์รวบรวมรีวิวร้านอาหารอย่าง Wongnai เพื่อไม่ให้คุณต้องพลาดโอกาสดีๆ จนคนเลือกที่จะไปร้านอาหารที่พวกเขารู้ข้อมูลครบถ้วนว่ามีเมนูอะไรมานำเสนอบ้าง

3. โปรโมทร้านด้วยวิดีโอบ้าง

วิดีโอยังคงเป็นสื่อที่ฮอตฮิตมาอย่างต่อเนื่อง โดย 65% ของธุรกิจที่ยังไม่เคยทำการตลาดผ่านสื่อวิดีโอ วางแผนว่าจะทำในปี 2018 นี้ และอีก 99% ของธุรกิจที่ทำอยู่แล้วตั้งใจว่าจะใช้สื่อวิดีโอต่อไป ปัจจุบันเราอาจพอรู้กันดีว่าผู้คนใช้เวลาในการจดจ่อกับบางสิ่งบางอย่างได้น้อยลง จากการอ่านบทความหนังสือพิมพ์ความยาวเป็นพันคำ เราพบว่ามันง่ายกว่าเยอะเมื่อดูวิดีโอความยาวไม่กี่นาทีที่สรุปเนื้อหาเหล่านั้น เหตุผลนี้เองที่สื่อวิดีโอเริ่มถูกหยิบมาใช้มากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่าน

สร้างวิดีโอเพื่อบอกเล่าข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารของคุณ สร้างแรงบันดาลใจผ่านการพูดถึงความพิเศษของแต่ละเมนู หรือแม้แต่การทำเพื่อความบันเทิง ให้คนจดจำร้านของคุณได้ง่ายขึ้น 76% ของธุรกิจที่ทำการตลาดด้วยสื่อวิดีโอพบว่ามีการเข้าถึงธุรกิจของพวกเขามากขึ้น โดยการทำวิดีโอให้น่าสนใจนั้น ไม่ใช่การทำสื่อภาพเคลื่อนไหวธรรมดาหรือขายของกันตรงๆ จนคนดูรู้สึกอึดอัดได้

ลองสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจในวิดีโอนั้นๆ เช่น พาสำรวจแต่ละมุมในร้านอาหาร แนะนำให้คนได้รู้จักพนักงานที่รอต้อนรับทุกคนเสมอ หรืออาจจะมีเบื้องหลังในครัว ให้คนได้เห็นกรรมวิธีการทำอาหารบางส่วนของร้าน ให้ผู้บริโภคได้รับเกร็ดข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยโน้มน้าวให้พวกเขาอยากมาทานอาหารที่ร้านของคุณ โดยไม่จำเป็นต้องโปรโมทผ่านวิดีโอที่ลงใน Facebook หรือ Twitter เพียงอย่างเดียว หากร้านอาหารของคุณมี Instagram แล้ว ลองของเล่นใหม่อย่าง IG TV ที่คุณก็สามารถแชร์วิดีโอในรูปแบบใหม่กับผู้ติดตามร้านได้เลย !!

Social media
ใช้สื่อโซเชียลให้เกิดประโยชน์

4. กลยุทธ์การใช้สื่อโซเชียล

สื่อโซเชียลเป็นอีกหนึ่งช่องทางยอดนิยมในยุคนี้ เพราะนอกจากจะใช้ง่ายแล้ว ส่วนใหญ่ยังเริ่มต้นใช้งานฟรีๆ ไม่ต้องเสียเงินอีกด้วย ! ยิ่งปัจจุบันผู้คนใช้เวลาในการเลื่อนดูหน้า Feed และกด Like post ต่างๆ บนสื่ออย่าง Facebook, Twitter และ Instagram แทบทุกนาที เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักของคนในสมัยนี้เลย

แม้ว่าจะมีสื่อโซเชียลให้คุณเลือกใช้ได้มากมาย แต่พยายามอย่าใช้ทุกช่องทางเท่าๆ กันหมด แรกเริ่มลองทดสอบว่าสื่อไหนใช้แล้วดูจะเวิร์คที่สุดสำหรับร้านอาหารของคุณ โดยยึดจากยอด Engagement และจำนวนผู้ติดตาม รวมถึงดูว่าเจาะถูกกลุ่มผู้บริโภคของทางร้านบ้างไหม ในการโพสแต่ละครั้งเน้นการทำ Organic post เป็นหลัก เพื่อดูผลตอบรับจริงๆ โดยไม่มีการซื้อโฆษณา หากจะทำโฆษณาควบคู่ไปด้วยควรวางแผนงบประมาณให้ดีและตั้งกลุ่มเป้าหมายที่จะเห็นโฆษณาให้ถูกกลุ่ม

คัดเลือกภาพที่จะโพสลงในสื่อต่างๆ ให้สวยงาม สะดุดตา เช่น ภาพอาหารหน้าตาน่าทาน สีสันไม่ซีดเซียว ภาพบรรยากาศร้านที่ไม่มืดและเบลอจนมองไม่ออก เป็นต้น นอกจากสื่อโซเชียลจะเป็นช่องทางในการทำการตลาดแล้ว ยังเป็นอีกทางในการสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้ากับร้าน อย่าลืมดูผลตอบรับหรือคอมเมนท์ต่างๆ หากมีคำถามหรือคำแนะนำติชมอะไร ควรตอบรับด้วยความสุภาพและอย่าเมินเฉยต่อข้อความเหล่านั้น

food review
ภาพรีวิวสวยๆ จากเหล่านักรีวิวคนดัง

5. รีวิวจากเหล่านักกินคนดัง

หากคุณมีสื่อโซเชียลหรือติดตามบล็อกต่างๆ แน่นอนว่าคุณต้องคุ้นเคยกับภาพอาหารหน้าตาน่าทานและรีวิวจากเหล่าคนดัง หรือที่เรารู้จักกันในนาม Food Influencer ที่จะมีร้านอาหารน่าสนใจ หรือร้านใหม่มาแนะนำให้ทุกคนต้องไปมาฝากตลอด โดยนักรีวิวบางคนอาจทำเพียงเพราะความสนใจส่วนตัว ในขณะที่บางคนอาจจะทำเป็นอาชีพหลักเลยก็ว่าได้

ลองเจาะกลุ่มนักรีวิวคนดังเหล่านี้ ด้วยการเชิญพวกเขามาทานอาหารที่ร้านของคุณ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการรีวิวร้านอาหารและภาพสวยๆ บนสื่อโซเชียลและบล็อกของนักรีวิว ซึ่งทำให้ผู้คนรู้จักร้านของคุณมากขึ้นและมีลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ตามมา แต่อย่าลืมว่านักรีวิวบางคนอาจจะมีค่าจ้างสำหรับการทำการตลาดเหล่านี้เช่นกัน ซึ่งคุณสามารถทำกิจกรรมเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มฐานผู้ติดตาม หรือ Follower ได้ เช่น “Follow @wongnaicafe วันนี้ รับไปเลย ส่วนลดค่าขนมและเครื่องดื่ม 10% ในบิลต่อไป !!”

ในยุคที่ผู้คนใช้เวลาอยู่ในโลกออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ การทำการตลาดออนไลน์จึงเป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคและเปิดโอกาสใหม่ๆ กับธุรกิจร้านอาหารของคุณ หวังว่าแนวทางการทำการตลาดออนไลน์ทั้ง 5 ข้อที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้จะเป็นประโยชน์แก่เจ้าของธุรกิจทุกท่าน สามารถนำไปปรับใช้เพื่อสร้างชื่อให้ร้านอาหารของคุณเป็นที่รู้จักและดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ได้นะครับ 

ที่มาข้อมูลจาก https://upserve.com/restaurant-insider/5-ways-to-market-your-restaurant-online/

Wongnai POS

Wongnai POS by FoodStory ระบบจัดการร้านอาหารที่ครบครันด้วยฟีเจอร์พื้นฐาน เหมาะแก่การจัดการร้านอาหารและคาเฟ่ พร้อมสร้างความประทับใจอีกขั้นด้วยการเชื่อมต่อร้านของคุณกับลูกค้า มอบการบริการที่สะดวกและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนสมัยใหม่ ผ่านการเชื่อมต่อ 3 แพลตฟอร์มชั้นนำ อย่าง Wongnai, LINE MAN และ SCB QR code payment ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครใช้งานฟรี ! ได้ที่นี่ www.wongnai.com/pos 

Advertisement