เมนูของร้าน Atrium The Landmark Bangkok
หมูสะเต๊ะปิ้งย่าง-สะเต๊ะ
ตักกันรัวๆไม่ต้องยั้งกับ Dinner Buffet อาหารนานาชาติสุดอลังที่มาพร้อมกับโปรดีๆ...ฟินแบบนี้ต้องที่ Atrium เลย!ช่วงใกล้คริสต์มาสที่เพิ่งผ่านไปนี้เราได้มีโอกาสมาลิ้มลอง International Buffet ของมื้อค่ำวันพฤหัสที่ห้องอาหาร Atrium โรงแรม Landmark โดยเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ทางโรงแรมจัดขึ้น แต่ก็เป็นการทานบุฟเฟต์ร่วมไปกับลูกค้า (paying customers) ท่านอื่นๆที่มาทานกันตามปกติด้วย จึงนับเป็นโอกาสดีที่จะได้ลองรสมือของห้องอาหารที่เราเคยได้ยินชื่อเสียงดีงามมานานค่ะ ***-ทำเลที่ตั้ง / บรรยากาศ-*** ห้องอาหาร Atrium นี้ตั้งอยู่ที่ชั้น Lobby ของโรงแรม Landmark ค่ะ ตัวโรงแรมอยู่ริมถนนสุขุมวิท ช่วงระหว่างซอยสุขุมวิท 4 และสุขุมวิท 6 ถ้ามาทางรถไฟฟ้า BTS ให้ลงที่สถานีนานา ออก Exit 2 เดินตรงมาอีกประมาณ 100 เมตรก็ถึงค่ะ สำหรับวันที่ไปเป็นช่วงก่อนคริสต์มาส ด้านหน้าบริเวณ Lobby ก็เลยตกแต่งเป็น Christmas Theme สวยงาม มีน้องหมีตัวโตนั่งเป็นพระเอกอยู่กับต้นคริสต์มาสสีฟ้า น่ารักสุดๆค่ะ ส่วนด้านในห้องอาหารนั้นกว้างขวางไม่ใช่เล่นเพราะจุได้ถึง 150 คน มีทั้งโต๊ะใหญ่สำหรับผู้มาเป็นกลุ่ม และโต๊ะที่จัดแบบ “เราสองคน” ..โดยมีให้เลือกนั่งทั้งบริเวณใกล้ไลน์อาหาร และส่วนที่หลบมุมออกมานิดเพื่อความเป็นส่วนตัวค่ะ ***- ข้อมูลพื้นฐาน -*** สำหรับ International Buffet ที่นี่นั้นจะแบ่งช่วงการเปิดบริการเป็นตามนี้ค่ะ ราคาที่ลงไว้นี้เป็นราคาสุทธิแล้ว แต่ถ้ามีช่วงไหนที่มีการจัดเทศกาลหรือโอกาสพิเศษก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ถ้ายังไงก็โทร.สอบถามและสำรองที่นั่งกับทางโรงแรมดูก่อนที่เบอร์โทร. 02-254-0404 นะคะ Lunch วันจันทร์-ศุกร์ : 11.30 – 14.30 น. : ราคา 1,500 บาท Dinner วันอาทิตย์ – พฤหัส : 18.00 – 22.30 : ราคา 2,000 บาท Dinner วันศุกร์ – เสาร์ : 18.00 – 22.30 : ราคา 2,400 บาท Brunch วันเสาร์ – อาทิตย์ : 11.45 – 15.00 : ราคา 2,400 บาท [เฉพาะ Brunch จะรวมพั้นช์ผลไม้และน้ำดื่มให้ค่ะ] สำหรับมื้อ Dinner (ศุกร์-เสาร์) และ Brunch (เสาร์-อาทิตย์) นั้นนอกจากจะมีไลน์ seafood สุดอลังการแล้ว ยังมี Foie gras เพิ่มมาให้กินได้ไม่อั้นอีกด้วย งานนี้คนเลิฟ Foie gras มีเฮค่ะ แต่สำหรับครั้งนี้ที่เรามาลองเป็น Dinner ของคืนวันพฤหัส ก็เลยไม่มี Foie gras ให้นะคะ ..และถ้าใครอยากจิบ cocktails - ชิมไวน์ - กระดกแก้วเบียร์แกล้มไปกับอาหารด้วยล่ะก็ ทางโรงแรมมีอ็อปชั่นเสริมเป็น All You can Drink ให้ในราคา 890 บาท โดยสามารถเลือกสั่งได้ตั้งแต่ classic cocktails หลากชนิด, เบียร์, red wine, white wine, sparkling wine ไปจนถึงน้ำอัดลมค่ะ **- โปรโมชั่น -** ● สำหรับช่วงนี้ (ม.ค. 2559) ทางโรงแรมกำลังมีโปรโมชั่น มา 4 จ่าย 2 สำหรับ international buffet ทั้งหมดค่ะ ทราบมาว่าโปรโมชั่นนี้มีมานานระยะหนึ่งแล้ว และยังไม่มีกำหนดสิ้นสุดโปรโมชั่นนะคะ ● ดีล Ensogo ลด 50 % เฉพาะมื้อกลางวัน และมื้อเย็นวันอาทิตย์ – พฤหัส ไม่ทราบว่าดีลจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ลองติดตามดูนะคะ ● Eatigo - มีส่วนตั้งแต่ 10-50% ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เลือกจองค่ะ ***-ไลน์อาหาร-*** [Seafood on Ice] ไลน์นี้จะไม่พูดถึงเห็นจะไม่ได้เป็นอันขาด เพราะเรียงรายมาละลานตาทั้งปูอลาสก้า ปลาหมึก กุ้ง หอยนางรม หอยหวาน หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และที่เราชอบเป็นพิเศษคือ Black Mussels เนื้อหวานนุ่มหนึบ น้ำจิ้มซีฟู้ดที่นี่แซ่บได้ใจ มีมะนาวฝานไว้ให้สำหรับคนชอบเปรี้ยว ความสดโอเคทุกอย่างค่ะ สำหรับกุ้งที่นี่เป็นกุ้งแชบ๊วยตัวค่อนข้างโต แต่ความที่วันนั้นไม่ได้แกะเปลือกมาให้เลยกินลำบากนิดหน่อยนะ [อาหารญี่ปุ่น] มีทั้งซูชิ ซาชิมิ กุ้งเทมปุระ หัวปลาแซลมอนนึ่งซีอิ๊ว และไม่ลืมมีซุปมิโซะไว้ให้ซดคล่องๆคอด้วยค่ะ เท่าที่ลองดูซาชิมิและซูชิคุณภาพจัดว่าพอใช้ได้ในระดับบุฟเฟต์ กุ้งเทมปุระทอดมากรอบดีไม่อมน้ำมัน ถือว่าโอเคอยู่ ส่วนหัวปลาแซลมอนนึ่งซีอิ๊วนั้นเราชอบให้เคี่ยวเข้มข้นกว่านี้อีกนิดนะคะ โดยรวมกับไลน์นี้คุณภาพจะกลางๆ คือคนที่ชอบก็จัดได้ แต่ถ้าไม่ได้ลองก็ไม่ถือว่าพลาดอะไรนะ.. [Barbecue] สำหรับมุมนี้ขอบอกเลยว่ามันสุดยอดมากกก... เพราะอาหารปิ้งย่างที่นี่เค้าอร่อยล้ำเลิศทุกอย่างค่ะ ในไลน์จะมีทั้งกุ้ง แซลมอน หมูปิ้ง หมูสะเต๊ะ หอยเชลล์ ปลาหมึก ปลากะพงแดง สั่งปิ้งกันได้สดๆให้ได้กินร้อนๆ มาส่งให้ถึงโต๊ะค่ะ เท่าที่ลองดูทั้งกุ้ง แซลมอน หอยเชลล์ ก็ว่าย่างมาดี๊ดีแล้ว แต่แชมเปี้ยนของมุมนี้เรายกให้หมูสะเต๊ะค่ะ หมักมานุ๊มมม....นุ่ม รสเข้มข้นกำลังดี ไม่ติดมันเยอะ ฟินระเบิดระเบ้อ! [Cheese] เป็นมุมเล็กๆที่มีชีสให้แค่ 4 ชนิด กับเครื่องแกล้มพวกผลไม้แห้งและขนมปังกรอบ อาจจะดูไม่อลังการเท่าไหร่ แต่เท่าที่มีอยู่ก็เป็นชีสเกรดดีทีเดียวค่ะ คนรักชีสมาแวะจัดได้ [Cold cut] มีทั้งแฮมต่างๆและแซลมอนรมควันค่ะ อันที่จริงที่ชิมดูแฮมเค้าก็นุ่มอร่อยดีงามอยู่ แต่จากการส่งสายสืบไปคุยล้วงข้อมูลวงในจาก staff ของทางโรงแรม ได้ความว่า Smoked Salmon ในไลน์นั้นเป็นฝีมือเชฟที่นี่ทำเองแบบโฮมเมด ภูมิใจนำเสนอสุดๆ งานนี้เราก็เลยไม่ยอมพลาดต้องตักมาลองแบบรัวๆ ...คือมันเลิศมากค่ะ บอกเลย เนื้อแซลมอนนุ่มแน่น รมควันมาผิวแห้งกำลังดี อร่อยมากกก..(กอไก่ล้านตัว) ไม่มีกลิ่นคาวใดๆเลย รสชาติและความเค็มก็อยู่ในระดับกำลังดีแบบเป๊ะเว่อร์ สำหรับเราแล้วพอเจอมุมนี้เข้าไปนี่เล่นเอาลืมพวกซูชิ-ซาชิมิที่กินก่อนหน้านี้หมดไปจากใจเลยล่ะ...5555+ [สลัด] สำหรับมุมนี้จะมีทั้งผักสลัดให้เลือกทานกับ salad dressings ต่างๆ และสลัดแบบที่ปรุงมาเสร็จใส่ถ้วยจิ๋วๆไว้ ซึ่งเราเลือกลองเป็นสลัดอกเป็ดรมควัน และสลัดปูอัด รสชาติกลางๆค่ะ นอกจากนั้นยังมีพวก Apple Salad, Sausage Salad, Marinated Octopus….ฯลฯ ดูน่าทานทีเดียวค่ะ [Carving Station] มุมของคนรักเนื้อที่มีให้เลือกทั้ง Roasted Beef, Roasted Chicken และ Gammon Ham (เนื้อหมู) ..เชฟที่นี่มือเติบสุดๆ สั่งทีแล่มาให้ซะเต็มจาน เราเลือกลองเป็น Gammon Ham เพราะเคยได้ยินมาว่าของที่นี่เค้าเด็ด ปรากฏว่านุ่มอร่อยดีงามไม่ผิดหวังค่ะ ชอบใจว่าที่นี่มี pommery mustard ที่ยังเห็นมัสตาร์ดเป็นเม็ดๆกรุบๆให้ทานแกล้มด้วย ถ้ายังไงก็เผื่อกระเพาะไว้ลองกันดูนะคะ [Pasta] มีทั้งเส้น Fettuccine, เส้น Spaghetti ธรรมดาและเส้นหมึกดำ สามารถเลือกได้ว่าจะผัดน้ำมันมะกอก ราดซอสครีม Bolognese หรือ Neapolitan ก็ได้ ทำกันสดๆจานต่อจานส่งให้ถึงโต๊ะค่ะ [Soups] สำหรับเมนูซุปนี่น่าจะเปลี่ยนไปในแต่ละวันนะคะ อย่างวันที่ไปก็มีต้มยำแบบไทยๆ และ pumpkin soup แบบฝรั่งที่จะทานกับขนมปังหลากหลายชนิดที่วางไว้ให้ใกล้ๆก็เข้ากันดีค่ะ [Western Dishes อื่นๆ] ● Black Mussels – อบมาในหม้อแบบ Belgian Style ไม่ต้องไปไกลถึงเบลเยี่ยมก็มาลองดูได้ ● Pork – หมูอบราดน้ำเกรวี่ใส่ถาดอุ่นมา ความที่เห็นที่นี่เค้ามีฝีมือในการปรุงอาหารจากเนื้อหมู ไล่มาตั้งแต่หมูสะเต๊ะยัน Gammon Ham เราเลยต้องลองหมูอบเค้าดูซะหน่อย ..เนื้อหมูหมักมานุ่มดี น้ำเกรวี่ก็รสดีเคี่ยวมาซึมซาบเข้าเนื้อหมูกำลังอร่อย เป็นอีกจานที่ปลื้มปริ่มค่ะ ● Chicken – ไก่อบกับพริกฝรั่งและมะเขือเทศ ใครเบื่อเมนูหมูๆกับซีฟู้ดแล้วจะลองไก่ดูบ้างก็ดีค่ะ [อาหารไทย] เมนูน่าจะเปลี่ยนไปในแต่ละวันนะคะ เท่าที่เห็นจะมียำต่างๆ ลาบ ทอดมันกุ้ง แกงเขียวหวาน แกงมัสมั่นเนื้อ ขนมจีน.. ฯลฯ ..และมี noodle station ทำก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาตามสั่งร้อนๆด้วย โดยรวมก็คือเป็นมุมที่เหมาะกับเวลาเลี่ยนอาหารฝรั่งแล้วอยากมารีเซ็ทลิ้นกับอาหารไทยๆที่คุ้นเคยบ้างนั่นเองค่ะ [ของหวาน] ไลน์ของหวานที่นี่เว่อร์วังอลังการสุดๆแบบที่เห็นแล้วอยากจะกรีดร้อง! กับมื้อนี้เลยตั้งใจไว้เลยว่าจะต้องมาให้ถึงจุดนี้ให้ได้ (โดยไม่อิ่มซะก่อน)...555+ ไลน์นี้มีทั้งขนมไทยๆแบบทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ลูกชุบ ทำเป็นชิ้นเล็กๆพอคำแบบชาววัง ขนมตักใส่ถ้วยแบบทับทิมกรอบ ลอดช่อง บัวลอย เสริมทัพด้วยข้าวเหนียวหน้าต่างๆ ส่วนขนมของฝั่งตะวันตกก็มีเป็นเค้กนานาชนิดสุดแสนจะละลานตา และไอศครีมโฮมเมดที่มีทั้งรสกล้วย มะม่วง และกาแฟ ...เราก็เลยลองไปตามนี้เลยค่ะ ● White Chocolate Mousse – เมนูนี้จัดวางมาเป็นเค้กทั้งก้อนน่าทานที่สุด ตัวมูสหอมกลิ่น White Chocolate แบบชัดเจนจัดเต็ม เป็นตัวที่ชอบมากที่สุดในไลน์เค้กเลยล่ะ ● Chocolate pie – พายชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆที่ข้างในเป็นครีมช็อคโกแลต โรยหน้าด้วยเม็ดช็อคโกแลตกรุบกรอบ ที่จริงก็อร่อยใช้ได้ เหมาะกับคนที่ชอบช็อกโกแล็ตแบบเข้มข้น แต่เราติดใจกลิ่นรสหอมหวานของ White Chocolate และเนื้อมูสเบาๆของเมนูที่แล้วมากกว่าน่ะค่ะ ● Chocolate Tissimo – เค้กช็อกโกแลตเนื้อนุ่มรสเข้ม กับหน้าครีมช็อคโกแลตเข้มข้นจัดเต็ม อร่อยมากๆค่ะ ● Tiramisu – ตัวมูสเนื้อเบาไม่หวานมาก เป็นอีกตัวที่อร่อยทานเพลิน แม้ว่าจะยังไม่ใช่ Tiramisu ในอุดมคติของเราที่ชอบแบบหอมแรงทั้งกลิ่นกาแฟและรสเหล้าก็เถอะ (ของที่นี่ไม่ใส่เหล้าค่ะ) ● Panna Cotta – รสชาติชวนให้สดชื่นดีตามมาตรฐาน ชอบที่เค้าให้ซอสด้านบนเยอะดี เปรี้ยวๆหวานๆ ช่วยบาลานซ์กับความหวานมันหนักหน่วงของเค้กตัวอื่นๆได้น่ะค่ะ ● Hazelnut Cake – ตัวนี้เนื้อเค้กนุ่มดี หอมกลิ่น Hazelnut อ่อนๆ รสชาติจัดว่าใช้ได้ค่ะ ● Strawberry Cheesecake – ตัวนี้ค่อนข้างธรรมดา ทานได้เพลินๆค่ะ ● Homemade Ice cream – สำหรับไอศครีมของที่นี่นั้นขอบอกเลยว่าดีงามห้ามพลาดค่ะ เราเลือกเป็นรสกาแฟซึ่งมันตักยากสุดๆเลยได้มาก้อนกระติ๊ดเดียว กับรสมะม่วงที่ตักง่ายขึ้นมาหน่อย หลังจากชิมแล้วเราติดใจรสกาแฟเอามากๆ เพราะแค่ตักเข้าปากก็หอมกลิ่นกาแฟอบอวลรวมกับรสนมเข้มข้น อร่อยล้ำเลิศจริงๆค่ะ [ผลไม้] เท่าที่เห็นมีชมพู่ สับปะรด แก้วมังกร และแตงโม ดูไม่หลากหลายเท่าไหร่นะคะ [ชา-กาแฟ] ในบุฟเฟต์มีชา-กาแฟหลังอาหารให้ด้วย เราเลือกสั่งเป็น Hot Cappuccino ไป พนักงานจะมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะค่ะ กาแฟที่นี่หอมกลมกล่อมใช้ได้เลยทีเดียวนะ ***-ความคุ้มค่า/ราคา-*** กับบุฟเฟต์มื้อที่อิ่มอร่อยหนักมากประมาณนี้นี่เทียบกับราคาที่ลด 50 % เหลือคนละ 1,000 บาทถ้วนแล้วถือว่าคุ้มมากๆเลยล่ะค่ะ ในแง่รสมือนั้นที่นี่ก็จัดว่ามีฝีมือดีงามทีเดียวโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมุมบาร์บีคิวและอาหารตะวันตกรวมไปถึงของหวาน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่หมดโปรโมชั่น กลับไปเป็นราคาเต็มที่คนละ 2,000 บาท ก็อยากจะให้มีความหลากหลายของวัตถุดิบมากกว่านี้ เช่นว่าน่าจะเห็น lamb ในไลน์บุฟเฟต์บ้าง อะไรทำนองนี้นะคะ และแล้วมื้อนี้ก็เป็นมื้อจัดหนักส่งท้ายปี 2015 ได้อย่างอิ่มเปรมเต็มกระเพาะเลยทีเดียว ถ้าใครอยากมาลองบุฟเฟต์มื้อใหญ่ที่นี่ดูบ้างก็หาวันว่างๆมาลองจัดกันดูเลยค่ะ... อ่านต่อ
52 Likes0 Comment
LikeShare
photo