เมนูของร้าน Factory Coffee - Bangkok
เมนู Signature สุดฟิน ที่คนรักกาแฟไม่ควรพลาดวันนี้ผมจะพามาแนะนำร้านกาแฟชื่อดังย่านพญาไทครับ ซึ่งร้านนี้ก็เปิดมาพักใหญ่ๆแล้ว โด่งดังด้วยดรีกรีแชมป์กาแฟถึง 4 ถ้วย นั่นก็คือร้าน Factory Coffee นั่นเองครับ รีวิวนี้ผมอาจจะมาช้าหน่อย แต่อยากจะบอกว่าผมต้องมาชิมหลายทีก่อนจะคลอดรีวิวนี้ออกมาเลยนะ 555 ร้าน Fcatory Coffee นี้ตังอยู่ติดแนวรถไฟฟ้าเลยครับ (แต่ตัวร้านไม่ติดสถานีนะ) ร้านจะอยู่ตรงแยกพญาไทครับ ใกล้ๆกับแหล่งกวดวิชาวรรณสรณ์ครับ ตัวร้านเป็นตึกแถว 3 คูหา หน้ากว้างครับ ฝั่งเดียวกับวรรณสรณ์ การเดินทางน่าจะทำได้วิธีเดียวครับ คือการมาด้วย bts จะลงอนุสาวรีย์ หรือลงพญาไทก็ได้ครับ เพราะร้านอยู่ตรงกลางระหว่างกันเลย ส่วนใครจะเอารถมา ทางร้านแนะนำให้ไปจอดที่วรรณสรณ์ครับ แต่ผมยังไม่เคยลอง คิดว่าไม่น่ามี ยิ่งเสาร์อาทิตย์ด้วยนี่น่าจะยาก ส่วนหน้าร้านจอดไม่ได้เลยครับ ถ้าวันเสาร์อาทิตย์ ในซอยตรงข้ามซอยรางน้ำจอดได้ครับ ผมก็จอดนั่นแล้วเดินข้ามมา แต่วันธรรมดาห้ามจอดครับ เรียกได้ว่าร้านนี้ต้องตั้งใจมาถึงจะมาถึง 55 อย่างที่ผมเกริ่นไว้ครับ ร้านนี้ได้รับแชมป์บาริสต้ามาถึง 4 รางวัลด้วยกัน (Update Aug'17) เริ่มต้นสร้างชื่อเสียงด้วยรางวัลที่ 3 Meiji Latte Art 2015 ตามมาด้วย Thailand Indy Barista Championship 2016 และ National Thailand Barista Champion 2017 และล่าสุดกับ Thailand Indy Barista Championship 2017 ด้วยสี่รางวัลการันตี ก็คงไม่ต้องพูดอะไรมากแล้วว่าร้านนี้กาแฟเค้าดีขนาดไหน เรียกได้ว่าคอกาแฟไม่ควรพลาด และใครที่มาก็ต้องติดใจแน่นอนครับ ร้านนี้ตกแต่งก็เหมือนทุกๆร้านนะครับ แน่นอนว่าสไตล์ Loft ปูนดิบ โต๊ะไม้สีเข้ม โครงเหล็ก ร้านทาสีดำขาว และผนังโชว์อิฐ ร้านเป็นห้องแอร์ครับ ภายในมีโต๊ะรองรับได้ประมาณ 35 - 40 คนได้อยู่ครับ มี Wifi ให้นั่งทำงานได้ แต่ไม่มีปลั๊กไฟครับ ก็พออยู่ได้ ทันทีที่เข้าร้านมาก็จะได้กลิ่นกาแฟหอมๆที่ทางร้านคั่วเอง blend มาเองครับ และยังมีกาแฟหลากหลายเมล็ดอีกด้วย ดูได้จากโถเครื่องบดกาแฟครับ เท่าที่นับได้ตรงเคาน์เตอร์ก็มี 5 ตัวแล้วครับ เยอะมากๆ ผมว่าหลายๆร้านเยอะสุดก็แค่ 3 เอง และยังมีเครื่องชง และอุปกรณ์ชงหลากหลายรูปแบบ พร้อมด้วยพนักงานที่ดูเชี่ยวชาญดีครับ ถามอะไรตอบได้ แนะนำได้ โอเคเลย เรียกได้ว่าทั้งหมดที่คุณเห็นอยู่หลังเคาน์เตอร์มันดูโปรมากครับ นอกจากนี้ภายในร้านยังมีโซนขายเมล็ดกาแฟ อุปกรณ์การชง และภาชนะต่างๆขายในร้านด้วยครับ มาที่เรื่องเมนูบ้าง ร้านนี้จะแยกเมนูออกเป็น 2 ส่วนครับ ตัวชูโรงเลยคือพวกกลุ่ม Signature ของร้าน ที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาเองบ้าง ดัดแปลงมาบ้าง เรียกได้ว่าเห็นรูปในเมนูนี้คงไม่ไปมองอีกเมนูนึงเลยครับ เพราะทั้งรูปและชื่อ มันดูน่าดึงดูดมาก (ยกเว้นราคานะ) ส่วนเมนูกาแฟปรกติผมว่าอ่านยากดูยากไปนิด ใครมาครั้งแรกๆ หรือคนที่ไม่ค่อยได้ทานกาแฟบ่อยเท่าไหร่นักอาจจะงงได้ ผมดูสองสามทียังงงเลย หาพวกคาปูชิโน่ ลาเต้ไม่เจอ 555 โดยในเมนูของร้านตัวนี้จะมีทั้ง Filter อย่าง Drip หรือพวก Coldbrew, Espresso และพวก Non-Coffee นะครับ ราคาก็เอาเรื่องอยู่ประมาณนึง และสำหรับเมนูที่ผมสั่งทั้งหมดที่เคยมานะครับ ก็จะมี Mrs.Cold Signature, Phayathai Citric Signature, Matcha Latte, Supreme Signature, El Brown Signature, Slow Chai Tea และ White Citrus Signature ครับ เริ่มที่ Signature ตัวแรกครับ ตัวนี้เป็นตัวที่ผมมาทั้งสามครั้งก็สั่งทั้งสามครั้งครับ คือ Mrs.Cold ซึ่งเป็นกาแฟ Espresso Shot ที่เทแยกชั้นกับครีมข้นๆเย็นๆที่ก้นแก้วครับ ให้ความรู้สึกหอม นุ่ม มันๆติดปากเพราะครีมที่ข้น มีติดเค็มนิดๆ ดีมากครับแก้วนี้ ราคา 90 บาท จิบๆกินได้ตลอดวัน แต่แก้วนี้ถาเทียบกับเมนูที่ค้ลายกันเลยนะครับ(อาจจะอันเดียวกัน) คือเมนู Gravity ของร้าน Asama ที่เชียงใหม่แล้วนั้น ผมว่าร้านนั้นเด็ดกว่าเยอะครับ มันข้น มันครีม มันนุ่มและหอมกาแฟมากกว่าครับ สำหรับร้าน Factory ก็ทำได้ดีนะครับ แต่ยังไม่เท่า แม้จะได้ปริมาณที่เยอะกว่า แต่แก้วนี้ก็ได้ใจผมไปครับ 9/10 คือถ้ามันครีมกว่านี้อีกนิด แบบหนืดๆข้นๆหน่อยจะดีมากครับ สำหรับแก้วที่สองที่จะแนะนำกันก็คือเมนู Phayathai Citric ครับ เป็นอีกหนึ่งเมนู Signature ที่โคตรเท่อะ คำจำกัดความของมันคือ ความลงตัวของเลมอน โซดา และกาแฟครับ ดื่มแล้วให้ความรู้สึกที่เฟรชชี่ สดชื่น ได้ความหอมของกาแฟ เพิ่มความสดชื่นด้วยกลิ่นเลมอนและ Tonic ครับ และยังมี Spice Syrup เพิ่มเข้ามาเพิ่มความซ่าๆลิ้นอีกด้วย ส่วนถ้าถามว่าแล้วมันเท่ยังไง ก็ต้องบอกว่าแก้วนี้มันเท่ตอนเสิร์ฟครับ เพราะเวลาเสิร์ฟ เค้าจะยกถาดมาถาดนึง บนถาดมีผิวเลมอน และแก้วที่ใส่น้ำใสๆอยู่ คิดว่าน่าจะเป็น Tonic กับน้ำแข็งก้อนโต แล้วจะมีแก้ว shake มาเขย่าเชคๆโชว์เรา ข้างในมีกาแฟ กับน้ำแข็งครับ เสร็จแล้วเอามารินผ่านตะแกรงกรองไม่ให้น้ำแข็งมันลงไป และให้เนื้อบอดี้มันนุ่มฟูขึ้นเล็กน้อยครับ (คือมันเป็นฟองนั่นแหละ) รินลงไปในแก้วจนปริ่มขอบแก้ว แล้วพนง.จะหยิบเลมอนมาบิดบริเวณปากแก้วครับ ให้มีกลิ่นของผิวเลมอนเข้าไปด้วย ตามด้วยสเปรย์อะไรซักอย่าง ฉีดๆลงไปบนแก้วอยู่ห้าหกที คาดว่าน่าจะเป็นตัว spice syrup มั้ง เสร็จแล้วครับ พร้อมถ่ายรูปและทานได้เลย แก้วนี้ผมว่าเค้าคิดออกมาได้ลงตัวทุกอย่างครั้บ ตั้งแต่การเลือกกาแฟที่บอดี้ไม่เข้มมาก เน้นไปทางกลิ่นผลไม้ดอกไม้ แล้วมาเจอกับกลิ่นเลมอน มันลงตัวสุดๆครับ สดชื่นมากๆ ชอบมากครับ ราคา 120บาท รับไปเลย 10/10 ครับแก้วนี้ แก้วที่สามที่จะแนะนำเป็น Supreme Signature ครับ คำนิยามของแก้วนี้คือความนุ่มครับ มันนุ่มละมุนมากๆ ตอนที่ยกมาเสิร์ฟ จะมาในแก้วไวน์ทรงสูงที่ใส่นมมาแล้วค่อนแก้ว แล้วมาเชคกาแฟโชว์ค้ลายกับตัว Phayathai ครับ แล้วค่อยๆเทกาแฟผ่านตะแกรงกรองลงไปในแก้ว เพิ่มความนุ่มละมุ่นให้กาแฟเป็นฟอง ดื่มแล้วลงตัวมากครับ แอบได้กลิ่นเหมือนชินาม่อนนิดๆ แต่ตัวนี้ไม่จืดจางไปเลยนะครับ เพราะบอดี้กาแฟยังมาเต็ม เข้มข้นอยู่ จะว่าไปมันก็เหมือนลาเต้แหละครับ แค่ไม่มีน้ำแข็งมาละลายให้กวนใจ แต่ความนุ่มต่างกันเยอะ แก้วนี้ 9/10 ครับ ราคา 150 บาท เอาเรื่องอยู่ ตัวต่อมาคือ El Brown Signature ครับ แก้วนี้ดูไปดูมาจะคล้ายๆกับตัว Mrs.Cold ครับ เพียงแต่จะเพิ่มตัวช็อคโกแลตลงไปในแก้วด้วย ผสมกับครีมและช็อตเอสเพลสโซ่ ตัวนี้ทานง่ายมากครับ เพราะมันมีรสช็อคโกแลตเข้ามาช่วยค่อนข้างเยอะ เข้มข้นเลย แทบไม่รู้สึกถึงรสกาแฟเท่าไหร่ครับ ติดหวานนิดๆเพราะช็อคโกแลต เหมาะกับสาวๆ หรือคนที่เพิ่งเริ่มทานกาแฟ หรือไม่อยากทานรสที่เข้มนัก แต่สุดปลายลิ้นจะมีความขมลึกๆของช็อคโกแลตและกลิ่นกาแฟอยู่ในปากครับ ส่วนตัวครีมนมผมว่าไม่ข้นเหมือนตัว Mrs.Cold แต่ความจริงอาจจะเป็นตัวเดียวกัน เพียงแค่รสของช็อคโกแลตมันกลบไปค่อนข้างเยอะ เวลาเสิร์ฟมาจะไม่ค่อยแยกชั้นเท่าไหร่ และมีโรงผงช็อคโกแลตมาด้านบนด้วย ถือว่าโอเคอยู่ครับ แต่สำหรับผมชอบตัว Mrs.Cold มากกว่า แก้วนี้เลยรับไป 8.5/10 สนนราคาที่ 100 บาทครับ ถัดมาเป็น Slow Chai Tea ครับ แก้วนี้ได้รับคำแนะนำจากพนง.สุดสวยมาว่าเป็นชาอินเดีย ที่จะมีกลิ่นเครื่องเทศที่ค่อนข้างเด่น สำหรับใครที่ชอบแนวนี้น่าจะชอบ ไอ่เราก็ยุเพื่อนให้ลองสั่งมาครับ ซักพักก็ยกมาเสิร์ฟแบบแยกชุดมาระหว่างนมที่สตรีมมาพออุ่นๆ มีฟองนิดๆ กับอีกแก้วเป็นน้ำแข็งที่ทำมาจากชาอินเดียนั่นแหละครับ โรยท็อปด้วยผงชินาม่อน เวลทานก็ราดนมลงไป คนให้ละลายหน่อย สัมผัสแรกที่ผมชิม คือมันฉุนมากครับ กลิ่นชินาม่อนแรงมาก ผมชักไม่แน่ใจว่ามันเป็นชินาม่อนอย่างเดียวหรือเปล่า 55 แต่ครั้งแรกที่กินใส่นมไม่หมดนะครับ ตัวชาก็ยังไม่ละลายดี พอกินไปคนไปเติมนมไปซักพักก็ได้กลิ่นชามาแล้วครับ รสดี หอม แค่ชินาม่อนก็ยังอบอวลอยู่ดี แก้วนี้ 120 บาทครับ เอาเรื่องนิดๆ ผมว่าคนที่ชอบชาหลายๆแบบน่าจะมาลอง ส่วนตัวผมเองขอบาย แก้วนี้ขอไม่ให้คะแนนละกันครับ ไม่ใช่ทาง 555 สุดท้ายเป็นเมนูที่เรียกว่าไม่รู้จะลองอะไรแล้ว เอาอันนี้ก็ละกัน นั่นก็คือ White Citrus Signature ครับ โดยส่วนตัวผมไม่ชอบกาแฟหรือโกโก้ที่ใส่นมและส้มแบบนี้เลย รสชาติมันแปลกๆ แก้วนี้ก็อย่างที่คิดครับ 55 สัมผัสแรกคือ หอม หวานนิดๆ แต่กลิ่นกาแฟไม่ค่อยติดลิ้น ในแก้วจะมี กาแฟ นม วนิลา น่าจะเป็นคาราเมล ส้ม และใบมิ้นครับ ดูดไปก็เย็นๆหน่อย สดชื่นแต่ไม่สุด 55 แก้วนี้ก็ไม่ใช่ทางครับ ถ้ามาแนวส้มผมชอบแบบกาแฟดำมากกว่า แบบตัว Phayathai ครับ แก้วนี้ 120 บาท เอาไป 8/10 ครับ สรุปเลยนะครับ ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านกาแฟที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ทั้งดีกรีแชมป์ ทั้งรสชาติของกาแฟ และเมนู Signature ที่แปลกใหม่หลากหลาย ผมว่ามันก็คุ้มค่านะกับการได้มาลองชิมกาแฟ Signature หรือฝีมือจาก barista เก่งๆ เมล็ดกาแฟดีๆ ที่ร้านนี้ ผมว่าถ้าได้มาชิมซักเมนูแล้วจะต้องติดใจแบบผมแน่นอนครับ สำหรับผมแล้ว Phayathai Citric Signature ยังเป็นเมนูที่เจ๋งสุด และควรมาลองครับ กับร้าน Factory Coffee BKK ร้านนี้ครับ... อ่านต่อ
1 Like0 Comment
LikeShare
photo