Rang Mahal (Rang Mahal) Rembrandt Hotel

ปิดอยู่จะเปิดในเวลา 12:00
USERS' CHOICE 2020
เมนูของร้าน Rang Mahal Rembrandt Hotel
PALAK AAP KI PASAND
อร่อยสมราคาและรางวัลที่การันตีไว้
ด้วยความชื่นชอบอาหารอินเดียเป็นการส่วนตัว จึงได้ค้นหาร้านอาหารอินเดียร้านต่างๆทั่วกรุงเทพฯที่ถูกจัดอันดับว่าดีและอร่อย ซึ่งร้านนี้ก็ติดโผ และมาเป็นอันดับหนึ่งของ Tripadvisor ได้รางวัลมากมายมาการันตีความอร่อยของอาหารอินเดียเหนือแบบชาววัง คำว่า Rang Mahal (ชื่อห้องอาหาร)นั้นเป็นการแสดงตัวอย่างที่ชัดเจนของความมั่นคั่งและชีวิตที่หรูหราของชาวอินเดีย ตามประเพณีแล้ว Rang Mahal หมายถึงพระราชวังและสถานที่จัดเลี้ยงซึ่งตกแต่งอย่างวิจิตตระการตาสำหรับพระราชาแห่งอินเดีย ดังนั้นศิลปะอันเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยต่างๆเหล่านี้ก็ถูกตกแต่ง และผสมผสานเข้าไว้อย่างลงตัวกับความทันสมัยของห้องอาหาร Rang Mahal ชั้น 26 โรงแรม Rembrandt ด้วย หลังจากได้ร้านแล้วแพรก็โทรจองโต๊ะเพื่อพาคุณพ่อกับคุณแม่มาฉลองมื้อพิเศษด้วยกัน กับ Maharaja set menu การเดินทางมาที่ร้านไม่ยากเลย สามารถเข้าได้ทั้งซอย สุขุมวิท 20 และสุขุมวิท 18 จอดรถได้ที่โรงแรมและประทับตราบัตรจอดรถฟรี การแต่งกายเข้าห้องอาหารควรเป็นแบบ smart casual ไม่อนุญาตให้สวมเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ อาหารที่นี่เน้นอาหารอินเดียเหนือรูปแบบชาววังพิถีพิถัน มีทั้งเนื้อสัตว์ย่างในเตาทันดูร์(เตาย่างแบบอินเดีย) แกงที่ใส่เครื่องแกงต่างๆ อาทิ แกงแพะ แกงถั่ว ขนมหวานอินเดีย อาหารเจ หรือแม้กระทั่งอาหารพิเศษสำหรับผู้นับถือศาสนาเจน ผู้ที่ไม่รับประทานหอม และกระเทียมก็มีเช่นกัน รีวิวนี้ค่อนข้างยาวเพราะรับประทานไปหลายเมนู จะมาไล่เรียงรสชาติ วัตถุดิบกันทีละเมนูไปนะคะ Maharaja set menu ราคาคนละ 1,195 บาท++ ประกอบด้วย APPETIZERS ปลาหมักด้วยเครื่องเทศย่างในเตาทันดูร์ – ตอนแรกอ่านเมนูผ่านๆคิดว่าเป็นปลาหมึก อ้าว ไม่ใช่ๆ เป็นเนื้อปลาหมักนี่นา เนื้อปลาหมักกับเครื่องเทศสีเหลือง คิดว่ามีผงกะหรี่และใส่มัสตาร์ดลงไปนิดๆแน่นอน เพราะได้กลิ่นหอมๆ ชิ้นปลาก็ขนาดพอสมควร ไม่มีก้างมากวนใจตอนรับประทาน เนื้อปลานุ่ม แต่ไม่เละ ยังเป็นชิ้น เครื่องเทศกลบกลิ่นคาวปลาได้ดี เป็นการเริ่มต้นมื้อนี้อย่างนุ่มนวลเลย เนื้อไก่หมักด้วยเครื่องเทศย่างในเตาทันดูร์ – ชิ้นนี้จะแน่นขึ้นมาหน่อยเพราะวัตถุดิบเป็นไก่ เนื้อแน่นกว่าปลา แต่ก็ยุ่งนุ่ม หมักเครื่องเทศแล้วซึมเข้าไปในเนื้อมากกว่าปลา อร่อยถึงข้างในทีเดียว สาโมสายัดไส้มันฝรั่งและถั่วลันเตา – ชิ้นนี้หนักและใหญ่ที่สุดในบรรดาอาหารเรียกน้ำย่อย เพราะมีแป้งเป็นส่วนผสม ด้านในของสาโมสาเป็นไส้ถั่นลันเตา และมันฝรั่งผัดกับเครื่องเทศ ทานคู่กับน้ำจิ้มที่จัดมาให้เฉพาะ แป้งสาโมสาไม่หนาจนเกินไป ไส้แน่น เยอะ กรอบกำลังดี ไม่ถึงขนาดกะหรี่ปั๊บ ชิ้นนี้ถือเป็นคำที่ตัดกำลังพอสมควร MAIN COURSES แกงไก่ไม่มีกระดูกผสมกับครีม เครื่องเทศ และนํ้าซอสมะเขือเทศ – เสิร์ฟมาในหลุมของเซ็ตจาน สีออกแดงส้ม กลิ่นไม่แรง ไก่ชิ้นใหญ่ นุ่ม กินกับข้าวบาสมาติแล้วเข้ากันมาก แกงแพะย่างปรุงรสด้วยซอสหัวหอมกับเครื่องเทศอินเดีย – แม้ว่าจะเป็นแกง แต่รสชาติที่ได้ก็แตกต่างกัน เพราะใช้วัตถุดิบหลักคนละประเภท และเครื่องปรุงก็คนละอย่าง แกงแพะจะมีกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เครื่องเทศจัดจ้านมากกว่าเพื่อกลบกลิ่นสาปแพะ ร้านนี้ทำออกมาได้ดี น้ำแกงเข้มข้นมาก กินกับแป้งนานแล้วคือใช่เลย เนื้อแพะก็ชิ้นใหญ่ เปื่อยสุดๆ คุณแม่ชอบมาถึงกับสั่งกลับบ้านอีก ชุด ผักขมบดปรุงพิเศษ – ชื่อผักขมแต่ไม่ขมเลย ทานเป็นเครื่องเคียงอร่อยดี แกงถั่วดำผสมครีม – จานนี้แม้จะเป็น portion ขนาดเล็กแต่เรื่องของรสชาตินี่เทียบกับชามใหญ่อย่างแกงแกะ แกงไก่ได้เลย ปกติแพรไม่ชอบกินถั่วดำ ตอนแรกวางไว้ยังไม่ตักสักคำ แต่พอเห็นคุณพ่อรับประทานแล้วบอกว่าอร่อย ก็ลองชิมดู เออ..มันอร่อยกว่าหน้าตาเยอะเลย เมล็ดถั่วดำก็นุ่ม ไม่แข็ง แค่คงรูปร่างไว้ การผสมครีมลงไปเพิ่มความนุ่มนวลให้กับแกงมากทีเดียว ข้าวผัด – แน่นอนว่าต้องมีข้าวในอาหารจานหลัก ซึ่งก็เป็นข้าวบาสมาติแบบอินเดียที่ขาดไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าข้าวนำไปผัดใส่เครื่องเทศอะไรบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีกลิ่นฉุนแรง เหมาะเป็นข้าวที่กินคู่กับแกงจริงๆค่ะ โยเกิร์ตปรุงพิเศษ – โยเกิร์ตของที่นี่ไม่เปรี้ยวมาก กินแล้วออกครีมๆ ไว้แก้เลี่ยนได้ค่ะ นาน ขนมปังอินเดีย( NAAN/PARATHA Assorted Indian breads ) – นานมีหลายชนิดทั้งแบบปกติ แบบเผ็ด แบบที่ใส่ชีสด้านในก็มี อร่อยคละๆกันไป แต่ทุกชิ้นกินกับแกงคือทีเด็ด! DESSERTS ขนมแครอทปรุงรสด้วยนม – เมนูนี้เหมือนขนมเด็กๆ คุณแม่รู้สึกไม่คุ้นกับการนำแครอทมาทำแบบนี้ มันยังให้ความรู้สึกเหมือนกินของคาวที่รสชาติหวานอยู่ ส่วนตัวแพรว่าก็อร่อยดีนะ แปลกๆดีค่ะ ผลไม้สดตามฤดูกาล - ผลไม้ชิ้นใหญ่ อร่อย ชาผสมเครื่องเทศหรือกาแฟ – มีโอกาสลองดื่มชาร้อนผสมเครื่องเทศ รสชาเข้มข้นมากๆ แม้ว่าสีจะเหมือนชานมก็ตาม ออกขมนิดๆ และจืด ทางร้านให้น้ำตาลมาเติมเพิ่มเอง เดิมทีลังเลระหว่าง set menu กับการสั่งเป็นจานๆ เพราะเคยไปร้าน Indian Hut พอจะทราบว่าอาหารอินเดียให้จานใหญ่ ปริมาณเยอะ เกรงว่าจะรับประทานไม่หมด แต่คุณแม่อยากลองแบบ set menu ซึ่งถือเป็นโอกาสดี แพรก็ไม่เคยลองอาหารอินเดียแบบเป็น course นี้เลย ก็เลยเลือกแบบนี้มาซึ่งก็ต้องบอกว่าไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ เพราะว่าแต่ละเมนูก็มีรสชาติเฉพาะตัว ปริมาณก็ไม่น้อย คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปจริงๆ การบริการของทางร้านคงไม่ต้องสงสัยอยู่แล้ว เพราะเป็นห้องอาหารในโรงแรม ยอดเยี่ยม แสดงให้เห็นว่าเราเป็นลูกค้าคนพิเศษจริงๆค่ะ หากใครสนใจก็ยังมีคอร์สอื่นๆอีก ทั้งที่ราคาถูก/แพงกว่านี้ สามารถดูได้ในเว็ปไซด์ http://www.rembrandtbkk.com/restaurants/ หรือหากอยากทานแบบหลากหลายในครั้งเดียวก็แนะนำเป็น Sunday Brunch ที่คุ้มค่าไม่แพ้กันค่ะ... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
22 Likes0 Comment
LikeShare
photo