เมนูของร้าน Barcelona Gaudi
ฟินกับอาหาร Catalan เจ้าแรกๆของเมืองไทย ในบรรยากาศเหมือนยก Barcelona มาไว้ที่ใจกลางกรุงเทพฯBarcelona Gaudi - จากชื่อร้านที่ได้แรงบันดาลใจจาก Antoni Gaudi - สถาปนิกชื่อก้องโลกผู้สร้างสรรค์ผลงานให้ Barcelona กลายเป็นเมืองที่สวยงามโดดเด่นเสมือนหลุดออกมาจากความฝันหรือเทพนิยายแฟนตาซี – ก็ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าร้านนี้เน้นความเชี่ยวชาญอาหารของสเปนทางตอนเหนือ หรือ Catalan Cuisine นั่นเอง ร้านนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของสองพี่น้อง Jordi และ Jaume Bartés ที่จะนำทั้งอาหาร วัฒนธรรมและบรรยากาศของ Barcelona บ้านเกิดมาให้คนไทยได้สัมผัสได้ใกล้ๆที่ใจกลางกรุงเทพฯ นี้ เมื่อได้ฝีมือเชฟ Marc Font Garriga เชฟชาว Catalunya แท้ๆที่มีพื้นฐานการทำอาหาร Catalan อย่างช่ำชองจากร้านอาหารของครอบครัวที่เมือง Centelles อีกทั้งยังมีโอกาสได้ร่วมงานสั่งสมประสบการณ์กับร้านอาหารที่ได้ดาวมิชลินและโรงแรมต่างๆ รวมถึงเคยไปฝึกทำอาหารไทยที่ร้าน Nahm มาแล้ว อาหารที่นี่จึงไม่ได้มีแค่อาหารสเปน แต่ครอบคลุมถึงอาหาร Mediterranean รวมถึงเมนูฟิวชั่น Thai-Catalan อีกด้วย น่าสนใจทีเดียวค่ะ ****-บรรยากาศ-**** นอกจากชื่อร้านจะมาจากชื่อของ Antoni Gaudi แล้ว หน้าร้านก็ยังโดดเด่นด้วยการสร้างจำลองตามแบบ Casa Batllo ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปนิกท่านนี้ด้วย ร้านมี 2 ชั้น โดยทางขึ้นชั้น 2 จะเป็นบันไดวนแคบๆ (น่าจะเพราะพื้นที่จำกัด แต่ก็แอบทำให้นึกถึงบันไดวนที่โบสถ์ Sagrada Familia อยู่นิดๆนะ) ด้านในห้องตกแต่งด้วยกระเบื้องหลากสีซึ่งก็ดูจะสื่อถึงผลงานของ Gaudi อีกเช่นกัน รวมไปถึงภาพวาดและของตกแต่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับประเทศสเปนทางตอนเหนือทั้งหมด ดูแล้วชัดเจนตาม Concept ร้านดีมากๆเลย ****-เมนูที่ลอง-**** [Cold Cuts] Cold Cuts และชีสที่สั่งมาทั้งหมดจะเสิร์ฟพร้อม Tomato Bread ซึ่งก็คือขนมปัง (Barra de Pan) ที่หั่นเป็นแว่น ปิ้งมาบางๆพอให้ผิวนอกกรอบ ทาหน้ามะเขือเทศมาด้วยนั่นเอง ทานเพลินดีเลยล่ะ ● Serrano Ham (เล็ก 190 บาท / ใหญ่ 280 บาท) – ใครอยากจัดแฮมชื่อดังตัวท็อปของสเปนอย่าง Iberico Ham ทางร้านก็มีให้สั่ง แต่ของเราขอจัดตัวกลางๆแค่ Serrano Ham ก่อน ความฟินก็เลยกลางๆตามราคานะคะ ● Chorizo Sausage (เล็ก 150 / ใหญ่ 220 บาท) – Chorizo นี่ปกติเป็นของโปรดเราอยู่แล้ว กับจานนี้ก็ถือว่าใช้ได้อยู่ล่ะ ● Manxec (เล็ก 180 บาท / ใหญ่ 270 บาท) – จานนี้คือ “Manchego” หรือชีสจากภูมิภาค La Mancha ของสเปนที่ทำจากนมของแกะพันธุ์ Manchega เป็นชีสที่เนื้อ firm แต่เนียนละมุน กลิ่นรสเฉพาะตัวชัดเจนแต่ไม่แรงมาก ทานง่ายดีค่ะ [Eggs] ● Truita de Patates (เล็ก 90 / ใหญ่ 140 บาท) – Truita หรือ Tortilla ก็คือไข่เจียวผสมชิ้นมันฝรั่งและหอมใหญ่ ทอดออกมาเป็นชิ้นหนาๆ เนื้อค่อนข้างแน่นกว่าไข่เจียวปกติ หอมรอยไหม้บางๆบนผิว จานนี้ก็เสิร์ฟพร้อม Tomato Bread อีกเช่นกัน [Croquetes] ● Rei Croqueta (395 บาท) – เป็นเมนูที่รวมเอา Croquetes (Croquettes) หลากหลายชนิดของทางร้านไว้ในจานเดียว นับรวมได้ถึง 20 ชิ้น เหมาะจะสั่งมาทานเล่นเป็นหมู่คณะดีค่ะ ส่วนถ้าใครฉายเดี่ยวก็สามารถแยกสั่งเป็นอย่างๆได้ในราคาจานละ 95 บาท (แน่นอนว่าเทียบราคาแล้วสั่งแบบรวมมิตรย่อมคุ้มกว่านะ) ในจานประกอบไปด้วย… - Marisc : Croquettes ชิ้นกลมๆนี้มีสีดำจาก Squid Ink ช่วยเพิ่มกลิ่นรสที่เข้ากันได้ดีกับไส้ที่เป็นเนื้อปลาหมึกผสมกุ้ง - Classica : ไส้เป็นเนื้อไก่ย่างผสม Serrano Ham - Cidra : ไส้ประกอบไปด้วย Spicy Chorizo, Apple น้ำผึ้ง และน้ำส้มสายชู (Cider) - Alberginia : ไส้มะเขือม่วงและ Goat Cheese - Bolet : ไส้เห็ดรวม ฟักทองย่าง และมันฝรั่ง ในภาพรวมรสชาติแต่ละชนิดค่อนข้างใกล้เคียงกันเพราะเป็นของทอด แตกต่างกันแค่ที่ไส้ซึ่งก็มีแป้งและส่วนผสมต่างๆปนอยู่อีก แต่ก็ทานเพลินดีทุกชิ้น ที่ชอบคือ Aioli ที่รสชาติเข้มข้นดี มีทั้งแบบธรรมดาและแบบเผ็ดนิดๆให้เลือกจิ้ม [Paelles] ข้าวผัดสเปนหรือปาเอญ่านั้นจัดเป็นเมนูแนะนำของที่นี่ มีหลากสูตรหลายแบบให้เลือกลอง โดยสามารถสั่งได้ 2 ขนาด คือขนาดเล็กพอดีทาน 2 คน กับขนาดใหญ่ทานได้ 4 คน เสิร์ฟมาในกระทะแบน เราลองไป 2 แบบนี้ค่ะ ● Paella de Marisco (620 / 940 บาท) – Seafood Paella ที่ใส่มาทั้งกุ้ง ปลาหมึก และหอยแมลงภู่ เมล็ดข้าวกร่างนอกนุ่มในแบบของสเปนแท้ ส่วนตัวเราไม่ค่อยชอบข้าวแบบนี้เท่าไหร่ (คือมันถูกต้องแต่ไม่ถูกจริตคนไทยนิสัยติดข้าวนุ่มอย่างเรา) แต่ก็พอทานได้เพลินๆ และก็ต้องยกเครดิตให้ทางร้านว่าทำออกมาได้เหมือนต้นฉบับล่ะค่ะ ● Paella Negre (620 / 940 บาท) – คล้ายคลึงกับจานแรก แต่มีการเติม Squid Ink คลุกเคล้าเคลือบเมล็ดข้าว ได้ความหอมมีรสมีชาติจากหมึกที่เสริมให้อร่อยขึ้นอีก เลยชอบจานนี้มากกว่านิดนึงนะคะ [Hort-Vegetables] ● Bolets a L’Allet (เล็ก 160 / ใหญ่ 220 บาท) – เห็ดผัดกับกระเทียมและน้ำมันมะกอก ปรุงรสด้วยเครื่องเทศ เติมเผ็ดเบาๆด้วยผง Paprika อร่อยมีรสมีชาติ ถูกใจมากมาย [Muntanya-Meat] ● Txistorra (225 บาท) – ไส้กรอกโฮมเมดฝีมือทางร้านเอง - Txistorra หรือ Chistorra นั้นเป็นไส้กรอกสูตรท้องถิ่นของแคว้น Aragon และ Basque รสชาติอมเปรี้ยวใกล้เคียง Chorizo เมนูนี้นำมาหั่นเป็นดุ้นๆพอดีคำแล้วผัดกับหอมใหญ่และไวน์ขาว อร่อยสุดๆไปเลย ● BCN Fried Chicken (150 บาท) – ไก่ทอดเนื้อค่อนข้างแห้งและทอดมาแข็งไปนิด แต่ก็ดีที่ไม่อมน้ำมันนะ [Mar – Seafood] ● Gambes a L’Allet (280 บาท) – กุ้งผัดกับกระเทียมและพริกเมนูนี้เป็นอาหารจานโปรดของเราที่ชอบสั่งเวลาทานอาหารสเปนและโปรตุเกส สำหรับจานนี้ถ้าเทียบกับร้านที่เน้น Tapas ด้วยกันแล้วถือว่าทำได้ดีตามมาตรฐาน ปรุงรสได้เข้มข้นดีงาม ถ้าเทียบกับพวกภัตตาคารอาหารทะเลโดยเฉพาะ (ของที่โน่น) ก็ยังจะแพ้อยู่นิดๆ แต่สำหรับในกรุงเทพฯที่ไม่ได้มีร้านอาหารสเปนหรือโปรตุเกสมากนัก ยิ่งที่เป็นภัตตาคารอาหารทะเลยิ่งไม่มีเลย Gambes a L’Allet ของที่นี่ก็จัดเป็นช้อยส์ที่ดี มาทานให้หายคิดถึงได้เลยค่ะ ● Bacalla (380 บาท) – ปลา Bacalhau หรือปลาค็อดแห้ง เนื้อปลาแน่นๆ ปรุงรสด้วยน้ำมันมะกอก เครื่องเทศ เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งตุ๋น ปกติเมนูที่เป็นปลา Bacalhau นั้นมักจะเค็มเกินไปจากการใช้เกลือเพื่อถนอมอาหาร (เนื้อปลา) ให้เก็บไว้ได้นาน แต่ของที่นี่เชฟปรุงแบบลดความเค็มเอาใจคนไทย เมนูนี้เราก็เลยฟินไป (ไม่ถูกต้องตามต้นฉบับแต่ถูกใจเราจ้ะ) ● Pop A La Gallega (370 บาท) – เนื้อปลาหมึกยักษ์นำเข้า เอามาตุ๋นจนนุ่มแล้วหั่นชิ้นพอดีคำผัดกับน้ำมันมะกอกปรุงรสใส่ Potato Confit นี้เป็นอาหารประจำแคว้น Galicia ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสเปน กับจานนี้ปรุงรสด้วยผง Paprika ให้รสเผ็ดร้อนนิดๆ อร่อยถูกใจตักกันรัวๆ [Desserts] ● Flam de la Casa (140 บาท) – ก็คือขนมคัสตารด์นั่นเองแต่เป็นรสครีมชีส ราดน้ำเชื่อมคาราเมล เสิร์ฟมาพร้อมวิปครีม เป็นของหวานที่ชอบที่สุดของมื้อนี้ค่ะ ● Crema Catalana (140 บาท) - ว่ากันตามภาชนะที่ใส่แล้วหน้าตาเมนูนี้เหมือน Crème Brulee ของฝรั่งเศสมากกว่า Crema Catalana สไตล์สเปน แต่ก็พอจะเห็นได้ว่าชั้นของน้ำตาลไหม้ที่ผิวหน้านั้นเป็นแผ่นหนาๆจากการแนบโลหะร้อนๆ ไม่ได้ใช้ Blow Torch ซึ่งจะให้รอยน้ำตาลไหม้บางๆเบาๆแบบ Crème Brulee ส่วนในแง่รสชาติก็แทบจะเป็นขนมอย่างเดียวกันนั่นล่ะ ขัดใจอยู่นิดเดียวว่าที่นี่ใช้ท็อปปิ้งเป็น Ladyfinger กรอบๆชิ้นโต เพิ่มความหวานให้ขนมไปอีก เราว่าถ้าเปลี่ยนเป็นผลไม้สดน่าจะเข้าท่ากว่า หรือจะเติมกลิ่นผิวส้มเบาๆให้กับชั้นน้ำตาลซักนิดก็น่าจะสดชื่นขึ้นอีกนะ ● Xurros (140 บาท) – ปกติเราชอบ Churros แบบที่ผิวนอกกรอบ ด้านในนุ่มละลายในปาก ของอันนี้ยังไม่ได้ระดับนั้น แม้ไม่ถึงกับกรอบแข็งแต่เนื้อแป้งยังไม่ฟูเบานัก และแอบอมน้ำมันอยู่นิดๆ จุ่มซอสช็อกโกแลตก็ทานได้เพลินๆไม่ถึงกับโดดเด่นล่ะ ● Trufes (120 บาท) - ปิดท้ายกันด้วย Dark Belgium Chocolate Truffles ที่ชิมแล้วก็กลางๆ กลิ่นช็อกโกแลตยังไม่ได้หอมอวลทั่วปากแบบช็อกโกแลตจากร้านดังๆ แต่ในเมื่อที่นี่เป็นร้านอาหาร ไม่ใช่ร้านช็อกโกแลต แถมราคาก็ไม่รุนแรง (จานละ 8 ลูก) ก็ถือว่าเข้าใจได้ล่ะค่ะ [Drinks] แน่นอนว่าต้อง Sangria – ของที่นี่ทำออกมาได้ดีไม่หวานมาก จิบแกล้มอาหารได้เพลินๆตลอดมื้อเลย ****-The Verdict-**** อาหารที่ลองในมื้อนี้จะเป็นแนวๆ Tapas ทั้งหมด ซึ่งในภาพรวมทางร้านก็ทำออกมาได้ดีไม่ผิดหวัง โดยของคาวจะเด่นกว่าของหวานค่อนข้างชัดเจน รู้สึกได้ว่าเชฟมีทักษะในการปรุงรสที่ดี มีการปรับรสให้เข้ากับลิ้นคนไทยบ้าง แต่หลายๆจานก็ทำได้ไม่ต่างจากไปนั่งทานที่สเปนเลย นอกจากเหมาะกับจะมานั่ง Hangout กันยาวๆตอนเย็นแล้ว ทางร้านยังจัดชุดเซ็ทมื้อกลางวันราคาดีๆสำหรับช่วง 11.00-15.00 น. อีกด้วย ใครชอบอาหารสไตล์นี้แนะนำว่าต้องจัดค่ะ... อ่านต่อ
52 Likes0 Comment
LikeShare
photo