4.6
2 เรตติ้ง (2 รีวิว)
ซูชิ฿฿฿฿฿
Izesushi
Jun Set (จานที่ 2)
ร้าน​ซูชิใน Hokkaido ที่ได้ Michelin Star 1 ดาว ราคาเบาๆร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ JR ครับ แต่ต้องโทรจองก่อนล่วงหน้านะครับ (ไม่แน่ใจว่า walk-in จะได้มั้ย) ทางไปร้าน: จากสถานี JR ให้เดินตรงไปทางถนน Chuo Dori แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Odori ตรงไปประมาณ 3 บล็อกจะเจอซอยเล็กๆ ซ้ายมือ ร้านอยู่ในซอยเล็กๆ นั้นทางขวามือครับ เดินเลยง่ายๆ เลย ป้ายด้านหน้าไม่อลังการ คำแนะนำอย่างแรกคือ ควรโทรจองที่นั่งที่ counter ถ้าตอนโทรไปจองไม่ระบุว่าจะเอา counter เราจะได้นั่งที่โต๊ะตามปกติ เวลาเสิร์ฟอาหารเค้าก็จะเสิร์ฟมาเป็นหลายๆ คำพร้อมกัน ที่ควรเลือก Counter เพราะ sushi ถึงตัวเราเร็วกว่า เราถ่ายแว๊บเดียวแล้วกินได้เลย แต่ถ้านั่งที่โต๊ะแบบผมมื้อนี้ เค้าจะเสิร์ฟมาทีละ 5-6 คำ เราก็ต้องรีบๆ ถ่ายและลุยกินให้ทัน จานต่อไปอาจจะมาเร็วกว่าที่คิดด้วย หลังจากนั่งโต๊ะปุ๊ป พนักงานจะเริ่มถามก่อนเลยว่าเราแพ้อะไรมั้ย ใส่ wasabi ได้ใช่มั้ย ซูชิทุกคำเค้าจะปรุงรสชาติมาให้หมดแล้ว ดังนั้นไม่ต้องจิ้มโชยุเพิ่มแล้ว ถ้าต้องการเรียกพนักงานมีปุ่มกดเรียกที่โต๊ะทุกโต๊ะ มื้อนี้ผมสั่งเป็น Jun Set ส่วนแฟนผมสั่งเป็น Dai set รีวิวนี้เลยขอพูดถึงแค่ Jun Set อย่างเดียวนะครับ ชุด Jun set จะราคา 6300 เยน เป็นเซ็ตที่ร้านจะเสิร์ฟมาทั้งหมด 3 จานตามนี้ [ จานที่ 1 ] - Hirame คำนี้เป็น flat fish ครับ (ในเมนูของร้านดันเขียนผิดเป็น flounder ไป) จัดไปเป็นคำแรก เชฟปรุงรสชาติมากลมกล่อมมาก เนื้อปลานุ่มละมุนอร่อย - Salmon ปลาแซลมอนที่ได้มาไม่ได้เป็นส่วนท้อง ไม่ได้มีมันแทรกเท่าไหร่ คำนี้เฉยๆ ไม่โดดเด่น - Akamizuke ปกติจะชอบทาน Akami อยู่แล้ว คำนี้หมักมากับ Soy Sauce อร่อยครับ - Chu Toro คำนี้ก็เด็ดอีกคำ ถ้าเทียบกับ Akami แล้วมื้อนี้ผมชอบ Chu Toro มากกว่า - Shimesaba (Salted of mackerel marinated in vinegar) ปกติจะไม่ได้ชอบกินปลาซาบะเท่าไหร่ คำนี้เลยไม่ฟินอะไรมากครับ :D [ จานที่ 2 ] - Kani เนื้อปูสุดยอดหวานอร่อยมากๆ - Mantis Crab หรือซูชิกั้งนั่นเอง คำนี้ไม่ค่อยชอบแฮะ เพราะมีส่วนที่เคี้ยวแล้วแข็งๆ แปลกๆ ไม่รู้ว่าจริงๆ ต้องเป็นแบบนี้รึเปล่า แต่ส่วนตัวแล้วไม่ชอบคำนี้ - Botan Ebi กุ้งหวานสดเนื้อเด้งอร่อยไม่ผิดหวัง - Hotate หอยเชลล์คำใหญ่สด โรยเกลือด้านบน บีบมะนาวนิดๆ ฟินมากครับคำนี้ จนต้องสั่งเพิ่มหลังจากจบ course - Hokkigai - Tsubugai ถ้าเทียบกับ Hokkigai แล้วผมชอบ Hokkigai มากกว่าครับ ได้รสชาติมากกว่า [ จานที่ 3 - มาเป็น Gunkan ทั้งหมด ] - Uni ไข่หอยเม่นหวานสดอร่อย ไม่มีเหม็นคาว ไม่ได้ปรุงอะไรมาพิเศษ เลยไม่ได้โดดเด่นอะไร - Ikura (salmon roe) - Cod roe คำนี้เป็นคำที่มีใน Dai set ด้วย แต่ว่าของที่มากับ Jun set จะคนละแบบ แบบของ Jun set เท่าที่ผมลอง รสชาติค่อนข้างเค็มมาก ไม่ชอบเท่าไหร่เพราะเรื่องความเค็มที่ไม่ได้มีรสอื่นมาผสมด้วยนี่แหละ - Shirauo ปลาเงิน ปกติจะคุ้นเคยกับการทานปลาเงินแบบทอดมา แต่คำนี้มาเป็นแบบดิบเลย แต่เชฟแทบไม่ได้ปรุงรสคำนี้เลย ออกมาเลยเฉยๆ ครับ - Seaweed ส่วนชุด Dai set ราคา 3900 เยน เสิร์ฟมาทั้งหมด 2 จาน เป็นชุดที่แฟนผมสั่งได้ปลาตามนี้ครับ [ จานที่ 1 ] - Matsukawa matukawa (Flounder) - Salmon ใช้ปลาแบบเดียวกับของชุด Jun Set - Saba ต่างกับของ Jun Set ตรงที่ จะเป็นปลาซาบะที่หมักกับโชยุ - Botan Ebi - Hokkigai - Hotate แบบเดียวกัน [ จานที่ 2 ] - Kani แบบเดียวกันกับ Jun Set - Mizudako เป็นปลาหมึกส่วนหัว - Uni ไข่หอยเม่นแบบเดียวกันกับที่มากับชุด Jun Set - Ikura ไข่ปลาแซลมอน - Komaiko (saffron cod roe) จบ 2 เซ็ตแล้ว ผมสั่งเพิ่ม 2 คำ Tamagoyaki (550 เยน) ที่ไม่มีอยู่ใน set แล้วก็สั่ง Hotate sushi เพิ่มเพราะติดใจมาก (240 เยน) ราคาแปลกๆ แฮะ ทำไมถูกกว่า Tamagoyaki ซะงั้น ไม่รู้ว่าเค้าคิดราคาอะไรผิดหรือบอกราคาสลับกัน การบริการของพนักงานเยี่ยมมากครับ พนักงานยิ้มแย้มตลอด มีคนนึงฟังภาษาอังกฤษออกพอสมควรเลยคุยค่อนข้างรู้เรื่อง เวลาเสิร์ฟมาก็จะบอกทุกคำว่าคือปลาอะไรบ้าง เหมือนตอนทาน Omakase ตามปกติ ถ้างงเค้าก็จะพยายามอธิบาย พร้อมกับมีสมุดแปลชื่อปลาให้เราอ่านถ้าสุดท้ายแล้วไม่เข้าใจจริงๆ ชอบครับร้านนี้ แฟนผมปกติไม่ได้โปรดปรานซูช พอเจอร้านนี้เข้าไปถึงกับบอกว่าอร่อยทุกคำเลย มื้อนี้จ่ายไป 11,090 เยน สำหรับ 2 คน ฟินครับ ถ้าใครไปโอตารุก็คงจะแนะนำให้จองร้านนี้ไปก่อนครับ :D ปล. ผมถ่ายรูปเชฟที่กำลังปั้นหน้า counter มาด้วย แต่คิดว่าคงไม่ใช่คนปั้นที่ผมทานมั้ง แหะๆ... อ่านต่อ
15 Likes0 Comment
photo