4.0
92 เรตติ้ง (71 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในเวลา 11:00
The Garden Eatery
“สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งกับไส้กรอก”
“The Garden Eatery” สเต็กเฮ้าส์ที่สาวกซี่โครงหมูบาบีคิว ห้ามพลาด!ใครที่เคยบอกว่า จ.นครปฐม ไม่มีสเต็กเฮ้าส์เจ๋งๆ ขอเถียงขาดใจ เพราะเชฟมากประสบการณ์จาก Texas ,USA ได้เนรมิตรสวนโล่งๆ ย่านชานเมืองให้กลายเป็น “The Garden Eatery” สเต็กเฮ้าส์สไตล์โฮมเมดในบรรยากาศอบอุ่นๆ เหมือนมานั่งปิคนิคอยู่ในสวนหลังบ้าน ห้ามพลาด! แน่นอนว่าเมนูในร้าน “The Garden Eatery” จะค่อนข้างออกไปทางเวสเทิร์นเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะทั้งชีส ทั้งเครื่องเทศมาแบบเต็มสตรีม และที่ต้องหยิบขึ้นมาเล่าก่อนเรื่องอื่นนั้น ก็คือ “ความเป็นโฮมเมดแท้ๆ” ซึ่งในทุกๆ สัปดาห์ เชฟจะทำการตระเตรียมวัตถุดิบ และเครื่องเทศต่างๆ เพื่อใช้ในการประกอบอาหารในแต่ละเมนูด้วยตัวเอง ทำให้ทุกครั้งตอนการประกอบอาหารนั้นไม่ได้ใส่แค่เครื่องปรุง แต่ใส่ใจ ตลอดจนชั้นเชิงฝีมือที่เรียนรู้จากประสบการณ์ลงไปด้วย ยกตัวอย่าง เมนูสเต็กที่เชฟนำเครื่องเทศกว่า 30 ชนิด หมักในระยะเวลาที่เหมาะสม จนซึมเข้าชิ้นเนื้อ แต่ยังคงความเป็นรสชาติธรรมชาติแท้ๆ อยู่ เชฟใส่ใจในรายละเอียดถึงขั้นที่ว่า “ทำเตาอบแบบซิกเนเจอร์ด้วยตัวเอง” เพื่อให้รสชาติของเมนูซิกเนเจอร์อย่าง “ซี่โครงหมูบาบีคิวรมควัน” นั้น มีกลิ่นหอมเอกลักษณ์ ตลอดจนรสชาติที่แตกต่างจากที่อื่นๆ จนยากจนเลียนแบบ แจ่มถึงขั้นที่ว่า รับสั่งทำตามออเดอร์ ตลอดจนส่งผ่าน EMS ผ่านทาง Facebook อีกด้วย อีกหนึ่งความดีงามเป็นเรื่องของ “บรรยากาศ” ที่ร่มรื่น นั่งแล้วสบายใจสุดๆ ประหนึ่งโลกหมุนช้าลง ซึ่งความรู้สึกแบบนี้หาได้ยากมากในเมืองกรุง ใครที่กำลังมองหาความชิลล์ มานั่งพักผ่อนจิตใจ กินสเต็กอร่อยๆ ร้านนี้ตอบโจทย์แน่นอน เริ่มต้นวอร์มอัพความอร่อยกันด้วยเมนู “Texas Toast” ความดีงามที่เชฟเลือกดับเบิ้ลเบรด ด้านแรกทาด้วยเนยสดจนชุ่ม อีกด้านทาด้วยเนยสมุนไพร กินแล้วได้กลิ่นอายสไตล์อิตาเลี่ยนนิดๆ ผสมกับเอเชี่ยนหน่อย อร่อยลงตัวมากๆ หรือจะสั่งเป็น “แซลมอนบอล” ปลาแซลม่อนต้มสุก ที่คลุกเคล้าเข้ากับหอมใหญ่ และมันบด แล้วเอาไปกลิ้งๆ กับแป้งกรอบ แล้วทอดให้กรอบนอกนุ่มใน จิ้มกับทาร์ทาร์ซอส ทั้งยังแอบใส่พริกขี้หนูเข้าไปให้รสชาติออกไทยๆ อีกด้วย เหมาะสำหรับสั่งมานั่งกินระหว่างรอกลุ่มเพื่อนมากๆ ต่อด้วยการสั่งซุปมาซดให้คล่องคอ แนะนำ 2 ซุป 2 สไตล์ อย่าง “ซุปข้าวโพด” (78 บาท) ซุปสีเหลืองสวยธรรมชาติจากสวีทคอร์นที่ทางเชฟต้มเอง ก่อนจะมิกซ์หอมใหญ่ และเนยลงจนหอม ปิดท้ายด้วยการมิกซ์แป้งสดเพิ่มความเนียนของเนื้อซุป แต่ยังคงเท็กเจอร์ของข้าวโพดไว้อยู่บ้างเล็กน้อย ช่วยเพิ่มกากใย มีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร เสิร์ฟพร้อมขนมปังไว้กินแก้เลี่ยน หรือจะเลือกเป็น “ซุปหอยลาย” (118 บาท) ซุปสไตล์นิวออร์ลีนส์ ที่เพิ่มความแตกต่างด้วยการมิกซ์แซลมอนลงไปด้วย ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน มาถึงสเต็กเฮ้าส์แต่ไม่สั่งเมนูสปาเก็ตตี้กินคู่กันก็กระไรอยู่ “สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งกับไส้กรอก” (148 บาท) ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาด เพราะด้วยเส้นสปาเก็ตตี้ที่ผ่านการลวกด้วยเชฟมากประสบการณ์ ทำให้ได้สัมผัสที่เหนียวนุ่มกำลังดี ก่อนผัดรวมกันกับน้ำมันมะกอก ครื่องเทศแบบไทยๆ อย่างพริกแห้ง และอื่นๆ ก่อนมิกซ์ไส้กรอกลงไปเติมเต็มความอร่อย ถึงคิวของ “สเต็กสันคอหมู” (148 บาท) เมนูสเต็กที่แลดูเบสิค แต่เชฟแอบเพิ่มดีเทลยิบย่อยลงไปมากมาย ตั้งแต่การใช้เทคนิคการผัดแบบ pan-fired กับเกรวี่ซอส ตลอดจนการปรุงแบบไม่หนักมือ เน้นรสชาติออริจินอลของวัตถุดิบ หรือจะลองเป็นเมนู “สเต็กไก่” (138 บาท) ที่เชฟเลือกใช้ไก่ส่วนสะโพก และน่อง มาทอดให้สุก ก่อนราดทับด้วยซอสบาบีคิวสูตรเฉพาะของ “The Garden Eatery” อร่อยมากต้องลอง ปิดท้ายด้วยเมนูซิกเนเจอร์อย่าง “ซี่โครงหมูบาบีคิวรมควันสูตรเดอะ การ์เด้น” (998 บาท/Full ,546 บาท/Half ,289 บาท/Single) ที่เชฟพิถีพิถันตั้งแต่การนำซี่โครงหมูมาหมักด้วยสมุนไพรมากกว่า 10 ชนิดจนเข้าเนื้อ ก่อนเข้าอบในเตาหินลาวาซิกเนเจอร์ของทางร้าน ที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมสไตล์สโม๊คอย่างมีเอกลักษณ์ อีกทั้งซอสบาบีคิวสไตล์โฮมเมด สูตรเฉพาะของทางร้าน ที่ทำจากวัตถุดิบมากกว่า 50 ชนิด ทำให้รสชาติกลมกล่อมเป็นพิเศษ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง ตบท้ายด้วยการสั่งเมนูเครื่องดื่ม และของหวาน ที่มีให้เลือก “สตรอเบอร์รี่พานาคอตต้า” เนื้อเนียนสั่งกินชิลล์ๆ ไปกับ “ชาเขียวปั่น” ที่ด้านบนอัดแน่นไปด้วยวิปปิ้งครีมราดซอสช็อคโกแลต หรือสั่ง “ฮันนี่เลมอน” ก็สดชื่นเข้ากับสภาพอากาศเมืองร้อนของเราได้อย่างดี... อ่านต่อ
1 Like0 Comment
photo