โอนีแปะก๊วย
ร้อยนิด ๆ ก็ฟินได้! หูฉลาม-เป๋าฮื้อเกรดพรีเมียม
ผมเชื่อว่าหลายคนจะต้องเคยสัมผัสการกินอาหารจีนหรู ๆ ที่ในแต่ละครั้งนั้นจะต้องเสียเงินหลายพัน เพียงเพื่อให้ได้ลิ้มรส หูฉลาม หรือ เป๋าฮื้อ ซึ่งบางทีก็ไม่ได้ดีอย่างที่เราคิดว่า แต่ทั้งหมดที่ผมพูดนั้นไม่ใช่สำหรับที่ ภัตตาคารหูฉลามเอสพี ภายในโรงแรมเชียงใหม่เอสพี แห่งนี้แน่นอนครับ สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักว่าภัตตาคารหูฉลามเอสพี ภายในโรงแรมเชียงใหม่เอสพี นั้นอยู่ส่วนไหนของเชียงใหม่ ก็เอาเป็นขับรถตามเส้นทางนี้ได้เลยครับ เริ่มจากถ.เส้นช้างเผือก ให้ขับตรงมาเรื่อย ๆ เลยตลาดธานินท์ และ ม.ราชภัฏเชียงใหม่ ไปทางสี่แยกข่วงสิงห์ จากนั้นให้เลี้ยวเข้าถ.ศิริธร แล้วขับตรงไปประมาณ 850 เมตร ก็จะเห็น โรงแรมเชียงใหม่เอสพี อยู่ทางซ้ายมือ สามารถเลี้ยวเข้าไปจอดในที่จอดรถที่อยู่ติดกันได้เลยครับ ส่วนภายในห้องอาหารก็มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวางเลย ดังนั้นถ้าใครวางแผนอยากมาจัดเลี้ยงสัมมนาที่นี่ก็ได้นะ เพราะนอกจากห้องส่วนตัวที่สามารถรองรับผู้คนได้กว่า 40 คนแล้ว ในโถงใหญ่ก็ยังสามารถรับรองแขกได้อีกหลายสิบคนเลยทีเดียว วันนี้ผมขอเปิดการรีวิวอาหารด้วยเมนูไฮไลต์ของที่นี่เลยกับ หูฉลามน้ำแดง (500 บาท) บอกเลยว่าใครมาก็ต้องสั่ง หูฉลามแบบเต็มแผ่น ไม่แตก ไม่เป็นเส้น ทำให้สัผัสได้ถึงความหนึบหนับ เคี้ยวกรับกรุบ ๆ ได้แบบเต็มคำ โดยเจ้าฉลามเหล่านี้ก็แหวกว่ายอยู่ในน้ำแดงรสกลมกล่อม พร้อม เนื้อปูทะเลก้อนใหญ่ ขาวอวบ นวลเนียน และ เห็ดหอมชิ้นโต อีกด้วย สำหรับคนที่ชอบทานกุ้งที่นี่ก็มีให้เลือกทั้งในสไตล์จีน สลัดกุ้งทอด (250 บาท) กุ้งชุบแป้งทอดชิ้นเต็มคำ เสิร์ฟมาพร้อมถั่วแดง เผือก มะเขือเทศ สับปะรด แคนตาลูป แอปเปิ้ล และผักสลัดแก้ว ที่ชุ่มไปด้วยสลัดครีมกินแล้วสดชื่นเต็มคำ และสไตล์ไทย พล่ากุ้ง (250 บาท) ที่เอากุ้งเนื้อเด้งมาคลุกเคล้าเข้ากับเครื่องสมุนไพรต่าง ๆ จนได้รสชาติที่ร้อนเด็ด เผ็ดจัดจ้านแบบไทย ๆ ปลาเงินทอดกรอบ (350 บาท) ภายใต้แป้งกรอบสีเหลืองทอง นั้นมีเนื้อปลาสีเงินแน่น ๆ นุ่ม ๆ ซ่อนอยู่ พอกัดเข้าไปก็จะรู้สึกได้ถึงรสเค็มหน่อย ๆ ขอกเนื้อปลา ยิ่งจิ้มกินกับน้ำจิ้มบ๊วยหวาน ๆ ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเข้ากันมากเป็นอย่างดี ถ้ามาแล้วไม่สั่ง ราดหน้าเป๋าฮื้อแผ่น (250 บาท) ถือว่าผิด! ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ชุบไข่ทอด และผักคะน้า (ไม่ใช่ผักค่ะน้านะ อิอิ) ถูกราดด้วยน้ำราดหน้าสไตล์ฮ่องกง ซึ่งเพียงแค่ตักขึ้นมาชิม ก็จะฟินไปกับรสที่กลมกล่อม และกลิ่นหอมของกระทะไหม้แบบอ่อน ๆ อันเป็นเสน่ห์ของอาหารจีน ยิ่งเจอความหวานนุ่มละมุนละไมของเป๋าฮื้อแผ่นหนา ที่วางเรียงรายแบบจัดเต็มด้วยนะ บอกเลยว่า ฟินไม่รู้ลืม! ขาห่านอบหมี่ (450 บาท) เปิดหม้อมาเป็นต้องอึ้ง! ได้ชิมเป็นต้องทึ่ง! เพราะด้านอัดแน่นไปด้วยเส้นหมี่เหลืองเนื้อเหนียวนุ่ม ที่คลุกเคล้าเข้ากับซอสสูตรเฉพาะ รสเค็มนิด ๆ หอมกลิ่น หมูสามชั้น รากผักชี และกระเทียมอยู่หน่อย ๆ ส่วนขาห่านก็เด็ดใช่ย่อย เพราะตุ๋นมาจนนุ่ม ชนิดที่ว่าเนื้อแทบหลุดออกจากกระดูกเลยทีเดียว ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว (900 บาท) ปลาเนื้อแน่นชิ้นโตที่ขาวราวหิมะ ถูกปกคลุมไปด้วยสีสันของต้นหอม และพริกแดง นึ่งกับซีอิ๊วและเครื่องต่าง ๆ ตามตำรับอาหารจีน ยิ่งได้สั่งมาทานพร้อม เส้นก๋วยเตี๋ยวทอด (50 บาท) ตักเนื้อปลา วางต้นหอม ราดน้ำซอส บอกเลยว่าฟินสุด! ปิดท้ายมื้อนี้กันด้วยของหวานอย่าง โอนีแปะก๊วย (250 บาท) เผือกที่เป็นหัวใจถูกส่งมาไกลจากแดนใต้ นึ่งและบดจนเนื้อละเอียด รสหวานเนียนนุ่ม ตักทานพร้อมข้าวเหนียวเปียก และแปะก๊วย ถ้ามาแล้วไม่ได้ลอง พี่ว่าน้องคงต้องเสียใจเป็นแน่แท้ เอาเป็นว่านอกจากอาหารจีนเมนูต่าง ๆ ที่ผมนำมาเสนอให้เพื่อน ๆ ได้หิวตามกันในวันนี้แล้ว ที่นี่ก็ยังมีเมนูอีกเยอะเลยครับที่รอให้เพื่อน ๆ มาลองสัมผัสด้วยตัวเอง ถ้าอยากรู้ว่าหูฉลามเป็นแผ่น ไม่แตกยุ่ย เป๋าฮื้อฟิน ๆ เนื้อแน่นนุ่มเต็มคำ ที่จ่ายเบา ๆ ในราคาหลักร้อยเป็นอย่างไร ก็ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองกันดูนะครับที่ ภัตตาคารหูฉลามเอสพี ภายในโรงแรมเชียงใหม่เอสพี... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
0 Like0 Comment
LikeShare
photo