1. กุ้งเล็กนึ่ง • เบสิคแต่สด และเด้งกรึบๆ เลิฟเลย ร้าน Chuen Kee Seafood Restaurant สาขา2
เมนูของร้าน Chuen Kee Seafood Restaurant สาขา2
เบสิคแต่สด และเด้งกรึบๆ เลิฟเลย - กุ้งเล็กนึ่ง
อาหารทะเลสดๆ จัดเซ็ตมาแบบพุงกาง ความอร่อยระดับ1ดาวมิชลินที่ไม่ควรพลาดอย่างแรง!!
หากมีโอกาสได้ไปฮ่องกง เมื่อพูดถึงอาหารทะเลแบบสดๆหรูๆระดับภัตตราคารที่ฮ่องกงนั้นก็ขึ้นชื่ออยู่ไม่น้อย แต่ทัวร์ส่วนใหญ่ หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวแบกเป้ส่วนมาก จะรู้จักแต่ หมู่บ้านชาวประมงLei Yue Mun ที่อยู่ใกล้ตัวเมืองเพียงนิดเดียว แต่ราคาก็ทำเอากระเป๋าแฟ้บได้ไม่น้อย (จากประสบการณ์เคยไปกับทัวร์ ไปทานที่Lei Yue Mun 4คน อาหารเซ็ต1โต๊ะ 10,000บาท Y_Y ) กลับไปฮ่องกงอีกรอบคราวนี้ไปเองแบบแบกเป้ ก็เลยหาข้อมูลว่ามีที่ไหนอีกไหมนะ ที่จะทำให้เราได้ลิ้มรสอาหารทะเลสดๆหรูๆในราคาที่เรายังเหลือตังค์ในกระเป๋า ท้ายที่สุดก็รวบรวมข้อมูล กลั่นกรองและวิเคราะห์เปรียบเทียบจนได้ผลออกมาคือ ต้องไปที่หมู่บ้านชาวประมง Sai Kung ที่อยู่ไกลออกไปหน่อย แต่อาหารทะเลสดกว่าที่Lei Yue Mun เพราะชาวบ้านออกเรือไปล่ามาเองกะมือ 5555 ที่สำคัญราคาไม่แพงเท่าอีกที่ด้วย (แม้จะรวมค่าเดินทางเข้าไปแล้วก็ยังถูกกว่ามากๆๆๆๆ) Sai Kung Town เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่อยู่ติดทะเล มีท่าเทียบเรือ และรถโดยสารประจำทางไปถึง(ค่าโดยสารรถประจำทางถึงsai kung เพียง16.7HKD/คน ใช้เวลาเดินทางแค่30-45นาทีเท่านั้น) เป้นแหล่งรวมอาหารทะเลสดๆ และภัตตราคารที่บริการอาหารทะเลให้เลือกทานมากมาย (อารมณ์คล้ายๆสะพานปลาอ่างศิลาเลยค่ะ 5555) และจากการหาข้อมูลอีกเช่นกัน ได้รับคำยืนยันหลายต่อหลายคนแล้วว่า ต้องไปร้านนี้ "Chuen Kee Seafood Restaurant" เหตุผลก็เพราะว่า ความอร่อยของร้านนี้อยู่ในระดับที่เชฟมิชลินให้ดาวด้วยค่ะ(ดาวมิชลินเป็นเหมือนตัวการันตีความอร่อยจากเชฟผู้ชำนาญด้านอาหาร ซึ่งระดับดาวแต่ละดวงที่เชฟจะให้เนี่ย ยากแสนยากกกกกกกมากๆๆๆ) และอีกเหตุผลคือ มีหลายคนที่เคยไปร้านนี้แล้ว แล้วไปลองทานร้านอื่นก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ร้านนี้สดและอร่อยกว่า แบบไม่ต้องเสียดายตังค์เลยค่ะ จากข้อมูลเหล่านั้น เราก็ไม่ยอมพลาดสิคะ ต้องพิสูจน์กันหน่อย อร่อยขนาดไหนกันนะ แล้วอีกเหตุผลที่ไปทานคือ อยากรู้เหลือเกินว่า ไอ้ความอร่อยระดับได้ดาวมิชลินตั้ง1ดวงนั้น มันจะอร่อยขนาดไหนกัน มาเริ่มรีวิวกันดีกว่าค่ะ (การเดินทางไป ถ้าใครสนใจสามารถส่งข้อความมาสอบถามได้นะคะ ยินดีให้คำแนะนำค่ะ ^^) ร้านChuen Kee ที่Sai Kung มีหลายร้านมากกกกกกกกกกกก บอกเลยว่า ไปถึงยังงงเลยค่ะว่า ร้านไหนคือต้นตำรับกันแน่ แต่ข้อมูลมีแน่นไงคะ เลยไม่เขวตามเสียงเรียกของพนักงานหน้าร้าน มุ่งหน้าไปChuen Kee ที่อยู่ด้านในๆๆสุดของหมู่บ้านเลย (จากซุ้มประตูทางเข้าด้านหน้าหมู่บ้าน เดินเลียบถนนที่ติดกับทะเล เดินตรงไปเรื่อยๆจนสุดเลยค่ะ จะเห็นร้านอยู่สุดทางพอดี) **ร้านนี้เป็นสาขาเดียวที่ติดทะเลและมองเห็นวิวทะเลได้ถ้าหากนั่งโต๊ะโซนด้านนอกร้านค่ะ และวิวจะเลิศมากๆถ้านั่งชั้นบนติดระเบียงนะคะ(ขอพนักงานได้ค่ะ ตอนที่ไปได้ชั้นบนสุด ติดระเบียงเลย ได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตก และวิวทะเลที่มีเรือประมงลอยลำ สวยมากๆ) สำหรับอาหารที่นี่ จะมีแบบให้เลือกเอง สดๆจากตู้ แล้วให้ร้านนำมาปรุงให้ได้ค่ะ โดยทางร้านจะคิดราคาวัตถุตามที่เราเลือก ถ้าเราโอเคเรื่องราคาของวัตถุดิบที่เราเลือกแล้วต่อมาก็มาเลือกค่ะว่า จะให้เอาไปปรุงแบบไหน ซึ่งค่าปรุงก็จะคิดเพิ่มเข้าไปด้วยค่ะ แลพอีกแบบคือ แบบเซ็ตเมนู จะมีให้เลือกแบบสำหรับ2คน หรือ 4,8,9,10คน โดยแต่ละเซ็ต จำนวนอาหารและราคาก็จะต่างกันค่ะ วันที่ไปทาน ไปกัน8คนค่ะ (ครอบครัวที่รวมสายโหดเรื่องกินไว้แบบคุณภาพๆ8คนถ้วน) ก็เลยเลือกเซ็ตเมนูสำหรับ8ที่ โดยในเมนู จะมีอาหารทั้งหมด14อย่าง ให้เราเลือกได้8 อย่าง และทางร้านจะมี ขาไก่ต้ม กับ ผัดผักน้ำมันหอย ให้ฟรีอีกอย่างละ1จาน และจบเซ็ตด้วยผลไม้ 1จาน ส่วนน้ำจะฟรีแค่น้ำชาค่ะ(ชาร้อนด้วย ไม่มีเย็นนะคะ ถ้าอยากเย็นต้องจ่ายค่าน้ำแข็งค่ะ) ***อีกอย่างที่อยากบอกค่ะ พวกเครื่องเคียงที่วางๆไว้บนโต๊ะอยู่ก่อน คล้ายๆกับอาหารเกาหลีที่จะมีเครื่องเคียงถ้วยเล็กๆวางไว้ให้ทานฟรี แต่ของที่นี่คิดเงินนะคะ ถ้าคีบทานก็คิดตังค์ เพราะฉะนั้นป้องกันง่ายๆด้วยการบอกพนักงานเลยค่ะ ว่าไม่เอาจานเล็กพวกนี้ ไม่ทานนะจ๊ะ ขอคืน ^^ มาพูดถึงเซ็ตอาหารกันค่ะ อาหาร 8 อย่างที่เลือกมา(ในเมนูจะมีบอกนะคะว่าอันไหนที่เป็นเมนูที่ได้ดาวมิชลิน)จาก14เมนู ใน14อย่างนั้นมีเมนูที่ได้ดาวอยู่4เมนูมั้งถ้าจำไม่ผิดนะคะ ก็เลือกทั้ง4เมนูนั้น และอีก3จากที่ดูๆโต๊ะอื่นแล้วน่ากิน 5555 - บะหมี่ล็อบเตอร์ราดชีส(ชื่อเมนูภาษาไทยนี่คิดเองนะคะ555) Saute Lobster with Cheese sauce noodle underneath(อันนี้คือชื่อตามเมนูที่เค้าเขียนไว้) เมนูนี้ร้านเค้าแนะนำว่าเป็นเมนูที่ได้รับดาวมิชลิน ก็เลยสั่งค่ะ เมื่อเมนูมาถึงโต๊ะต้องบอกว่า ว้าวววว มากๆๆๆ คือที่เห็นชัดๆเลยชีสค่ะ มาแบบท่วมๆ ล้นๆ หอมๆร้อนๆเลย ส่วนล็อบเตอร์ที่ตอนแรกก็กลัวว่าจะเจอแต่เปลือกหรือวิญญาน แต่เปล่าเลยค่ะ มาแบบเบ้อเริ่มเทิ้ม ปริมาณล็อบเตอร์ที่ใส่มากเกินพอสำหรับ8คนเลยค่ะ (คิดว่าน่าจะใช้ล็อบเตอร์2ตัวเลย เพราะเห็นช่วงหางในจาน2ชิ้น)และสดมาก!!! คือแกะเปลือกออกมา เนื้อเป็นก้อนแน่นๆ หอมกลิ่นล็อบเตอร์(คล้ายกุ้งแต่แรงกว่ามาก)และมีรสหวานของเนื้อแบบอาหารทะเลสดๆ แค่ตรงนี้ ก็ปลื้มปริ่มแบบประทับใจน้ำตาไหลพรากแล้วค่ะ 5555 พอใช้ตะเกียบคีบลงไปลึกอีกนิดก้นๆจาน(เพราะอยากรู้ว่าบะหมี่มันจะเข้ากะชีสได้ไงหนอ) ก็เจอเส้นnoodleด้านล่าง หน้าตาเส้นไม่เหมือนเส้นบะหมี่ค่ะ ออกจะคล้ายเส้นสปาเก็ตตี้ ขนาดพอๆกันเลย แต่เหนียวและนุ่ม ยืดหยุ่่นกว่าเยอะ เวลาทานมีชีสซอสชุ่มๆเข้าปากพร้อมกัน อร่อยสุดๆไปเลยสำหรับคนรักชีส ^^ รสชาติซอสชีสแบบจัดเต็มเข้มข้น หอมเค็มนิดๆ มันมาก คอชีสอย่างเราให้เต็ม10คะแนนเลย ส่วนใครที่ไม่ชอบชีสรับรองว่าเกลียดจานนี่ไปเลยค่ะ5555 - หอยเป๋าฮื้อทอดพริกเกลือ Deep fried small abalone with spicy salt(เมนูที่เค้าว่าได้มิชลิน) ข้อดีของที่นี่คือ ในเมนู เค้าระบุชัดเจนนะคะว่า เป๋าฮื้อที่อยู่ในเซตเมนูจะตัวไม่ใหญ่แบบที่เราไปเลือกเองที่ตู้นะคะ แต่พอมาเสิร์ฟจริงก็ไม่ได้เล็กจนน่าเกลียดอะไร เมนูนี้ แตกต่างจากภัตตราคารอื่นๆในฮ่องกงที่ส่วนใหญ่จะชอบเอาไปนึ่งซีอิ๊วมากกว่า แต่ที่นี่เอามาทอด หน้าตาอาหารที่มาเสิร์ฟ ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ค่ะ หอยเป๋าฮื้อถูกนำไปชุบแป้งแล้วทอด ที่ผิวแป้งทอดมีผงๆคล้ายๆพริกและพริกไทยอยู่ ชิมรสชาติก็อร่อยใช้ได้นะคะ กัดเข้าไปรสจะออกเค็มๆเผ็ดนิดๆ ส่วนเป๋าฮื้อก็สดดีค่ะ แต่รสไม่เข้มเท่ากับที่นำไปนึ่ง เมนูนี้ถือว่าอร่อยนะคะ แต่ชอบแบบที่เอาไปนึ่งมากกว่า ^^ จานนี้ให้มา8ตัวค่ะ พอดีคนแบบเป๊ะๆ -ปลานึ่งซีอิ๊ว Steam fish with spring onion and ginger จานนี้ให้ปลาจาระเม็ดมา2ตัวเลยค่ะ ไซส์กลางๆ ไม่ใหญ่มาก แต่เนื้อปลาสดเว่อร์ๆ! ใช้ตะเกียบคีบออกมาได้เป็นก้อนๆแน่นๆ ไม่คาวเลย น้ำซีอิ๊วที่นึ่งกับปลา รสชาติกำลังดี อร่อยแบบรสไม่เข้มมากแต่ก็ไม่ได้จืดแบบอาหารฮ่องกงทั่วไป จานนี้ช่วยเบรคความเลี่ยนของชีสได้เยอะเลยค่ะ - หอยเซลล์อบกระเทียมวุ้นเส้น Steam scallops with mashed garlic and vermicelli. เมนูนี้มีแทบทุกร้านค่ะ ที่เคยชิมมา ส่วนใหญ่จะจืดๆ แต่ร้านนี้แตกต่างค่ะ น้ำซอสรสเข้มมาก! เวลาทานก็ราดน้ำเพิ่มเข้าไปอีกนิด อร่อยเลย เสียดายที่จานนี้ก็ให้หอยมาแค่1ตัว/คนเท่านั้นค่ะ แต่หอยเชลล์ตัวใหญ่นะคะ ทานคำเดียวไม่ไหวอ่ะ ต้องแบ่งครึ่งเลยค่ะ ยัดเข้าไม่หมดจริงๆ 555 - หมึกชุบแป้งทอด Deep fried squid with spicy salt ชื่อเมนูธรรมดามากๆๆๆๆ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเป็นแค่หมึกชุบแป้งทอดธรรมดาๆอย่างบ้านเรานะคะ ที่ฮ่องกง หลายๆร้านจะมีวิธีทำหมึกชุบแป้งทอดสูตรใครสูตรมัน ต้องบอกว่ามันไม่ธรรมดาก็ตรงตัวแป้งและหมึกนี่แหละค่ะ 555 อย่างที่บ้านเรา ไม่ว่าจะกุ้ง หมึก หรืออะไรก็ตามที่ชุบแป้งทอด แป้งจะหนาๆพองๆ คือทำให้ชิ้นมันใหญ่ขึ้นกว่าอีก50เปอร์เซนต์งิ แต่พอกัดเข้าไปแล้วเจอว่ากุ้ง หรือหมึกเส้นแค่นิ้วก้่อย ประมาณนี้ 5555 แต่ที่ฮ่องกง แป้งเค้าจะเคลือบหมึกไว้ทั้งชิ้นค่ะ แต่เนื้อแป้งไม่หนานะคะ ต้องบอกว่าเค้าหั่นชิ้นหมึกใหญ่พอควรเลย ถึงทำให้ทอดมาแล้ว ขนาดชิ้นยังใหญ่อยู่ดี เวลาที่กัดเข้าไปจะได้ความกรอบของแป้งที่ชุบแล้วโดนเนื้อหมึกเลย แม้จะชิ้นใหญ่ แต่หมึกไม่เหนียวเลยด้วยค่ะ รสชาติจะออกเค็มนิดๆ มันๆ กรอบๆ ไม่เผ็ดเท่าไหร่ อร่อยดีค่ะเมนูนี้ เป็นอีกเมนูที่ชอบเลย - กุ้งเล็กนึ่ง Poached Shrimp กุ้งขาวไซส์ใหญ่นึ่งแบบไม่ต้องทำปรุงไรเพิ่มเลยค่ะ มาแบบรสธรรมชาติๆเลย จานนี้ได้ลิ้มรสความสดของกุ้งไปเต็มๆ เนื้อกุ้งแน่นและเด้งกรึ๊บๆ เนื้อกุ้งมีรสหวานด้วยบอกถึงความสดมากๆค่ะ (กินแบบไม่จิ้มก็อร่อยแล้วนะคะ แต่โชคดีอีกที่คุณแม่ พกน้ำจิ้มซีฟู๊ดทำเองไปด้วย ก็เลยเอามาจิ้มเพิ่มความอร่อยเข้าไปอีก เลิศมากๆ แนะนำเลยค่ะ ติดน้ำจิ้มซีฟู๊ดไปด้วย ไม่ผิดหวัง ^^) - เต้าหู้อ่อนชุบแป้งทอด Deep fried bean curd with spicy salt คือเมนูนี้สั่งมาทั้งที่เป็นเมนูที่ธรรมดามากๆ ก็เพราะว่า เมนูที่ได้มิชลินอีก2เมนูนั้นหมดค่ะ เลยต้องสั่งจานนี้มาแทน (จานที่หมดคือ ปูผัดพริกไทยดำ กับหอยไม้ไผ่ผัดพริกไทยดำ) ด้วยความที่เป็นเมนูธรรมดา ไม่ได้คาดหวังมาก แต่พอทานแล้วกลับแอบชอบอยู่ไม่น้อย คือเนื้อแป้งที่ชุบทอด เหมือนกับที่ชุบหมึกเลยค่ะ แต่ความประทับใจมาอยู่ที่เนื้อเต้าหู้มากกว่า เต้าหู้ถั่วสีขาว แบบที่อยู่ในซุปมิโซะนั่่นแหละค่ะ หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอดีๆ เนื้อเต้าหู้เนียนมากๆ และไม่มีกลิ่นเหม็นของถั่ว หรือกลิ่นสาบๆของเต้าหู้เลย จานนี้ คนอื่นๆไม่ค่อยทานกัน เลยกลายเป็นว่าจัดการเองซะหมดเลย อร่อยดีค่ะ เหมือนกินขนม 555 - หอยตลับผัดซอสถั่วพริกไทยดำ Stir-fried yellow clams with black bean and black pepper จานนี้ก็เป็นเมนูที่สั่งแทนเมนูที่หมด รสชาติซอสผัดเข้มๆ เค็มนิดหน่อย หอมกลิ่นพริกไทยดำ ส่วนหอยตลับสดและไม่คาวเลยค่ะ อร่อยดีเหมือนกัน ส่วนขาไก่และผักที่เสิร์ฟฟรีอีกอย่างละจาน ก็อร่อยตามแบบฉบับอาหารจีนค่ะ ขาไก่นี่แทะเพลินๆดี จานสุดท้ายผลไม้ ที่เสิร์ฟมาเป็นส้มแช่เย็นๆเจี๊ยบๆ ด้วยความอิ่ม(มาก)จากอาหาร ว่าจะไม่สนใจส้มซะแล้ว แต่ด้วยเสียงพรรณนาความอร่อยจากในโต๊ะก็เลยชิมสักชิ้น อืม...อร่อยจริงแฮะ เนื้อสัมผัสเหมือนส้มเช้ง แต่รสออกหวานอมเปรี้ยว ล้างปากจากรสของอาหารทะเลได้ดี๊ดีเลยค่ะ สำหรับค่าเสียหาย ราคา1เซ็ต อาหาร 8 อย่าง+ขาไก่และผัก+ผลไม้ สำหรับ8ที่ คือ 1,912 HKD เป็นเงินไทยก็ประมาณ 9,5xxบาท (อย่าตกใจราคานะคะ ถือว่าถูกสำหรับที่ฮ่องกงค่ะ เพราะอาหารทั่วๆไปแบบปกติเลยจานนึงก็ประมาณ 2-4ร้อยบาท ถ้าในห้าง บางแห่งก็3-6ร้อยบาทเลย แต่ราคานี้คืออาหารทะเลสดๆหรูๆ และหาร8คนด้วยนะคะ) เฉลี่ยคนละประมาณ1,200บาท ถ้าเทียบกับที่Lei Yun Mun (4คน 10,000บาท) ที่นี่ถูกกว่ามากๆๆๆ และไม่มีบวกเซอร์วิทชาร์จ หรือvatใดๆเพิ่มเติมอีกเลยค่ะ ราคาตามที่ระบุในเมนูเป๊ะๆ ต้องบอกว่าเป็นร้านอาหารที่คับไปด้วยคุณภาพและรสชาติ อร่อยสมกับที่ได้ดาวมิชลินจริงๆค่ะ แอบเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้ทานเมนูปู หรือหอยไม้ไผ่ (ได้เต้าหู้มาแทนแอบรู้สึกขาดทุนนิดๆ 555) แต่ราคาที่จ่ายไปถือว่าคุ้มค่าเกินราคาจริงๆ แค่เมนูล็อบเตอร์ก็ชนะเลิศแล้วจริงๆค่ะ และปริมาณอาหารที่ให้คือเยอะมากๆ(ที่ไม่ได้จำกัดจำนวนต่อคน) แรกๆที่ว่าหิวๆคิดว่าจะอิ่มกันมั้ยนั้น ตอนท้ายๆ ต้องเป่ายิ้งฉุบแบ่งหน้าที่รับผิดชอบคนละจานกันเลย เป็นร้านอาหารต่างแดนที่ประทับใจคนในครอบครัวมากๆเลยค่ะ ^^ ไปฮ่องกง ลองจัดเวลาเที่ยวแถบSai Kung และลองลิ้มรสอาหารแถบนี้ดูนะคะ ราคาถูกกว่าในตัวเมืองฮ่องกง และที่เที่ยวก็ยังไม่แออัด อากาศยังบริสุทธิ์และธรรมชาติดีด้วยค่ะ ^^... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
1 Like0 Comment
LikeShare
photo