เมนูของร้าน ซาลาเปาวราภรณ์ ปตท. เสรีไทย
ข้าวหมูแดงอร่อยข้าวหมูแดงสามทุ่ม วันนี้กลับบ้านดึก ยังไม่ได้กินข้าวเย็น แทนที่จะทำ Intermittent Fasting เพื่อสุขภาพอันดี ฉันตามใจตัวเองด้วยการดิ่งไปปั๊มน้ำมันใกล้บ้าน เพื่อกินข้าวหมูแดงร้านวราภรณ์ ร้านซาลาเปาวราภรณ์บางสาขา จะขายอาหารจานเดียวด้วย เช่น ข้าวหมูแดง ข้าวไก่อบ ข้าวแกงเขียวหวานไก่ มีบะกุ๊ดเต๋ด้วยนะ ฉันชอบกินข้าวหมูแดงร้านนี้ ชอบน้ำราดของมันที่ไม่แดงเกินไป มีงาขาวกรุบๆ แม้จะไม่ค่อยปลื้มวิธีอุ่นของเค้า ที่โยนถุงพลาสติกซีลทั้งใบเข้าไมโครเวฟ แต่ด้วยรสชาติที่อร่อยของมันฉันก็ยอมหลับตาข้างหนึ่งเวลากิน ...ข้างที่หันไปทางครัว วันนี้เข้าไปที่ร้านเวลา 20.25 แล้ว ร้านปิด 21.00 ฉันถามพนักงานว่า “ยังขายข้าวอยู่มั้ยคะ” พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ยิ้มๆ บอกว่า “ครัวปิดแล้วค่ะ” ก็พอจะเข้าใจได้ ก็เลยขอบคุณ แล้วเดินออก แต่มีพนักงานในครัวตะโกนออกมาว่า “ขายสิพี่ ครัวปิดสามทุ่มไม่ใช่เหรอ สั่งได้ค่าคุณลูกค้า” พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ก็ชักสีหน้านิดหน่อย คาดว่าฉันกลับไปอาจมีตบกัน “ข้าวหมูแดงจานหนึ่งค่ะ” พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ก็ทำหน้าว่างเปล่าบอกว่า “ร้านปิดสามทุ่มนะคะ” นับถือเจ๊คนนี้จริงๆ อำนาจของเงินทำอะไรเจ๊ไม่ได้ โลกของเจ๊ยังหมุนไปด้วยนาฬิกาที่แขวนหน้าร้าน แต่ฮัลโหล ในโลกทุนนิยมลูกค้าคือพระเจ้า และตอนนี้พระเจ้ากำลังหิวก็เลยเอาแต่ใจเฟ้ย เพราะงั้นพระเจ้าก็ไม่แคร์เลย ทำหน้ากวนตีนใส่ว่า “อุ่นทันป่ะล่ะ อุ่นทันก็กินทัน ข้าวหมูแดงจานหนึ่งค่ะ” หลังจากนั้นพระเจ้าก็ไปนั่งยิ้มกริ่มอยู่ที่โต๊ะริมกระจกร้าน นั่งกินข้าวที่มาเสิร์ฟอย่างเอร็ดอร่อย ฉันคงหน้าเหมือนแมวกวักอ่ะ เพราะหลังจากนั้นลูกค้าก็เข้าร้านมาเรื่อยๆ ไม่หยุด สั่งหมั่นโถวสังขยาบ้าง ซาลาเปาสิบลูกใส่กล่อง ไส้เผือกหมด เอ้า อุ่นเพิ่มค่าาา จบท้ายด้วยวัยรุ่นสองคนเดินเข้ามาสั่งข้าวไก่อบและข้าวแกงเขียวหวานตอน 20.49 ขายดีแบบสุดๆ ฉันก็เห็นใจพนักงานที่ต้องไปรื้อหม้อรื้อจานมาจัดอาหารให้เขาใหม่ แต่ยอมรับว่านิสัยไม่ดีเพราะตอนวัยรุ่นมาสั่งข้าวสิบนาทีก่อนร้านปิด ฉันแอบหัวเราะสมน้ำหน้ายัยแคชเชียร์อยู่ในใจ ฉันไม่มีกิจการเป็นของตัวเอง แต่เรื่องนี้ทำให้ฉันตั้งคำถามว่า ถ้าเรามีธุรกิจแบบนี้ จะทำอย่างไรดีให้พนักงานมีใจปฎิบัติงานให้เราอย่างเต็มที่ บริการลูกค้าได้ แม้เราจะไม่อยู่คุมด้วยตัวเอง อย่างอาการพนักงานบอกลูกค้าหน้าตาเฉยว่า “งดเสิร์ฟข้าวแล้วค่ะ” ทั้งที่เวลายังเหลือ มันย่อมหมายถึงรายได้ที่หายไปของร้าน อาจจะไม่มาก แต่รวมๆ เป็นเดือน เป็นปี แล้วมันหมายถึงโอกาสจำนวนมากที่หายไปเฉยๆ โดยที่เจ้าของร้านอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าจริงๆแล้วกิจการสามารถมีรายได้มากกว่านี้ ถ้าพนักงานใส่ใจลูกค้ามากพอ ฉันคิดว่าโมเดลที่เหมาะสำหรับร้านแบบนี้คือ การที่พนักงานทั้งทีมจะได้ส่วนแบ่งจากยอดขายด้วย แบบเป็นโบนัสพิเศษ โดยเฉพาะยอดขายในช่วงสองชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดร้าน เพราะมันจะเป็นแรงจูงใจให้เขาไม่ปฎิเสธลูกค้าในช่วงร้านใกล้ปิด หรือไม่ก็ประกาศทุกสาขาให้รับรู้ทั้งพนักงานและลูกค้าไปเลยว่า “ครัวปิดก่อนร้านปิดครึ่งชั่วโมง” ไม่ใช่ให้พนักงานมโนคิดกฎเอาเอง หรือไม่ก็กำหนดเวลาเลิกงานเป็นหลังร้านปิดครึ่งชั่วโมง อาจจะมีจ่ายโอทีให้ถ้าลูกค้าเข้ามากินสาย และต้องปิดร้านช้า ตอนอยู่อเมริกาฉันเคยไปช่วยงานร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง เจ้าของร้านบริการลูกค้าเป็นอย่างดี มีคนเข้ามาจะดึกแค่ไหน ถ้ายังไม่ถึงเวลาปิดร้าน เราทำอาหารให้เขาเต็มที่ทุกอย่างที่มีในเมนู แม้ว่าลูกค้าจะนั่งจีบกันเลยเวลาปิดร้าน เจ้าของร้านก็รอให้ลูกค้าใช้เวลาเต็มที่อย่างใจเย็น มันเป็นภาพที่ทำให้ฉันจำมาตลอด ว่าสำหรับธุรกิจบริการ มันควรเป็นแบบนั้น สุดท้ายนี้คือ อย่าดูถูกร้านซาลาเปา นางขายดีจริงๆ สมกับที่รายได้ปีละพันล้าน ขายหมดทุกอย่าง คนเข้าตลอด ซาลาเปาก็ซาลาเปาเถอะ ทำสิ่งใดได้ ก็ทำให้ถึงที่สุดเถิด... อ่านต่อ
0 Like0 Comment
LikeShare
photo