เมนูของร้าน Peace Oriental Teahouse อาคาร จีทาวเวอร์
[Wongnai User’s Choice 2018] ใบชาที่เป็นมากกว่าแค่ชาเป็น 1 ในร้านชาที่อยากมาที่สุด ตอนแรกมีความตั้งใจว่าจะไปสาขาออริจินัลที่ทองหล่อ แต่ปรากฏว่าฝนตกพรำๆ เลยเปลี่ยนใจนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาที่สาขาตึก G แทน สำหรับสาขานี้ตัวร้านจะโดดเด่นหาง่ายมากครับ ภายในร้านจะเป็นสีขาว มีที่นั่งทั้งเคาเตอร์และนั่งเป็นโต๊ะเล็กๆครับ สำหรับใครที่อยากทานเป็นคอร์สเฉพาะ ต้องนั่งที่เคาเตอร์อย่างเดียวครับ เมื่อเข้าไปที่เคาเตอร์แล้ว เราจะต้องทำการเลือกก่อนว่าจะทานเมนูอะไรและชำระเงินที่เคาเตอร์เลยครับ (รับบัตรเครดิตด้วย ไม่ชาร์ตเพิ่มครับ) โดยเริ่มต้นราคาเบาๆ ก็จะมีตระกูลเครื่องดื่มเย็นอย่างชาเขียว หรือจะเป็นไอศกรีม (แนะนำว่าต้องทาน) และเป็นชาร้อนที่มีทั้งใบชาจีนที่จะแยกประเภทไปตามรสชาติ การบ่ม พื้นที่ในการปลูก ซึ่งเราสามารถสอบถามรสชาติหรือรายละเอียดจากพนักงานได้เลยครับ และชาญี่ปุ่นที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่เรียกว่า “อูมามิ” ซึ่งอันนี้ก็จะมีให้เลือกอีกเช่นกัน สำหรับเมนูวันนี้ที่ผมเลือกมาก็จะมี 1. PF Gyokuro ราคา 680 บาท: มาร้านชาทั้งทีต้องลองชาเขียวที่เป็นที่สุดของทางร้านครับ ชื่อเมนูที่เขียนอยู่บนบอร์ดจะเป็นชื่อ Gyokuro หรือ King of Japanese Green Tea ชาตัวนี้เป็นพันธุ์เดียวกันทั่วโลก คือ Camellia sinensis แต่จะมีความพิเศษตรงที่ก่อนเก็บประมาณ 2 สัปดาห์จะมีการคลุมชาเพื่อหลอกให้ยอดใบชาที่จะนำมาทำชาเขียวคิดว่าเป็นฤดูหนาวแล้ว ทำให้ยอดใบชาสะสมอาหารมากที่สุด ส่วนความขมทั้งหลายจะถูกส่งไปด้านล่างของต้น นอกจากนี้ด้วยภูมิประเทศที่มีความพิเศษตรงที่เป็นเกาะ ทำให้มีรสชาติของทะเลหรืออูมามิซึมซับลงไปในยอดชาอีกด้วยครับ ถ้าอยากให้รสชาติชาได้ความอูมามิด้วย จะต้องชงในน้ำอุณหภูมิห้อง เพื่อรีดรสชาติดังกล่าวออกมาให้ได้มากที่สุดนั่นเอง คอร์สนี้เราจะได้ทานชา Gyokuro สามแบบคือ น้ำอุณหภูมิห้องที่ 25 องศา น้ำอุณหภูมิ 70 อาศา และใบชาสดพร้อมกับซอสพอนซึ เริ่มต้นที่ 25 องศาเป็นถ้วยแรก จะมีการล้างถ้วยชงชาก่อนเสมอด้วยน้ำร้อน และตั้งนาฬิกาไว้ที่ 13 นาที เมื่อใส่ใบชาและเทน้ำแล้วจะเริ่มจับเวลาครับ ระหว่างนี้ก็จะมีการเล่า Story ว่าเจ้า Gyokuro นี้ที่มาเป็นอย่างไร (ตามข้างต้น) ถ้าสงสัยอะไรถามได้หมดเล เมื่อครบเวลาที่กำหนดไว้ พนักงานก็จะมาเทชาและเขย่าถ้วยชงชาเพื่อรีดน้ำชาออกมาให้ได้มากที่สุด สีน้ำชาจะออกเหลืองใสคล้ายชาขาว แต่ยังมีความเขียวๆปนมานิดๆ มีเศษใบชาหลุดออกมาจำนวนนึงครับ รสชาติครั้งแรกที่ทาน เหมือนกำลังทานปลาทะเลดิบๆเลยครับ รสชาติอูมามิเยอะที่สุดเท่าที่เคยทานมา ออกจะเริ่มไปทางคาวด้วยซ้ำ ส่วนความเป็นชาจะแทรกอยู่กลางๆ ได้ความขมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะนิดๆ เป็นครั้งแรกที่ทานชาแล้วรู้สึกว่า ว้าว ชาทำแบบนี้ได้ด้วยหรอ และด้วยความที่น้ำค่อนข้างเย็นด้วย เลยทำให้ความอูมามิเข้มเป็นพิเศษนั่นเอง เลยอยากแนะนำว่า ควรจะมีประสบการณ์ทานชามาระดับนึงเลยครับ ถึงจะทานชาตัวนี้ได้ มาต่อกันที่น้ำอุณหภูมิ 70 องศา เมื่อต้มน้ำเดือดแล้ว จะมีการพักน้ำไว้สักครู่รวมทั้งจะมีการเช็คด้วยเทอร์โมมิเตอร์ตลอดเวลาครับ เมื่อได้อุณหภูมิที่ต้องการแล้ว จะเทน้ำร้อนส่วนนึงลงบนถ้วยชาแล้วกลึงเพื่อให้ถ้วยซึมซับอุณหภูมิทั่วๆก่อน และน้ำที่เหลือก็เทใส่ถ้วยชงชา จากนั้นรอประมาณ 2 นาทีก็เริ่มเทชาและเขย่าถ้วยชาเพื่อดึงน้ำออกมาให้ได้มากที่สุดเหมือนรอบแรก รอบนี้ สีชาจะมีความเขียวเข้มมัชฉะออกมาเลยครับ รสชาติยังมีความอูมามิอยู่กลางๆ ไม่ได้คาวเหมือนถ้วยแรก แต่ได้ความเข้มและขมนิดๆของชาเขียวญี่ปุ่นเต็มๆครับ ถ้าเทียบกับถ้วยที่แล้ว ถ้วยนี้เหมาะกับทุกคนที่เคยทานชาหรือไม่เคยทานชามาก่อนครับ และถ้วยสุดท้าย คือการทาใบชากันสดๆ พนักงานจะนำใบชาที่ชงมาสองน้ำก่อนหน้า มากองเป็นรูปภูเขาและเทซอสพอนซึลงไปนิดหน่อย วิธีทานคือคลุกเคล้ากับซอสพอนซึนิดหน่อย แล้วใช้ตะเกียบคีบเข้าปากครับ รสชาติจะออกเขียวๆเหมือน Texture ของโรสแมรี่ที่ชุ่มน้ำแต่มีแต่รสชาติชาเข้มๆเท่านั้น ถ้าทานเพียวๆอาจจะรู้สึกว่าเข้มเกินไป ให้ลองจิ้มกับซอสพอนซึเพิ่มความเค็มนิดๆครับ อันที่จริงแล้วในคอร์สนี้ยังมีรายละเอียดอีกหลายที่ไม่ได้เล่าเนื่องจากลืมไปค่อนข้างเยอะอยู่ครับ ดังนั้นอาจจะมีตกหล่นไปบ้างต้องขออภัยด้วยครับ 2. Houjicha Extremist ราคา 240 บาท: เปลี่ยนมาทานไอศกรีมแบบที่คนทั่วๆไปทานกันบ้าง จานนี้เป็นไอศกรีมชาเขียวที่ด้านนอกจะเคลือบด้วยชาร์โคลจากต้นไผ่ เสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวเหนียวดำก้อนกลมๆ คำแนะนำจากพนักงาน เวลาทานไปสักพักนึงแล้วให้สูดลมหายใจเข้าและออกยาวๆ จะได้กลิ่นไหม้ๆสดชื่นๆ ด้วยครับ เมื่อทำตามนั้นก็ได้แบบนี้จริงๆ แต่จะต้องทานเข้าไปเยอะพอควรเลยครับกว่าจะออก รสชาติชาเขียวเข้มและหอมมัชฉะมากๆครับ ส่วนชาโคลที่เคลือบด้านนอกกรอบกำลังดีครับ ทานกับชาเขียวแล้วเข้ากันมากๆ ส่วนข้าวเหนียวมาช่วยดับความเลี่ยนและปรับลิ้นให้ทานไอศกรีมต่อได้เรื่อยๆครับ สำหรับวันนี้ก็ถือได้ว่าเป็นมื้ออาหารว่างที่พิเศษมากๆครับ ไม่ใช่เฉพาะแค่ว่าเราจะได้ทานอาหารแล้วเท่านั้น เรายังได้เรียนรู้เรื่องของชามากขึ้นอีกด้วยครับ สำหรับใครหลายๆคนแล้ว ชา 3 ถ้วยราคาอาจจะแพง แต่สิ่งที่ได้กลับมามันทำให้เราอยากเรียนรู้เกี่ยวกับชามากขึ้นไปอีก ถือว่าได้เป็นประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจของเราได้ดีเลยทีเดียว เรื่องอาหารไม่ต้องพูดถึงครับเพราะดีเยี่ยมจริงๆ และยังได้ความรู้ในหลายๆเรื่องที่สงสัย อย่างเช่นจริงๆชาควรจะกินร้อนหรือเย็น อันนี้ขึ้นอยู่กับชาแต่ละชนิด จะมีช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมแตกต่างกันไป และรสชาติเองก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องไปค้นหาว่าชอบชาแบบไหนมากที่สุด การบริการจากพนักงานดีเยี่ยมที่สุดครับ พนักงานตอบคำถามและเคลียทุกปัญหาที่สงสัยได้จริงๆ รวมทั้ง service mind ที่ดีเยี่ยมครับ แนะนำเลยครับว่าถ้าอยากทานเป็นคอร์ส สาขานี้ไม่แพ้เท่าสาขาแรกแน่นอนครับ สำหรับใครที่อยากมาทานเป็นคอร์สสอนชงชาจริงๆ ตอนนี้ทางร้านยังไม่มีเปิดนะครับ แต่ถ้ามีเปิดแล้วไม่ควรพลาดนะครับ 😊... อ่านต่อ
22 Likes0 Comment
LikeShare
photo