4.0
17 เรตติ้ง (13 รีวิว)
อาหารไทย฿฿฿฿฿
ปิดอยู่จะเปิดในเวลา 17:00
บรรยากาศ Nimitr Restaurant & Rooftop Bar
บรรยากาศ
Cutting-Edge Oriental Gastronomyอ่านชื่อด้านบนแล้วคงจะงงว่ามันคืออะไร เพราะตอนแรกที่ได้ยินก็งงเหมือนกันค่ะ ร้านนิมิตร เป็นร้าน fine dining ที่ตั้งอยู่บนชั้น 27 ของโรงแรม 137 Pillars Suites and Residences ซอยสุขุมวิท 39 ซึ่งเป็นโรงแรมเปิดใหม่ เป็นเจ้าของเดียวกันกับโรงแรม 137 Pillars House ที่เชียงใหม่ค่ะ ร้านตกแต่งด้วยโทนสีฟ้าและทองเป็นหลัก หลังคาสูงมาก เป็นกระจกสามด้านเห็นวิวสวยงาม ด้านในจะเห็นครัวเปิดส่วนนึงด้วยค่ะ ด้านนอกจะมีเป็นบาร์ให้นั่งเล่นตากลมได้ และเป็นชั้นเดียวกับสระว่ายน้ำของโรงแรมด้วย ถ้าเดินขึ้นบันไดไปอีกนิดก็จะเป็นบาร์วิสกี้ที่มีทั้งที่นั่งด้านนอกที่สามารถสูบบุหรี่ได้ และด้านใน ตามสโลแกนของที่นี่ก็คือเป็นอาหารเอเชียค่ะ มีทั้งไทย แขก อินโด หัวหน้าเชฟของที่นี่เป็นคนอินโดนีเซียที่เห็นว่าได้รับรางวัลมาพอสมควร ในเมนูจะมีให้เลือกทั้งเป็น a la carte และ tasting menu มีชุด 1,800++ กับ 2,300++ ค่ะ วันนี้เป็นมื้อกลางวัน เลือกทานเป็น a la carte เริ่มกันด้วยพล่ากุ้ง พล่ากุ้งของเชฟไม่ธรรมดา เราเรียกกันขำๆ ว่าเป็น langustine มารยาทงาม เพราะท่าที่จัดวางมาเหมือนกันกำลังก้มกราบเราอยู่ จัดแต่งมาอย่างสวยงาม เนื้อกุ้งคลุกกับเส้นโซบะชาเขียว โปะด้วยเจลลี่ตะไคร้ กับมะนาวรสอ่อนๆ ทานแล้วได้รสเข้มๆ ของเครื่องพล่า แต่ก็ให้ความรู้สึกสดชื่นเย็นๆ จากโซบะและเจลลี่ จานต่อไป มันมีชื่อภาษาญี่ปุ่นด้วยแต่จำไม่ได้ แอบไปดูเมนูในเวบไซต์เค้าเขียนว่า seafood symphony คือจะมีปลามากุโร่ แซลม่อน และหอยเชล์ ผ่านการทำให้สุกเล็กน้อย เสิร์ฟมากับสาหร่าย และโฟม ponzu ให้กลิ่นหอมสดชื่น กินได้หมดทั้งของทะเลและสาหร่ายทะเล ถือว่าจานใหญ่พอควร อาหารทานเล่นของเราอีกอย่างคือส้มตำ แต่ว่ามันมาในรูปแบบของคล้ายๆ ปอเปี๊ยะสด คือเป็นส้มตำด้านใน แล้วก็มีแป้งห่อบางๆ ใสๆ ข้างนอก มีแป้งและถั่วกรุบๆ ประกอบ รสชาติดี มีความเป็นส้มตำ แต่เพิ่มรสสัมผัสอื่นไปด้วย แปลกดีค่ะ สำหรับจานหลักเรามีปลาหิมะ และแกะ ถ้าสั่งอาหารจานหลักเค้าก็จะเสิร์ฟข้าวมาให้ด้วยค่ะ มีทั้งข้าวกล้อง ข้าวขาว และข้าวแบบข้าวหมก แกะมาเป็นแนวแขก lamb tandori แกะเนื้อเนุ่ม แกงรสกลมกล่อม เพิ่มสีสันและรสชาติด้วยถั่วแระญี่ปุ่นอาจจะไม่ได้จัดจ้านมาก แต่กลมกล่อมทานง่าย เสริฟมากับแป้งนานชิ้นน้อยๆ ที่ทำเป็น ravioli มีไส้เป็น paneer ทานกับข้าวหมกก็อร่อย จานปลาหิมะนั้นเค้าก็ว่าเป็นอาหารแนะนำ เนื้อปลาหมักซอสมิโซะ นุ่มหวานมากค่ะ เข้ากับเครื่องเคียงที่เป็นผักกับครีมซอส และซอสเขียวๆ เข้มๆ ที่ให้รสตัดกันดี คิดไม่ออกว่าเป็นอะไร และก็ลืมถามพนักงาน จบกันด้วยของหวานสองอย่างค่ะ ประทับใจมากทั้งสองจานเลย สั่งเป็น honey yuzu กับ sweet dream quarett ซึ่งอันหลังนี่เค้าเขียนว่าสำหรับสองคน พอมาเสิร์ฟก็เลยถึงบางอ้อ เพราะมันอลังการมาก เบสจะเป็นบราวนี่รสเข้มข้น ด้านนอกกรุบๆ ด้านในนุ่มๆ ประกอบมาด้วยเบอรี่ต่างๆ มาการองขนุน โมจิชาเขียว และไอศครีม สามคนไม่สามารถกินหมดได้ค่ะ เพราะมันแน่นมาก ส่วน honey yuzu จะเป็นเลม่อนคัสตาร์ด เลม่อนเมอแรง เสิร์ฟมากับไอศครีมน้ำผึ้งรสชาตินุ่มนวล ชอบทั้งสองจานเลย ชอบที่ไม่หวานมากไปจนบาดคอ แต่ได้รสชาติเป็นจุดเด่นของแต่ละจานดีค่ะ ถือว่าอาหารอร่อย สวยงาม ถามว่าแพงมั้ย ก็บอกว่าไม่ถูก แต่ก็ได้ในเรื่องของความสวยความ ความติดสร้างสรรค์ ได้คุณภาพกว่าไปทานบุฟเฟต์บางที่ค่ะ ติดอย่างเดียวคือพนักงานเสิร์ฟไม่ค่อยอธิบายรายละเอียดของแต่ละจานเท่าไหร่ ถ้ามีการแนะนำมากกว่านี้จะดีมากๆ เลยค่ะ... อ่านต่อ
3 Likes0 Comment
photo