เมนูของร้าน Cuisine de Garden BKK กรุงเทพ
Seacret[320++]
ร้าน French with Thai twist อันน่าทึ่งจากเชียงใหม่ สู่ Nature-Inspired Garden ในกรุงเทพ[ความประทับใจ / บรรยากาศ / บริการ] ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ Wongnai ที่พามา Tasting กันที่ร้านใหม่แห่งนี้นะครับ เรียกได้ว่าไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่แล้ว เพราะเชฟแนน ลีลวัฒน์ มั่นคงติพันธ์ เชฟอาหารฝรั่งเศสชื่อดังที่ได้รับรางวัลมามากมาย ได้นำเอาเมนูจากร้านออริจินัลที่เชียงใหม่มา twist ให้คนกทม. ได้ทานกัน ซึ่งจะเข้าถึงง่ายและเป็นสากลมากกว่าที่เชียงใหม่ซึ่งจะมีกลิ่นอายเมืองเหนือเข้ามาครับ และมีความเป็น Molecular gastronomy นิดนึง แต่จะเน้นไปที่ Natured inspired โดยการดึง characters บางอย่างของวัตถุดิบในไทยที่มาจากโครงการหลวงและเกษตรกรออกมาให้รสชาติและกลิ่นมีความชัดเจนขึ้น ซึ่งก็สามารถสร้างสรรค์รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ออกมาได้ครับ สำหรับบรรยากาศร้าน ผมว่าก็ไม่ธรรมดา คอนเซปคือ flavorful & imaginative garden สังเกตได้จากวัสดุที่ใช้จะเน้นเป็นไม้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ได้สี earth tone ไม่ได้ตกแต่งหวือหวา เน้นเรียบๆ ง่ายๆ แต่ตรงเคาท์เตอร์บาร์นั้นต้องยอมรับว่าแต่งออกมาได้สวยเป็นพิเศษครับ เพราะเหมือนได้ทานอาหารใต้ต้นไม้ที่มีหิ่งห้อยบินวนอยู่เต็มไปหมด หรือจะจินตนาการเป็นดาวเต็มฟ้าก็ไม่ผิดกติกา ส่วนพนักงานก็เสิร์ฟอาหารเร็ว ไม่ขาดตอน อธิบายเมนูได้อย่างละเอียด ผมว่าทำได้ดีสำหรับร้านที่เพิ่งเปิดมาได้แค่เดือนเดียวครับ [ราคา / ความคุ้มค่า] ปกติราคา Full course dinner คือ 1,590++ ครับ ก็ยอมรับครับว่าราคาค่อนข้างสูง แต่สำหรับรสชาติ ผมว่าอยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียว และที่สำคัญ เข้าถึงง่ายกว่าร้านฝรั่งเศสจ๋าแบบร้าน L'Atelier de Joël Robuchon เป็นไหนๆ และยังได้ความ Exotic พอสมควรที่จะทำให้มื้ออาหารเย็นดูพิเศษและน่าสนใจขึ้นมาได้ครับ [ที่ตั้งร้าน] ร้านจะอยู่เอกมัย ซอย 2 ครับ สามารถจอดรถในซอยได้ แต่ไม่แนะนำ เพราะซอยเล็ก เพราะฉะนั้นอยากให้ลองขับเลยไปหน่อยแล้วจอดรถที่ Somerset Ekamai Bangkok ฝั่งเดียวกับร้าน แล้วขอบัตรจอดรถจากทางร้าน ก็จอดฟรีครับ [เมนูที่สั่ง] ทางร้านแนะนำให้สั่งเป็น full course dinner เพื่อให้ได้ลิ้มลองประสบการณ์อาหารหลายรูปแบบ ทั้งหมด 4 chapter ด้วยกัน แต่ละ chapter เราจะเลือก a la carte ได้คนละ 1 อย่างเท่านั้น แต่วันนี้โชคดีที่ทางร้านจัดให้ได้ชิมกันทุกเมนูย่อยเลยครับ และนอกจากนี้ทางร้านยังมี wine list ทั้งขาวและแดงพร้อม ทั้ง old world (ฝรั่งเศส/เยอรมัน/อิตาลี) และ new world (แคลิฟอร์เนีย/นิวซีแลนด์/สเปน/ชิลี/อาร์เจนตินา) ให้สั่งดื่มเพิ่มพร้อมกับคอร์สนี้ แต่ยังไม่ถึงขั้นกับจัด pairing ครับ - ขนมปัง brioche นุ่มๆ สูตรพิเศษของทางร้าน หอมดีครับ เสิร์ฟบนใบไม้จากบ้านของเชฟแนนที่เขียงใหม่ ทานกับครีมเบาๆ แฝงด้วยกลิ่นหอมจากผิวเลมอน - Coast to Coast [190++] - ประเดิมด้วยซีฟู้ด 4 คำครับ ไล่ลำดับความเข้มข้นน้อยไปมากจากซ้ายไปขวา โดยเน้นใช้มะกรูดในการเพิ่มความหอมและรสชาติ เริ่มที่กุ้งตัวขนาดเต็มคำในเปลือกหอย ดิปอยู่ในซอสมะกรูดที่ออกเปรี้ยวนิดๆ ตามด้วยหอยแมลงภู่วางบนแป้งชาร์โคลที่ทำเป็นเปลือกหอยสวยงาม (เขาว่าทานได้ แต่ไม่ได้ทานครับแหะๆ) แถมด้านบนยังมีโฟมมะกรูดสีขาวบางเบาอยู่ด้วย คำที่ 3 เป็นแซลมอนทาร์ทาร์รสชาติออกเปรี้ยวอ่อนๆ เสิร์ฟบนใบมะกรูดทอด ด้านบนมีไข่ปลาแซลมอนด้วย ทำให้มันจะจบด้วยรสชาติญี่ปุ่นหน่อยๆ แล้วก็คำสุดท้าย blue crab เสิร์ฟบนผลมะกรูด ท็อปด้วยคาร์เวียร์แนะนำให้บีบให้น้ำมะกรูดออกก่อนทานจะทำให้ได้กลิ่นหอมและรสเปรี้ยวอร่อยกลมกล่อม (Chapter 1) - Rain forest [320++] จะเป็น beef tartar กับ beef tuille ม้วนเป็นขอนไม้รสชาติแห้งๆ กรอบๆ โดยด้วย Italian parsley สีเขียวๆ ทำให้หน้าตาจานเหมือนหลุดออกมาจากป่าฝนสมชื่อ ทานกับซอสไข่แดงออกเค็มปะแล่มแปลกใหม่ดีครับ - Seacret [320++] จะเป็นหอยเชลล์จากฮอกไกโดนุ่ม สด ฉ่ำ และเต็มคำดีมากๆ ท็อปด้วย chayote compressedสาหร่ายแดง มะนาวที่ทำออกมาเป็นฟองสไตล์ molecular gastronomy แล้วราดด้วยซอสพอนสึ เวิร์คดีครับ ตอนเทนี่ใช้หอยสังข์ขนาดใหญ่เทเลย production ยิ่งใหญ่น่าชื่นชมครับ - Terrarium [320++] ภายใต้แป้งกรอบบางราวกับทานขนมนั้นก็จะสอดไส้เป็นเป็ดกับ shallot chutney เนื้อละเอียดพอควร รสชาติออกหวาน มีความแปลกแต่ใช้ได้ แต่งจานด้วย smoked local crest salad ราดSalak dressing ซึ่งตอนแรกจะอยู่ในโหลแก้วตรงกับชื่อ Terrarium แล้วก็รมควันด้วยไม้แอปเปิ้ล พอเปิดฝามาก็เป็นไอพุ่งออกมาเลย (Chapter 2) - Nest [350++] จะเป็น signature ของร้าน ด้านบนเป็นไข่ออนเซน เสิร์ฟบนรังที่ทำจากหมี่ข้าวกรอบ แล้วก็ pulled chicken หรือเนื้อไก่ฉีกเป็นเส้นๆ นุ่มๆ ผสม truffle oil แล้วก็รองฐานด้วยเห็ดชิทาเกะ พอชินี ครับ เวลาทานก็ต็อกไข่ออกมาแล้วทานทุกชั้นพร้อมกัน จานนี้อร่อยดี - Eclipse [350++] จะเป็น Barley risotto กับปลาแอนโชวี่ (ปลาข้าวสาร) แห้ง เม็ดข้าวค่อนข้างใหญ่ มีความหนึบ โรยด้วยแก่นตะวันกรอบๆ แล้วก็ซอสแก่นตะวันครับ (Sunchoke Veloute) จานนี้ความรู้สึกจะออกแห้งๆ หน่อยน่ะครับ - Harvest [750++ / +300 for course] จานนี้เป็น Canadian lobster นำไปอบฟางจนหอมกรุ่น ก้ามโต ส้ม น่าทานมากๆ แล้วก็อร่อยในแบบที่คิดไว้ ด้านข้างเป็นข้าวเกรียบที่ทำมาจากกุ้ง แล้วนำ smoked corn purée มาบีบลงเป็นจุดๆ สีออกเหลืองๆ ซึ่งข้างเกรียบจะนำไปอบกับฟาง เพื่อให้ได้กลิ่นของฟางมาด้วยครับ ดูต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่ง (Chapter 3) - Water Lilies [580++] จะเป็นปลาฮัลลิบัทโรย brioche crusted บางๆ มาย่างบนกะทะ เนื้อปลาสด นุ่มๆ อร่อยดี ทานกับทุกอย่างที่เป็นบัวสมชื่อ อย่างรากบัวดองซึ่งก็นำไปย่างเหมือนกัน เสิร์ฟพร้อมกับเมล็ดบัว กลีบบัว แล้วก็ซอสใบบัวบก (Pennywort) ครับ - Vermillion [580++] จานนี้จะเป็น Duck confit ที่เนื้อนุ่ม และหนังยังกรอบอร่อยอีกด้วยครับ ทานกับบีทรูทดอง/ย่าง/กรอบ (มีมาให้ลองหลายแบบเลย) แล้วก็ซอสบีทรูทเข้มข้นครับ จานนี้ผมก็ชอบมาก จานนี้มันก็จะออกแดงๆ หน่อย สอดคล้องกับชื่อ Vermillion (สีแดงสด) - Swamp [880++ / +300 for course] จะเป็นเนื้อ tenderloin นำไป dry-aged 55 วัน เราสั่งแบบ medium rare กันมาเนื้อนุ่ม juicy อร่อยเลยครับ ทานกับซอสกุยช่ายขาว-เขียว ที่มีกลิ่นอ่อนๆ เฉพาะตัว นำมาราดลงใน cabbage sprout (แขนงกะหล่ำ) กับหอมย่างเป็นหลุมๆ ทำให้ดูเป็นหนองบึงสมชื่อครับ (Chapter 4) - Bloom [250++] จะเป็นซอร์เบตฝรั่งซึ่งนำไปหมัก โรยด้วยใบฝรั่งที่นำไปอบแห้ง กับเนื้อฝรั่งดองจะมีโรยเกลือเค็มๆ หน่อย แล้วก็จะมีไข่มุก กับ brioche crusted เป็นผงๆ และที่ไม่เหมือนใครคือใส่สมุนไพรจากภูเขาเข้ามาให้ความสดชื่นเฉพาะตัว แต่อาจจะไม่ตรงกับชื่อเท่าไร รสชาติโดยรวมก็จะออกเปรี้ยวและเค็มในเวลาเดียวกันครับ อันนี้แล้วแต่คนชอบเลย บางคนก็บอกว่าเค็มไป - Coral [250++] จะเป็นมูสมัชฉะ หอมถึงชาเขียวแท้ หวานน้อย ส่วนเนื้อเค้ก sponge รสงาดำฟูๆ มีแป้งกรอบๆ สีเขียวทำเป็นปะการังปักอยู่ แนะนำให้ทานกับ orange compote แล้วก็ซอส Yuzu รสชาติเปรี้ยวตัดกับมูสมัทฉะ มีความแปลกใหม่ แต่ส่วนตัวคิดว่าชาเขียวกับส้มไม่ค่อยไปด้วยกันเท่าไหร่ - Farm [250++] ปิดท้าย chapter นี้ ด้วยพานนาคอตต้าที่ทำมาจากนมแพะครับ ทั้งแบบฟองนมกรอบและสโนว์ ไม่น่าเชื่อว่าจะรสชาติอร่อยละมุนกลมกล่อมขนาดนี้ ไม่มีกลิ่นเหม็นเลยครับ เสิร์ฟพร้อมกับถั่วแมคคาเดเมีย แล้วก็ macadamia flower honey ที่ให้รสหวานและหอมครับ - Stone [100++ / 2 pcs.] ปิดท้ายจริงๆ ละครับ จะเป็นช็อคโกแลตชาร์โคล เปลือกบางๆ วางตัวอย่างกลมกลืนกับก้อนหินจะมีไส้เป็นซอสมะขามกับกระเจี๊ยบครับทำให้เย็นด้วยไนโตรเจนแล้วเคลือบด้วยช็อคโกแลตชาร์โคล ก็แปลกครับสำหรับรสกระเจี๊ยบ ส่วนตัวชอบซอสมะขามมากกว่า แต่ใครจะรู้ว่าจะหยิบได้อะไรถูกมั้ยครับ แนะนำให้รีบทาน เพราะช็อคโกแลตแอบละลายเร็ว... อ่านต่อ
21 Likes0 Comment
LikeShare
photo