เมนูของร้าน Marriott Café JW Marriott Hotel Bangkok
Chocolate Lava - ชอค ลาวา
มนุษย์สายแข็งเตรียมกระเพาะมาให้พร้อม เพราะ Sunday Brunch ที่นี่มีแต่ของอร่อยให้จัดเต็มจ้า!
ครั้งนี้ได้มีโอกาสมาลองบุฟเฟต์ Sunday Brunch ของห้อง Marriott Café ที่ชั้น G ของโรงแรม JW Marriott ค่ะ ทราบมาว่าที่นี่ได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในสามห้องอาหารบุฟเฟต์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ โดยผู้อ่านนิตยสาร แบงค็อก ไดน์นิ่ง แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ในช่วงเวลา 7 ปีที่ผ่านมาซะด้วย เราเลยตั้งใจมาจัดหนักจัดเต็มมื้อใหญ่กันเลยทีเดียวล่ะ **-ทำเลที่ตั้ง/การเดินทาง-** ● รถยนต์ – สำหรับคนที่ขับรถมาจากถนนสุขุมวิททางด้านซอยนานา ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 2 ค่ะ โรงแรมจะอยู่ทางซ้ายมือ มีอาคารที่จอดรถอยู่เลยตัวโรงแรมไปนิดเดียว ● รถไฟฟ้า BTS – โรงแรมจะอยู่ระหว่างสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิตกับนานา โดยจะใกล้ทางเพลินจิตมากกว่านิดนึง เดินจากสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิตมาประมาณไม่ถึง 10 นาทีก็จะเห็นโรงแรมอยู่ทางขวามือค่ะ **-ข้อมูลพื้นฐาน-** สำหรับ Sunday Brunch นี้จะจัดในช่วงเวลา 11.30-15.00 น. ของทุกวันอาทิตย์ ราคาท่านละ 2,343 บาทถ้วน โทร. สำรองที่นั่งได้ที่ 02-656-7700 ค่ะ **-ไลน์อาหาร-** [Cheese & Bread] เพียงก้าวเข้าประตูมาก็เห็นโต๊ะวางชีสหลากหลายชนิด เล่นเอาคนชอบชีสอย่างเราตาลุกวาวทีเดียวค่ะ เท่าที่เห็นมีตามนี้.. ● Hard : มี Emmental, Parmesan ชีสตระกูลนี้สำหรับเราคือทานได้ แต่ยังไม่ถึงกับชอบมาก โอเคอยู่ค่ะ ● Semi-hard : มี Gouda ซึ่งมาเป็นแบบ slice + brineมาแล้ว กลิ่นรสยังไม่ค่อยเข้มและยังไม่รู้สึกถึงผลึกกรุบนิดๆในเนื้อชีส เลยไม่ค่อยถูกใจเราที่ชอบ Aged Gouda มากกว่าน่ะค่ะ/ Mimolette ชีสสีส้มตัวนี้เป็นตระกูลเดียวกับ Edam ปกติถ้าบ่มได้อายุเต็มที่น่าจะจัดอยู่ในพวก Hard แต่ขนาดที่เอามาวางนี่เราว่าก็กำลังอร่อยแล้วนะ ● Soft : มี Brie ของโปรดของเราด้วย อร่อยสุดๆค่ะ / Blue Cheeseทานได้ แต่ไม่ปลื้มเท่าไหร่ /Secret Du Couventตัวนี้ก็ช้อบชอบค่ะ (ณ.จุดนี้คือเม้นต์ด้วยรสนิยมความชอบส่วนตัวล้วนๆ..555+) ● Cream Cheese – ครีมชีสสดๆผสมมากับผลไม้แห้ง อร่อยปลื้มปริ่มมากๆ สำหรับเราแล้วชอบตัวนี้มากที่สุดในไลน์ชีสของวันที่ไปเลยค่ะ นอกจากชีสแล้วเครื่องเคียงก็ยังจัดไว้ให้ครบครันอลังการสุดๆ ทั้งเม็ดมะม่วงหิมพานต์ almond เมล็ดฟักทอง apricot แห้ง อินทผาลัม ลูกเกด แคร็กเกอร์ ส่วนขนมปังต่างๆนั้นก็วางไว้ให้ใกล้ๆกันค่ะ [Seafood on Ice] ดูเป็นมุมเล็กๆที่เหมือนจะมีไม่เยอะ แต่กลับมีบรรดา seafood ต่างๆหลากหลายชนิด และเติมไวมากค่ะ น้ำจิ้มซีฟู้ดที่นี่ออกเค็มไปนิดสำหรับเรา แต่เค้ามีมะนาวฝานวางไว้ให้หยิบด้วย แก้รสกันได้ไม่ยาก ในไลน์มีหอยนางรมสดๆตัวเขื่องๆ / กุ้งเล็กตัวอวบๆแกะเปลือกให้เรียบร้อย / กุ้งแม่น้ำเนื้อแน่นๆหวานๆ / กั้งหิน / หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ / ปูม้า / ขาปูยักษ์ โดยรวมแล้วสดอร่อยใช้ได้คุณภาพดีทีเดียวค่ะ เราปลื้มกุ้งแม่น้ำมากเป็นพิเศษ จัดไปซะหลายตัวเลยล่ะ [Foie Gras] ไฮไลท์ของที่นี่ที่มาแล้วยังไงๆก็ต้องจัดให้เต็มคราบ! เมนูไฮโซแบบ Foiegras นี่ไม่มีการทำทิ้งไว้ให้เย็นชืด แต่ให้ไปสั่งทำสดๆได้เลยค่ะ สั่งเสร็จมานั่งรอสวยๆที่โต๊ะเดี๋ยวเค้าก็เอามาเสิร์ฟให้ร้อนๆ แอบแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าเชฟเค้าจำได้ไงว่าใครสั่งบ้างและนั่งโต๊ะไหน เพราะไม่ต้องมีเบอร์มีคิวอะไรทั้งนั้นแต่ก็มาเสิร์ฟได้ถูกเป๊ะ Foiegras ที่นี่ทำมาแบบกรอบนอกนุ่มในอย่างที่ชอบค่ะ แม้ว่าชิมดูแล้วจะยังไม่ใช่เกรดท็อป และชิ้นค่อนข้างบาง แต่กับบุฟเฟต์ที่กินได้ไม่อั้นนี่คุณภาพ Foiegras ประมาณนี้ต้องถือว่าดีงามน่าคบมากๆเลยล่ะ [สลัด] มุมสลัดที่มี dressings ให้เลือกมากถึง 6 ชนิด แนะนำให้ลอง Blue Cheese Dressing ดูค่ะ เพราะมันหาทานที่อื่นยาก ส่วนคนที่ชอบ Caesar Salad ก็มีบริการมิกซ์ให้เรียบร้อย ผักสลัดอาจจะยังไม่หลากหลายนักแต่ที่มีอยู่ก็สดกรอบใช้ได้ค่ะ [Cold cuts] แซลมอนรมควันของที่นี่จัดว่าเด็ดค่ะ มาพร้อมหอมใหญ่ เลมอน ซอสครีมชีสครบครัน ส่วนทูน่ารมควันโรยพริกไทยดำก็อร่อยมากๆ [Meat & Fish] ● Roasted Lamb – ขาแกะย่างทั้งขาตั้งไว้ให้ไปแล่กันได้ตามใจชอบ! ..อลังการดาวล้านดวงสุดๆค่ะ เท่านั้นไม่พอยังมีเครื่องเคียงให้เพียบทั้งน้ำเกรวี่, Sour Cream, Dijon Mustard, เบคอนป่น..ฯลฯ ไม่ขาดตกบกพร่อง เมนูนี้เนื้อแกะจะยังมีกลิ่นหลงเหลืออยู่บ้าง สำหรับคนที่ไม่คุ้นกับกลิ่นเนื้อแกะอาจจะยังไม่ปลื้มนะคะ ● Salmon – ลืมแซลมอนย่างที่แล่ชิ้นบางๆมาเสิร์ฟตามร้านอาหารทั่วไปได้เลย เพราะบุฟเฟต์ที่นี่เค้าเอาปลาแซลมอนตัวโตๆทั้งตัวมานอนให้เลือกหั่นไปใส่จานกันได้ตามสบายจ้ะ เมนูนี้เราพลาดไปนิดที่มัวแต่ถ่ายรูปเพลิน พอจะไปตักทานจริงๆส่วนพุงปลาที่เราชอบมันหมดไปแล้ว เหลือแต่เนื้อส่วนใกล้หางซึ่งค่อนข้างแห้งและไขมันน้อย เลยยังไม่โดนใจเท่าไหร่ สรุปคือที่จริงเค้าก็ย่างมาดี แต่ความอร่อยจะอยู่ที่ได้เลือกแล่เนื้อปลาส่วนที่ชอบทานได้ตามใจน่ะค่ะ ฉะนั้นควรรีบไปตักให้ไว..555+ ● Glazed Honey Ham – วางไว้ทั้งชิ้นใหญ่ๆให้ไปแล่อีกเช่นกัน เมนูนี้เราไม่ได้ชิมเอง แต่คนชิมเค้าบอกว่านุ่มอร่อยใช้ได้เลยนะ [Pasta] มุมพาสต้านี้ทำกันสดๆจานต่อจานตามสั่งค่ะ ของเราเลือกเป็นเส้น Fettucine หมึกดำ ผัดกับหอยเชลล์, เบคอน และพริกแห้งค่ะ รสชาติอ่อนไปนิด แต่ปรุงซะหน่อยก็โอเคพอใช้ได้เลย [Western Dish] มีใส่หม้ออุ่นไว้ให้เลือกตักชิมหลายอย่างทีเดียวค่ะ แต่ขอเล่าเท่าที่ได้ลองนะคะ ● Roasted Duck with Beetroot Chutney – ชื่อก็บอกว่ามีบีทรูท ฉะนั้นเป็ดย่างจานนี้เลยมีซอสสีแดงที่รสค่อนข้างหวานค่ะ เนื้อเป็ดนุ่มดี แต่หวานไปสำหรับเรานะ ● Poached Salmon with Lemon Cream Sauce – เมนูนี้อร่อยระเบิดระเบ้อ ชอบมากๆค่ะ เนื้อแซลมอนที่ซึมซับซอสครีมจนนุ่มละมุนลิ้น มีรสเปรี้ยวและความหอมของเลมอนช่วยให้ทานได้เรื่อยๆโดยไม่เลี่ยน ปลื้มปริ่มโดนใจสุดๆ ● Lamb Osso Buco – สตูว์เนื้อแกะสไตล์อิตาเลียนที่ตุ๋นมาจนนุ่มเปื่อยละลายในปาก อร่อยดีงามสุดๆค่ะ เล่นเอาคนตักกันรัวๆจนเกลี้ยงเหลือแต่กระดูกเลย เมนูนี้แม้แต่คนที่ไม่ชินกับกลิ่นเนื้อแกะก็ฟินได้ เพราะไม่มีกลิ่นสาบแกะเลยแม้แต่นิดเดียว ทำออกมาได้เลิศจริงๆ ● Grilled Lamb Chop with Rosemary Sauce – แกะย่างชิ้นหนา หอมกลิ่น Rosemary Sauce ชัดเจน รสชาติดีและไม่มีกลิ่นสาบแกะ แต่แน่นอนว่าความนุ่มยังแพ้จานที่แล้วอยู่นิดนึง จัดว่าพอใช้ได้ค่ะ ● Bacons / Ham / มันฝรั่งผัด – เมนูสไตล์มื้อเช้าที่มีติดไว้ซะหน่อยให้สมกับเป็น Brunch (= Breakfast + Lunch) เบคอนทอดมาได้กรอบถูกใจ มันฝรั่งก็เอาไว้ทานแกล้มกับเมนูจานหลักอื่นๆได้ดีค่ะ [อาหารญี่ปุ่น] ● Sashimi – จัดว่าดีงามสามตะกร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งแซลมอนที่สด เนื้อแน่นทานเพลิน ฟินเลย! ..นอกจากนี้ยังมีปลาหมึก ทูน่า และปูอัดด้วย แต่เราว่าแซลมอนนี่ล่ะแจ่มสุดแล้ว ● Sushi – แม้ในไลน์จะมีพวก Maki และ Sushi roll ให้ตามแบบบุฟเฟต์มาตรฐานทั่วไป แต่งานนี้เราขอสะบัดบ๊อบเมินใส่โดยสิ้นเชิง เพราะมีของที่เด็ดกว่าอย่าง Temaki คือเจ้าซูชิที่เป็นสาหร่ายกรวยๆ ที่เราสามารถสั่งได้ว่าจะให้ใส่อะไรบ้าง เค้าจะทำให้สดๆเดี๋ยวนั้น นอกจากจะครีเอทไส้ได้เองแล้วยังได้กินตอนทำใหม่ๆ ยังไงก็ฟิน! ...ว่าแล้วเราก็ขอจัดหนักแบบไม่เกรงใจ Unagi + Ikura + Avocado ....อร่อยเคลิ้มมมม... ● Tempura – มีเท็มปุระปูอัดกับกุ้ง ..ที่จริงก็ทำออกมาได้ดีไม่อมน้ำมัน แต่ความที่ทอดแล้ววางทิ้งไว้ ไม่ได้ทานตอนร้อนๆ ความอร่อยเลยดร็อปลงไปนิดค่ะ [อาหารจีน] เป็นมุมเล็กๆที่มีทั้งติ่มซำ / เป็ดย่าง / หมูหัน โดยรวมแล้วรสชาติปานกลางพอใช้ได้ไม่ถึงกับโดดเด่น เราชอบเป็ดย่างที่สุดค่ะ [อาหารไทย] เท่าที่เห็นมีขนมจีน และกับข้าวเช่นปลาผัดเปรี้ยวหวาน ลาบ ยำต่างๆ ซึ่งดูแล้วเมนูน่าจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆในแต่ละครั้ง มุมนี้สำหรับเราดูแล้วไม่เร้าใจเท่าไหร่ เลยขอผ่านไปก่อนค่ะ [ของหวาน] ไลน์นี้บอกเลยว่าเว่อร์วังอลังการสุดๆ ...มีทั้งเครปที่สั่งทำกันได้สดๆ Chocolate Fondue, เค้กสารพัดแบบ, chocolate lava และขนมไทยหลากชนิด ละลานตาไปหมด เราลองเป็น... ● ข้าวเหนียวมะม่วง ชอบที่ข้าวเหนียวเค้านุ่มนวล รสชาติกลมกล่อมหอมกะทิกำลังดี๊ดี ส่วนมะม่วงนั้นคงแล้วแต่ฤดูกาล อย่างวันที่ไปนั้นเราว่ามันชืดไปนิด ไม่ค่อยหวานน่ะค่ะ ● Rice Pudding – ตัวนี้มีซอสวานิลลาให้ราดด้วย รสชาติใช้ได้ค่ะ ● Chocolate Fondue – อันที่จริงตัวช็อคโกแลตเค้าหอมเข้มข้นอร่อยดี แต่ของที่เอามาเสียบไม้ให้จิ้มยังไม่โดนใจนัก คือมีมาร์ชเมลโลว์ เค้กชิ้นเล็กๆและเวเฟอร์ ..นี่ถ้ามีผลไม้สด เช่นสตรอเบอร์รี่ลูกโตๆฉ่ำๆด้วยนี่น่าจะแจ่มเลยนะ (แอบเสียดายเบาๆ) ส่วนเค้กต่างๆนั้นมีให้เลือกเยอะมาก หน้าตาดูดีน่าอร่อยไปซะหมด เสียดายว่าอิ่มแทบปริกันซะแล้ว เลยอดลองล่ะค่ะ เอาเป็นว่าเก็บแค่รูปมาโชว์ละกันนะ [ชา/กาแฟ] สำหรับเครื่องดื่มชา-กาแฟร้อนนั้นให้สั่งจากพนักงาน แล้วเค้าจะเอามาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะค่ะ เราสั่งกันไปเป็น Hot Americano กับ Hot Cappuccino กาแฟที่นี่หอมและกลมกล่อมดีทีเดียว เป็นการปิดท้ายอาหารมื้อใหญ่นี้ลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากที่ได้ลองแล้วก็รู้สึกว่าแม้ราคาจะสูงอยู่บ้าง แต่ก็เป็นบุฟเฟต์ที่มีคุณภาพระดับบนๆสมกับราคาเลยทีเดียว ถ้าใครชอบ Foie Gras – เนื้อแกะ – แซลมอน – ซาชิมิ - Seafood ล่ะก็ ขอบอกว่าสมควรมาจัดหนักดูซักมื้อจริงๆค่ะ เป็น Brunch ที่อิ่มเปรมเต็มกระเพาะจนต้องงดมื้อเย็นกันเลยล่ะ แบบว่าเบิร์นไม่ทัน..555+ ที่สำคัญอย่าลืมเหลือที่ไว้ให้ของหวานด้วยน้า (ถ้ามีโอกาสคราวหน้าเราจะไปแก้ตัวใหม่!)... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
68 Likes0 Comment
LikeShare
photo