[320++] - เมี่ยงคำ
ทานอาหารไทยอร่อยๆ อย่างไฮโซ ในบรรยากาศย้อนยุค สไตล์โคโลเนียล
[ความประทับใจ / บรรยากาศ / บริการ] นานๆ ทีจะได้มีโอกาสมาทานร้านอาหารไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก เพราะร้าน Blue Elephant มีสาขาทั้งหมด 9 สาขาตามเมืองสำคัญๆ ไปทั่วโลก เช่น ลอนดอน ปารีส บรัสเซลส์ โคเปนเฮเกน และดูไบ เป็นต้น ส่วนที่ไทยก็จะมีที่ภูเก็ต แล้วก็กรุงเทพที่ตึก Thai Chine Building ซึ่งเป็นตึกทรงไทยสไตล์โคโลเนียลที่อายุกว่า 100 ปี เคยเป็นที่ทำการของหอการค้าไทย และศูนย์บัญชาการของทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนั้นมีการปรับปรุงและเริ่มเปิดใช้งานเป็นร้านอาหาร Blue Elephant และโรงเรียนสอนทำอาหารด้วย เมื่อประมาณปี 2545 และแน่นอนว่ารสชาติอาหารและคุณภาพการบริการก็อยู่ในระดับแนวหน้าครับ ซึ่งผมก็ไม่ผิดหวังเลยทั้งสองอย่าง โดยเฉพาะบริการ พนักงานบริการรวดเร็ว คอยดูไม่ให้เสิร์ฟอาหารขาดช่วง แล้วก็พูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว [เกร็ดเล็กๆ ของร้านนี้] สำหรับร้านนี้ ผมแปลกใจอยู่ 2 อย่าง คือ 1. Master Chef ร้านนี้ไม่ใช่คนไทย และ 2. สาขาแรกของร้าน Blue Elephant ก็ไม่ได้เปิดที่กรุงเทพด้วย จริงๆ แล้วจุดเริ่มต้นเกิดจาก Master Chef Nooror Somany Steppe ซึ่งเกิดในเมืองไทย และได้แรงบันดาลใจในการทำอาหารจากคุณแม่ของเธอ ร้าน Blue Elephant สาขาแรกเกิดขึ้นที่เมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม เมื่อปี 2523 ตอนนั้นเธอตั้งบริษัท Blue Elephant Group ขึ้นมากับสามีของเธอ และพาร์ทเนอร์คนไทย และไม่ว่าร้าน Blue Elephant จะไปตั้งที่ประเทศไหน เธอก็จะสร้างสรรค์เมนูออกมาโดยใช้วัตถุดิบที่เป็นของประเทศนั้นๆ ฝีมือการทำอาหารของเธอจึงเป็นที่ยอมรับ และได้รับรางวัลมากมาย [ราคา / ความคุ้มค่า] ราคารวมวันนี้ 1,918 บาท หลังจากหัก e-voucher ออกก็จะเหลือให้จ่ายอีกประมาณ 880 บาท ราคาทั้งหมดนี้เป็นราคารวม Service Charge และ VAT ครับ ถ้าเจอราคาเต็มก็มีคนละ 960 บาท ละครับ นานๆ ทีมากิน (ปลอบใจตัวเอง T_T) ส่วนตัวคิดว่าอาหารอร่อยนะครับ แต่มันแพงเกินกว่าที่คนทั่วไปอยากจะจ่ายสำหรับอาหารไทย แต่อาจจะด้วยที่ได้บรรยากาศแบบไทยๆ ในใจกลางเมืองที่หาได้ยาก และเชฟเป็นฝรั่ง ก็เลยยังรักษาความนิยมอยู่ได้ ซึ่งลูกค้าก็แน่นอน เป็นฝรั่งมากกว่าคนไทยครับ [ที่ตั้งร้าน] ติดกับสถานี BTS สุรศักดิ์ มารถไฟฟ้าสะดวกมากครับลงมาจากสถานีก็จะเห็นตึกทรงไทย สีเหลืองๆ ถ้าใครขับรถมาจากแยกสาทร-นราธิวาสฯ เลย รพ. เซนต์หลุยส์ มานิดนึงก็จะอยู่ซ้ายมือครับ [เมนูที่สั่ง] - Appetizer [Complimentary] - มาเสิร์ฟอย่างแรกเลยคือปลากะพงทอดชิ้นเล็กๆ ทอดกรอบหอมอร่อยจนอยากจะลองสั่งมาซักตัว วางบนยำมะม่วง น้ำยำรสชาติจี๊ดจ๊าดได้ที่ดี แล้วก็ปิดท้ายด้วยต้มยำไก่ ซึ่งน้ำต้มยำก็เปรี้ยว เข้มข้น แต่ไม่เผ็ดมาก เป็นน้ำซุปไก่ที่ทำออกมาได้กลมกล่อมมาก - เมี่ยงคำ [320++] อย่างแรกขอชมเชยการจัดวางอาหารครับ เป็นเมี่ยงคำที่น่าทานที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลย น้ำจิ้มอร่อยมากครับ ทุกอย่างสด ใบชะพลูใบใหญ่ขนาดนี้ ไม่รู้หาจากไหน ม้วนทานแล้วเต็มคำดีครับ จานนี้สั่งเพิ่มจากเมนูใน e-voucher นะครับ แต่แหม่แพงขนาดนี้เลยเหรอครับ ใช้พืชผักเกือบทั้งนั้น 555+ - ห่อหมกปูทอด [340++] อร่อยมากครับ ชอบ รสชาติเข้มข้น ไม่เผ็ด ด้านนอกทำมากรอบๆ ดี ส่วนด้านในนุ่มมาก เห็นเนื้อปูเป็นเส้นๆ เลย เป็นจุดเริ่มต้นของความฟิน จานนี้สั่งเพิ่มจากเมนูใน e-voucher นะครับ จานนี้ราคากับของที่ใช้ทำอาหารค่อยไปด้วยกันหน่อย Mekhong Elite Table [880++] มาถึงที่ผมแลกแต้มจาก Wongnai เอาไว้กันบ้าง ราคาเต็มคือ 1250++ คอนเซ็ปท์ คือ The Art of Thai Spirits Pairing สามารถใช้ได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น อย่าลืมจองโต๊ะล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันด้วยนะครับ ในเซ็ตจะมีจานหลัก 2 จาน แล้วก็ค็อกเทลอีก 1 แก้ว (เปลี่ยนเป็นม็อคเทลได้ถ้าไม่ดื่มครับ) - แสร้งว่ากุ้งปลาดุกฟู เป็นจานหลักจานแรกของเมนูตาม e-voucher จะเป็นกุ้งย่าง ตัวใหญ่เต็มคำดี เนื้อเหนียวหนึบนิดหน่อย ล้อมรอบด้วยปลาดุกฟูที่ทอดได้กรอบฟู ไม่อมน้ำมัน ราดด้วยน้ำยำมะม่วงซึ่งร้านก็ทำออกมาได้อร่อยเช่นเคยครับ - แกงปูใบชะพลู ตามมาด้วยจานหลักจานที่ 2 ของเมนูตาม e-voucher จะเป็นเส้นหมี่ขาวรองพื้น ราดด้วยแกงปูใบชะพลู ซึ่งสะดุดตาเนื้อปูมากกก เป็นก้อน ก้อนนึงเกือบเต็มช้อน โหหห ขนาดไปกินที่ภูเก็ต กระบี่ ยังไม่ชิ้นใหญ่ขนาดนี้เลยครับ แต่เสียดายที่น้ำแกงรสขาติยังไม่ค่อยเข้มข้น ยังไม่เผ็ดถึงเครื่องเหมือนร้านอาหารใต้ สงสัยกลัวต่างชาติทานไม่ได้ แต่ทดแทนด้วยเนื้อปูฟินๆ ผมก็โอเคแล้วครับ - Mekhong Thai Sabai เป็นค็อกเทลรสชาติดีของทางร้านที่ใช้ Thai Spirit หรือ เหล้าไทย เป็นแม่โขงที่ทำให้ได้กลิ่นโหระพานิดๆ ยังไงไม่รู้ แต่รสชาติที่เด่นชัดคือมะนาวสด ออกซ่าๆ แถมแอลกอฮอล์เข้มดีสำหรับค็อกเทล ซึ่งทางร้านตั้งใจให้รสชาติออกมาเข้ากันกับแสร้งว่ากุ้งปลาดุกฟูกับแกงปูใบชะพลู ชอบเลยครับ... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
30 Likes0 Comment
LikeShare
photo