เมนูของร้าน เรือนมัลลิการ์ สุขุมวิท 22
Ruen Mallika Deluxe Platter##2
ชวนเหล่าออเจ้ามาลองชุด Lunch Set และชิมข้าวแช่รับหน้าร้อนกันเจ้าค่ะ
“เรือนมัลลิการ์” – ร้านอาหารชื่อดังของ อ. มัลลิการ์ ธรรมวัฒนะ นี้เป็นร้านที่นำเสนอวัฒนธรรมการกินแบบไทยแท้ๆได้อย่างน่ารื่นรมย์ ทั้งอาหารไทยมากมายหลายตำรับที่จัดจานมาอย่างวิจิตรด้วยผักผลไม้แกะสลักสวยงาม ทั้งบรรยากาศร้านที่เป็นเรือนไม้สักไทยโบราณสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์อายุราว 200 ปี รวมไปถึงพนักงานที่ล้วนแต่งกายด้วยชุดไทยกันทั้งหมด จึงไม่น่าแปลกใจที่ร้านจะได้รับความนิยมทั้งจากคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยล่าสุดนี้ก็ได้รับการแนะนำไว้ใน Bangkok’s Michelin Guide 2018 ในหมวด BIB Gourmand อีกด้วยค่ะ ****-ทำเลที่ตั้ง / บรรยากาศ-**** ร้านอยู่ในซอยเศรษฐีทวีทรัพย์ ตัดกับซอยสุขุมวิท 22 - สุขุมวิท 16 ทางร้านมีที่จอดรถบริการพอสมควร เมื่อก้าวเข้าในร้านก็จะเห็นทางขวามือมีการจัดพื้นที่ให้ใส่ชุดไทยไปนั่งโพสท่าถ่ายรูปกันได้เก๋ๆ มี Drink Bar ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน ส่วนตัวเรือนนั้นมี 2 ชั้น แบ่งบริเวณให้เลือกนั่งกันตามนี้ [ชั้นล่าง] ● ลานไพลิน – เป็นที่นั่ง outdoor บริเวณสวนที่ตกแต่งไว้อย่างร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ น้ำตกจำลอง และบ่อปลาคาร์พ เหมาะกับจะมานั่งรับลมธรรมชาติกันชิลล์ๆ ● ห้องถุงเงินถุงทอง – ห้องแอร์ที่แม้จะตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และของประดับแบบไทยๆ แต่โต๊ะ-เก้าอี้ยังเป็นแบบสากล นั่งห้อยขากันได้สบายๆนะ [ชั้นบน] จัดเป็นที่นั่งแบบตั่งเตี้ยสไตล์ไทยโบราณแท้ๆ ตั้งหมอนอิงหลากสีไว้ให้นั่งพับเพียบ-เอน-พิง ดูแล้วเหมาะกับจะแต่งชุดไทยมานั่งเปิบมือกันยิ่งนักเจ้าค่ะ (555) แบ่งเป็น 3 ห้อง คือ ● ห้องมหาหงส์ – อยู่บริเวณโถงบันได แม้จะตกแต่งสวยงามแต่อาจดูไม่ค่อยส่วนตัวเท่าไหร่ ● ห้องเศรษฐีเรือนใน – อยู่ด้านใน มีประตูเชื่อมกับห้องมหาหงส์ ดูมิดชิดขึ้นหน่อยค่ะ ● ห้องเศรษฐีเรือนนอก – อยู่ทางปีกขวาของบ้าน เป็นห้อง private ที่มีเพียงโต๊ะเดียว เหมาะกับจะมาสังสรรค์กันส่วนตั๊ว-ส่วนตัว ฝาผนังเป็นกระจกมองออกไปเห็นทิวทัศน์จากสวนได้สวยๆ เป็นห้องที่ควรต้องจองล่วงหน้านะคะ ****-เมนูที่สั่ง-**** ปรกติแล้วอาหารของร้านนี้ก็จะเหมือนกับร้านอาหารไทยสไตล์เดียวกันทั่วๆไปที่เน้นอาหารแบบกับข้าวจานโต เหมาะกับจะสั่งจากเมนู A la carte มาทานร่วมกันหลายๆคน ส่วนอาหารจานเดียวก็มีให้สั่งบ้างประปราย แต่ล่าสุดนี้ทางร้านได้ออก Lunch Set Menu มาเอาใจคนที่อยากจัดมื้อง่ายๆเร็วๆแบบไม่ต้องรอนัดแนะกันมาเป็นกลุ่มใหญ่ให้ยุ่งยาก มีอาหารเด่นๆจากเมนูหลักของร้านมาจัดในสำรับให้ได้ชิมโน่นนิดนี่หน่อย แถมมีให้เลือกถึง 6 ชุด นอกจากนี้ยังมีชุดข้าวแช่ชาววังออกมาเป็น Seasonal Menu เฉพาะหน้าร้อนอีก เลยต้องขอลองกันซะหน่อยค่ะ [Lunch Set Menu : Set A – ราคา 319 บาท] ชุด Lunch Set จะมีให้สั่งเฉพาะวันจัทร์ – ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 12.00 – 14.00 น. เท่านั้นนะคะ ปริมาณคือ 1 เซ็ท : 1 คน มีของคาว ของหวาน และรวมเครื่องดื่มสมุนไพรไว้ในเซ็ทแล้ว เราเลือกไปเป็นเซ็ทนี้ ● กรอบซ่าส์ 5 สหาย – จานนี้ถ้าสั่งจากเมนู A la carte ก็จะเป็นปอเปี๊ยะทอดที่นำมายัดไส้ถึง 5 แบบสมชื่อ แต่เนื่องจากจัดมาเป็นเซ็ทมื้อกลางวันที่ serving size ย่อมลงมา ก็เลยเหลือแค่ 2 สหาย คือไส้หมูแดงกับไส้เผือก ชิมแล้วรสชาติไส้ก็คล้ายๆพายสไตล์ฮ่องกงที่มีหลายสาขานั่นเอง เพียงแต่เปลี่ยนจากแป้งพายเป็นห่อแป้งปอเปี๊ยะ ทานเล่นเพลินๆค่ะ ● ต้มยำกุ้ง – เสิร์ฟมาถ้วยเล็กๆ แต่ใส่กุ้งตัวโต เนื้อแน่น มาให้ 2 ตัว รสชาติต้มยำจัดว่าใช้ได้เลย เปรี้ยวนำ เค็มตาม ไม่ให้คนไทยรู้สึกจืดชืด แต่เผ็ดน้อยหน่อยพอให้ฝรั่งทานสบายนั่นล่ะ ● หมูตุ๊กตุ๊ก – หมูทอดที่หมักเครื่องปรุงมาอย่างดี เสิร์ฟร้อนๆนี่หอมฉุยยั่วน้ำลายมากมาย อร่อยใช้ได้ทีเดียว ● ข้าวสวย ● กล้วยบวชชีโรยงา – ใช้กล้วยนิ่มค่อนข้างมาก แต่แอบมีฝาดนิดๆ น้ำกะทิหอมมัน ปรุงหวานเค็มกำลังดี โดดเด่นที่กลิ่นหอมงาที่ช่วยชูรสได้อีกค่ะ ● น้ำสมุนไพร – มีให้เลือกจาก 5 รายการ คือน้ำกระเจี๊ยบ น้ำลำใย น้ำมะตูม น้ำเก๊กฮวย และน้ำตะไคร้ออร์แกนิค ซึ่งเราเลือกตัวหลังสุด หอมตะไคร้ชื่นใจดี แต่จะเสิร์ฟเป็นแก้วเล็กกว่าขนาดปกติหน่อยนะ [ข้าวแช่ชาววัง – ราคา 450 บาท] เมนูพิเศษที่มีเฉพาะช่วงหน้าร้อน ปริมาณพอเหมาะกับ 1 คน (ถ้าทานสองคนน่าจะต้องสั่งอย่างอื่นเพิ่มเติม) ข้าวแช่โรยดอกมะลิมาหอมชื่นใจ กับข้าวแช่ที่จัดมาในสำรับมีพริกหยวกยัดไส้ ปลาหวาน หมูฝอย ลูกกะปิทอด ไชโป๊วหวาน ชิมดูแล้วรสชาติกลางๆ ไม่โดดเด่นเท่าร้านที่ทำข้าวแช่โดยเฉพาะ แต่ก็พอทานได้เพลินๆค่ะ [Ruen Mallika Deluxe Platter – ราคา 450 บาท] จานนี้สั่งจากเมนูปกติที่ยกมาเป็นเล่มโต ในสำรับประกอบไปด้วย : ● หมูสะเต๊ะ – เนื้อหมูหมักนุ่มมากกก... น้ำจิ้มรสดีเข้มข้น มีอาจาดและขนมปังปิ้งให้ครบครัน ● ไก่ห่อใบเตย – เนื้อไก่นุ่มฉ่ำได้ใจ จิ้มกับน้ำจิ้มงาหวานๆที่เสิร์ฟมาด้วยกันก็เหมาะเจาะ อร่อยอีกเช่นกัน ● แหนมซี่โครงอ่อน – ทอดมาชิ้นเล็กๆพอดีคำ เปรี้ยวนิดๆ มีถั่ว ขิง หอมแดงแนมมาครบ จัดว่าพอใช้ได้นะ ● ทอดมัน – เสิร์ฟมาร้อนๆ ทอดมันเนื้อหนา-เหนียว-นุ่ม ดีงามทีเดียว [เครื่องดื่ม / ของหวาน] ● น้ำกระท้อนปั่น (ราคา 120 บาท) – รสชาติประมาณกระท้อนลอยแก้วแต่ลดความหวานลงให้เหมาะเป็นเครื่องดื่ม มีเนื้อกระท้อนปั่นละเอียดแทรกอยู่ด้วย แก้วนี้ถูกใจมากมายค่ะ ● บวดกะทิมันม่วง (ราคา 100 บาท) – เอามันม่วงมาบวดกะทิแทนฟักทองแบบทั่วๆไปบ้าง ชามนี้บอกเลยว่าดีงาม เนื้อมันม่วงนุ่มๆหอมๆ น้ำกะทิไม่หวานเกินไป สาวกมันม่วงต้องฟินนน... นอกจากอาหารจากเมนู A la carte และ Lunch Set แล้ว สำหรับคนที่อยากมาสัมผัสวัฒนธรรมการกินอย่างไทยโบราณแท้ๆ ทางร้านก็มีชุดอาหารสำหรับ “เปิบมือ” ให้สั่งด้วย โดยบริการเปิบมือนี้จัดเป็น 2 รอบต่อวัน และต้องโทร.จองล่วงหน้า 1 วัน ซึ่งสำหรับช่วงนี้จนถึง 30 เมษายน ทางร้านมีโปรโมชั่นลด 20% ให้กับเหล่าออเจ้าที่ใส่ชุดไทยมาเปิบมือด้วย ใครสนใจก็แวะมาจัดกันได้น้า เท่าที่ได้ลองไปวันนี้ในแง่รสชาติถัวเฉลี่ยออกมาได้กลางๆ แต่เมื่อรวมกับบรรยากาศสวยงาม concept ชัดเจน และบริการที่ดีเลิศแล้ว ก็ทำให้เป็นร้านที่น่าสนใจทีเดียว ยิ่งถ้าใครต้องรับรองแขกเหรื่อญาติผู้ใหญ่ หรืออยากพาชาวต่างชาติมาสัมผัสวัฒนธรรมการกินอาหารแบบไทยๆ ก็ยิ่งเหมาะมากเลยล่ะค่ะ... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
58 Likes0 Comment
LikeShare
photo