เมนูของร้าน Aubergine Garden Restaurant
อาหารฝรั่งเศสสไตล์ต้นฉบับ ในเรือนเก่าแบบ Colonial เลอค่าแอบซ่อนในย่านศาลาแดง ฝีมือการันตีด้วยรางวัลมากมายAubergine (ภาษาฝรั่งเศสอ่านว่าโอเบอร์จีน) = Eggplant (ภาษาอังกฤษ) ถ้าแปลเป็นไทยก็คือ “มะเขือม่วง” นั่นเองครับ ผมเพิ่งมีโอกาสได้มาทานร้านนี้ครั้งแรกก็ตอนที่ทางวงในออกดีลในช่วง Bangkok Restaurant Week 2016 นี่แหละครับ จริงๆแล้วร้านนี้อยู่ในช่วงรัศมีทำการใกล้กับที่ทำงานผมมากๆ ขับรถผ่านซอยศาลาแดง เห็นป้ายทางเข้าร้านนี้อยู่บ่อยๆ แต่ความที่คิดอยู่ในใจว่าเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสซึ่งแน่นอนว่าเป็นสไตล์ Fine Dining แน่ๆ ราคาสูงตามความเลอค่า ดังนั้นร้านประเภทนี้จึงเป็นตัวเลือกในการมาทานเนื่องในโอกาสพิเศษจริงๆครับ แต่พอทางวงในออกดีลร้านนี้มาผมจึงไม่รอช้าเลือกซื้อดีลร้านนี้เป็นร้านแรกเลยครับ ทันที Dinner Set 2 ใบครับ [การรับรู้ทั่วไปเมื่อคนนึกถึงร้านอาหารฝรั่งเศส:] พอพูดถึงร้านอาหารฝรั่งเศสสำหรับคนไทยเองนั้น ส่วนใหญ่จะคิดอย่างนี้ครับ (รวมถึงผมด้วย) 1) หรูหรา เลอค่า ประมาณเรียกได้ว่า Extreme Fine-Dining ครับ คือประมาณว่าบรรยากาศร้านดูโอ่อ่า อลังการ ต้องแต่งตัวเป็นทางการมานั่งทาน บริการภายในร้านแบบเรียกได้ว่าลูกค้ามาทานคือพระเจ้า นั่งตัวเกร็งทำอะไรไม่ถูก 2) ราคาสูง เมื่อเทียบกับอาหารฝรั่งชาติอื่น บ่งบอกถึงรสนิยมคนมาทาน เน้นถึงความพรีเมียมมากๆ คุณภาพวัตถุดิบต้องดีมาก่อน 3) ไม่อิ่ม จานอาหารเน้นเรื่อง presentation สวยงามเป็นหลัก จัดอาหารมาในจานเป็นหย่อมๆ ราดตกแต่งด้วยซอส สีสันตัดกันสวยงาม รูปสวยชวนทาน แต่ไม่เน้นอิ่มเลยครับ หรือเรียกว่าเสิร์ฟแบบ Petite เน้นให้แค่รู้รส ทานจิบคู่กับไวน์ไปเรื่อยๆ หรือผมจะเรียกว่าอาหารสำหรับผู้ดีก็คงไม่ผิดครับ ซึ่งร้านที่ผมรีวิวนี้ก็ไม่ผิดเพี้ยนกับคอนเซปท์หลักข้างบนของร้านอาหารฝรั่งเศสที่ผมเกริ่นขึ้นมาครับ [ทำความรู้จักร้านนี้มากขึ้น:] • เป็นสุดยอดร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น Thailand’s Best Restaurant 7 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2006-2012 และการันตีโดย Miele Guide from Singapore ปี 2008-2011 เห็นได้จากเวลาเราเปิดประตูเดินเข้าร้าน มองฝั่งซ้ายมือเราจะเห็นป้ายรางวัลต่างๆมากมายที่ทางร้านได้รับ ทั้งแขวนกับตั้งโชว์ไว้ให้ลูกค้าเห็นครับ รู้สึกว่าเชฟของร้านนี้จะเคยไปประชันฝีมือในรายการเชฟกระทะเหล็กประเทศไทยด้วยครับ • อาหารฝรั่งเศสร้านนี้จะเน้นเป็นสไตล์ดั้งเดิมแท้ๆเลย (ดูจากชื่อเมนูบางตัวที่เป็นภาษาฝรั่งเศส) รวมถึงแนวผสมผสานสมัยใหม่ก็มีครับ วัตถุดิบบางตัวก็นำเข้ามาจากฝรั่งเศสแท้ๆเลยอย่าง Escargot (เอสคาโก้ – หอยทากฝรั่งเศส) • ร้านนี้ส่วนใหญ่คนที่มาทานจะสั่งกันเป็น 3-Course (Appetizer-Main-Dessert) ทางร้านก็ตั้งราคาขายคิดรวมเป็น Set เลยครับ แต่เราก็สามารถเลือกสั่งเมนูต่างหากก็ได้ ถ้าหากเมนูที่อยากทานไม่ได้รวมอยู่ในชุดที่สั่งครับ เมนูอาหารเด่นๆที่เป็น Signature ที่คนชอบสั่งกันก็จะมี หอยทากอบเนยกระเทียม, ขากบ, ฟัวกราส์เสิร์ฟพร้อมกับแอปเปิ้ลเขียวคาราเมล ผักร็อกเก็ต และราสเบอร์รี่, ซอสซุปลอบสเตอร์กับหอยเชลล์ย่างเนย, ไก่ตุ๋นไวน์ • ปกติการมาทานอาหารฝรั่งเศส จะมีการเลือกสั่งไวน์เป็น glass หรือ bottle จากทางร้านมาจิบพร้อมอาหารครับ ทางร้านนี้มี House Wine ให้บริการ รวมถึง Sangria (ไวน์ผสมน้ำผลไม้เข้มข้น) แต่ถ้าเราจะถือไวน์มาดื่มในร้านเอง เค้าจะมี Corkage Charge หรือค่าเปิดขวด รู้สึกเค้าจะบอกว่า 500 บาทครับ [ที่ตั้งร้าน:] อยู่ในซอยศาลาแดง 1/1 สามารถเข้ามาได้ 2 ทาง คือจากปากซอยศาลาแดงฝั่งที่วิ่งเข้ามาจากถนนสีลมแถวๆสี่แยกศาลาแดง หรือจะวิ่งเข้ามาทางซอยศาลาแดง 1 ฝั่งพระราม 4 (ซอยข้างๆตึกอื้อจื่อเหลียง ตรงข้ามสวนลุม) ดูมาตามทางแผนที่จากทางวงในได้เลยครับ ปกติร้านนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาจะเป็นแบบโทรมาจองไว้ก่อนแล้ว ไม่ได้ Walk-in และเนื่องจากร้านนี้อยู่ในซอยหรือเรียกว่าตรอกเล็กๆ (รถแทบสวนทางกันไม่ได้) ดังนั้นส่วนใหญ่จึงขับรถมากันครับ ภายในบริเวณร้านมีที่จอดรถได้ประมาณ 6 คัน อารมณ์ประมาณแบบว่าร้านเป็นบ้านเก่าในสวนอยู่ในหลืบหนึ่งใจกลางย่านธุรกิจครับ [บรรยากาศร้าน:] เป็นการใช้เรือนเก่ามาเปิดเป็นร้านอาหารครับ หรือสไตล์ Colonial (ดูจากรูปในรีวิว) ตามประวัติคือบริเวณร้านนี้เคยเป็นบ้านพักของทูตรัสเซียและออสเตรเลียในไทยมาก่อนครับ เป็นเรือนตกแต่งดูย้อนยุค บันไดไม้ อยู่ท่ามกลางสวนหย่อม บริเวณร้านมีการจัดโซนที่นั่งชัดเจนเหมาะสำหรับลูกค้าที่มาหลายๆประเภท อย่างมากลุ่มใหญ่คุยงาน หรือมากันเป็นคู่ต้องการความเป็นส่วนตัว หรือจะนั่งเน้นเอาบรรยากาศในสวนก็ได้ [เมนูอาหารที่สั่ง:] สำหรับ BRW2016 3-course Dinner Set 699++ Baht จุดดีของดีลร้านนี้คือในแต่ละ course ทั้ง Starter-Main-Dessert มีเมนูเป็นตัวเลือกให้อย่างละ 3 เมนู สามารถเลือกสั่งได้อย่างใดอย่างหนึ่งครับ ดังนั้นผมซื้อมา 2 e-voucher เลยขอเลือกสั่งให้แตกต่างกันทั้ง 2 ใบ โดยเอามาแบ่งทานกันเพื่อชิมครบทุกอย่าง ดังนี้ครับ ## ก่อนที่จะเริ่มมื้ออาหาร พนักงานจะนำตะกร้าใส่ขนมปังฝรั่งเศสมาให้เราที่โต๊ะพร้อมเนยจืดครับ เท่าที่ผมเคยทานร้านอาหารฝรั่งในช่วง BRW2016 มาก็หลายร้าน ส่วนตัวผมยกนิ้วให้ Baguette ของร้านนี้ที่สุดครับ กรอบนอก นุ่มใน ไม่เหนียวหรือแข็งเวลาเคี้ยว และที่สำคัญก่อนมาเสิร์ฟเค้าจะอุ่นมาให้ร้อนพอประมาณ เวลาทาเนยจืดลงไปมันจะออกเหลวๆละลายนิดหน่อย ทาง่ายขึ้นครับ ----- Starter: • Escargot 3pcs หรือหอยทากฝรั่งเศสนำเข้าอบเนยกระเทียมนั่นเองครับ เมนูเรียกน้ำย่อยตัวนี้ผมว่าเค้าจัดมาในชุดโดยลดสเกลปริมาณจากเมนูที่ขายปกติครึ่งหนึ่ง ปกติเค้าจะขายที่ 6 ตัว ในชุดมีแค่ 3 ตัว ทำความเข้าใจก่อนครับชื่อเมนูคือ Escargot อ่านว่า “เอสคาโก้” ไม่ใช่ชื่อสายพันธุ์ของหอยตัวนี้นะครับ แต่เป็นชื่อกระบวนการในการนำหอยทากพันธุ์ที่เลี้ยงในฝรั่งเศสมาทำการปรุงซึ่งส่วนใหญ่เค้าจะเอามาอบเนยกระเทียมครับ จริงๆแล้วอาจจะใช้หอยที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมาทำเมนูนี้ก็ได้ แต่ไม่นิยมและรสชาติสู้ใช้หอยทากฝรั่งเศสไม่ได้ครับ เมนูนี้เป็นที่นิยมหรือเรียกว่าเป็นเมนูท้องถิ่นของที่ฝรั่งเศสก็ว่าได้ครับ วิธีการทำ: นึ่งหอยทากให้สุกพักไว้ นำกระเทียมกับพาสลีย์สับไปปั่นพอให้ละเอียดเข้ากัน ตักใส่ลงในตัวหอยที่อยู่ในเปลือกให้เต็ม จากนั้นนำไปอบกับเนยทั้งเปลือกอีกครั้งจนสุกหอม เวลาทานเค้าจะมีเครื่องมือสำหรับทานหอยเมนูนี้โดยเฉพาะ เป็นที่หนีบตัวหอยทั้งเปลือกอันหนึ่ง กับส้อมด้ามเล็กๆเอาไว้ดึงเขี่ยหอยออกจากเปลือก เท่าที่ผมลองทานดูอารมณ์ก็ประมาณคล้ายๆหอยจุ๊บหรือหอยหวานบ้านเรานะครับ ตัวออกใหญ่กว่า ตัวหอยเองไม่ได้มีรสชาติอะไรพิเศษออกจืดหน่อยด้วยซ้ำแต่มีความกรุบๆเวลาเคี้ยว ที่ได้ความอร่อยจริงๆมันมาจากเนยกับเครื่องปรุงต่างๆที่นำมาปรุงและอบให้กลิ่นหอมมากๆเข้ากับตัวเนื้อหอย เป็นของเรียกน้ำย่อยที่ราคาสูงจริงๆครับ (หลักๆเพราะเป็นค่าฟาร์มเลี้ยงโดยเฉพาะ ไม่ใช่จับมาจากธรรมชาติเอามาปรุงเลย) ปกติที่ร้านนี้เค้าขายอยู่ 6 ตัว เท่าที่ผมเห็นราคาน่าจะ 500++ บาท ดังนั้นถ้าลดเหลือ 3 ตัวก็น่าจะ 250++ บาท ส่วนร้านดังที่เน้นขายเมนูนี้ใจกลางปารีสที่ชื่อ L'Escargot Montorgueil เค้าขายอยู่รู้สึกว่าประมาณ 9 Euro สำหรับ 6 ตัวหรือประมาณ 360 บาท ดังนั้นร้านนี้ที่ไทยจึงราคาสูงกว่าครับ ก็คงเป็นเพราะไม่ได้เป็นเมนูที่ทานปกติในบ้านเราเหมือนที่โน้น และต้องมีต้นทุนค่านำเข้าอีก จริงๆลูกค้าที่สั่งก็เพราะอยากลองทานหอยทากนี้ดูว่าจะเป็นยังไงนั่นแหละ หาทานยากในบ้านเรา • Smoked Duck Salad หรืออกเป็ดรมควันด้วยไม้แอปเปิ้ลเสิร์ฟคู่กับสลัดและน้ำสลัดบัลซามิคสูตรเฉพาะของทางร้าน เนื้ออกเป็ดรมควันแล่มาชิ้นค่อนข้างหนากำลังดีครับ เนื้อออกสีชมพูอ่อนๆดูนุ่มน่าทาน ไม่ถึงกับสุกไปจนขาวและแข็ง เนื้อไม่ร่วนและแห้ง เวลาทานได้กลิ่นหอมจากการรมควันชัดเจนดี ส่วนสลัดผักที่ใช้ดูสดฉ่ำและกรอบดีครับ ส่วนน้ำสลัด Balsamic ราดมาไม่เยอะมาก ผมว่ากำลังดีแล้ว ถ้าลองชิมเปล่าๆรสชาติจะออกหวานๆหน่อย ทานคู่กับผักสดและอกเป็ดรมควันที่มีรสชาติออกจืดๆหน่อยแต่มีความหอม ทำให้รสชาติจึงไม่ออกหวานจัดเกินไปครับ ส่วนตัวผมชอบ #หอยเอสทาโก้อบเนยกระเทียม อร่อยกว่า แต่ถ้าพูดถึงความคุ้มค่าหรืออิ่มแน่นอนว่าสลัดอกเป็ดอมควันดีกว่าครับ ----- Main Course: • Sea Bass Berry Sauce ปลากะพงทอดด้านเดียวจนหนังกรอบทานคู่กับซอสไวน์ขาว หน้าตาจานนี้ตามชื่อคำแปลไทยของเมนูนี้เลยครับ แต่ที่ผมจะขอเสริมคือ ตัวปลากะพงที่ทอดฝั่งหนึ่งหนังแห้งกรอบๆมากและไม่มันเลี่ยนเลย จะวางปิดอยู่บนผักโขมที่จัดตกแต่งเป็นหย่อมหนึ่งอีกทีครับ และมีเห็ดเป็นวัตถุดิบในจานนี้ด้วย ตัวซอสเบอร์รี่ที่มีไวน์ขาวผสมอยู่ เวลาทานก็ไม่ได้ฉุนเด่นมากอะไรและมีความหอมของเบอร์รี่หน่อยๆติดที่จมูกเวลาทาน รสชาติตัวซอสจานนี้ผมว่าถ้าทานเยอะๆจะออกเลี่ยนไปนิด เพราะมีความหวานหน่อยๆครับ • Coq au Vin ไก่ตุ๋นไวน์แดงสูตรดั้งเดิมจากแคว้นเบอร์กันดี ฟังจากชื่อเมนูก็พอรู้ว่าเป็นเมนูท้องถิ่นของฝรั่งเศส เลือกใช้ไก่ส่วนสะโพกที่ติดทั้งกระดูกมาตุ๋นกับไวน์แดงจนนุ่มเปื่อยดี เนื้อร่อนออกมาเลยแทบไม่ต้องแคะครับ เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบดละเอียดกับผักย่างสามอย่างมีหน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศ พริกหวานเขียว ส่วนน้ำราดบนตัวไก่ตุ๋นดีเลยมีความหอมของไวน์ แต่ไม่ฉุนครับ รสชาติไม่หวานหรือเค็มเด่นกลบตัวไก่ ทานมากๆไม่เลี่ยนเท่าไหร่ ตัวเนื้อไก่จะออกจืดๆไม่มีรสชาติน่าจะไม่ได้หมักอะไร ตุ๋นอย่างเดียว เข้าใจว่าให้ทานคู่กับไวน์แดงที่ตุ๋นมา ที่ผมชอบอีกอย่างหนึ่งของจานนี้คือพวกผักย่างครับ ย่างมาหอมมากๆครับโดยเฉพาะมะเขือเทศกับพริกหวาน ทำให้ทานคู่กับวัตถุดิบหลักแบบเสริมกันดี ส่วนตัวผมชอบ #ไก่ตุ๋นไวน์แดง มากกว่าครับ รสชาติจะออกแปลกลิ้นหน่อย และรสไม่ออกหวานหรือเค็มเด่นขึ้นมา ----- Dessert • Homemade Profiterole โฮมเมดโพรฟิสติโลแป้งอบกรอบเสิร์ฟคู่กับไอศกรีมวานิลาและซอสช็อคโกแลต เป็นขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศส แป้งคล้ายๆชูครีม แล้วสอดไส้ไอศกรีมวานิลลาราดซอสช็อคโกแลตโรยด้วยอัลมอนด์ฝาน ส่วนตัวเท่าที่ผมเคยทานเมนูขนมหวานนี้มาจากร้านอื่น ผมว่าเคยทานที่อร่อยกว่าที่นี้ครับ รู้สึกว่าตัวแป้งที่นี่จะออก texture บางๆ เนื้อไม่ค่อยแน่นเท่าไหร่ ชอบแบบหลังมากกว่าครับ • Chocolate Fondant ช็อกโกแลตฟองดองหรือช็อกโกแลตลาวา เมนูทั่วไปที่สามารถหาได้ตามร้านคาเฟ่ขนมหวานทั่วไปครับ ที่นี่จะมีการทำ presentation ให้สวยงามสมกับที่เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสแบบ Fine Dining คือมีการราดซอสเบอร์รี่ที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน เป็นลวดลายบนจาน ที่จัดตกแต่งออกเป็นสัดส่วน ตัวช็อคโกแลตลาวา เนื้อแป้งข้างนอกอบมากรอบๆเลย ไม่แข็งแห้ง ตักแล้วไส้ไหลทะลักออกมาสวยงามครับ ส่วนตัวผมชอบ Chocolate Fondant ของร้านนี้มากกว่า Profiterole ครับ ----- ถ้าพูดถึงเรื่องการบริการ ร้านอาหารฝรั่งเศสยิ่งสไตล์ Fine Dining นั้นผมบอกเลยว่าลูกค้าแทบทำตัวไม่ถูกเลย ร้านนี้ก็เช่นเดียวกันครับ มีระเบียบแบบแผนมาก ตั้งแต่ต้อนรับ นำผ้าปูกันเปื้อนมาวางรองที่ตักเรา เก็บอุปกรณ์การทานที่ไม่ใช้แล้วออกจากโต๊ะทันที แต่พนักงานเค้าก็ไม่ได้ยืนประจำข้างๆโต๊ะเราจนขาดความเป็นส่วนตัวไป เค้าจะยืนคอยสังเกตอยู่ห่างๆครับ ถือว่าเป็นร้าน Fine Dining ที่สอบผ่านเลยสำหรับผมครับ ทั้งรสชาติอาหาร และการบริการรวมๆ บรรยากาศเหมาะมานั่งทานทั้งเน้นในโอกาสพิเศษต่างๆ เน้นความเป็นส่วนตัวครับ จอดรถสะดวกในบริเวณร้านเลย สรุปให้ 4 ดาวครับ หักออกดาวนึง เมนูบางตัวเท่าที่ผมลองยังไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ครับ ส่วนราคาถือว่าอยู่ในมาตรฐานร้านอาหารฝรั่งเศสที่เน้นความหรูหรา แต่ปกติร้านนี้เค้าจะมีทำดีลหรือโปรโมชั่นสำหรับ Set ต่างๆเป็นช่วงๆอยู่แล้วครับ ทำให้ราคาจูงใจน่ามาลองทานได้ง่ายครับสำหรับอาหารฝรั่งเศสหรู ----------------- [เสริมความรู้เพิ่มเติม:] Escargot เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยอย่างหรูของฝรั่งเศสที่ชาวต่างชาติหรือชาวไทยเราอาจมองว่าแปลกเล็กน้อย แต่ที่ฝรั่งเศสคนนิยมกันมาก (และมากที่สุดในโลก) ส่วนใหญ่หลังๆ เป็นแบบเลี้ยงในฟาร์มมากขึ้น เพราะตามธรรมชาติ (ในป่า) ขาดแคลน ซึ่งในฝรั่งเศสมีอยู่กว่า 200 ฟาร์ม แต่ก็ส่งผลิตภัณฑ์หอยทากออกสู่ท้องตลาดเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นจากทั้งหมด หลังจากจับหอยทากตัวเป็นๆมาได้แล้ว (ส่วนใหญ่จะจับหลังฝนตก) ต้องปล่อยให้อดอาหาร 2 สัปดาห์ เพื่อให้หอยทากคายของที่กินเข้าไปออกมาจนหมดก่อน ถึงจะนำมาปรุงอาหารได้... อ่านต่อ
33 Likes0 Comment
LikeShare
photo