มาก้อนกลมเรียบๆ ไม่มีพิษสง - White Chocolate Sphere
อีกหนึ่งเสต็กเฮ้าส์คุณภาพวางใจได้ เหมาะสำหรับมื้อพิเศษกับคนรู้ใจ <3
ห้องอาหาร babette เป็นร้านสไตล์ stake house ที่ให้บริการอยู่ที่ชั้น 19 โรงแรม Muse ย่านหลังสวนค่ะ วันนี้เรารวบรวมเพื่อนสาวแก๊งกินเนื้อได้ เลยตั้งใจจะมาลุยเสต็ก Australian Tomahawk ไซส์ 1 kg. กันค่ะ =-= สถานที่ตั้ง และ การเดินทาง =-= Babette's steak house ตั้งอยู่ชั้น 19 ของ Muse Hotel ค่ะ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ริมถนนหลังสวนเลย โดยเมื่อขับเข้ามาเลย portico นิดนึงให้เตรียมชิดซ้ายค่ะ โรงแรมจะเป็นอาคารสีดำๆขรึมๆ ที่อยู่ไม่ไกลค่ะ เลี้ยวเข้าไปมีที่จอดรถบนตึกให้สะดวกสบาย อย่าลืมเอาบัตรมาปั๊มนะ ส่วนใครมา BTS ให้ลงสถานีชิดลม เดินลงฝั่งห้าง mercury ville แล้วเดินเข้ามาเรื่อยๆ ทางหลังสวนค่ะ (เดินสัก 15 นาทีได้ ใครขี้เกียจมีวินอยู่นะ) =-= บรรยกาศ =-= เดินตามทางเดินไฟสลัวเข้าไปหน้าร้าน จะเจอการตกแต่งสไตล์เข้มขรึม โดยเน้นสีโทนขาวดำเป็นเฉดสีหลัก ทำให้สัมผัสแรกที่เข้าร้านคือความเรียบหรู ดูชิคๆค่ะ ออกแนวอเมริกัน ผสมกลิ่นอาย great gastby เบาๆ การจัดโต๊ะมีการเว้น space ค่อนข้างดี พร้อมวิวตึกระฟ้าในชั้นที่ 19 ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันช่างเหมาะเหม็งกับการมาเดทจริงๆ จิบไวน์ ทานสเต็กชั้นดีพร้อมร่ำภาษารักไปช่างเป็นอะไรที่สุดจะโรแมนติกค่ะ =-= เมนูที่ชิม =-= [FOOD] - Ceasar Salad (450B++)☆☆☆☆ เริ่มเปิดมื้อด้วยสลัดเบาๆเพื่อสุขภาพค่ะ Ceasar ที่นี่จะมีให้เราสั่ง topping เนื้อสัตว์เพิ่มนะคะ แต่แอมเลือกแบบ plain ไป เพราะเดี๋ยวเราไปเน้นเนื้อๆที่สเต็กดีกว่า แบบ plain จะเสริฟมาแบบมี topping เป็นชีสหนักๆกับแอนโชวี่ซึ่งปกติไม่ค่อยเจอในร้านอื่นๆเท่าไร รสชาติโดยรวมพอใช้ได้ค่ะ ราคาเมื่อเทียบกับปริมาณค่อนข้างรุนแรงทีเดียว - Scallop Risotto (700B++)☆☆☆☆ ตอนมาเสริฟงงกันเล็กน้อยว่าไหน risotto หว่า เห็นแต่หอยเชลล์ ตอนแรกนึกว่าเสริฟมาผิด สรุปว่าถูกต้องแล้ว ตัว risotto คือส่วนที่เป็นสีเขียวอ่อนใต้หอยเชลล์อีกที เพื่อนที่สั่งหวังจะจ้วงข้าว risotto หอมๆแบบเต็มปากเต็มคำ กลายเป็นว่า risotto กลายเป็นไม้ประดับปล่อยน้องหอยเด่นแทน ตัวหอยเชลล์ชิ้นเป้ง cook มาได้กำลังดี ยังมีความ juicy ฉ่ำๆ ได้รสหวานอ่อนๆ ทานกับข้าว risotto อุ่นๆรสชาตินวลๆ เป็นอีกหนึ่งเมนูน่าสั่งค่ะ - Australian Tomahawk (1 kg.)☆☆☆☆ (4200B++) มาถึงพระเอกของงานที่หมายมั่นปั้นมือมาทาน เนื้อที่นำมาปรุง มาจาก North Australian เป็นเนื้อ Stranboke cattle ที่เลี้ยงโดย grain fed ค่ะ ทางร้านระบุไว้เลยว่าควรแชร์ กินคนเดียวไม่น่าไหว แต่ถามเรา ถ้าแบ่งสองถึงสามคนกำลังดีค่ะ (จากปากคำของสาวที่ซัดเนื้อdry age ลุงArno เป็นโลๆต่อของหวานสบายๆ 555) ตอนสั่งเค้าจะถามระดับความสุกว่าต้องการประมาณไหน เราสั่ง medium rare ไปค่ะ พอตอนมาเสริฟ ตัวเนื้อจะค่อนข้างติดมันนิดนึง (ประมาณ 20%ของชิ้นเนื้อ) ย่างมาหอมมากกก ชิ้นเนื้อตรงกลางจะใกล้คำว่า rare มากๆ ชั้นถัดมาจะเป็น medium rare แบบโดนใจ และเนื้อชิ้นรมนอกขวาซ้ายจะมาแบบ well done ไปเลย ซึ่งตรงนี้พนักงานแจ้งว่าถ้ายังไม่ถูกใจสามารถให้เค้าไป cook เพิ่มให้ต่อได้นะคะ ส่วนตัว เมื่อรองทานทั้งสามโซนบอกเลยว่ากิน rare ก็ได้ Medium rare ก็ดี ทานเปล่าๆไม่จิ้มอะไรก็หอมอร่อย ใน set นี้จะมีซอสเสต็กให้เลือก 1 ชนิด เราเลือกแบบ red wine มาค่ะ รสชาติดีเลยแนะนำให้ทานคู่กัน ส่วนตัวเนื้อจัดว่านุ่มในระดับนึงแต่ยังไม่จี๊ดที่สุดค่ะ -Tenderloin & Scallop (2,450B++)☆☆☆☆☆เมนูนี้เป็นรายการพิเศษในโปร surf & turf ที่จัดขึ้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมาค่ะ เนื่องจากพวกเรายังไม่สาแก่ใจกับเนื้อเลยขอจัดเนื้อเพิ่มอีกที่ โดยเมนูนี้จะเป็นสเต็ก tenderloin ที่ใช้เนื้อของ Hereford true beef ไซส์ 300g. ที่ import จาก Australia เสริฟพร้อม seared hokkaido scallop แนมด้วย asparagus และซอส red wine ค่ะ ซึ่งเซ็ทนี้คุ้มกว่าสั่งแยกเป็นอย่างๆนะคะ แค่เสต็กก็ 1,700B++ แล้วค่ะ จานนี้แอมสั่งแบบ medium rare เช่นกันค่ะ ตามปกติ เนื้อ part tenderloin จะเป็นเนื้อที่ไม่มีไขมันปนเลย ซึ่งถ้าใช้วัตถุดิบและ cook ไม่ดีพอจะไม่ค่อยอร่อยถูกใจค่ะ แต่จากที่ชิมคือเนื้อนุ่มมากกกกก ชิม tomahawk ไปยังไม่โดนใจเท่าเมนูนี้ เนื้อดีจริงอะไรจริง แนะนำให้สั่งมากๆ สำหรับ meat lover ที่ต้องการทานเนื้อนุ่มๆ คือฟินจริงอะไรจริงค่ะ [DESSERT] - White Chocolate Sphere (390B++)☆☆☆☆☆ มาต่อกันที่ของหวานต่อคะ เมนูนี้จัดเป็นเมนู signature ของที่ร้านซึ่งพนง. recommend มากให้ลองสั่ง ตอนมาเสริฟก็จะเป็นลูกบอล white chocolate ฐานะจะเป็นซอส Mango coulis พนักงานจะราดซอสชอคโกแลตข้นๆร้อนๆใส่ไปทำให้ลูกบอลละลายและเห็นไส้ในเป็นไอติมรสมะพร้าวและมูสเสาวรสค่ะ คือดูเป็นเมนูไม่ complicate มาก แต่สิ่งที่ทำให้ติดใจคือวัตถุดิบทุกอย่างที่ใช้ทำเป็นของดีทำให้มันผสมกันแล้วอร่อยลงตัว ความหวานความเข้มข้นของชอคโกแลต ตักทานกับไอติมคำ มูสเสาวรสคำ ทำให้ได้รสชาติหวานละมุน ตัดอมเปรี้ยวสดชื่นของรสผลไม้ได้อย่างลงตัว แอมเคยทานเมนูโดมลูกบอลแบบนี้มาหลายร้าน ส่วนมากใช้ Chocolate coat แบบเกรดต่ำ ทำให้เวลาทานแล้วรู้สึกเป็นไขๆในปาก แต่ที่นี่ไม่ใช่เลย ตัว hot chocolate เอามาเททานเปล่าๆยังอร่อยเลยค่ะ เมนูนี้เชียร์มากๆเลย - Flambeed meringue & lemon tart (370B++)☆☆☆☆ ตัวนี้แอมสั่งตามรีวิวน้องลูกกวาดค่ะ ตอนมาเสริฟพนักงานจะหรี่ไฟทั้งห้อง แล้วเทถ้วยที่ติดไฟลงไปในขนม สร้างความตื่นตาตื่นใจได้พอสมควรเลยกับเปลวไฟสีฟ้าๆอยู่บนก้อนเมอแรงที่เหมือนปุยเมฆสีขาว หลังจากไฟติดอยู่พักนึง แล้วไม่ดับสักทีพนักงานนำผ้ามาโบกดับไฟใฟ้ก่อนขนมจะ burn ไปเกินควร มาถึงช่วงจ้วงทาน ตัวขนมด้านล่างจะเป็นสตรอเบอรี่แช่เหล้ามาแบบชุ่มฉ่ำมากๆค่ะ เป็นขนมสำหรับผู้ใหญ่อย่างแท้จริง เพราะจ้วงไปสามสี่คำมีเซ 555 ด้านบนจะเป็น lemon tart รสเปรี้ยวละมุนทานกับเมอแรงปุยเมฆรสค่อนข้างหวาน ทำให้แต่ละคำที่ชิมไม่เปรี้ยวจนเกินไป เมนูนี้อร่อยใช้ได้ค่ะ แต่ส่วนตัวว่าหนักเหล้าไปหน่อยอ่ะ [Drink] เป็นธรรมดาของเสต็กเฮ้าส์ที่จะมี range ของ wine ให้เลือกค่อนข้างหลากหลายค่ะ โดยมีทั้ง per glass และ bottle แต่เนื่องจากไม่ค่อยอินกับการทานแอลกอฮอล์หนักๆเลยเลือก cocktail ผลไม้มาทานกันเบาๆแทน ราคา cocktail เฉลี่ยที่แก้วละ 330B++ แอมเลือกสั่งไหมไทยมาลองค่ะ เหล้าแรงใช้ได้ กินแล้วมีมึนนนน 555 สำหรับท่านที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย น้ำแร่ที่นี่จะมีทั้ง sparkling และ still แอมสั่ง still เป็นน้ำแร่ evian ค่ะ ขวดเล็ก 300ml/140B++ และ ขวดใหญ่ 700ml./210B++ =-= งานบริการ =-= เนื่องจากไปสี่คนทางร้านเลยเปิดห้อง private ให้โดยไม่ได้ชาร์จเพิ่มค่ะ ส่วนตัวชอบมาก เพราะไปกับเพื่อนฝูงแล้วเม้าท์ได้มันไม่ต้องเกรงใจใคร 555 พนง.ที่คอยดูแลโต๊ะเราชื่อคุณเทพค่ะ บริการดีมาก คอยแนะนำอาหาร และอธิบายเมนูได้ดี มีความสุภาพ ทำให้มื้อนี้รื่นรมย์ ทานอาหารลื่นขึ้นเยอะค่ะ สรุปโดยรวมเป็นสเต็กเฮ้าส์อีกที่ที่เราประทับใจ และวางใจในคุณภาพของเนื้อค่ะ รวมทั้งบรรยกาศที่หรูหราแต่แฝงไอเดียความชิคๆไว้ตามมุมต่างๆ และงานบริการที่น่าประทับใจแบบไม่มีขาดไม่มีเกิน เหมาะกับมื้อพิเศษที่ต้องสร้างความประทับใจกับคนพิเศษค่ะ... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
21 Likes0 Comment
LikeShare
photo