Flavors โรงแรมเรเนซองซ์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์
กุ้ง หอย ปู ตอนที่มันยังจัดเรียง เรียบร้อยอยู่
1 ใน 10 ของร้านอาหารบุฟเฟต์นานาชาติที่คุณต้องลิ้มลองเมื่อคืนไปปฏิบัติภาระกิจเขย่าพุงมากับบุฟเฟต์อิ่มไม่อั้นที่ Flavors ชั้น M โรงแรม Renaissance มา เล่นเอาอิ่มข้ามคืนเลยทีเดียว คงจะด้วยความหิวปนความอยาก (กินของดีๆ) เลยทำให้ซัดอาหารเข้าไปไม่ยั้ง ก็คงเหมือนใครหลายคนที่เป็นนักชิมและนักกินตัวยง ตอนใช้ตากินมันช่างมีความสุขเสียจริง แต่ตอนพุงปลิ้นมันเป็นอะไรที่ทรมานสุดๆ เอาเป็นว่าเจ็บตัวไปแล้ว ก็เลยขอแฉ เอ้ยแชร์เป็นวิทยาทาน เผื่อใครอยากดำเนินรอยตาม ขอบอกก่อนว่าที่ห้องอาหารนี้กำลังจัดโปรโมชั่นกิน 2 แถมหนึ่งอยู่ กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการคือบัตรกรุงศรี และ HSBC (1 ส.ค.-31 ต.ค.) สำหรับบุฟเฟต์อาหารกลางวันและอาหารเย็น วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้น Sunday brunch และจำกัดโปรโมชั่นสำหรับ 2 คนต่อหนึ่งบัตร/หนึ่งโต๊ะ/วัน) ถ้าจำไม่ผิดราคาอาหารกลางวันน่าจะอยู่ที่ 790++ ส่วนมื้อค้ำตกอยู่ 1,350-1,500++ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นวันธรรมดาหรือวันหยุด ที่นี่เหมือนกับห้องอาหารโรงแรมทั่วไปคือมีหลาย Food Stations นับว่าตื่นตาตื่นใจพอควร ไม่ถึือว่าใหญ่โตมโหฬารอะไรนัก แต่ก็นับว่ามีครบตั้งแต่ซุ้มสลัดและอาหารญี่ปุ่น อาหารทะเลแช่แข็ง (อุดมไปด้วยปูอลาสก้า หอยแมลงภู่ หอยนางรม และกุ้งแช่เย็น) ซุ้ม BBQ (หมู เนื้อ แก่) ซุ้มปู (กล้ามเป็นมัดๆ) ต้มผัดกันให้ชิมต่อหน้าต่อตา ซุ้มอาหารอินเตอร์ (เมนูหมู ไก่ ปลา เป็ด ฯลฯ เสิร์ฟบนถาดน่ากินทั้งนั้น) แถมยังมีการทอดฟัวกราส์กันแบบจานต่อจาน แซบเวอร์ทีเดียว ยังไม่หมด มีซุ้มขนมปังหลากชนิด (ณ ชั่วโมงนี้คนมักจะหมางเมิน เพราะกลัวอิ่มก่อนเวลาอันควร) ซุ้มอาหารไทยและจีน (เสิร์ฟใส่ถาด พร้อมเมนูน้ำพริก แกง ผัดผัก ฯลฯ) โดยมีซุ้มส้มตำ ครกขนาดใหญ่ไว้คอยเสิร์ฟคนไทยหัวใจอีสาน แต่งานนี้ผมขอบาย เพราะกลัวปรุงแล้วไม่อร่อย (ถ้าให้ดีควรให้พนักงานคอยปรุงให้นะครับ) ซุ้มอาหารอินเดีย (อันนี้ไม่ถนัด คนไทยไม่ค่อยนิยมทานกัน แต่ว่าเขาแยกไลน์ออกมาต่างหาก แสดงว่าเขามีกลุ่มตลาดของเขาโดยเฉพาะ) มาถึงมุม Stir Fry in the dark นั่นคือ Pasta Station (มีเส้นและซอสให้เลือกตามใจชอบ) และในที่สุดอย่าลืมแวะมาซุ้มสุดท้าย แถวแรก ด้านหน้า นั่นคือซุ้มของหวาน (มีเสิร์ฟ ตั้งแต่ ซาหริ่ม ทับทิมกรอบ ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมเค้กหน้าต่างๆ พุดดิ้ง และไอศครีมสารพัดรส) หลังจากลองกินมาครบ เรียกได้ว่าเกือบทุก Station ขอจัดลำดับความอร่อย (ตามรสลิ้นของไช้ชวนชิมดังนี้นะครับ) อันดับหนึ่ง มอบให้กับ ฟัวกราส์ แนะนำบอกเชฟว่าเอาชิ้นอ้วนๆ หน่อยจะได้รสชาติทั้งกรอบนอก นุ่มใน กลิ่นคาวไม่มี กินมาหลายที่ ที่นี่อร่อยสุดครับ อันดับสอง เมนูปูทั้งร้อนและเย็น ถ้าเป็นซุ้มแช่แข็งต้องหนีบเอาขาปูอลาสก้ามาจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ด แซบหลาย ในช่วงเลพีค พอตอนเขาเอาปูมาลง แทบจะมีการตบตีกันเลยทีเดียว 555 ส่วนซุ้มปูทะเลนึ่ง ผัดสดๆ อันนี้นับว่าที่นี่เจ๋งสุด คือเขาโชว์ปูทะเลมัดกล้ามวางเรียงเป็นตับ สามารถสั่งให้เขานึ่งให้พิเศษ หรือรอเชฟปรุงเมนูปูออกมาให้ทานกัน ไม่ว่าจะเป็นผัดผงกะหรี่ หรือซอสพริกสิงคโปร์ ก็อร่อยทั้งนั้น อันดับสาม คือพาสต้าเมนู ที่นี่เด็ดตรงที่เส้นเขาลวกได้พอดิบพอดี เหนียวนุ่มกำลังอร่อย ผัดมาจานแรกงี้ละลายเลยกับเมนูผัดแห้ง แบบขี้เมา คาโบนาราก็ใช้ได้ แต่พอเริ่มกินซ้ำจานสองและสาม ความอร่อยเริ่มตก สงสัยปราสาทการรับรู้รสจะตกลง ^ ^ ส่วนอาหารจานเล็กจานน้อยที่ลองได้ลิ้มชิมรสแล้วรู้สึกว่าพอจะจัดอันดับให้ได้ มี BBQ หมูเสียบไม้ (ไม่แนะนำเนื้อแกะ เพราะมันแห้ง และไม่อร่อยอย่างที่มันควรเป็น), แกงมัสหมั่นไก่ ที่ซุ้มอาหารไทย, Rocket Sald ปรุงเอาเองที่สลัดบาร์ อาหารญี่ปุ่นที่นี่ถือว่าธรรมดามาก หน้าตาไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่, ปลากระพงแดงทีตักเสิร์ฟอยู่บนเตา ส่วน Duck Confit ก็พอใช้ได้แต่ยังไม่ถึงขั้น To-die for เมนูของหวานแนะนำประเภทพุดดิ้ง ไอศกรีม Handmade ที่มีให้เลือก 4 รส ใส่ topping ได้ตามใจชอบ แต่ที่ถูกใจเป็นพิเศษเห็นจะเป็น Pistachio ที่ผมตักโรยจนล้นชามออกมาเลย แล้วยังมีข้าวเหนียวมะม่วงที่รสชาติใช้ได้เอามากๆ จริงๆ กินเข้าไปเยอะกว่านี้มาก จำได้บ้าง จำไม่ได้บ้าง เท่าที่ recall ออกมาได้ก็ประมาณนี้ล่ะครับ ปิดท้ายท่านสามารถสั่งชา กาแฟ ได้นะครับ มันอยู่ใน set menu โดยรวมต้องยกเรื่องความพิถีพิถันในการคัดสรรอาหาร (บางชนิด) มาทำให้เรารู้สึกแปลกตา ตื่นลิ้นกัน การบริการของพนักงานนับว่าดีใช้ได้เลย แต่ถ้ามีการใช้ระบบบัตรคิวทิ้งไว้ให้กับเชฟตามซุ้มต่างๆ แล้วมาเสิร์ฟถึงที่จะเลิศและเพอร์เฟ็คมาก นับว่าเป็นการปิดมื้อค่ำที่มีความอวบอิ่มสุดๆ เห็นทีจะต้องเริ่มรวมรวมการรีวิวบุฟเฟต์นานาชาติกะเขาบ้างแล้ว ขอให้ทุกท่านอิ่มเปรมสุขสวัสดีกันถ้วนหน้า แล้วอย่าลืมออกกำลังกายตามหลังนะครับ เผื่อความผาสุกและกลับมากินหนักได้ใหม่ในมื้อถัดไป ​:-)... อ่านต่อ
3 Likes0 Comment
photo