เนื้อวัว
ชาบูกรุ้มกริ่ม เนื้อวัวกลายเป็นกระดาษ มาได้ที่โมโมะ
ชาบูที่ประทับใจที่สุดตั้งแต่กินมาทุกร้าน O_O จากหัวข้อข้างต้น อาจจะดูเว่อร์ไปสักนิด แต่ถ้าเพื่อนๆเคยไปทานแล้ว จะบอกได้คำเดียวว่า น้อยไปด้วยซ้ำ ขอสวัสดีเพื่อนๆชาววงในกันอีกครั้ง กับผม Pednoii AhHa กับการรีวิวร้านอาหารประจำสัปดาห์ สำหรับสัปดาห์วาเลนไทน์สดใสแบบนี้ ผมจะมานำเสนอร้านชาบูชื่อร้านตามหัวข้อรีวิวเลยครับ เนื่องจากว่าวันที่ไปรอค่อนข้างนานมาก(เป็นชั่วโมง) เลยทำให้ความหิวเริ่มลดลงจนคิดว่าน่าจะทานเบาๆพอ ซึ่งชุดบุฟเฟ่ร้านนี้จะมีให้เลือกถึง 3 แบบด้วยกัน และผมขอเลือกแบบแรก(All You Can Eat) ที่ราคา 439 บาท++ ในชุดนี้จะมีให้เลือกแยกย่อยลงไปอีก 4 แบบด้วยกัน เนื่องจากว่ารีวิวนี้จะเป็นรีวิวระยะยาว(มากๆ) เพราะมีแพลนว่าจะไปทานบ่อยๆ เนื่องจากโปรโมชั่นบัตรเครดิตเยอะมาก T_T จึงได้ลองสั่งซุปทงคัตสึที่มาพร้อมกับ “ซอสทงคัตสึทาเระ” ที่รสชาติให้ความรู้สึกพิเศษ ความเค็มความหวานที่ลงตัวมาก ช่วยชูรสชาติของเนื้อชาบูได้เป็นอย่างดี วิธีการทำซอสนี้ก็ไม่เหมือนชาวบ้าน เพราะว่าจะต้องตัวซอสใส่ลงในชามจิ้มประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ(หรือถ้าชอบเข้มข้นก็ใส่เยอะกว่านี้ก็ได้) และราดน้ำซุปที่กำลังเดือดๆ ลงไปสองช้อน คนให้เข้ากันและปรุงด้วยกระเทียมและพริกขี้หนูสดป่น เราก็จะได้น้ำจิ้มชาบูทงคัตสึแล้วนั่นเอง ส่วนตัวน้ำซุปจะให้ความรู้สึกเหมือนทานน้ำซุปกระดูกหมูมากๆ เพราะเข้มข้นไปด้วยรสชาติหมูและมากไปด้วยผงชูรส(หลังจากทานเสร็จจะคอแห้งมาก T_T) ดังนั้นถ้าใครจะทานซุปนี้ พยายามให้พนักงานเติมน้ำซุปให้บ่อยเพราะว่า ยิ่งน้ำซุปลดลงมากเท่าไร ก็จะเค็มขึ้นเรื่อยๆนั่นเอง หลังจากที่รีวิวน้ำจิ้มและน้ำซุปกันไปแล้ว เรามาดูกันต่อว่าส่วนประกอบที่เราจะมาใส่ชาบูนั้นมีอะไรบ้าง 1. สาหร่าย : เป็นเมนูไม่ควรพลาด เพราะช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี แต่มีข้อเสียตรงที่ถ้าใส่ลงไปต้มเยอะมากๆ จะทำให้น้ำซุปยิ่งเค็มถึงเค็มมาก รสชาติดี กรุบๆ ทานกับชาบูก็ช่วยแก้เลี่ยนได้ดีครับ 2. ผักต่างๆ : ผักที่ทานจะมีแครอท ข้าวโพด(ช่วยให้น้ำซุปหวาน) ผัดกาดขาว และผักบุ้ง ที่สดกำลังดี นอกจากนี้ยังเห็ดเข็มทอง(ใส่เยอะมาก) ที่สดใหม่ 3. อื่นๆ : จะมีพวกฟองเต้าหู้แบบเส้นที่ต้มให้บวมๆแล้วจิ้มกับน้ำจิ้มทงคัตสึก็ฟินไม่แพ้จิ้มกับเนื้อเลยครับ 4. สลัด: จังหวะที่ผมไปน้ำสลัดธรรมดาหมดไปแล้ว เหลือแต่น้ำสลัดแบบน้ำมันงา ซึ่งรสชาติก็ดีและทานกับผักกาดแก้วและกะหล่ำปลีซอยก็ชูรสชาติได้ดีเช่นกัน และหัวใจหลักของวันนี้นั้นก็คือ “เนื้ออออ” นั่นเอง 1. เนื้อหมูคุโรบุตะ : หมูคุโรบุตะจะให้ความรู้สึกที่นุ่มและนิ่ม เคี้ยวง่ายกว่าเนื้อหมูธรรมดาอยู่แล้ว ยิ่งผ่านการสไลด์ให้บางมากๆตามฉบับของโมโมะ เมื่อจุ่มกับน้ำซุปแปปนึง ให้เนื้อสุกเข้าที่ จิ้มกับน้ำจิ้มทงคัตสึ จะได้ความหวานจากตัวเนื้อ รวมกับรสชาติเค็มเผ็ดและหอมจากกระเทียม บอกได้คำเดียวว่า ฟินครับ 2. เนื้อวัวจากออสเตรเลีย: ถ้าหากหมูทำให้ฟินแล้ว เนื้อวัวนี่แหละคือความฟินระดับสุดยอดของร้าน เรียกได้ว่าเนื้อหมูนี่ชิดซ้ายไปเลย เพราะว่าให้ความรู้สึกที่นุ่มลึก หวาน นิ่มและได้รสชาติจากน้ำจิ้มทงคัตสึมาเสริมทัพอีก ประทับใจไปตลอดกาลเลยครับ และสรุปการรีวิวร้านนี้นั้นคงให้ได้แค่ 5 ดาวเท่านั้นเพราะว่าให้ได้แค่นี้ ถ้ามีสัก 10 ก็คงจะให้ไปแล้ว การบริการค่อนข้างไว และพนักงานเทคแคร์ดีมากๆครับ ถึงแม้ว่าจะเก็บ Service Charge และ VAT เพิ่มก็ตาม ผมก็ไม่รู้สึกเสียดายเลยครับ ผมแนะนำว่าให้ไปช่วงที่ร้านเพิ่งเปิดประมาณ 11 โมงจะดีที่สุดเพราะว่าจะได้ของที่สดใหม่และมีให้เลือกสรรมากกว่ามากินตอนร้านใกล้จะปิดแล้วครับ สำหรับเพื่อนๆที่อ่านรีวิวนี้แล้ว ถ้าชอบกดไลค์กันเยอะๆ คอมเม้นต์กันได้ตามใจชอบเลยนะครับ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมได้เขียนรีวิวอันถัดๆไปครับ... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
13 Likes0 Comment
LikeShare
photo