Hokkaido Scallop, slow cooked lentils, pata negra Hokkaido scallop
Wongnai พามาทาน Mini Chef's Table
นี่เป็นครั้งแรกของเราเลยที่ได้รับโอกาสดีสุดๆ ที่ได้มาทานกับ Wongnai ครั้งนี้ ส่วนใหญ่พี่ๆ น้องๆ เป็น Elite กันทั้งนั้น แต่ทุกคนก็ครื้นเครง และให้ความเป็นกันเองดีมาก เมื่อเราไปกันครบ ก็จะมี Chef สุดหล่อมาทักทายเป็นการต้อนรับและมีเจ้าหน้าที่คอยมาดูแลและบริการไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ดูแลดีมากๆ มีขนมปังมาเสิร์ฟให้ทานเรื่อยๆ Baguette กับ Sourdough อาหารวันนี้มี 5 course หลักๆ แต่สำหรับคนที่ทานอะไรไม่ได้ ก็จะมีอย่างอื่นมาเสิร์ฟให้แทน (มีการสอบถามกันไว้ก่อน) 1. Fine de Clair no.3, basil emulsion, shallot pickle, salmon caviar, granny apple julienne หอย Fine de Clair เป็นชื่อสายพันธุ์ของ Oyster ในฝรั่งเศส เพาะเลี้ยงหลายสัปดาห์ในบ่อน้ำตื้น เนื้อหอยจะมีคุณภาพดีกว่าหอยนางรมจากทะเล เนื้อบาง ตัวไม่ใหญ่นัก แต่มีความฉ่ำและรสชาติกลมกล่อม ทานง่าย แม้คนที่ไม่ชอบทาน Oyster ก็ทานได้ไม่ยาก การจัดแต่งอาหารดูสวยงาม มีความพิถีพิถัน สีเขียวๆ ที่เป็น granny apple julienne เนื้อเนียน ให้ความละมุนละไม 2. Pan seared South west of France foie gras, smoked pumpkin velour, toasted sourdough bread foam เราไม่ทานตับรวมถึง Foie gras ตอนแรกตกใจมี Foie gras มาเสิร์ฟ ตายแน่ ทำไงดีนะ เคยกินแล้วไม่ชอบเลย สรุปว่า สาวสวยทางร้านที่ดูแลเราตลอดรายการ ก็มาบอกว่า เสิร์ฟมาให้ถ่ายรูปเฉยๆ เขาทราบว่าเราไม่ทาน แล้วก็เอา Egg mollet มาวางแทน โล่งอก [Egg mollet ก็คือไข่ต้ม ต้มมากำลังดี ตอนแรกเห็นดึ๋งๆ คิดว่าเป็นไข่ลวก ซึ่งก็ไม่ชอบทานอีก แต่รสชาติซอสเห็ด เข้มข้นเกินไปหน่อยสำหรับเรา] 3. Hokkaido Scallop, slow cooked lentils, Pata Negra หอยเชลล์คัดคุณภาพ เนื้อดี เต่งตึง ไม่เละ ทานกับถั่วเลนทิล ที่มีแหล่งกำเนิดจากอินเดีย มีโปรตีน ไฟเบอร์ วิตามิน B และธาตุเหล็กมากกว่าถั่วอื่นๆ 2 เท่า 4. Gambas tourte soufflée, bisque emulsion, caviar roe เมนูกุ้งก็มา แผ่นที่ห่อด้านนอก กรอบ บาง แค่จะตักเข้าปาก กลิ่มที่หอมมากๆ ก็แตะจมูก แทบละลาย เป็นรสชาติที่ถูกปาก คุ้นลิ้นกว่าเมนูอื่นๆ 5. Grilled beef tenderloin, perigourdine sauce (foie gras and perigord truffle sauce) organic mashed potatoes Steak เราสั่งเป็น Well done แต่เขาทำ Medium well มาให้ คงเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รสชาติความอร่อยแบบที่ควร ปกติเราไม่ชอบกินเนื้อที่ยังเห็น สีแดงเลย แต่สำหรับจานนี้ เมื่อได้ลอง มันดี มันคือความพิเศษ รสชาติความหอม นุ่มของเนื้อเวลาที่เข้าไปในปาก บวกกับกลิ่นจากการย่างที่สัมผัสจมูก มันไม่ธรรมดาเลย แตกต่างจากสเต็กทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด สเต็กที่อร่อยจริงๆ หาทานได้ไม่ง่ายเลย ยิ่งสำหรับเรา ถ้าเนื้อเหม็นนิดเดียวก็จะไม่เอาแล้ว แต่จานนี้ แนะนำเลย พิเศษมากๆ Truffle ที่ให้มาในจานนี้ เห็นเป็นชิ้นๆ เลย ไม่ใช่แค่กลิ่น หรือวิญญาณ - ขอนอกเรื่องหน่อย - ทุกครั้งที่ได้ยิน Truffle เรามักจะนึกถึงหนังเรื่อง Letter to Juliet เสมอ คู่หมั้นของ นางเอกแกอินกับการทำอาหารมากๆ เพราะเป็น Chef ทั้งๆ ที่เป็นทริปเหมือนพรีฮันนีมูน แต่แกก็อยากจะขับรถไปไกลหลายร้อยกิโลเพื่อไปหาดู Truffle นางเอกเซ็งเลยกะอีแค่เห็ด คู่หมั้นไม่ยอมนะ ให้ถอนคำพูด ไม่ให้เรียก Truffle ว่าเห็ด เพราะ Truffle ก็คือ Truffle อะไรประมาณนี้ สุดท้ายเลิกกันสิจ๊ะ เคมี ไม่ตรง ของหวานอีก 2 อย่างเป็น 1. Chocolate and black truffle mousse, olive oil cream 2. Chocolate brownie cake with vanilla ice cream ไวน์อีก 3 ตัว 1. Fabio Zardetto Spumante Private NV 2. Maison Verget Bourgogne Terres de Pierres, Chardonnay 2014 3. Chateau Cap de Faugeres, Castillon Cote de Bordeaux 2010 สำหรับคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะมีเป็น Mocktail มาเสิร์ฟให้เรื่อยๆ ดูเหมือนว่าจะทำสูตรพิเศษให้บางอย่างด้วย รสชาติอาหาร สำหรับเรา รู้สึกว่าจะเป็นรสที่เข้มข้นมาก เครื่องดื่ม ไวน์ดี ไม่กะจะดื่มเยอะ แต่จริงๆ แล้วดื่มไปเยอะเลย ชนิดละหลายแก้ว บรรยากาศ หรูหรา ดีเลิศ การบริการ การดูแล ให้เต็ม ขอขอบคุณ Chef Sylvain และทางร้านมากๆ ขอขอบคุณ Wongnai ด้วยนะคะที่พามาทาน ได้ทั้งอร่อยและประสบการณ์ดีๆ ทุกคนน่ารัก ^^... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
2 Likes0 Comment
LikeShare
photo