Sushi Masato
ซูชิ฿฿฿฿฿

ปิดอยู่จะเปิดในวันพฤหัสบดี เวลา 17:30
USERS' CHOICE 2019
เปิดประสบการณ์ Omakase course จากเชฟมิชลินสตาร์ 1 ดาวที่ Sushi Masato >w<
พอได้ข่าวว่าเชฟมิชลินสตาร์1 ดาวจาก NY มาเปิดร้านในกรุงเทพชื่อร้านว่า Sushi Masato ผมนี่ไม่รอช้ารีบหาข้อมูลทันทีเลยฮะ แล้วความจริงที่โหดร้ายก็คือคิวเต็มไปยันเดือนมีนาแล้ว T^T เฮ้ย แต่ไม่ลองถามก็ไม่รู้เป่าวะ มันต้องมีลูกค้าแคนเซิลหรืออะไรไรมั่งดิ ( ณ จุดนั้นคิดเข้าข้างตัวเองมาก ) โทรไปถามร้านเลย “ เต็มหมดแล้วค่ะ ตอนนี้คิวแน่นไปจนมีนาเลยค่ะ “ “ T^T “ ( ก็ไม่ได้ผิดคาดมากนัก จริงๆก็แอบเตรียมใจไว้หน่อยนึงแล้วด้วย ) “ ทุกวันเลยหรอคับ... “ “ ใช่ค่ะ มีลูกค้าบุ๊คไว้ทุกวันเลยค่ะ “ กำลังจะกลั้นใจวางสายละ “ ยกเว้นแต่ลูกค้าจะมาท่านเดียว อาจจะพอมีคิวว่างคะ แต่ไม่คอนเฟิร์มนะคะ “ “ คนเดียวคับผมไปคนเดียว เดี่ยวๆหัวเดียวเลยคับ “ สรุปทางร้านขอเบอร์ไว้ติดต่อกลับ ถ้ามีคิวว่างจะโทรมาแจ้ง อะนี่คือกุต้องลุ้นอีกแล้วใช่มะ ว่าแล้วก็ไปผ่อนข้าวร้านป้าหน้าปากซอยกินก่อนละกัน >w< วันรุ่งขึ้นประมาณบ่ายๆมีเบอร์นิรนามโทรมา จำได้คร่าวๆว่าเป็นเบอร์ร้านนั้นล่ะ ( ถ้าไม่ใช่ก็คงเป็นเจ้าหนี้โทรมาทวงเงิน -/\- ) สไลด์รับสายรัวๆๆๆๆๆ ( ไม่ต้องตกใจเครื่องแมร่งค้าง สไลด์ทีเดียวไม่ได้ - -" ) “ สวัสดีค่ะ โทรมาจากร้าน sushi masato นะคะ “ “ คับ “ ( ตอนนี้ทำตาวิ้งๆด้วย ใจก็อยากให้เฟสไทม์นะจะได้เห็นหน้าตรูว่าอยากไปขนาดไหน >w< ) “ ตอนนี้ถ้าสำหรับลูกค้าท่านเดียวยังมีว่างอยู่อีกสามวันค่ะ “ ยกมือทาบอก รู้สึกดีใจเหมือนได้มงนางงามจักรยาน 18 คือเลขที่ออกงวดนี้ รอบ 17.30น. จองได้แล้ววววววว เย้!!!! ^^ 18/02/59 และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง ลืมบอกไป ก่อนวันนัดหนึ่งวันทางร้านโทรมาคอนเฟิร์ม แล้วก็ถามเรื่องแพ้อาหาร หรือไม่ทานอะไรบ้างมั้ยด้วยนะฮะ เตรียมตัวออกจากบ้านตั้งกะสี่โมงครึ่งกะว่าไปถึงก่อนเวลานัดแน่นอน จัดแจงอะไรเสร็จก็ไปลุยกันเลย >w< 16.28PM พุ่งตัวออกจากห้อง หันหัวเข้า bts ทันที ตอนนั่ง bts ก็เพิ่งมาคิดได้นะว่าบรรยากาศร้านจะเป็นยังไงหว่า ถ้าบรรยากาศร้านเป็นทางการมากๆ ตรูต้องเกร็งแน่ๆเลย เชฟก็พูดไทยไม่ได้ ต้องสปีคอิงลิชคุยกัน ไม่ก็ต้องคุยภาษาญี่ปุ่น - -“ โอเลย........โอ้โหไอ้ซัค!!!! ปัจจุบันภาษาไทย กุยังพูดไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลย จะให้สปีคอิงลิช ล่าสุดที่คุยกับฝรั่ง กุยัง I am a book อยู่เลย ญี่ปุ่นนี่ยิ่งแล้ว ใครพูดอะไรมา กุ ไฮ่ อย่างเดียว เมิงไม่เอากุก็จะไฮ่ ( คนละให้ละเมิง -*- ) ยังไม่ทันจะคิดอะไรได้หมด ก็มาถึงที่หมายซะแล้ว ลงพร้อมพงษ์ แล้วเดินไปทางอโศกเลยฮะ เข้าสุขุมวิท 31 ( ซอยตรงโรงแรม s31 นั่นแล ) แล้วเดินต่อไปอีกไม่ไกลฮะ จะเจอซอยสวัสดี1 อยู่ทางซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปเลย จะเห็นร้านอยู่ทางขวามือ ตอนแรกก็ไม่ชัวร์นะเดินเข้าไปจนสุดซอยร้านแรกเนี่ยล่ะน่าจะใช่ละ ถึงหน้าตาทางเข้าจะไม่เหมือนในกระทู้ที่อ่านมาก็เถอะ แอบดันประตูอยู่สองกึ้ก ล็อคว่ะเข้าไม่ได้อะ - -" “ เด๋วนะนี่ ร้านเค้าเปิดกี่โมงเนี่ย " “ ห้าโมงครึ่งT^T " “ แล้วตอนที่เมิงดันกึ้กๆนี่กี่โมง " “ สี่โมงห้าสิบเจ็ด T^T “ “ -*- “ เลยแกล้งโทรไปถามเส้นทางกับทางร้านแล้วก็แบบ “ เอ ผมต้องเข้าซ.สุขุมวิท31ใช่มั้ยคับ แล้วต้องเข้าซ.อะไรต่อนะคับ อ๋อๆผมเจอแล้วคับ นี่พอดีเลย ผมอยู่หน้าร้านแล้วคับ " แล้วพนักงานก็ต้องออกมาเปิดประตูให้ ตั้งกะห้าโมง 5555 ( เป็นคนดีจริงๆเลยตรู ดีออกมากๆเลย ;p ) ไปถึงก่อนเวลาแบบนี้ถ่ายรูปเล่นรอสิฮะ ( ขออนุญาตทางร้านก่อนเรียบร้อยแล้วฮะ ^^ ) ในครัวก็เตรียมของกันไปเรื่อยๆฮะ งานนี้ใจชื้นขึ้นมาเยอะมาก เพราะมีพนักงานไทย 1 เชฟผู้ช่วยที่เป็นคนไทยอีก 1 คน ( เรียกเชฟผู้ช่วยรึเปล่าหว่าถ้าไม่ใช่ขออภัยด้วยนะฮะ -/\- ) แต่ที่แน่ๆน่ารักทั้งคู่ แอร๊ยยยยยย >/////< แล้วก็มีพนักงานญี่ปุ่นอีกสองคนที่พูดไทยได้ งานนี้ไม่ต้องหนักภาษามือแล้วฮะ 555 ได้เวลาอันสมควร พนักงานญี่ปุ่นเอาเมนูมาให้ดูก่อนเลย เป็นเมนูเครื่องดื่มนะฮะ สาเก ไวน์ เบียร์ มีให้เลือกสรร ชาเขียวร้อนคงเป็นตัวเลือกที่ดีของผมในวันนี้ ทั้งๆที่อยากโดนสาเกมาก T^T แล้วพระเอกของเราก็ออกมาแสดงตัว เชฟมาสะ ของเรานั่นเอง เชฟแกกล่าวทักทายเล็กน้อย ก่อนจะยิงประโยคเด็ดใส่ “ Are you ready? “ เชร้ดดดดด พร้อมมาครึ่งเดือนละ แต่จะตอบ I am a book ก็เกรงจะเขินเชฟ >///< เลยตอบกลับแบบแมนๆ “ No. I am gentleman “ ถรุ๊ยยยย!!!! นั่นมัน lady ตอบสั้นๆ “ sure " เริ่มต้นเชฟเอาอุนิมาโชว์ให้ดูก่อนเลย พูใหญ่สวยน่ากินมาก เห็นแล้วน้ำลายนี่ไหลลามลงไหล่ ไหลลงหลังมากๆ >w< ที่นี่ใช้อุนิสองแบบคือ มุราซากิ กับ บะฟุน ชาเขียวมาเสิร์ฟให้ถึงปุ๊บ เชฟจัดถั่วแระญี่ปุ่นมาให้ขบเล่นๆ ระหว่างรอเชฟบรรจงเริ่มคอร์สแรกของมื้อนี้ >w< Japanese oyster ** เมนูแรก หอยนางรมญี่ปุ่นจากมิยากิ ( เชฟบอกว่าเพิ่งได้มาเมื่อเช้านี้เลย ) ราดด้วยซอสพอนสึ หอยสดมาก ครีมมี่สุดๆ เข้ากันดีกับรสเปรี้ยวอมหวานของพอนซึ พร้อมกลิ่นส้มยุซึบางๆ Sake steamed abalone ** เชฟใช้เป่าฮื้อจากออสเตเรียมา slow cooking นานถึงแปดชั่วโมง จนได้เนื้อเป่าฮื้อที่เด้ง ไม่แข็ง เคี้ยวเพลินมาก แอบมีได้กลิ่นสาเกบางๆ เชฟบอกว่าน้ำซุปนี่ทำมาจาก สาเก คอมบุ บลาๆๆๆๆ เชฟบอก “ you can drink “ แล้วก็ทำท่ายกซดโชว์ด้วย 555 แอบเขินเลยกินแค่น้ำซุปที่อยู่ในฝาหอย ซุปรสอ่อนๆ ถ้าเข้มข้นกว่านี้ผมคงจะชอบมาก Nodoguro Kombujime ** เชฟใช้ปลาโนโดกุโระ ( เป็นปลาเนื้อขาว ) เอามาห่อด้วยสาหร่ายคอมบุ( คอมบุจิเมะ ) เชฟใช้คำว่า cured หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ท็อปด้วยใบชิโสะซอย บีบ และเสิร์ฟพร้อมเกลือ เนื้อปลาเนียนนุ่ม จิ้มกับเกลือยิ่งอร่อยฮะ >w< ในระหว่างนั้นเชฟก็เตรียมปลาสำหรับทำซูชิ เมนูจากครัวร้อนก็มาเสิร์ฟให้แบบน่ารักมาก >w< Otaru Ika grill * เป็นปลาหมึกจิ๋วย่างมาหอมมากๆ เนื้อปลาหมึกชุ่มช่ำไม่แห้งเลย เคี้ยวหนุบหนับอร่อยดีฮะ Tomato อันนี้เป็นมะเขือพันธุ์ญี่ปุ่นแต่ปลูกที่เพชรบูรณ์ คงเอามาต้มแล้วปลอกเปลือกฮะ มะเขือเทศ เปรี้ยวอมหวาน ใช้ล้างปากได้ดีที่เดียวเพราะจากนี้เชฟจะจัดเป็นซูชิมาให้ได้ลิ้มลองแล้วฮะ เชฟเตรียมขิงดองให้ แล้วก็ที่แท่นเสิร์ฟซูชิ ( เรียกงี้เป่าหว่า ^^" ) มีที่เช็ดมือให้สำหรับคนที่ใช้มือทานด้วยนะ ถึงเชฟมาสะจะดูมาดขรึมๆหน่อย แต่แกก็จะคอยชวนคุยเป็นระยะนะฮะ แล้วก็คอยบอกรายละเอียดของแต่ละเมนู บางทีก็จะเล่าเรื่องสมัยตอนที่ทำงานที่ NY ให้ฟัง ^^ ผมว่านี่เป็นเสน่ห์ของการนั่งกินเคาเตอร์บาร์เลยนะฮะ ไม่ใช่แค่ได้เชฟทำอาหารให้เรากิน แต่การสนทนาพูดคุยกันระหว่างลูกค้ากับเชฟ มันยิ่งทำให้รู้สึกสนุกกับการกินมากขึ้นจริงๆนะ ( ถึงเชฟจะพูดมาสิบคำแล้วผมแปลออกแค่คำเดียวก็เถอะ 5555 ;p ) เชฟปั้นคำแรกอย่างว่องไวมาก วางเสิร์ฟให้เรียบร้อย Hotate เป็นหอยโฮตาเตะโรยด้วยเปลือกส้มยูซึ หอยสดดี รสหวานหอมมาก แต่คำนี้ไม่ว้าวนะ ^^” Ika ปลาหมึกสด เด้ง เคี้ยวมันส์ดีฮะ Kinmedai ** คำนี้ไม่ธรรมดาเลยฮะ ไม่รู้จะเรียกว่าอะบุริได้มั้ย เชฟจะใช้ถ่านไม้มาเบิร์นปลาคินเมะไดซักครู่นึงก่อนจะโรยด้วยเกลือ คือบอกเลยว่าเจ๋งมากไม่เคยเห็นที่ไหนทำแบบนี้เลย ปลาเนื้อแน่นหอมถ่านมากๆแล้วก็มีความหอมของเนื้อปลาที่โดนย่างด้วย คำนี้โดนฮะ Chutoro *** คำนี้เนียน นุ่ม หอม มันส์ กำลังดี ชอบฮะ Akami Zuke เชฟจะเอาอะคามิมาแช่ในซอสโชยุซักครุ่นึง ก่อนจะนำมาปั้นเป็นซูชิ คำเนื้อแน่นดีฮะ เข้ากับซอสดี แต่ผมไม่ใช่แฟนอะคามิอยู่แล้วฮะ ;p จังหวะที่รอเชฟแช่อะคามิเลยเล่าให้ฟังว่าร้านนี้เป็นร้านซูชิยุคเก่า จะเห็นว่าไม่มีตู้แช่เหมือนที่เราๆเคยเห็น แต่จะใช้เป็นกล่องไม้สำหรับเก็บรักษาอุณหภูมิไว้ เชฟบอกราคาไอ้กล่องนี่ให้ฟังด้วย แต่จำไม่ได้อะรู้แต่ว่าแพง Iwashi อิวาชิ สดดี ไม่คาว แต่ก็เฉยๆนะฮะ Akagai * หอยแครงญี่ปุ่น เนื้อกรุบ เด้งสู้ฟัน อร่อยดีฮะ Botan Ebi ** กุ้งสด เนื้อแน่นกรอบ หวานมาก >3< Saba คำนี้เป็นปลาซาบะท็อปด้วย ชิโระคอมบุ ไม่คาว คำค่อนไปทางเฉยๆฮะ Uni *** มาแล้วฮะ เชฟคว้ากล่องอุนิขึ้นมาแล้วฮะ ต้องบอกเลยว่าคำนี้ที่รอคอย แต่เด๋วก่อน เชฟไม่ได้ปั้นเป็นคำฮะงานนี้ ก่อนจะได้กินอุนิต้องเพิ่มอุปกรณ์กันก่อน มีช้อนมาเสริมทัพ เชฟบรรจงวางให้อย่างตั้งใจ ไม่รอช้าจัดเลยฮะ เริ่มด้วยมุราซากิก่อนเลย ครีมมี่มากๆ หอม หวานนิดๆ ละมุนมากคือฟินสุดๆ ต่อด้วยบะฟุน มันไม่ครีมมี่เท่ามุราซากิ แต่มันหอมกว่าชัดมากๆ แล้วก็หวานกว่านิดหน่อยแต่ผมว่าไม่โดดกันมาก เมนูนี้ไม่เสียแรงที่คาดหวังจริงๆ อร่อยมากกกกกกกกก อยากกินอีก 5555 Anago **** ต้องบอกว่าคำนี้ผมตายเลยฮะ >w< ขออนุญาตนะ แต่คำนี้แมร่งพีคสัสๆจริงๆ ทั้งกลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส คำนี่คือที่สุดของมื้อนี้สำหรับผมเลย และก็เป็นครั้งแรกที่ได้กินอะนาโกะที่อร่อยขนาดนี้ เหมือนเว่อร์นะ แต่นี่พูดจริงๆจากใจเลย ตอนกินนี่คือดีดมากพูดเลย เห็นเลยว่าเชฟแอบงงนิดนึง เลยต้องบอกให้แกเข้าใจ ( กุไม่ได้บ้านะเว้ย ) “ This is the best anago in my life. ” เชฟแกก็ Oh!!!!!! เอาว่าต้องเรียกพนักงานมาให้ช่วยอธิบายว่าที่ผมเคยกินๆมามันเป็นยังไง เชฟแกตอบว่า อะนาโกะจริงๆต้องเป็นแบบนี้ เจอประโยคนี้เข้าไปผมจะยอมให้เชฟหล่อกว่าผมวันนึงเลยเอ้า ;p Kampyo maki คัมเปียวนี่คือทำมาจากน้ำเต้า ( มั้งนะ ) ถ้าเข้าใจไม่ผิด เชฟเอามาทำเป็นมากิให้ คำนี้อันนี้เฉยๆ แต่ที่แน่ๆคือรู้เลยว่าจะจบคอร์สของมื้อนี้แล้วล่ะ T^T Tamago จริงอย่างที่คิด เชฟหันไปเตรียมไข่หวานให้ซะแล้ว ไข่หวานอร่อยดีฮะ เนื้อเนียน ละมุน กลมกล่อมมากๆ >w< Soup ซุปใสพร้อมลูกชิ้นปลาซาดีน ( ถ้าฟังไม่ผิดนะ ถ้าผิดก็โทษเชฟที่พูดไทยไม่ได้นะ ;p ) ลูกชิ้นเนื้อเนียนดีฮะ ซุปรสอ่อนๆ แต่กลิ่นผักที่ใส่โดดไปหน่อยนึง ^^” Longan granita เป็นเหมือนเกร็ดน้ำแข็งอะ ท็อปด้วยเม็ดทับทิมแดง อันนี้เหมือนกินน้ำแข็งใสไม่ราดน้ำแดงอะ 555 Mineoka tofu * มาแล้วฮะ เมนูพิฆาต ตรูไม่ชอบเค้าหู้ ดูจาหน้ามันคือเต้าหู้ราดด้วยไซรัปเลยล่ะ ดูทรงไม่น่ารอด แต่พอเอาช้อนตักเท่านั้นล่ะ มันออกหนึบนิดๆ เหนียวหน่อยๆ ใส่ปากนี่คือกลิ่นเต้าหู้ชัดเจน แต่เนื้อเต้าหู้นวลมาก พอเจอความหอมของน้ำตาลทรายแดงเข้าไป โอเค อร่อยดีนะ >w< เป็นอันเสร็จสิ้นคอร์สทั้งหมดของมื้อนี้ฮะ สรุป Omakase วันนี้มีทั้งหมด 21 courses (ไม่รวม complimentaryนะ) คอร์สหลากหลายดีฮะ บรรยากาศร้านค่อนข้างฟอมอลเลยฮะ แต่ว่าเชฟมาสะเป็นกันเองมาก เลยไม่รู้สึกกดดันอย่างที่คิดไว้ พนักงานที่นี่ก็ดูแลดี แถมเป็นล่ามชั้นยอดให้ผมด้วย ขอบคุณมากๆ 555 ค่าเสียหายมื้อนี้ 3,531บาทไทย สำหรับผมประทับใจมากฮะ รู้สึกว่าคุ้มค่ามาก เป็นการเป็นกิน Omakase ที่สนุกแล้วก็แฮปปี้จริงๆฮะ มีมาซ้ำแน่ๆ แต่ขอเก็บตังก่อนนะ อิอิอิ >w< ปล. ช่วงที่ผมมากินยังเป็นช่วง Opening soft นะฮะ ราคานี้เลยได้จำนวนคอร์สที่หลากหลายมาก หลังจากนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงใครสนใจก็ลองโทรถามรายละเอียดจากร้านก่อนนะฮะ... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
4 Likes0 Comment
LikeShare
photo