Barramundi
Rooftop bar ที่ปลื้มที่สุดตอนนี้ วิวสวย บริการดี
Vertigo and Moon Bar ร้านอาหาร Roof Top บนชั้น 61 ของโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ที่นี่แบ่งเป็นสองส่วนคือ Moon Bar สำหรับใครที่อยากมานั่งดริ้งค์ ในบรรยากาศสูงเสียดฟ้าแบบนี้ และที่นี่เค้าเปิดให้บริการตั้งแต่ 5 โมงเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฟ้ากำลังสวย ทำให้มองเห็นวิวสวยๆ ของกรุงเทพแบบ 360 องศาเลยครับ เราสองคนจึงเลือกที่จะนั่งดื่ม Mocktail เย็นชื่นใจ เพื่อเติมความสดชื่นก่อนมื้อพิเศษในค่ำคืนนี้ บรรยากาศของที่นี่ก็เต็มไปด้วยลูกค้าที่มีทั้งคนไทย และต่างชาติ ที่พากันมาดื่มด่ำความสวยงามพร้อมกับชมพระอาทิตย์ตกแบบโรแมนติกสุดๆ เสียดายที่วันนี้มีเมฆค่อนข้างมาก ทำให้ไม่สามารถดูพระอาทิตย์ตกได้แบบเต็มๆ แต่แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วครับ อีกส่วนคือ ห้องอาหาร Vertigo ก็พร้อมให้บริการแล้วครับ โดยพื้นที่ก็จะอยู่ติดกัน ทำให้สามารถนั่งทานอาหารที่ Vertigo ก่อน แล้วค่อยไปแฮงค์เอ้าต่อที่ Moon Bar ก็น่าสนใจไม่เบานะครับ ยามค่ำคืนได้สบายๆ ที่สำคัญยังสามารถนั่งดูวิวสวยๆ ยามค่ำคืนแบบเพลินตา เพลินได้อีกด้วยครับ ซึ่งมองโดยรวมแล้วที่นี่มีลักษณะคล้ายท้องเรือ มีการแบ่งพื้นที่โต๊ะสำหรับรับประทานอาหารลดหลั่นกันไปตามสเต็ปของพื้นที่ ซึ่งแต่ละโต๊ะก็จัดวางแบบมีช่องว่าง ไม่อึดอัด และที่สำคัญแทบจะทุกมุมสามารถมองวิวสวยๆ ได้ สบายๆ เช่นกัน ซึ่งก็จะมีวิวสวยๆ ให้เลือกมองได้ 2 มุม คือมุมโค้งน้ำเจ้าพระยา หรืออีกฝั่งจะเป็นมุมของตึกสูงเสียดฟ้าที่อยู่ในเมือง ไม่ว่ามุมไหนก็สวยงามไม่แพ้กันครับ แต่วันนี้ขอเลือกนั่งโต๊ะริมที่มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้ชัดเจนครับ ชื่นชมบรรยากาศสวยๆ กันเต็มอิ่มแล้วก็มาดูเรื่องอาหารกันบ้าง สำหรับที่นี่ให้บริการอาหารนานาชาติมีทั้งแบบ A-la-cart และแบบ Course เมนู เราสองคนเลือกเป็นเมนูแบบ 3-course ระหว่างรออาหารก็มีขนมปังนุ่มให้รองท้องสบายก่อนอาหารเสิร์ฟ สำหรับเมนูแรกจะเริ่มที่เมนู Appetizers เป็นสลัดซึ่งเราเลือกกันคนละแบบ คือแซลมอนรมควัน และอีกแบบคือพาร์มาแฮม อร่อยสดชื่นถือว่าเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่อร่อยไม่เบาเลยครับ แล้วก็ล้างปากด้วยไอศกรีมเชอเบทก่อนจานหลักเสิร์ฟ จากนั้นก็ถึง Main Course สำหรับผมเลือกสเต็กเนื้อพรีเมี่ยม เสิร์ฟแบบ medium rare ชิ้นหนาแต่เนื้อนุ่มราดด้วยซอสพริกไทยดำอร่อยสุดๆ และมาพร้อมผักและมันฝรั่ง ส่วนอีกจานเลือกเป็น Barramundi เมนูปลากะพงขาวที่ทอดได้หนังกรอบแต่เนื้อยังคงนุ่มอร่อย มาพร้อมกับน้ำซอสรสกลมกล่อมและ mussels ที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น จากนั้นก็ปิดท้ายด้วยของหวาน เป็นเมนูมูสมะม่วง หอมหวาน ชื่นใจสุดๆ เป็นของหวานที่ปลื้มมากครับ แล้วก็ปิดท้ายด้วย Moon Romance (570++) Cocktail ที่มีส่วนผสมของ Vodka melon, Crème de menthe green, Peach และ Lime Juice ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นได้กลิ่นหอมของเมล่อนลอยมาเตะจมูก นอกจากดูดีแล้วยังชื่นใจสุดๆ ด้วยครับ ระหว่างทานอาหารเราสองคนก็ซึมซับบรรยากาศสวยๆ ยามค่ำคืนที่แสนจะโรแมนติก เหมาะสำหรับวันพิเศษของเราสองคน พอนั่งไปได้เรื่อยๆ พนักงานก็มาขอถ่ายรูปที่โต๊ะแล้วจะนำรูปมาให้เราเป็นที่ระลึก ไม่ใช่แค่โต๊ะเราสองคนโต๊ะเดียวนะครับ น้องเค้าเดินไปถ่ายโต๊ะอื่นด้วย ถือว่าเป็นบริการที่ประทับใจจริงๆ จากนั้นตอนชำระเงินเรียบร้อยก็มีช็อกโกแล๊ตชิ้นเล็กน่ารักติดมือเป็นของฝากกลับบ้านด้วยครับ... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
3 Likes0 Comment
LikeShare
photo