เมนูของร้าน Yasuda ยาสุดะ
Pana cotta with strawberry sauceของหวานตบท้าย
ร้านสวย บริการดี มีความพรีเมี่ยมเรื่องเนื้อเราได้คูปอง 500 บาทจากวงใน ก็เลยขอมาลองทานเนื้อร้านนี้สักหน่อยค่ะ สำหรับเส้นทางร้าน ลงบีทีเอส สถานี ทองหล่อ และมาที่ซอยสุขุมวิท 34 แล้วก็โทร 02-258-2530 ให้ทางร้านนำรถมารับที่หน้าปากซอยได้ค่ะ (ร้านมีบริการรถตุ๊กๆ รับหน้าปากซอยฟรีค่ะ) พอถึงร้าน แค่เห็นด้านนอก ก็ดูสวยแล้วค่ะ ซึ่งร้านทำเหมือนบ้านเลยค่ะ พอเข้ามาด้านใน ก็จะเห็นที่นั่งแนวญี่ปุ่นร่วมสมัย ซึ่งจะมีห้องส่วนตัวด้วย รับลูกค้าทั้งแบบมาไม่ถึงสิบท่าน ไปจนถึงเกิน 20 ท่านได้เลยค่ะ พนักงานก็พาเราไปที่นั่ง ซึ่งเป็นแบบนั่งบนเบาะ ต้องถอดรองเท้า และนั่งห้อยขาลงไป พนักงานบริการดีค่ะ มีการแนะนำเมนูอาหาร ซึ่งเราไปตอนกลางวัน ก็มีพวก Lunch set ด้วยค่ะ แล้วให้เวลาเราคิด ซึ่งเมื่อเลือกได้แล้ว เราสามารถกดปุ่มเรียกพนักงานได้ค่ะ (ปุ่มวางอยู่บนโต๊ะค่ะ) เรามาเพื่อทานเนื้อ และเป็นคนที่เลือกเยอะ คือไม่กินแค่อย่างเดียว 55 เราก็จัดไปเซตนึงค่ะ มีถามพนักงานด้วย ว่าจะทานหมดมั้ย พนักงานเลยว่าไม่หมดจะแพคกลับบ้านก็ได้ แต่สุดท้าย ก็เกลี้ยงค่ะ 55 ระหว่างรอทานอาหารที่สั่ง ทางร้านจะมีออเดริฟเป็นขนมปังมาให้ เสิร์ฟพร้อมเนยค่ะ ขนมปังนุ่มๆชอบจัง มาแบบอุ่นๆดี ทานคู่กับเนย อร่อยค่ะ เรียกน้ำย่อยเลยสิ อิอิ เราสั่งสเต๊กเนื้อค่ะ ซึ่งถ้าสั่งแบบเซต จะเพิ่มราคาอีก 190 บาท คือจะได้ สลัด ข้าว ซุป และของหวานค่ะ จอยจ้าบอกแล้วว่าจอยจ้าเลือกเยอะ ก็เลยสั่งแบบเซตค่ะ - Steak 3 kinds เราเลือกราคา 1,780 บาท จะเป็นเนื้อชนิดละ 50 กรัม รวม 150 กรัม ซึ่งทางร้านมีนำส่วนที่ดิบมาให้เราถ่ายรูป ก่อนนำไปย่างแล้วมาเสิร์ฟค่ะ เนื้อ 3 ชนิดคือ 1. Tenderloin (ชิ้นสามเหลี่ยมเรียวยาว) เนื้อเทนเดอร์ลอยด์หรือเนื้อสันใน เป็นเนื้อส่วนที่ตัดจากกลางลำตัว เป็นส่วนที่อยู่ทั้งสองข้างของแนวกระดูกสันหลัง เป็นส่วนที่นุ่มที่สุด ไม่มีไขมัน ใช้ตะเกียบตัดก็ขาดได้ง่าย ค่อยๆทานคำเล็กๆ ทานคู่น้ำจิ้มหลายๆแบบ จะได้ฟินค่ะ อิอิ 2. Sirloin (ชิ้นกลาง) เซอร์ลอยน์หรือเนื้อสันนอก เป็นเนื้อส่วนที่อยู่ระหว่างส่วนขาหลังและเนื้อส่วนล่าง จะมีความหนุบขึ้นมานิดนึง แต่ก็ยังนุ่มอยู่ ใช้ตะเกียบอาจตัดไม่ค่อยขาด แต่สามารถตัดแบ่งด้วยการกัด รสชาติอร่อยหอมๆค่ะ 3. Haneshita (ชิ้นสี่เหลี่ยม) เนื้อส่วนสะโพกค่ะ มีไขมันแทรกกระจายอยู่อย่างทั่วถึง นั่นคือ ติดมันเยอะสุด ตัดแบ่งไม่ออก ต้องเข้าปากเคี้ยวทั้งคำ ได้ความนุ่มๆหนุบๆ อร่อยอีกแล้วค่ะ สำหรับการทานเนื้อ จะเสิร์ฟน้ำจิ้ม 3 แบบมาให้เลือกทานค่ะ คือ - ซอสสเต๊ก จะออกรสหวานๆเค็มๆค่ะ จะคล้ายๆการทานเนื้อทั่วไป - เกลือ ทำให้เนื้อมีรสชาติเค็มขึ้นมานิดนึง แต่ไม่ควรจิ้มเยอะนะคะ สำหรับเรา แบบนี้ก็ทั่วไปค่ะ - วาซาบิ ทางร้านทำสดๆก่อนมาเสิร์ฟค่ะ ซึ่งเป็นความแปลกใฟม่สำหรับเรา เพราะไม่เคยทานเนื้อกับวาซาบิเลยค่ะ พอได้ลองทาน ชอบที่สุดเลยค่ะ เนื้อมีความหวานหอมนุ่ม ควรคู่กับความหอมเผ็ดๆ ลงตัวดี ถูกใจแบบนี้ที่สุดค่ะ แต่ใครไม่ชอบจิ้มอะไร ทานเนื้อเปล่าๆก็อร่อยค่ะ เพราะเนื้อมีความนุ่มหอมๆกลิ่นย่าง ต้องลองค่ะ - Salad สลัดผักสีเขียว มีแครอท มะเขือเทศ พริกหวาน พร้อมน้ำสลัด 2 ขวด คือแบบครีม และแบบงาขาว ผักสดกรุบกรอบดีค่ะ ทานเพลิน ก็เข้ากันดีกับเนื้อค่ะ - Soup ซุปเนื้อ มาแบบร้อนๆ ซดคล่องคอ รสกลมกล่อม กลิ่นเนื้อนิดๆ มีเห็ดและไชเท้ามาในซุปด้วยค่ะ ของหวาน จะมีให้เลือก 1 ใน 3 เมนูค่ะ คือ เลมอนเมอแรงค์, พานาคอตต้าซอสสตอเบอร์รี่ และ บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก - Pana cotta with strawberry sauce (75 บาท) พานาคอตต้า เนื้อนุ่มๆ หอมๆรสนมและชีส ชอบมากกกกก ด้านบนมีซอสสตอเบอร์รี่รสเปรี้ยวอมหวานเข้ากันดี และสตอเบอร์รี่สดให้เคี้ยวเพลินๆเล็กน้อย ถ้วยนี้ชอบจัง อยากได้อีกถ้วยเลยค่ะ 55 - ชาเขียวร้อน 80 บาท เป็นแบบรีฟิล รสชาติทั่วไป ไม่ค่อยมีกลิ่นหอมชาเท่าไหร่ค่ะ ทางร้านมีตราสัญลักษณ์รับรอง (Kobe Beef Certificate) เพื่อการันตีว่า เนื้อของที่ร้านนี้เป็นเนื้อโกเบแท้ๆ ค่ะ ใครเป็นสาวกคนรักเนื้อ ลองมาทานร้านนี้นะคะ... อ่านต่อ
28 Likes0 Comment
LikeShare
photo