4.3
286 เรตติ้ง (180 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในเวลา 18:00
เมนูของร้าน Zanotti IL Ristorante Italiano
[ศาลาแดง] ร้านอาหารอิตาเลี่ยนแบบดั้งเดิมสุดคลาสสิก การันตีโดย Ospitalita Italiana ~ Business Lunch บรรยากาศ Fine Dining(3.5*) Zanotti Il Ristorante Italiano แปลตรงตัวเลยคือ Italian Restaurant โดยเชฟผู้ก่อตั้งร้านชื่อ Gianmaria Zanotti ที่ตรงซอยศาลาแดงนี้เป็นสาขาแรกบุกเบิกของเค้าเลย เปิดตั้งแต่ปี 1998 ก็ 20+ ปี ในตอนที่ผมรีวิวนี้ครับ โดยสูตรและเทคนิคการปรุงอาหารของทางร้านจะเป็นแบบอิตาเลี่ยนทางเหนือ (เน้นพวกชีสเนย ซอสมะเขือเทศ เนื้อสัตว์และวัตถุดิบธัญพืชต่างๆในท้องถิ่น) แต่ก็มีปรับรสชาติอาหารบางอย่างให้ถูกปากคนไทยด้วยครับ ## ร้านนี้ได้รับรางวัล Ospitalita Italiana Thailand ซึ่งให้รับรองกับร้านอาหารอิตาเลี่ยนแท้ในประเทศไทย โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เข้มงวดที่กำหนดโดยสถาบันวิจัยการท่องเที่ยวแห่งชาติของอิตาลี project นี้เป็นการให้รับรองแบบทั่วโลก โดย edition ที่เป็นเฉพาะเมืองไทย เพิ่งจัดรางวัลให้เมื่อไม่นานนี้เอง (อารมณ์คล้ายๆ Michelin Guide แต่เป็นเวอร์ชั่นอาหารอิตาเลี่ยนเท่านั้น) ## ร้านนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดร้านอาหารอิตาเลี่ยนและมีความคลาสสิคร้านนึงในกรุงเทพก็ว่าได้ มีรีวิวมากมายใน blog หลายแหล่ง ทั้งคนไทยเองหรือฝรั่งต่างชาติกลุ่ม Expat ได้รางวัล Users’ Choice หลายปีซ้อนด้วยครับ ## ร้าน Zanotti ที่สาขาแรกตรงนี้เป็นสาขาหลักมีขายอาหารอิตาเลี่ยนหลากหลายเมนูพร้อมไวน์ต่างๆ รวมถึงพวกสเต็กด้วย ส่วนที่สาขาอื่นๆก็จะเน้นอาหารไลน์แตกต่างกันไป อย่างร้านสาขาหนึ่งของเค้าในซอยสุขุมวิท 11 ที่ชื่อ Pizzeria Limoncello จะเน้นขายเมนูพิซซ่าเป็นหลักครับ ## ปกติร้านนี้ราคาต่อจานค่อนข้างสูงอยู่แล้วครับ ถ้าสั่งเป็นแบบ A La Carte อย่างจานนึงสลัดง่ายๆมีขั้นต่ำ 200-300 บาท ไม่ได้มานานมากแล้ว พิซซ่าน่าจะอยู่ราวๆเฉลี่ยต่อถาด 500 บาทสำหรับหน้า plain ทั่วไปที่ไม่มีวัตถุดิบราคาสูงมาก ราคาทุกอย่างต้องมี ++ หมด เป็นปกติสำหรับ Fine Dining ## Business Lunch Set เฉพาะเวลา 11:30-14:00 (ครัวปิดก่อนหน้านิดหน่อย) จะมี 2 ราคา คือ 2-Course 350++ บาท กับ 3-Course 410++ บาท (ต่างกันตรงที่ 1 course ที่เพิ่มเข้ามาคือ Dessert นั่นเองครับ) [บรรยากาศร้าน:] เข้ามาในร้านให้อารมณ์แบบว่า Fine Dining เลย ทั้งในเรื่องการตกแต่ง อุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร (ดูจากรูปล่างรีวิวของผม) และการบริการของพนักงาน ร้านนี้ควรแต่งตัวสุภาพมานั่งทานครับ พนักงานทุกคนมี Service Code รู้ว่าลูกค้าเข้ามาต้องทำอะไรบ้างตามขั้นตอนครับ การจัดวางอุปกรณ์การทานบนโต๊ะ ลำดับการเสิร์ฟ เรียกว่าจัดเต็มครับ มีโอกาสแวะผ่านมาทานมื้อกลางวันที่ร้านนี้หลังจากไม่ได้มานานร่วมปีครับ มื้อกลางวันสำหรับวันธรรมดาทางร้านมีจัดเป็น Business Lunch Set อย่างที่เกริ่นไป ราคาประหยัดต่อหัว ทานแบบด่วนๆ ตรงตามเป้าหมายผม รอบนี้สั่งเป็น 3-course รวมของหวานด้วย โดยเลือกรายการอาหารจากแผ่นหน้าแรกในเมนูเค้าได้เลย เป็นเมนูเฉพาะช่วงกลางวันครับ สั่งมาตามนี้ ***** 3-Course Lunch Set ***** ** น้ำเปล่าเย็นๆรินเสิร์ฟฟรี ตลอด course ครับ ถ้าเราไม่ได้สั่งเครื่องดื่มอะไรพิเศษเพิ่ม /// Complimentary Bread และ Amuse Bouche /// ขนมปังเสิร์ฟเริ่มต้นใส่มาในถุงผ้า มีประมาณ 3 แบบ ทั้งแบบนุ่ม แข็ง กรอบเป็นแท่งเหมือนขาไก่ และมีขนมปังกระเทียมฝานแผ่นเล็กพอดีคำ พร้อม dressing เป็นซอสรสเผ็ดๆเนื้อบดละเอียด กับมะเขือเทศสดหั่นหยาบๆแช่ในน้ำมันมะกอก ทั้งคู่เบสเป็น Tomato Paste ผมชอบตัวที่เป็นแช่ในน้ำมันมะกอกตัวนี้อร่อยมากกินกับขนมปังแล้วสดชื่นจากมะเขือเทศไม่เข้มไป ผมมีคอมเม้นท์อย่างเดียวคือตัวขนมปังตอนมาเสิร์ฟเหมือนไม่ได้อุ่นมาใหม่ๆครับ ออกเย็นๆแล้ว ถ้าอุ่นมาเล็กน้อยจะเป็นเยี่ยมมากครับ (1) ENTRÉE • Soup of the day ซุปประจำวันเป็น Lobster Bisque หรือซุปเคี่ยวกับน้ำต้มล็อบสเตอร์ เนื้อออกข้นและลื่นไม่หนืด มีกลิ่นของความเป็นทะเลให้รู้สึกชัดดีหอมดี มีใส่เนื้อล็อบสเตอร์ชิ้นเล็กๆผสมในซุปด้วยนิดหน่อยพอให้รู้สึก และ Topping ด้วย Chickpeas หรือถั่วลูกไก่ธัญพืชทางแถบเมดิเตอร์เรเนียน มีความกรอบหน่อยๆ ถ้าแช่ในซุปนานๆจะนิ่ม ให้รีบตักขึ้นมากิน ส่วนตัวผมมีคอมเม้นท์คล้ายๆขนมปังคือถ้าเสิร์ฟมาแบบอุ่นๆกว่านี้จะดีมาก รู้สึกว่ามาถึงซุปออกเย็นไปหน่อย (2) MAIN • Ravioli Di Orata Al Pomodorino Saltato E Olive ชื่อเมนูภาษาอิตาลียาวมาก ดูแค่คำหน้าก็รู้คือเป็น Pasta แบบที่เรียกว่า Ravioli หน้าตามันก็คล้ายแป้งเกี๊ยวหนาห่อไส้ไว้ด้านใน ทางร้านนี้เส้น Pasta ทั้งหมดใช้เป็นแบบทำเองกับมือที่ร้านหรือ Handmade ไส้ Ravioli เมนูนี้เป็นปลากะพงแดงบดกับสมุนไพร (ทานไปก็คล้ายปั้นขลิบบ้านเรา 555) เอามาลวกได้ค่อนข้างกำลังดี ตัวแป้งห่อไม่นิ่มเละไป กัดไปยังมีความกรุบๆ ตัวไส้ปลาผมว่าออกแห้งร่วนไปหน่อย ตัวซอสที่ราดมาเขียนว่าเป็นซอสมะเขือเทศเชอร์รี่ลูกเล็กๆคลุกผสมกับมะกอกดำ รสชาติตัวซอสเข้มข้นดีมีความหวานเปรี้ยวเล็กน้อย มี texture ที่หนากว่า tomato paste ปกติ พนักงานมีถ้วยซอสราดเผ็ดๆตัวเดียวกับที่ทานกับขนมปังและพาร์เมซานชีสบดมาให้ด้วยถ้าต้องการเพิ่มรสเค็มหรือเผ็ดลงไป (3) DESSERT • Profiteroles โพรฟิสติโลแป้งอบกรอบเสิร์ฟคู่กับไอศกรีมวานิลาและซอสช็อคโกแลต เป็นขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศส แป้งคล้ายๆชูครีม แล้วสอดไส้ไอศกรีมวานิลลาราดซอสช็อคโกแลตโรยด้วยอัลมอนด์ฝาน ส่วนตัวเท่าที่ผมเคยทานเมนูขนมหวานนี้มาจากร้านอื่น ของที่ร้านนี้รู้สึกว่าตัวแป้งจะออก texture หนาหน่อยไม่บางมาก (ผมชอบแบบบางๆมากกว่า) รอบนี้รู้สึกว่าตัวขนมหวานทำมาได้อร่อยกว่ารอบก่อน เพราะตัวซอสช็อคโกแลตมีกลิ่นหอมกลมกล่อมไม่หวานมาก และอุ่นมาร้อนๆพอประมาณ ตกแต่งในจานดูดี /// Complimentary Dessert /// ถึงเราไม่สั่ง Dessert รวมใน course ทางร้านเค้าก็มีขนมหวานให้ฟรีอยู่แล้วครับ หน้าตาจะเป็นแผ่นแป้งม้วนลายตาข่าย เนื้อตรงกลางโปร่งๆ รสชาติออกจืดเลยแบบแป้งเปล่า โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง เรียกว่า Crostoli เป็นแป้งทอดของว่างแบบอิตาเลี่ยน ทราบมาว่าเป็นขนมที่ทางร้านทำบริการลูกค้าตั้งแต่เปิดร้านใหม่ๆเลย รวมเบ็ดแสร็จ 410++ บาท เป็น 482.57 บาทครับ #### สรุป คหสต #### • ส่วนตัวชอบพวกซอสที่เบสเป็นมะเขือเทศหรือ Tomato Paste ของร้านนี้ ทำออกมาได้ดีหลากหลายแนวขึ้นกับว่าเสิร์ฟกับเมนูอะไรเพื่อให้เข้ากันครับ • Lunch Set ในราคาเบาๆต่อคนไม่เกิน 500 บาท ผมถือคุ้มค่าถ้าอยากทานอาหารอิตาเลี่ยนที่ใช้วัตถุดิบดีแบบดั้งเดิม เหมือนกับสั่งตามเมนู แต่อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องรายการเมนูที่มีให้เลือกแค่ต้อง fix ตามที่ระบุในลิสท์ให้สั่งเท่านั้น เพราะทางร้านเค้าเตรียมพวกวัตถุดิบไปก่อนแล้ว ปรุงเสิร์ฟแบบจานด่วนใช้เวลาไม่นานครับ บวกกับความประณีตอาจลดลงเมื่อเทียบกับสั่งเป็นแบบตามในเมนูปกติ • เรื่องรสชาติเมื่อเทียบกับรอบก่อนที่มาทาน (รอบก่อนสั่งเป็นเมนูคลาสสิค Caesar Salad กับ Pizza Margherita) ส่วนตัวโดยรวมชอบรสชาติของอาหารรอบก่อนมากกว่า อาจเป็นเพราะว่าเป็นอาหารที่เสิร์ฟแบบทานเย็นก็ยังอร่อยอยู่ รอบนี้สังเกตที่ผมคอมเม้นท์คือตัวอาหารบางตัวเสิร์ฟมาค่อนข้างเย็นแล้วไม่ได้อุ่นเท่าไหร่อย่างซุป • การบริการถือว่าอยู่ในระดับ Fine Dining เลย ถึงแม้จะเป็นมื้อกลางวันครับ พนักงานมีแนะนำเมนูกาแฟด้วยตบท้ายมื้อ (จ่ายเพิ่มจากในชุด) เป็นกาแฟคั่วแบบ Italian Roast แก่ๆ ไม่ค่อยสันทัดหรือชอบเท่าไหร่เลยไม่ได้สั่งครับ สรุปว่าหากต้องการทานอาหารอิตาเลี่ยนวัตถุดิบดีปรุงอย่างต้นตำรับ มื้อกลางวันแบบเวลาไม่เยอะ ราคาไม่สูง และได้บรรยากาศอารมณ์แบบ Fine Dining แนะนำเลยครับสำหรับย่านศาลาแดง สำหรับรอบนี้จริงๆผมให้ 3.5 ดาว ขอปัดขึ้นไว้ให้ก่อนแสดงเป็น 4 ดาวไว้เหมือนรอบแรก ถ้ามารอบหน้าค่อยดูถัวเฉลี่ยปัดลงอีกทีถ้ารู้สึกดรอปลงครับ [พิกัด:] อยู่ชั้นล่างด้านหน้าของตึก Saladaeng Colonade Condominium ในซอยศาลาแดง (ช่วงกลางๆซอย) เยื้องๆฝั่งตรงข้ามเวิ้งที่มี MK Gold อยู่ ขับรถมาจอดที่ในตึกคอนโดนี้ได้เลย แล้วเอาบัตรมาแสตมป์ที่ร้านจอดฟรีครับ #WongnaiUsersChoice2020... อ่านต่อ
22 Likes0 Comment
photo