รีวิว Koko Japanese Restaurant

เมื่อ 3 อาทิตย์ที่แล้ว
photo
1 check-in
Quality Review
Omakase 20-Course 2199++ สำหรับ Beginner ผู้เริ่มทานอาหารสไตล์นี้เพื่อรู้ประสบการณ์ เมนูจะออกแนวฟิวชั่นส่วนหนึ่ง
เมนูเด็ด:Omakase 20 Courses

(3.5*) Koko ชื่อร้านอ่านว่า “โกโกะ” เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ได้ไม่นานครับ เมนูก็เน้นเป็นพวกซูชิต่างๆหรืออาหารสดครัวเย็น และก็เมนูครัวร้อนอื่นๆก็มี แบบ A La Carte หรือ Set ล่าสุดช่วงที่ผ่านมาเค้าออกโปรมาซึ่งเห็นเป็นกระแสอยู่เลย คือ Omakase ราคาเอื้อมถึงหรือเข้าถึงได้ง่าย ราคาเริ่มต้น 1xxx บาท สำหรับ 17-course เล็กสุดครับ ส่วนวันนี้ที่ผมมาลองทานดูและมาลงรีวิวไว้หลังทานเลย (เพราะวัตถุดิบจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆเป็นรายสัปดาห์หรือเดือน) คือ Course ที่ทางร้านจัดโปรพิเศษ จาก 7,500 เหลือ 2,199++ บาท และถ้าจองกับมัดจำล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน รับส่วนลดอีก 200 บาท ราคาสุดท้ายคือ 1,999++ บาท ผมเชื่อว่าใครที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นประเภทซูชิคงจะรู้จักคำว่า #Omakase (Chef’s Selection หรือแปลว่าเชฟจัดให้) อธิบายง่ายๆ ก็คือ คอร์สอาหารญี่ปุ่นที่เชฟจะเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดในแต่ละฤดูกาล มาทำซูชิแบบปั้นสดๆและพอดีคำที่เรียกว่าสไตล์เอโดะ (Edomae) คือข้าวคำไม่ใหญ่สมดุลกับเนื้อปลา วางบนถาดหรือจานรองให้ลูกค้ากินทีละคำและเรียงลำดับตามการทานที่เหมาะสม ปกติใช้มือหยิบซูชิที่ได้จากเชฟแตะโชยุหน่อยตามชอบและเอาเข้าปากได้เลย ไม่จำเป็นต้องใช้ตะเกียบ โดยในระหว่างทานเราสามารถสอบถามพูดคุยกับเชฟถึงวัตถุดิบที่เสิร์ฟเป็นคำต่อคำไป และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเชฟได้โดยตรงไม่ต้องอาย ความพิเศษของ Omakase อีกอย่างคือเชฟจะชอบจัดเมนูสุดสเปเชียลที่ไม่มีในเมนู A La Carte ปกติของร้านมาเสิร์ฟพิเศษในคอร์ส ในเมืองไทยเองมีร้านที่บริการ Omakase Course แบบระดับบน (ราคา 8K-10K บาทต่อคน) ยังไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่อยู่ตามโรงแรมหรือห้างหรูครับ ที่ราคาสูงมากส่วนหนึ่งอยู่ที่คุณภาพวัตถุดิบและอีกส่วนคือความมีชื่อเสียงของเชฟนำเข้าบินมาจากญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ซึ่งร้านระดับบนพวกนี้ต้องจองก่อนนานเป็นเดือนก็มี เท่าที่ผมเห็นถ้าเป็นร้าน Omakase ที่เสิร์ฟระดับเริ่มต้น ราคา 1.5K+ บาท ถึงกลางๆ 4K เริ่มมีเปิดมากขึ้นครับ อย่างในห้างดังๆกลางเมืองหรือมอลล์ตามย่านคนญี่ปุ่นอยู่เยอะๆครับ หรือจะเป็นร้านมีชื่อ standalone แยกมาเปิดส่วนหนึ่งเป็น Omakase โดยเฉพาะก็มีครับ ### Background ส่วนตัวผมต่อ Omakase ### ผมต้องออกตัวก่อนเลยว่าผมอาจจะมีประสบการณ์ Omakase ไม่เยอะมาก ส่วนตัวผมสำหรับ Omakase ในเมืองไทย ผมได้เคยลองประมาณ 3-4 ครั้ง course ที่เคยได้สัมผัส จะอยู่ range ระดับกลางๆ Nigiri Sushi ไม่เกิน 10 คำ หรือถ้าเรียกรวมๆ 16-17 courses ราคาราวๆ 4K++ ถึง 5K++ Bht/pax [พิกัดร้านและบรรยากาศรวมๆ] ร้านอยู่หลังอาคารหะรินธร ปากซอยสาทร 4 อย่าเลี้ยวเข้าซอยนี้ ให้เข้ามาที่ตัวอาคารนี้เลย ตัวร้านอยู่ใต้ตึกที่จอดรถด้านหลังของอาคารนี้ครับ พอถึงด้านหน้าตึกจอดก็เจอป้ายร้านเลยหาไม่ยาก แสตมป์ที่ร้านจอดฟรี 3 ชม. ด้านหน้าร้านตกแต่งให้อารมณ์ญี่ปุ่น เป็นสวนหินเซนย่อมๆ พอเดินเข้าไปก็มีส่วนต้อนรับและถัดไปก็เป็นที่นั่งทานเลย แยกเป็นส่วนโต๊ะปกติ กับอีกฝั่งหนึ่งเป็นที่นั่งบาร์ยาวตลอดแนวสำหรับลูกค้าที่มาทาน Omakase โดยเฉพาะ ไม่ได้เป็นห้องส่วนตัวอะไรที่มีประตูหรือฉากกั้น เป็นแค่โซนที่แยกออกมาต่างหากแต่ยังสามารถเดินทะลุไปส่วนนั่งทานปกติได้อยู่ ### Omakase Course ### • เปิดทุกวัน วันละ 4 รอบ คือ 12:00 / 16:00 / 18:00 / 20:00 • รอบนึงใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง แล้วแต่จำนวนลูกค้า • ปกติถ้าเป็น Omakase ทุกที่น่าจะเหมือนกันต้องโทรไปจองก่อนนะครับเพราะเค้าจะได้เตรียมวัตถุดิบให้ตามลูกค้าในแต่ละวัน • ช่วงที่ไปตอนนี้ที่ร้านมีให้เลือก 3 course 3 ราคาคือ # 17-course 1,799++ บาท # 20-course 2,199++ บาท ** ตัวที่มาทานในรีวิวนี้ # 20-course 2,999++ บาท ต่างกับตัวบนตรงที่ในคอร์สจะมีรวมวัตถุดิบสดที่แปลกและดีกว่า อย่างพวกหอยตามฤดูกาล (หอยงวงช้าง หอยนางรมญี่ปุ่น) หรือจะเป็นตับปลาญี่ปุ่น ส่วนกุ้งหวานเล็ก Ama Ebi จะเปลี่ยนเป็นกุ้งหวานใหญ่ Botan Ebi ** Lunch กับ Dinner ที่ร้านราคาเดียวกัน บางร้านช่วง Lunch จะราคาลงมากว่าตามวัตถุดิบที่ใช้ ปกติช่วงเย็นส่วนใหญ่จะได้พวกของวัตถุดิบสดดีกว่า ######################### << ประสบการณ์ Omakase Course 2199++ >> รอบที่ผมไปเป็นวันธรรมดา ช่วงมื้อกลางวัน 12:00 เป็นต้นไป (ถือว่าเป็นช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ เลือกมาช่วงนี้เพราะคนไม่เยอะมาก ลูกค้าที่นั่งบาร์ตอนที่ไปก็มีเยอะอยู่ 10 คนได้) เชฟที่ให้บริการและนำเสนอ course วันนั้น เป็นเชฟใหญ่ของร้านเลยพอดี (เชฟขึ้นอยู่กับวันและรอบที่เราไปนะครับ) เชฟจะใช้เวลาเตรียมตัวที่ในครัวซักครู่ประมาณ 5-10 นาที ก่อนออกมาต้อนรับที่หน้าบาร์ ขูดวาซาบิสดๆจากต้นให้เห็นกันเลย ใหม่ๆต่อรอบ ไม่เก็บไว้ใช้ เรียงตามลำดับ Course ที่เสิร์ฟเลยครับ 1. Chawan Kani Mushi ไข่ตุ๋นมีเนื้อปูซูไวผสมละลายในน้ำซุปที่ใช้ตุ๋น เนื้อเนียนใช้ได้ แต่ผมว่ามีน้ำนองไปหน่อยและมีความเค็มหน่อยน่าจะมาจากเนื้อปูที่ใส่ตุ๋นลงไปด้วย 2. Yasai Nimono ตัวนี้เป็นลักษณะ Amuse Bouche เป็นสลัดผักโรลทำพอดีคำเล็กๆ 2 คำ ท็อปด้วยปลาแห้งกับ Nama Uni (ไข่หอยเม่นสด จะลงรายละเอียดในคำที่เป็นวัตถุดิบตัวนี้โดยเฉพาะ) วางแช่ในน้ำสลัดงาญี่ปุ่นเข้มข้น ส่วนตัวผมว่าแค่มีสลัดผักโรลอย่างเดียว 2 คำก็พอแล้วไม่ต้องมีซุปหรือน้ำสลัดงาเพราะรสเข้มไปตัดกลิ่นอูนิครับ 3. Sashimi (Shiromi = ปลาเนื้อขาว) เชฟเลือกเป็นปลา Kampachi เนื้อปลาจะออกนุ่มๆดี ไขมันไม่เยอะเท่า Hamachi มีวาง Ikura ด้านบนตกแต่ง ตัวนี้รู้สึกจะไม่ได้เอาไปหมักหรือดองอะไรแบบสดๆเลย เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยก่อนเข้า Main Course ลักษณะ Amuse Bouche 4. Madai Nigiri เริ่มต้น Nigiri คำแรก แน่นอนต้องเริ่มจากปลาเนื้อขาวที่มีรสอ่อนสุดก่อนแล้วไล่ขึ้นไปเป็นปลาที่มีความมันและสีเข้มขึ้นตามลำดับ เป็นปลาตระกูลเดียวกับ Kinmedai ลงท้ายด้วยไดเหมือนกัน เป็นปลาเนื้อขาวมีราคา ปลาตัวนี้เนื้อจะออกแข็งกรอบและมีเอ็นเหนียวกว่าปลาเนื้อขาวอื่นๆ เชฟเค้ามีการบีบมะนาวญี่ปุ่นกับขูดโรยเกลือหิมาลายันซึ่งมีความบริสุทธิ์ลงไป เชฟเอาลูกมะนาวเขียวญี่ปุ่นมาให้ดู ลูกดูทรงไม่ค่อยกลมมากเท่ามะนาวไทย เค้าบอกว่ารสจะออกมีความเค็มอูมามิกว่ามะนาวไทยที่เน้นเปรี้ยวอย่างเดียว แค่นี้เลยไม่ต้องทาซอสใดๆที่ชิ้นปลา ได้ความเปรี้ยวแบบไม่จี๊ดกับความเค็มของเกลือ คำนี้อร่อยดีครับ 5. Hirame Nigiri ตามด้วย Hirame หรือเนื้อปลาตาเดียว เชฟบอกให้ข้อมูลว่าจะเป็นปลาตระกูลเดียวกับที่เอามาทำ Engawa หรือส่วนครีบปลาติดไขมัน เค้าบอก Hirame ไม่นิยมเอามาทำ Engawa ทานส่วนเนื้อขาวอย่างเดียว คำนี้ผมบอกให้เค้าแต้มวาซาบิสดมาเพิ่ม ซูชิตัวนี้เค้ามีขูดผิวส้มยูซุกับโรยเกลือหิมาลายันลงไป และมีทาซอสหวานๆแต้มลงไปหน่อย เนื้อสัมผัสปลาตัวนี้จะออกลื่นๆนุ่มๆมีความมันกว่าคำก่อนหน้านี้ครับ 6. Hamachi Nigiri มาถึงคำถัดมา Hamachi ขึ้นชื่อว่าเป็นปลาเนื้อขาวที่มีความมันมากอยู่แล้ว เชฟเลือกเป็น Nigiri ปลาเนื้อขาวตัวสุดท้ายก่อนไปตัวอื่นที่มีความมันมากขึ้น เชฟเลือกส่วนท้องเป็นพิเศษให้เลย และแต้มด้วยซอสสาหร่ายด้านบนครับ ออกกลิ่นหอมๆและมีความเค็มหน่อยๆตัดกับความหวานมันของส่วนท้องปลา 7. Ama Ebi เชฟนำเสนอในรูปแบบแปลกใหม่ใส่มาในแก้วค็อกเทล ใส่เป็นข้าวคลุกมันปู ด้านบนมีกุ้งหวานเล็ก Ama Ebi ตามชื่อเมนู ท็อปด้วยไข่ปลาคาเวียร์และไข่ปลาแซลมอน ก่อนเริ่มทานเชฟจะมีฉีดผงทองลงไปเพิ่มความวาวสวยๆและความเค็มอูมามิ เมนูนี้หลายคนที่มาทานเห็นถ่ายรูปกันเยอะเพราะมันขึ้นกล้องครับ 555 ส่วนรสชาติส่วนตัวผมว่ารสชาติใช้ได้ มีความหวานจากกุ้ง ความมันหอมนวลจากไข่ปลา ผงทองช่วยให้รสมันกลืนกันไม่เค็มเกินไป 8. Hotate Yaki คั่นกลาง course ก่อนไปพวก Gunkan ที่มีหน้าวัตถุดิบของดี ด้วยเมนูนี้ ตามชื่อเลยเป็นหอยเชลล์ญี่ปุ่น Hotate เอาไปย่างบนเตาถ่านเล็กๆ เชฟถือเตาแบบญี่ปุ่นเล็กๆมาย่างให้เห็นๆกันที่หน้าบาร์เลย หอยตัวใหญ่เบิ้มเลย ตอนย่างตรงหน้ามาได้กลิ่นหอมมาเลย และก็เอาสาหร่ายแผ่นมาปัดๆโดนไฟให้มีกลิ่นหอมๆและกรอบๆ และเชฟก็จะไปเตรียมตัวข้าวที่เป็นทีเด็ด เห็นเค้าหยิบ Uni สดๆจากกล่อง ใช้เป็นตัวเมีย (สีเหลืองอ่อน) เอามาคลุกกับข้าวที่เตรียมไว้ เอามาวางบนแผ่นสาหร่ายพับห่อและวางหอยเชลล์เป็นไส้ตรงกลางแต้มวาซาบิ ยื่นมาให้เรา เมนูนี้อร่อยดีครับ ชอบๆ ตัวข้าวคลุกอูนิอร่อยครับ ส่วน Hotate แบบย่างเนื้อมันจะออกแห้งๆหน่อยไม่เหมือนแบบกินสดแต่มีความหวานและหอมย่างถ่านครับ 9. Uni Gunkan มาถึงคำทีเด็ดของอร่อยที่คาดหวังใน Course ว่าควรจะมี เชฟเดินไปถือกล่อง Nama Uni มาให้ดู 2 กล่อง เค้าบอกว่าเป็นของประมูลมาจาก Toyosu Market หรือตลาดปลาใหม่ในโตเกียว และให้ข้อมูลว่าหน้าฤดูกาลนี้ที่หาได้จะเป็นสายพันธุ์ Bafun คนละพันธุ์กับ Murasaki ที่เห็นได้บ่อยๆช่วงฤดูอื่น Bafun จะออก Creamy หวานมัน ในกล่องมี 2 สี สีเหลืองอ่อนจะเป็นตัวเมียรสชาติจะออกหวานมันๆกว่า (เค้ามาใช้คลุกข้าวในคอร์สก่อนหน้านี้) สีเหลืองเข้มออกส้มจะเป็นตัวผู้ครับ ส่วน Gunkan (ซูชิที่เป็นสาหร่ายพันห่อข้าวแต้มหน้าด้านบน) คำนี้เชฟใส่ Uni มาจัดเต็มดี มีทั้งตัวผู้ตัวเมียในคำเดียว กินเข้าไปผสมกันรสชาติอร่อยมาก ไม่คาวเลย (อันนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพและความสดของวัตถุดิบที่เลือกมาใช้) 10. Ikura Gunkan หรือ Gunkan หน้าไข่ปลาแซลมอน ปั้นคำพอดีคำไม่ใหญ่มาก มีขูดผิวส้มยูซุเพิ่มความหอมสดชื่นลงไปด้วย คำนี้ผมว่าธรรมดา Ikura เกรดที่ใช้ถือว่าดีใช้ได้ ดองไม่เค็มมาก 11. Zuwai Ankake ซุปไช้เท้าตุ๋นขาปูซูไว (เห็นเป็นขามาเลย) ตัวน้ำซุปเชฟบอกว่าตุ๋นใส่เป๋าฮื้อลงไปด้วย มีเนื้อปูผสม ตัวน้ำซุปออกข้นๆเหนียวๆหน่อย ให้อารมณ์คล้ายซุปหูฉลาม 12. Chutoro Nigiri ต่อด้วยซูชิหน้าทูน่า ปกติตามเมนูจะเป็น Akami (ทูน่าเนื้อแดงไม่มัน) วันไปเชฟมีเปลี่ยนเป็น Chutoro ให้แทน (มันขึ้นระดับหนึ่ง) ปลามีเอาไปหมักในซอส Zuke (โชยุผสมกับพวกมิรินและสาเกปรุงอาหาร) มีความหอมหวาน ตัวเนื้อส่วนนี้ชิ้นสวยงามมีสีชมพูเข้มตามลักษณะของ Chutoro มีความมันแทรกกลางๆอร่อยครับ มีแต้มโดยใบโอบะซอยหมักกับซอสด้านบนเพื่อดับเลี่ยน 13. Unagi Snow เสิร์ฟแบบรูปแบบทันสมัยครับ ตัว Snow หรือเกล็ดเหลืองอ่อนๆที่โรยมาคือไข่แดงสุกหมักโชยุที่เชฟขูดใส่ลงมา ตัวปลาไหลย่างออกมันๆหน่อย มีกลิ่นคาวเฉพาะของมัน เชฟพยายามใส่ไข่แดงแห้งๆขูดลงไปเพื่อลดความเลี่ยนมันของปลาไหลย่าง 14. Otoro Inaniwa อารมณ์คล้ายหมี่เย็นญี่ปุ่นในน้ำซอสพอนซึเปรี้ยวๆตัดมันของโอโทโร่สับหยาบๆที่วางด้านบน รองด้วยเส้นอินานิวะเป็นเส้นอูด้งประเภทหนึ่งครับ สูตรดั้งเดิมของจังหวัด Akita ตอนใต้ ตัวเส้นจะแบนๆเล็กๆสีขาว ต่างจากอูด้งปกติที่เรากินกัน อารมณ์คล้ายๆกับบะหมี่เปาะบ้านเรา แต่ตัวเส้นเป็นแป้งสีขาว ออกนุ่มๆ คีบแล้วลื่นๆ ความพิเศษเฉพาะของเมนูนี้คือตัวซอสเปรี้ยวๆมีใส่ Virgin Truffle Oil ลงไปด้วย กินแล้วได้กลิ่นหอมทันที เชฟบอกใช้น้ำมันทรัฟเฟิลจาก White Truffle อย่างดี ราคาแพงกว่า Black Truffle ทั่วไป Course นี้ผมชอบครับ อร่อยดี กินแล้วสดชื่นดีหลังจากของคาวมันๆหลาย course ก่อนหน้านี้ 15. Matsuzaka Dry Suki ตัวต่อไปที่หลายคนชอบกันและเสิร์ฟเป็นเอกลักษณ์ของร้าน คือสุกี้ยากี้เนื้อแบบแห้ง (ก็ไม่ถึงกับแห้งสนิท ยังมีน้ำขลุกขลิกอยู่) เชฟเอาเตาต้มน้ำซอสสุกี้ยากี้ผุดๆเตรียมมา และจานใส่เนื้อ Matsuzaka แล่บางกำลังดีมาให้ดู ตอนเป็นเนื้อดิบลายหินอ่อนสวยดี (ไม่แน่ใจว่าขนาดนี้เรียกว่าเกรด A5 หรือเปล่า) เอาเนื้อลงไปแกว่งลวกในซุปพอให้สุกทานได้ ไม่สุกไปจนแข็ง วางในจานพร้อมไข่แดงดิบเวลาทานก็ตีคลุกกับเนื้อคีบเข้าปากเลย ส่วนตัวผมว่าตัวเนื้อได้กลิ่นหอมของเนื้อดีมาก เนื้อนุ่มใช้ได้แต่มีความเหนียวเล็กน้อย ตัวน้ำสุกี้ยากี้ออกหวานๆเค็มๆเข้มข้น เชฟบอกเคี่ยวกับกระดูกวัวหลายชั่วโมง 16. Foie Gras Sandwich เมนูสไตล์ฟิวชั่นอีกตัว เป็นแซนวิชไซส์เล็กๆขนาดพอดีคำ ตัวขนมปังประกบเอาไปย่างถ่านกรอบๆ อารมณ์คล้ายขนมปังร้านหมูสะเต๊ะ ตัว Foie Gras ตรงกลางชิ้นค่อนข้างหนาดี เชฟบอกว่าให้เอาไปย่างรมควันบนถ่านไม้ กลิ่นหอมดี จะออกแห้งหน่อยๆไม่เหมือนกับใช้ทำหน้าซูชิทั่วไปที่ย่างไฟแบบมันๆ แต่ตัวซอสที่ใช้เค้าจะไม่ทาที่ตัวตับ แต่จะราดมารองตรงก้นจานเป็นซอสรสเปรี้ยวออกแนวเกรวี่สำหรับตัดเลี่ยน Foie Gras 17. Tamago Bate เป็นไข่หวานสไตล์ที่เสิร์ฟตามร้าน Omakase หน้าตาจะออกคล้ายเค้กฟูๆ เป็นแบบ Flourless หรือไร้แป้ง เอาไข่ไปตีฟูๆอบขึ้นรูปเป็นเค้กไข่หวาน เชฟให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีผสมเนื้อกุ้งกับปลาหมึกบดลงไปด้วย 18. Hirame Osuimono เป็น Clear Soup น้ำซุปใสปลาแห้งรสออกหวาน ได้กลิ่นปลาแห้งชัดเจน ก้นถ้วยมีเนื้อปลาขาวต้มสุกใส่มาก็เป็น Hirame ปลาตาเดียวตามชื่อเมนูครับ เชฟมีขูดผิวส้มยูซุลงไปด้วย รู้สึกได้กลิ่นหอมสดชื่นดีครับ ซุปปิดท้ายก่อนเข้าของหวานล้างปากจริงจังก่อนจบคอร์ส 19. Ice Cream of the Day วันที่ไปเป็นรสวานิลา ผมว่ารู้สึกธรรมดาไปหน่อย ไม่ค่อยมี Value เชฟบอกจริงๆว่ามีรสอื่นด้วยอย่าง ส้มยูซุ ชาเขียว ขึ้นอยู่กับวัน เสิร์ฟบนชามน้ำแข็งพร้อมเมลอนซีกนึงใน course ถัดไปสุดท้าย 20. Melon เมลอนตบท้ายหวานดี ####### คหสต สำหรับประสบการณ์ Omakase ที่นี่ ####### • ความสดและคุณภาพของวัตถุดิบหน้าซูชิ: ก็ถือว่าพรีเมียมและสมควรที่จะต้องมีวัตถุดิบพวกนี้คือ Nama Uni, Hon Maguro, Hotate, Ama Ebi/Botan Ebi ตามมาตรฐานของร้าน Omakase และระดับราคาประมาณนี้คือ 2K ได้ของพวกนี้ในราคานี้ถือว่าใช้ได้อยู่ครับ • ข้าวซูชิ: ## คหสต เรื่องรสชาติข้าวผมว่าน้ำส้มที่ใส่ลงไปกำลังดีไม่ทำให้มีรสเปรี้ยวเด่นไป แต่ผมว่าเค้าปั้นข้าวซูชิแน่นไปนิดหน่อยแต่ก็เกือบโอเคแล้วครับ ผมใช้มือหยิบซูชิเข้าปาก เลยพอสัมผัสได้ เวลาเคี้ยวในปากจะไม่คลายตัวทันทีต้องมีเคี้ยวหน่อยเพื่อให้รสชาติผสมกลมกลืนกับปลา อยู่ที่สไตล์การปั้นซูชิของเชฟครับ • รูปแบบหน้าตาอาหารหรือ Presentation บางเมนูจะออกแนวฟิวชั่นทันสมัยหน่อยอย่าง ข้าวมันปูหน้ากุ้งหวานที่เสิร์ฟในแก้วค็อกเทล หรือแซนวิชฟัวกราว์ รวมถึงวัตถุดิบเครื่องปรุงที่ใช้มีความเป็น East-Meet-West ด้วย อย่างใช้ Truffle Oil ในตัวหมี่เย็น สำหรับคนที่เพิ่งเคยทานอาจจะดูตื่นตาและถ่ายรูปสวยๆดี อันนี้ก็เป็นตามแนวสไตล์ของร้านครับว่าต้องการเน้นเรื่องอะไร ถ้าเป็นเรื่องการตลาดประชาสัมพันธ์ให้คนจดจำหน้าตาอาหารที่สะดุดตาแปลกดีก็ถือว่าเหมาะสมดีสำหรับร้านนี้ บางร้านอาจจะเน้นเรื่องความพรีเมียมหรือวัตถุดิบหายากแปลกๆ หรือบางร้านขายที่ชื่อเชฟเลยก็มี • บรรยากาศร้าน ปกติแล้วเวลาผมไปทาน Omakase Course ส่วนใหญ่เค้าจะจัดเป็นห้องส่วนตัวเลย นั่งทานพูดคุยกับเชฟข้างหน้าเราได้โดยตรงตลอดเวลา ของที่ร้านนี้ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่เปิดส่วนหลักของร้านเลยที่นั่งทาน เวลาลูกค้าเดินผ่านเข้ามาในร้านก็จะเห็นได้ • รูปแบบการจัดแสงไฟในบริเวณที่ทาน Omakase และบรรยากาศรอบๆ ก็เกี่ยวเนื่องกับข้อก่อนหน้าครับ ปกติแล้วที่เจอจะเป็นห้องและแสงไฟส่องสว่างจะสีนวลส้มๆ ทำให้อาหารดูน่าทาน และถ่ายรูปสวยขึ้นมากครับ ของที่นี่เรื่องแสงไฟจัดได้ตามหลักอยู่ แต่ตัวที่นั่งบาร์ผมว่าเคาน์เตอร์ส่วนที่เชฟเตรียมอาหารและปั้นซูชิดูเหมือนจะสูงกว่าระดับสายตาลูกค้าที่นั่งไปหน่อย และเวลาปั้นซูชิเสร็จแล้ววางบนถาดรองด้านหน้าที่อยู่บนเคาน์เตอร์ ถ้าคนไม่สูงมากอาจต้องมียกมือเอื้อมไปหยิบลำบากหน่อยครับ อันนี้อยู่ที่การออกแบบตัวร้านว่าเหมาะสมกับการเสิร์ฟอาหารสไตล์ Omakase หรือเปล่า เข้าใจว่าร้านตอนแรกคงเน้นเสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นทั่วไปและมีที่นั่งตรงซูชิบาร์เฉยๆ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ Omakase โดยเฉพาะ • อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือความรู้ในเรื่องวัตถุดิบต่างๆของเชฟหน้าบาร์รวมถึงพนักงานที่คอยดูแลเรา เพราะ Omakase เป็นเหมือนประสบการณ์หนึ่งที่ลูกค้ายอมจ่ายเงินมาทานและคาดหวังในเรื่องคุณภาพวัตถุดิบและข้อมูลต่างๆในสิ่งที่ทางเชฟทำให้ทาน เรื่องนี้ทางร้านถือว่าทำได้ผ่าน หัวหน้าเชฟคนไทยสามารถให้ข้อมูลได้ดีทีเดียวเกี่ยวกับอาหารที่เสิร์ฟครับ สรุปร้านนี้ถ้าใครเป็นคนเคยทานสไตล์ Omakase มีประสบการณ์ advance หน่อย อาจจะนึกถึงความเนี๊ยบทั้งเรื่องสถานที่และบริการเพิ่มเติมนอกจากเรื่องราคาแล้วร้านนี้อาจไม่ตรงกับประสบการณ์ที่เคยมานะครับ แต่ถ้าอยากลองสไตล์ Omakase ที่เน้นเรื่องราคาแบบเอื้อมถึงและมาบ่อยๆได้ ร้านนี้โอเคครับ สำหรับใครที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ Omakase เลยหรือ Beginner ร้านนี้คุ้มค่าที่จะมาลองดู เปิดประสบการณ์ใหม่ๆมากกว่าจากร้านซูชิที่เสิร์ฟแบบทั่วไปครับ รวมๆ 3.5 ดาว ปัดแสดงเป็น 4 ดาว


57 Likes0 Comment
Share
เรียงตาม : ยอดนิยม / ล่าสุด
เมื่อ อาทิตย์ที่แล้ว
photo
Quality Review
Premium Course Omakase 20 คำ 2,999 ++ บาท อร่อยฟินคุ้มราคา!
เมนูเด็ด:Premium Omakase 20 courses

สำหรับคนที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นแล้ว เชื่อว่าต้องคุ้นเคยกับคอร์สอาหารแบบโอมากาเสะ (Omakase) บ้างไม่มากก็น้อย โดยปัจจุบันนี้ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ A la carte หลายๆร้านก็เริ่มมีการจัดคอร์สแบบ Omakase เป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าด้วย ซึ่งร้าน Koko Japanese Restaurant แห่งนี้ก็เช่นเดียวกันค่ะ ความเร้าใจของร้านนี้คือการจัด Omakase วัตถุดิบพรีเมียมในราคาที่เอื้อมถึงง่าย มาฟินกันได้บ่อยๆแบบกระเป๋าไม่ฉีกนั่...

อ่านต่อ »

80 Likes0 Comment
Share
เมื่อ 3 อาทิตย์ที่แล้ว
photo
Quality Review
โอมากาเสะมาแรง คอร์สและราคาน่าสนใจ
เมนูเด็ด:Omagase 20 course

ร้าน Koko Japanese Restaurant เปิดมาประมาณหนึ่งปีแล้ว เป็นที่รู้จัก กับคอร์สโอมากาเสะ หลากหลายราคาต่อคอร์ส เริ่มต้นแค่พันต้นๆ ก็มี และปีนี้พร้อมลุยให้บริการ Omakase สไตล์พรีเมี่ยม ทานได้คาว หวาน ทั้งหมดถึง 20 คอร์ส ทานหมดนี่อิ่มเลยจ้า แต่ละคอร์สคัดสรรวัตถุดิบสดๆ ที่ดีที่สุดในแต่ฤดูกาลส่งตรงจากญี่ปุ่น มีครบตั้งแต่ อูนิ โอโทโร่ กุ้งหวาน ตับห่าน เนื้อมัตสึซากะ A5 ปลาไหล ​ปู Zuwai หอยเชลล์โอตาเต...

อ่านต่อ »

51 Likes0 Comment
Share
เมื่อ อาทิตย์ที่แล้ว
photo
Quality Review
Omakase เกรดพรีเมียม 20คำราคาโปร - ปลาสดนำเข้าจากญี่ปุ่นทุกวัน
เมนูเด็ด:Omagase 20 course, Botan, Gai, Otoro Negi, Otoro Sandwich, Otoro Sushi

วันนี้มาทาน Omakase สไตล์Edo โดยผสมผสานญี่ปุ่นสมัยดั้งเดิม และแบบร่วมสมัย ร้านKoko ปลาร้านนี้เด่นดีตรงที่นำเข้าสั่งตรงจากญี่ปุ่นทุกวัน วัตถุดิบเกรดพรีเมียม โดยชุดOmakaseนั้นทางเชฟจะเสริฟ์วัตถุดิบตามฤดูกาล โดยชุดOmakase ที่ร้านมี2ราคา ราคา 2,199 ++ ลดจาก 7,500 บาท และราคา 2,999 ++ลดจาก 8,500 บาท เวลาการทานประมาณ2-2.30ชม. โดยชุดที่เราทานนั้น ราคา2,999++ อาหารมีทั้งหมด 20 คอร์สคะ เริ่มทานกันเล...

อ่านต่อ »
Koko Japanese Restaurant

32 Likes0 Comment
Share
เมื่อ 3 อาทิตย์ที่แล้ว
photo
1 check-in
Quality Review
Omakase Special Course 2,199++
เมนูเด็ด:Omakase 20 Courses

Koko Japanese Restaurant ตั้งอยู่ที่อาคารหะรินธร บริเวณปากซอนสาทร4 พร้อมที่จอดรถสะดวกสบาย มาทานที่ร้านสามารถแสตมป์จอดรถฟรีได้ 3 ชั่วโมง ทางร้านมีให้บริการทั้งแบบ a la carte, ชุดอาหารมื้อกลางวัน(Lunch Set) และไฮไลต์ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ก็คือ Omakase นั่นเอง สำหรับ Omakase ของทางร้านKoko Japanese Restaurant จะมีอยู่ 2 ราคา - Full Course 1,699 ++ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 17 คอร์สด้วยกัน - Premium ...

อ่านต่อ »

33 Likes0 Comment
Share
เมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว
photo
1 check-in
Quality Review
กลับมาอีกครั้งเพื่อ omakase คุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้

ครั้งก่อนมาทานแบบ a la carte ก็ค่อนข้างประทับใจไปแล้ว ครั้งนี้มีโอกาสชวนคุณพ่อผู้ไม่ค่อยถนัดซูชิกลับมาลองคอร์ส omakase ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในขณะนี้ และเป็นการทานโอมากาเสะครั้งแรกของคุณพ่อด้วยค่ะ ปกติคอร์สโอมากาเสะของที่ร้านจะมีหลายราคาแตกต่างกันไปตามจำนวนคอร์สและวัตถุดิบ โดยหลักๆจะมี 3 คอร์สได้แก่ 1799++บาท, 2199++บาท และ 2999++บาท แต่ก็สามารสรีเควสวัตถุดิบพรีเมียมอย่างทรัฟเฟิลได้ ซึ่งราค...

อ่านต่อ »
Koko Japanese Restaurant

23 Likes0 Comment
Share
รีวิวก่อนหน้านี้เมื่อ 14 ก.ย. 2019

ร้านอาหารญี่ปุ่นดีๆอีกร้านในย่านสาทร

อ่านต่อ »
Wongnai
Download Wongnai App Free
App StorePlaystore
Follow Us
สำหรับผู้ใช้ Wongnai
ระดับของผู้ใช้ Wongnaiเกี่ยวกับ Wongnai Eliteตารางอันดับของผู้ใช้งานแนวทางปฏิบัติของผู้ใช้งาน
สำหรับร้านหรือธุรกิจ
แจ้งเป็นเจ้าของร้านลงโฆษณากับ Wongnaiระบบจัดการร้านอาหาร (Wongnai POS)รับเดลิเวอรีผ่าน Wongnai x LINE MAN (RMS)บทความเทคนิคการตลาดเช่าพื้นที่ Wongnai Co-Cooking Space
สำหรับสื่อมวลชน
ข่าว Wongnaiปฏิทินกิจกรรม Wongnai Eventโลโก้ Wongnai และวิธีการใช้
ร่วมงานกับเรา
ตำแหน่งที่เปิดรับLife @ Wongnai
เกี่ยวกับ Wongnai
ประวัติบริษัทติดต่อเราศูนย์ช่วยเหลือ
Copyright @2010-2020
Wongnai Media Co., Ltd. All right reserved.
Terms & ConditionsPrivacy Policy
THEN