รีวิว UMENOHANA นิฮอนมูระมอลล์

10 เม.ย. 2014
photo
EDITOR'S CHOICE
ปูปูและปู กับ Taraba Crab Festival หนึ่งปีมีช่วงเดียวและที่เดียวที่ Umenohana
เมนูเด็ด:ปูทาราบะ, โอโทโร่, Uni Sushi

Umenohana ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดหรูในเครือ S&P ที่ตั้งอยู่ในโครงการ Nohonmachi ทองหล่อ 13 ร้านนี้เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ Hi-end ที่มีต้นตำรับแท้ๆมาจากฟุกูโอกะ ร้านนี้ที่ญี่ปุ่นจะโด่งดังมากในเรื่องของ "ปู เต้าหู้ และซูชิ" ครับ สาขาแรกที่ไทยนี้ก็เช่นกันครับ ตั้งแต่เข้าร้านไปก็ได้บรรยากาศญี่ปุ่นแท้ๆ รวมถึงลูกค้าที่มานั่งทานในร้านที่ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นลูกค้าคนญี่ปุ่นเช่นกันครับ สำหรับวันนี้ขาดไม่ได้เลยอย่างแรกต้องขอขอบคุณเวปไซต์วงในมากครับที่ทำให้ผมได้ลองเมนูโคโตบูกิ (Kotobuki) ซึ่งประกอบไปด้วยถึงอาหารญี่ปุ่นเกรดพรีเมี่ยมถึง 11 คอร์สกันเลยทีเดียวครับ ซึ่งการเสิร์ฟอาหารเซตนี้จะทำเป็นสไตล์ไคเซกิ (Kaiseki) ซึ่งก็คืออาหารเซตตามฤดูกาลที่ได้เตรียมไว้แล้วและจะทำการเสิร์ฟทีละคอร์สๆจนครบทุกคอร์สครับ สำหรับเมนูไคเซกิประจำวันนี้ก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก "ปู" ครับ ในเซตนี้จะได้ทานปูทาราบะที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นแบบสดๆกันอย่างอิ่มหนำสำราญกันไปเลยครับ เซตนี้เป็นเมนูพิเศษของทางร้านที่อยู่ในช่วง Crab Festival นะครับ จะเสิร์ฟตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงมิถุนายนนี้เท่านั้นครับ [การเดินทาง] ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 (ถ้านับแบบเราๆจริงๆแล้วร้านจะอยู่ชั้น 3 นะครับ เพราะว่าชั้นแรกทางร้านให้เป็นชั้น G ฮ่าๆ) ในโครงการ Nihonmura ในซอยทองหล่อ 13 ครับ วิธีการเดินทางมาก็ไม่ยากครับ ถ้ามารถไฟฟ้า BTS ก็ลงที่สถานีทองหล่อแล้วต่อด้วย taxi เข้ามายังโครงการได้เลยครับ หรือว่าถ้าจะขับรถมาก็สามารถมาจอดรถในโครงการ Nihonmura ได้เช่นกัน แต่ที่จอดรถในโครงการมีไม่มากนะครับ ยิ่งถ้านำรถมาจอดอย่าลืมเก็บใบเสร็จของร้านอาหารที่มาทานเอาไว้ใช้ยื่นตอนออกด้วยนะครับ ไม่งั้นมีแสตมป์บัตรจอดรถของทางร้านไปก็ต้องเสียค่าที่จอดรถอยู่ดีครับ [บรรยากาศ] ร้านนี้ตกแต่งด้วยสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆเลยครับ ข้างในร้านส่วนใหญ่จะเป็นห้องส่วนตัวที่ต้องทำการจองเข้ามาก่อนนะครับ (walk-in เข้ามาอาจจะเต็มได้นะครับ) แต่ก็มีโต๊ะธรรมดาสำหรับนั่งทานอยู่บางส่วนเช่นกันครับ ภายในร้านประดับตกแต่งด้วยต้นไม้ญี่ปุ่นมากมาย มีต้นซากุระ และอุปกรณ์ตกแต่งที่ทำให้เหมือนกับทานอยู่ในเรียวกังญี่ปุ่นอย่างนั้นกันเลยทีเดียวครับ ตัวร้านก็สะอาดมากๆๆๆ เข้าร้านมาต้องถอดรองเท้าให้เรียบร้อยครับ จะมีพนักงานเอารองเท้าเราไปเก็บในชั้นวางรองเท้าให้ สามารถมารับคืนได้เวลาที่ทานเสร็จแล้วนะครับ ชอบบริการตรงนี้มากๆครับ [การบริการ] พนักงานในร้านบริการได้ดีเยี่ยมครับ ใส่ชุดกิโมโนยิ้มแย้มแจ่มใสกันทุกคนเลยครับ ก่อนจะเข้ามาเสิร์ฟอาหารทุกครั้งจะมีการเคาะประตูก่อนทุกครั้ง ถ้าลูกค้านั่งบังทำให้พนักงานเสิร์ฟอาหารไม่ได้พนักงานก็จะพูดขอโทษทุกครั้งก่อนที่จะเสิร์ฟครับ แถมการทานแบบไคเซกินั้นปกติแล้วก็จะมีพนักงานคอยอธิบายถึงวัตถุดิบและการทำรวมถึงวิธีการรับประทาน ทำให้ซึมซับบรรยากาศได้มากเลยครับและยังได้ความรู้เพิ่มเติมอีกเยอะเลยด้วยครับ [รสชาติอาหาร] ถ้าคุณเป็นคนชอบปู บอกได้คำเดียวว่าห้ามพลาดเทศกาลปูทาราบะนี้ด้วยประกาศทั้งปวงครับ เพราะคุณจะได้กินปู ปู และปูที่มีคุณภาพมากๆกันจนจุกและอิ่มกันไปข้างนึงได้เลยครับ สำหรับชาที่ทางร้านเสิร์ฟ ทางร้านจะเสิร์ฟชาร้อนสองแบบก่อนทาน Appetisers และก่อนทานของหวานครับ - ชายาเมจะ ก่อนดื่มทางร้านแนะนำให้ดมกลิ่นของชาที่หอมมากๆก่อนที่ดื่มครับ รสชาติชาจะคล้ายๆกับชาเขียวแต่จะอ่อนกว่านิดหน่อยครับ - ชาโฮจิจะ รสชาติจะออกหวานขึ้นมาหน่อยนึงครับ สำหรับเซตโคโตบูกินี้จะมีทั้งหมด 11 คอร์สนะครับ แต่ละคอร์สนั้นประทับใจมากน้อยต่างกันออกไป แต่โดยรวมแล้วประทับใจมากที่สุดในสามโลกครับ!! 1) Mineoka Tofu เต้าหู้คำเล็กๆรสชาติดีมาเสิร์ฟเป็นหนึ่งในสามของ Appetisers แรกครับ เต้าหู้ตัวนี้ทำมาจากนมและครีมสดครับแถมหยดมาด้วยโชยุด้านบนเพิ่มเติม ก่อนทานคิดว่าก็คงเป็นเต้าหู้ปกติทั่วๆไป แต่หลังทานแล้วมันรู้สึกแบบ เฮ้ยยยยย นี่มันคือเต้าหู้อะไรเนี่ย ทำไมถึงอร่อยมากขนาดนี้ เต้าหู้ตัวนี้ทานแล้วจะไม่รู้สึกเหมือนเป็นของคาวเลยครับ ผมกลับคิดว่ารสชาติเหมือนของหวานซะด้วยซ้ำ เต้าหู้ไม่เละเหมือนเต้าหู้ทั่วๆไปออกจะเหนียวคล้ายๆคัสตาร์ดที่มีรสเค็มของโชยุอยู่ด้วยนิดหน่อย กินเสร็จรู้สึกได้อย่างเดียวเลยครับว่าขออีกคำเถอะๆๆๆๆ ฮ่าๆ พนักงานบอกว่าเต้าหู้มิเนโอกะตัวนี้จะมาเสิร์ฟอีกทีเป็นของหวาน ทำได้อย่างเดียวเลยคือตั้งตารอครับ ฮ่าๆ (5/5) 2) Yubani & Ikura Appetiser จานที่สองเสิร์ฟมาเป็น portion จิ๋วๆอีกแล้วครับ คราวนี้เป็นฟองเต้าหู้ที่ผมรู้สึกว่าอร่อยที่สุดตั้งแต่เคยทานมาเลยครับ ยิ่งโรยด้วยไข่ปลาแซลมอนที่รู้สึกได้เลยว่าสดมากๆแล้วยิ่งประทับใจมากครับ จานนี้ทางร้านใส่โชยุระดับอ่อนที่สุดเข้ามาด้วย (ทางร้านบอกว่าโชยุมีความเข้มข้นสามระดับครับ) เพื่อไม่ให้เสียรสของฟองเต้าหู้และไข่ปลาแซลมอนครับ (5/5) 3) Kani Asparagus Yubamaki Appetiser จานสุดท้ายเป็นเนื้อปูหน่อไม้ฝรั่งพันมาด้วยฟองเต้าหู้และใส่ซอสผสมมาด้วยครับ เนื้อปูกับหน่อไม้ฝรั่งทานด้วยกันแล้วรู้สึกว่ามันก็แอบเข้ากันอยู่ไม่ใช่น้อยเลยครับ ซอสที่ทางร้านผสมมาก็หอมหวาน เอาไปจิ้มทานแล้วยิ่งทำให้อร่อยเพิ่มขึ้นไปอีกครับ (4/5) 4) Streamed Egg Custard Kani Sauce คอร์สต่อมาทางร้านบอกว่าเป็นเมนูไข่ตุ๋นที่วันนี้ทางร้านใส่เนื้อปูลงไปให้ด้วยครับ (ปกติไม่มีเนื้อปูนะครับ) ตอนเปิดออกมาดูก็คิดว่าคงเป็นไข่ตุ๋นเนื้อนวลๆอร่อยปกติๆทั่วๆไป แต่พอได้ลองชิมแล้วต้องขอคืนคำพูดเลยครับ มันอร่อยกว่าที่คิดไว้มากครับ ไข่ตุ๋นหวานหอมกลิ่นเนื้อปู แถมยังมีโมจิแสนอร่อยใส่ลงมาในไข่ตุ๋นด้วยอีก โมจิเหนียวหนึบเคี้ยวเพลินทานกับไข่ตุ๋นแล้วอยากจะขอโมจิเพิ่มอีกสักลูกมาใส่ทานเพิ่ม ฮ่าๆ โดยรวมแล้วไข่ตุ๋นที่นี่ถือว่าอร่อยเป็นลำดับต้นๆจากที่ผมเคยทานมาเลยครับ (5/5) 5) Taraba Kani Sumibi Yaki หลังจากทานไข่ตุ๋นเสร็จก็ได้เวลาของอาหารหนักแล้วครับ เพราะว่าทางร้านยกเตาปิ้ง Yaki มาวางรอไว้เรียบร้อยแล้ว พนักงานบอกว่าเมนูต่อไปจะเป็นก้ามปูทาราบะครับ ก้ามปูทาราบะของทางร้านแกะมาให้ประมาณนึงแล้วครับ ผมลองกลับด้านไปดูด้านเนื้อของปูทาราบะแล้วต้องบอกเลยครับว่าอยากกินขึ้นมาเลยทันทีเพราะว่าเนื้อเยอะมาก เนื้อแน่นสุดๆ แถมในหนึ่งจานมีก้ามปูอยู่ประมาณ 7-8 ก้ามนะครับ วิธีการทานก็ไม่ยากเลยครับแค่เอาไปวางบนเตาโดยหันดันเนื้อขึ้น แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีครับ เนื้อก็จะสุกและนำมาทานได้ครับ ผมปิ้งไว้ไม่ถึง 10 นาทีเห็นเนื้อเดือดๆ กลิ่นหอมของปูก็ลอยมาเตะจมูกทำให้ต้องหยิบมาทานก่อน ฮ่าๆ ทานแบบกึ่งสุกกึ่งดิบก็อร่อยครับ ปูทาราบะสามารถทานเป็นซาชิมิได้เลยนะครับ ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าไม่สุกจะทานได้หรือไม่ครับ ทางร้านเสิร์ฟน้ำจิ้มของปูทาราบะมาให้ด้วยนะครับ โดยส่วนตัวของผมแล้วน้ำจิ้มรสชาติยังไม่ค่อยเข้มข้นเท่าไรเพราะทางร้านไม่อยากให้เสียรสชาติความสดของปูไปครับ ผมว่าไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มก็อร่อยมากแล้วนะครับ (ระหว่างนี้ลองเลื่อนลงไปดูรูปปูได้นะครับ แล้วจะเข้าใจว่าเนื้อมันแน่นและเด้งขนาดไหน!!) (5/5) 6) Yakishimo Taraba Kani, Otoro, Uni คอร์สต่อไปเป็นซาชิมิครับ (รอคอย!!) ซาชิมิของทางร้านประกอบไปด้วย "ปูทาราบะ" "ไข่หอยเม่น" และ "โอโทโร่" ครับ ปกติแล้วซาชิมินี่ก็เป็นเมนูโปรดที่สุดของผมมาแต่ไหนแต่ไร และวันนี้คอร์สนี้ของทางร้านก็ยิ่งทำให้ผมชอบมันมากขึ้นไปอีกครับ - ซาชิมิปูทาราบะ ทางร้านนำไปลนไฟนิดหน่อยให้เนื้อมันหอมนิดๆ จุดเด่นของมันเลยก็คือ ชิ้นใหญ่มากๆๆๆๆๆครับ เสิร์ฟมาถึงสามชิ้นด้วยกัน เนื้อปูแต่ละชิ้นแน่นมากหอมและหวานมันมากๆครับ จิ้มโชยุแล้วทานอร่อยที่สุดเลยครับ (5/5) - ไข่หอยเม่น โดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่ไม่ชอบไข่หอยเม่นเลย (เพราะเคยไปทานร้านอื่นมาแล้วมันเหม็นคาวมาก) แต่พอได้ลองไข่หอยเม่นที่นี่แล้วคงต้องเปลี่ยนใจเพิ่มเมนูนี้เป็นอีกหนึ่งในเมนูโปรดเลยครับ ไข่หอยเม่นสดมาก เนื้อหวานมาก ไม่มีกลิ่นคาวเลยครับ (5/5) - โอโทโร่ ท้องปลาทูน่าของทางร้านลายอาจจะไม่ได้สวยเหมือนร้านอื่นๆ แต่เรื่องคุณภาพแล้วต้องบอกว่ามันสดหวานและอร่อยมากครับ ใครยังไม่เข้าใจคำว่าละลายในปากต้องมาลองเมนูนี้ครับ จิ้มโชยุ > เข้าปาก > ละลาย ฮ่าๆ (5/5) 7) Taraba Kani Tempura ในคอร์สนี้ประกอบไปด้วย เมนูปูทาราบะเท็มปุระ เห็ดเท็มปุระและหน่อไม้ฝรั่งเทมปุระครับ ปูทาราบะเท็มปุระเสิร์ฟมาได้ชิ้นใหญ่มาก (มาทั้งก้ามเต็มๆ) ตะเกียบเกือบคีบไม่ขึ้นเลยทีเดียว!! แนะนำว่าถ้าเมนูนี้มาเสิร์ฟให้รีบทานปูก่อนเลยนะครับ เพราะว่ามันยังร้อนๆอยู่เลย (เพิ่งทอดเสร็จ?) ทางร้านทอดมาได้กรอบพอสมควรครับ แป้งน้อย ทานกับน้ำจิ้มเทมปุระใส่ด้วยหัวไช้เท้าบดแล้ว ลืมเทมปุระที่เคยกินมาทั้งหมดในชีวิตกันเลยทีเดียวครับ (ไม่ได้เวอร์นะครับ ฮ่าๆ) (5/5) 8) Taraba Kani Su คอร์สต่อไปเป็นปูทาราบะแช่เย็นผสมเกลือ ขอสารภาพว่าจนถึงตอนนี้ปูอยู่ในท้องเยอะมากๆๆแล้วครับ ประกอบกับเมนูนี้ปูเสิร์ฟมาได้ค่อนข้างเย็นเลยครับ (แต่มันก็คือปูเย็นจริงๆ) เลยทำให้เมนูนี้อาจจะยังไม่ค่อยโดนใจตัวผมเองสักเท่าไรครับ เพราะเนื้อปูมันออกจะล่วนๆไปหน่อยครับ อาจจะเป็นเพราะว่าผมไม่ค่อยชอบเนื้อปูล่วนๆแบบนี้เท่าไรครับ และคิดว่าทานปูร้อนๆเด้งๆจะอร่อยมากกว่าครับ แต่สำหรับคอร์สนี้ข้อดีอย่างนึงเลยก็คือปูจะแกะได้ง่ายกว่าคอร์สอื่นๆอยู่เยอะเลยนะครับอาจจะเป็นเพราะมันสุกและเย็นแล้วด้วย ผมลองบีบเลมอนลงไปเพิ่มนิดหน่อยก็ทำให้รสชาติดีขึ้นครับ (3/5) 9) Kani Chirashi Sushi โดยปกติแล้วคนญี่ปุ่นเวลาทานไคเซกิจะต้องมีคอร์สนึงที่มีข้าวอยู่ด้วยเสมอและจะเป็นการกินในช่วงท้ายๆครับ ทางร้านก็เลยจัดคอร์สนี้เป็นข้าวหน้าปูทาราบะ ที่ผสมมาด้วยไข่หวาน ไข่ปลาแซลมอนและโรยด้วยสาหร่ายนิดหน่อยครับ รสชาติของข้าวเมื่อทานกับปู ไข่หวานและไข่ปลาแซลมอนก็ถือว่าใช้ได้เลยครับ โชคดีที่คอร์สนี้ไม่ใหญ่มาก เพราะผมรู้สึกว่าอิ่มแล้วจริงๆครับเมื่อทานมาถึงคอร์สนี้ (4/5) 10) Taraba Miso Soup คอร์สต่อมาเสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวหน้าปูคอร์สที่แล้วครับ คอร์สนี้เป็นซุปปูทาราบะ น้ำซุปค่อนข้างแตกต่างจากมิโซะทั่วๆไปเพราะซุปนี่จะออกรสหวานหน่อยและจะได้กลิ่นหอมของปูลอยมาเลยครับ ซดทานก่อนปิดคอร์สของคาวได้ดีเยี่ยมครับ (5/5) 11) Dessert มาถึงคอร์สสุดท้ายแล้วครับ ของหวานในเซตโคโตบูกิสามารถเลือกได้หนึ่งในสามอย่างครับ - Tofu Pudding ตัวพุดดิ้งเต้าหู้อร่อยมากๆๆครับ ปิดท้ายได้เยี่ยมเลย เสียดายผงถั่วที่โรยมาเยอะมากไปหน่อยทำให้ทานแล้วอาจจะรู้สึกฝึดคอได้ครับ (4/5) - Mineoka Fruits และแล้วมันก็กลับมาครับเต้าหู้มิเนโกะที่ทานไปเป็นคอร์สแรก อย่างที่ผมบอกไปครับว่ารสชาติของเต้าหู้ที่ออกนมๆครีมๆมันเหมาะกับการเป็นของหวานมากกว่า แล้วมันก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆด้วยครับ ของหวานถ้วยนี้เอาไปคะแนนเต็มเลยครับ (5/5) - Green Tea Ice-cream ไอติมชาเขียวที่นี่หอมชาเขียวมาก และที่สำคัญก็อร่อยเช่นกันครับ (5/5) [ความคุ้มค่า] แม้ว่า Kotobuki เซตนี้จะราคาอยู่ที่ 4,200 บาทครับ ซึ่งถือว่าสูงอยู่เอาการ แต่คุณภาพของอาหารในทุกๆคอร์สที่พูดไปนั้นเกินราคาแน่นอนครับ ยังไม่นับรวมบริการของทางร้านที่คอยอธิบายถึงที่มาและวิธีการรับประทาน ถ้าใครเป็นคนที่ชอบปูอยู่แล้ว ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ ข้อเสียของเซตนี้ก็คือมันเยอะมากไปหน่อยครับ ถ้าคนที่ทานน้อยอาจจะทานไม่หมดได้ครับ Kotobuki Taraba Set นี้จะมีจำหน่ายแค่ช่วงเดือนเมษายนจนถึงมิถุนายนนี้เท่านั้นนะครับ รีบๆไปทานก่อนที่จะไม่ได้ทานแล้วนะครับสำหรับคนรักปูทั้งหลาย ของแบบนี้ต้องมาลองพิสูจน์ด้วยตัวเองเท่านั้นครับ ทางร้านแนะนำให้โทรมาจองโต๊ะก่อนทุกครั้งที่จะมาทานนะครับ เพราะว่าคิวของร้านจะเต็มอยู่เสมอๆเพราะว่าลูกค้าที่เป็นคนญี่ปุ่นนั้นมาทานร้านนี้กันเยอะมากครับ สุดท้ายนี้ขอบคุณร้าน Umenohana มากๆครับสำหรับอาหารในวันนี้และ Wongnai สำหรับโอกาสดีๆแบบนี้ครับ


83 Likes19 Comments
Share
เรียงตาม : ยอดนิยม / ล่าสุด
1 check-in
EDITOR'S CHOICE
เทศกาลปูขนสุดอลังการ ณ Umenohana Nihonmura
เมนูเด็ด:Steamed abalone with Kimo miso, Kegani, Kani Chirashi sushi, Mineoka tofu topped with fresh Uni, Mineoka tofu, Tofu Pudding

อย่างแรกต้องขอขอบคุณทางวงใน และร้าน Umenohana มากๆ สำหรับประสบการณ์ดีดีในครั้งนี้ค่ะ สำหรับร้าน Umenohana ตั้งอยู่ในทองหล่อซอย 13 ในโครงการ Nihonmura ชั้น 2 โดยเมื่อเข้าไปภายในร้านจะมีพนักงานคอยต้อนรับ ให้เราถอดรองเท้า แล้วเดินไปตามเสื่อทาทามิ น้องพนักงานบริการดีมากๆ ก่อนเข้าไปในห้องจะขออนุญาตทุกครั้ง สำหรับห้องที่ไปกินวันนี้เป็นแบบนั่งหย่อนขา เบาะรองนั่งสบายสุดๆ สารภาพเลยว่าไม่เคยกินอาหารญี...

อ่านต่อ »
UMENOHANA   นิฮอนมูระมอลล์UMENOHANA   นิฮอนมูระมอลล์UMENOHANA   นิฮอนมูระมอลล์

65 Likes14 Comments
Share
2 check-ins
EDITOR'S CHOICE
Kegani Festival อีกหนึ่งราชันย์ปู ที่คนทั่วโลกใฝ่ฝันที่ต้องลิ้มลอง!

Kegani หรือ ปูขน ของญี่ปุ่นนั้นเองค่ะ ซึ่งจะมีเฉพาะช่วงฤดูหนาว ที่ฮอกไกโดเท่านั้นถึงจะได้กิน เรียกว่า ปีนึงจะมีแค่ครั้งเดียว ที่จะชาวประมงจะสามารถจับปูขน สุดอร่อยนี้ ขึ้นมาให้เราได้ลิ้มลอง กันนั้นเอง โดยทางร้าน Umenohana แห่งนี้ เค้าได้จัดช่วง Kegani Festival นี้เร็วกว่ากว่า ปกติเล็กน้อยค่ะ เพราะเกรงว่าถ้าถึงช่วงฤดูหนาวที่จับปูขนกันจริงจัง แล้วจะไม่สามารถหาปูขน มาให้เราได้ลิ้มลองกันได้ ...

อ่านต่อ »

58 Likes9 Comments
Share
รีวิวก่อนหน้านี้เมื่อ 18 เม.ย. 2014

เทศกาล King Crab ที่ห้ามพลาด!

อ่านต่อ »
13 ธ.ค. 2015
photo
1 check-in
EDITOR'S CHOICE
ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ #Kaiseki ย่านทองหล่อ บรรยากาศร้านแบบเรียวกัง ~ ครั้งนี้มาลองชุดข้าวยำปูสึวาอิกับฟองเต้าหู้ในถังไม้

Umenohana ร้านนี้เน้นนำเสนอเมนูอาหารจากปูและเต้าหู้รวมถึงยูบะ (ฟองเต้าหู้) ที่เชฟบรรจงสร้างสรรค์อย่างมีเอกลักษณ์ บรรยากาศร้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น และการนำเสนอรูปแบบการเสิร์ฟอาหารแบบ Full course สไตล์ญี่ปุ่นโบราณที่เรียกว่า “Kaiseki” ที่มีแบบแผนในการเสิร์ฟจานต่อจาน จุดเด่นอยู่ที่ความเรียบง่าย สีสัน และความสมดุลของรสชาติตามอย่างวิถีญี่ปุ่น ผมเคยได้เขียนรีวิวเกี่ยวกับร้า...

อ่านต่อ »
UMENOHANA   นิฮอนมูระมอลล์UMENOHANA   นิฮอนมูระมอลล์UMENOHANA   นิฮอนมูระมอลล์

54 Likes8 Comments
Share
รีวิวก่อนหน้านี้เมื่อ 27 ต.ค. 2015

[BRW] แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่น hi-end ทำตลาดโดย S&P เสิร์ฟอาหารสไตล์ #Kaiseki วัตถุดิบหลักเด่นคือเต้าหู้กับปู

อ่านต่อ »
23 พ.ค. 2015
photo
EDITOR'S CHOICE
สุดยอดร้านญี่ปุ่นสไตล์ Kaiseki ใครชอบปูกับเต้าหู้ ขอเรียนเชิญ
เมนูเด็ด:Umenohana Lunch Course

[บรรยากาศ / บริการ] เป็นร้านไม่กี่ร้านในกรุงเทพ ที่ผมมาทานแล้วรู้สึกประทับใจในการตกแต่ง เพราะทำออกมาได้ดีมากราวกับได้ไปทานถึงญี่ปุ่นจริงๆ ทุกอย่างเนี๊ยบ เรียบร้อย สะอาดตาไปหมด จนไม่อยากจะออกจากร้านเลย ส่วนคุณภาพการบริการ ปกติผมไม่ใช่คนที่สนใจบริการมากมายนักเวลาไปทานข้าวนอกบ้าน แต่ร้านนี้ขอชื่นชมเลยครับว่าอบรมพนักงานมาดีจริงๆ ท้าวประวัติร้านนี้กันนิดนึง Umenohana แปลว่าดอกบ๊วย ร้านนี้มาจากเม...

อ่านต่อ »
UMENOHANA   นิฮอนมูระมอลล์UMENOHANA   นิฮอนมูระมอลล์UMENOHANA   นิฮอนมูระมอลล์

40 Likes3 Comments
Share
1 check-in
Quality Review
ต้อนรับเทศกาลปูขนก่อนใคร ที่ Umenohana
เมนูเด็ด:Mineoka tofu topped with fresh Uni, Tofu Pudding

ก่อนอื่นต้องขอบคุณ Wongnai และทางร้าน Umenohana ที่ชวนมาลิ้มลองรสชาติของปูขน (Kegani) ในวันนี้ค่ะ เริ่มจากพิกัดร้านก่อนเลย หาไม่ยากค่ะ อยู่ในซอยทองหล่อ 13 Nihonmura ชั้น 2 ค่ะ สำหรับประวัติร้านย่อๆ ชื่อร้าน Umenohana แปลว่า ดอกบ๊วย เป็นร้านที่มีมากกว่า 80 สาขาในญี่ปุ่น เจ้าของร้านเดิมทำธุรกิจมาหลายอย่าง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เลยไปอธิษฐานที่มีศาลเจ้าที่มีต้นบ๊วย ว่าจะทำสิ่งที่ตอบแทนลูกค้าได้ด้วย...

อ่านต่อ »
UMENOHANA   นิฮอนมูระมอลล์UMENOHANA   นิฮอนมูระมอลล์UMENOHANA   นิฮอนมูระมอลล์

82 Likes11 Comments
Share
Wongnai
Download Wongnai App Free
App StorePlaystore
Follow Us
สำหรับผู้ใช้ Wongnai
ระดับของผู้ใช้ Wongnaiเกี่ยวกับ Wongnai Eliteตารางอันดับของผู้ใช้งานแนวทางปฏิบัติของผู้ใช้งาน
สำหรับร้านหรือธุรกิจ
แจ้งเป็นเจ้าของร้านลงโฆษณากับ Wongnaiระบบจัดการร้านอาหาร (Wongnai POS)รับเดลิเวอรีผ่าน Wongnai x LINE MAN (RMS)บทความเทคนิคการตลาดเช่าพื้นที่ Wongnai Co-Cooking Space
สำหรับสื่อมวลชน
ข่าว Wongnaiปฏิทินกิจกรรม Wongnai Eventโลโก้ Wongnai และวิธีการใช้
ร่วมงานกับเรา
ตำแหน่งที่เปิดรับLife @ Wongnai
เกี่ยวกับ Wongnai
ประวัติบริษัทติดต่อเราศูนย์ช่วยเหลือ
Copyright @2010-2020
Wongnai Media Co., Ltd. All right reserved.
Terms & ConditionsPrivacy Policy
THEN