- หน้าแรก
/
- รีวิว Blue Lagoon Restaurant

รีวิว Blue Lagoon Restaurant
ร่มรื่นใต้ร่มไม้กลางผืนน้ำสีเขียวจรดทะเลสีฟ้า แล้วเพลินลิ้นกับอาหารรสละเมียดฝีมือ 3 เชฟ จาก 3 ประเทศ
Blue Lagoon Koh Chang Resort & Restaurant – เป็นรีสอร์ทบนเกาะช้างที่มีจุดเริ่มต้นมาจากร้านอาหารและ Cooking School สไตล์อาหารที่นี่จึงเน้นการโชว์ทักษะฝีมือที่ดูแล้วแตกต่างจากร้านอาหารทะเลแนวบาร์บีคิวริมหาด ร้านอาหารพื้นบ้านรสจัดจ้าน หรือร้านอาหารฝรั่งแนว touristy ทั่วๆไป แม้ด้วยทำเลที่ไม่ได้อยู่หน้าหาดและไม่ใกล้ตลาดหรือถนนใหญ่ สำหรับคนไทยแล้วจึงดูเหมือนเป็น hidden gem แต่ในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นได้รับความนิยมมาก เรตติ้งใน Tripadvisor พุ่งกระฉูดเลยทีเดียว ทำให้แม้เราไม่ได้พักที่นี่แต่ก็ขอแวะมาลองทานอาหารดูซักมื้อล่ะค่ะ ****-Profile-**** ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นโดยเชฟอาหารไทย ร่วมกับแม่ครัวชาวกัมพูชา และ Chef Severine – เชฟชาวฝรั่งเศสผู้เคยเข้าร่วมแข่งขันในรายการ MasterChef France (Season 4) จนถึงรอบ 4 คนสุดท้ายมาแล้ว โดยทีมงานในครัวต่างก็ได้รับการเทรนมาจาก Cooking School ของที่นี่ซึ่งเชฟได้ร่วมวางแนวทางไว้ อาหารในเมนูจึงมีทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง และอาหารฟิวชั่น ซึ่งแม้จะเสิร์ฟมาแบบให้ทานร่วมกันได้ง่ายๆ ไม่ได้หรูหราแบบร้านอาหารแนว Fine Dining แต่ก็แฝงไว้ด้วยความประณีตละเมียดละไมทั้งหน้าตาและรสชาติ มีกลิ่นอายของความเป็น high gastronomy แทรกอยู่ให้สัมผัสได้ น่าสนใจทีเดียวค่ะ ****-เมนูที่ลอง-**** สำหรับครั้งนี้อยากสั่งอาหารแบบกับข้าวมาทานร่วมกัน ก็เลยเลือกสั่งเป็นอาหารไทยไป (เกือบ) ทั้งหมดตามนี้เลย ● ยำส้มโอ (ราคา 230 บาท) – กุ้งตัวกลางๆ เนื้อสดเด้ง ยำใส่ส้มโอฉ่ำๆ หอมแดง วุ้นเส้น ได้รสชาติสดชื่นแบบทางสายกลาง เปรี้ยวนิดเผ็ดหน่อย ไม่เค็มจัด รักษาสมดุลได้ดีครบรส ไม่ได้จี๊ดจ๊าด แต่ก็ไม่จืดชืด ทานเล่นๆเป็นจานแรกของมื้อระหว่างรอกับข้าวจานอื่นๆคือเหมาะเลย จัดว่าใช้ได้นะคะ ● โลค ลัค “นะ” (ราคา 200 บาท) – อาหารสัญชาติกัมพูชาที่เคยได้ยินบางคนเรียกว่า “ลกลัก” สูตรของที่นี่ใช้เนื้อหมูล้วนไม่ติดมัน หมักมาจนนุ่มละมุน คลุกเคล้ากับมะเขือยาวหั่นแว่น น้ำจิ้มที่เคียงมาได้รสเปรี้ยวนำสดชื่นด้วยมะนาวสดหอมๆ มีเค็มเกลือตามมาติดๆ ใส่กระเทียมและหอมพริกไทยกำปอดขึ้นจมูก เป็นจานที่แม้ไม่เผ็ด แต่รสก็จัดทีเดียว ทานกับข้าวสวยร้อนๆคือลงตัวค่ะ ● กุ้งผัดแสงโสม (ราคา 250 บาท) –กุ้งไซส์เดียวกับยำส้มโอจานที่แล้ว ผัดกับข้าวโพดอ่อน พริกหยวก และฟักทอง แล้ว Flambe ด้วยเหล้าแสงโสม หอมควัน หอมกลิ่นแฝงจากเหล้า แต่ไม่ขม ไม่ฉุนนะคะ บอกเลยว่าเมนูนี้คือเด็ด ชอบมากที่สุดของที่สั่งมาเลย รสชาตินี่กลมกล่อมเป๊ะเว่อร์ ทานเพลินแบบแป๊บเดียวเกลี้ยง ใครอยากลองเวอร์ชั่นไฮโซขึ้นอีกนิด ทางร้านก็มีเมนูเดียวกัน แต่เปลี่ยนเป็น Flambe ด้วยเหล้าฝรั่งให้สั่ง แพงกว่ากันอีก 30 บาท เลือกลองกันได้ตามชอบเลย ● แกงมัสมั่นไก่ (ราคา 160 บาท) – เมนูนี้ดูจะแต่งแต้มรสชาติเครื่องแกงแบบไทยๆด้วยกลิ่นอายของอาหารจานซุปแบบตะวันตก ใช้เนื้ออกไก่ล้วนๆแล่พอดีคำ texture ของน้ำแกงละเอียดนวลเนียนแตกมันเพียงเล็กน้อยชวนให้นึกถึงซุปข้นที่ผ่านการเคี่ยวกรองมาเป็นอย่างดี กลิ่นรสของเครื่องแกงถูกปรับให้นุ่มนวลสมดุลครบรส ..แม้ด้วยจริตและความเคยชินส่วนตัวจะถูกใจกับแกงมัสมั่นสไตล์ไทยแท้ๆที่น้ำแกงแยกชั้นแตกมันชัดเจนฉุนเครื่องแกงและใช้เนื้อสะโพกไก่มากกว่าแบบนี้ แต่ชิมแล้วก็รู้สึกได้ว่าเป็นเรื่องของการตีความที่ต่างออกไปตามสไตล์ของร้าน ส่วนทักษะฝีมือนั้นถือว่าไม่เบาเลยทีเดียวล่ะ ● ไอศกรีมกะทิมะม่วง (ราคา 120 บาท) – ตบท้ายด้วยไอศกรีมกะทิเนื้อเนียนหอม มัน สดชื่น โรยมะม่วงหิมพานต์ใหม่ๆกรอบๆเม็ดโตๆ ทานกับมะม่วงสุกเข้ากันดีมากๆค่ะ ****-ทำเลที่ตั้ง / บรรยากาศ-**** สำหรับที่ตั้งของร้านนั้นอยู่ใกล้หาดคลองพร้าว อยู่ริมทะเลสาบ ถ้าขับรถมาก็สามารถตาม GPS เลี้ยวเข้ามาจากถนนโยธาธิการด้านหน้าได้เลย แต่ถ้ามาจากทางด้านชายหาด จะมีทางเข้าได้ 2 ด้านค่ะ ● ถ้ามาจากชายหาดฝั่งทิศเหนือของ Lagoon – ทางเข้าจะแอบอยู่ข้างๆโรงแรม Centara Koh Chang Tropicana Resort มีไม้กระดานตียาวเป็นทางเดินเลาะริมทะเลสาบเข้ามาจนถึงตัวร้าน ● ถ้ามาจากชายหาดฝั่งทิศใต้ของ Lagoon – แม้ตรงปากน้ำส่วนที่ทะเลสาบจะไหลผ่านชายหาดไปรวมกับทะเลจริงนั้นจะดูเหมือนตื้นๆ แต่ช่วงน้ำขึ้นก็ดูน่ากลัว แถมถ้าลุยข้ามไปยังไงๆก็จะเปียกเลอะเทอะ ให้สังเกตว่าข้างๆจะมีคล้ายๆที่ร้าง สามารถเดินเข้าไปได้ค่ะ ด้านในจะมีสะพานไม้กระดานต่อข้ามทะเลสาบ เดินข้ามไปถึงตัวร้านได้เลย ในส่วนของบรรยากาศนั้นบอกเลยว่ามันช่างล้ำเลิศมากๆ ที่นั่งทำเป็นแพยื่นยาวออกไปใน Lagoon บางแพมีผูกเปลญวน ทำที่นั่งเป็นหลุมให้หย่อนเท้าจุ่มน้ำได้ด้วย ไม่ว่าจะเลือกนั่งตรงไหนก็ได้เห็น Lagoon น้ำใสแจ๋วสีเขียว รายล้อมด้วยสุมทุมพุ่มไม้ มองไกลออกไปอีกนิดก็จะเห็นจุดที่ Lagoon สีเขียวตัดกับน้ำทะเลสีฟ้า เป็นทิวทัศน์ที่สวยโดดเด่นชวนให้ดื่มด่ำกับธรรมชาติเอามากๆ เล่นเอาเราฟินสุดๆไปเลย ****-การบริการ-**** บรรยากาศแสนสงบร่มรื่นชวนให้ชิลล์ไปยาวๆแบบนี้ บริการก็เลยเป็นไปแบบ Slow Life ขั้นสุด ถ้ายังไงควรเผื่อเวลาไปเยอะๆนะคะ ส่วนหนึ่งนั้นก็เข้าใจว่าอาหารที่นี่นั้นดูประณีตบรรจงมากทั้งรสชาติและ presentation การเตรียมอาหารก็เลยต้องใช้เวลานาน อีกสาเหตุหนึ่งคือเราเลือกไปช่วงมื้อกลางวันซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทางร้านจัด Cooking School พอดี ในครัวก็เลยวุ่นวายหน่อย ถ้ามาตอนมื้อค่ำอาจไม่ช้าเท่านี้ แต่ก็จะอดเห็นสีสันของทะเลสาบและฟ้าใสๆล่ะค่ะ แนะนำว่ามาถึงปุ๊บอย่ามัวนั่งรอให้พนักงานเอาเมนูมาให้ (เพราะเราลองรอดูแล้วไม่มีใครมา) ให้เดินไปบอกที่ reception ก่อนเลยแล้วพนักงานจะมา สั่งของคาวเสร็จให้ยึดเมนูไว้เลย ของคาวมาเสิร์ฟปุ๊บสั่งของหวานต่อจะเสร็จทันกันพอดี กินอิ่มเดินไปจ่ายตังค์เองเลย เพราะถ้ามัวนั่งรออยู่ก็ไม่มีพนักงานมาเก็บตังค์อีกเช่นกัน ทำแบบนี้ก็เซฟเวลาไปได้หน่อยค่ะ ****-The Verdict-**** เท่าที่ชิมดูเมนูอาหารไทยที่นี่น่าจะได้รับอิทธิพลจากอาหารฝรั่งเศสอยู่บ้างตรงที่เน้นการรักษาสมดุลของรสชาติให้กลมกล่อม ผสมผสานรสแท้ของวัตถุดิบโดยระมัดระวังการใช้เครื่องปรุงไม่ให้มากเกินไป แต่ก็ยังมีรสมีชาติทานเพลิน และใส่ใจกับรายละเอียดมากๆ ตรงนี้ถ้าใครคาดหวังว่ามาเที่ยวทะเลแล้วอยากจัดอาหารทะเลตู้มๆ- อาหารไทยแซ่บๆ ร้านนี้คงไม่ใช่แนวนั้น ต้องบอกว่าอร่อยไปคนละแบบ ส่วนราคานั้นก็ประมาณเดียวกับอาหารตามห้างในกรุงเทพฯ จัดว่าพอสมเหตุสมผลอยู่ ที่สำคัญคือบรรยากาศดีเลิศ สวยแบบต้องกดชัตเตอร์กันรัวๆ ถ้าใครมาเที่ยวพักผ่อนที่เกาะช้างก็น่าลองแวะดูค่ะ



















































