รีวิว Crave Wine Bar & Restaurant โรงแรมอลอฟท์ กรุงเทพ - สุขุมวิท 11

EDITORIAL
DON'T MISS!
อาหารหรูเลิศ ไวน์มีให้เลือกเยอะและไม่แพง!
เมนูเด็ด:ริซอตโต้ไก่ดำ, แซลมอน 20 นาที

วันนี้เรามาเยือนโรงแรม Aloft Hotel โรงแรมในเครือ Starwood ซึ่งเพิ่งมาเปิดที่ประเทศไทยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
โรงแรมหาไม่ยากครับ อยู่ในซอยสุขุมวิท 11 ตรงข้ามกับ Bed Supperclub พอดี มีที่จอดรถหรือจะใช้บริการ valet ก็ได้

ร้าน Crave ที่เรามากินกันวันนี้เป็นร้านอาหาร signature ของโรงแรมแห่งนี้ โดยตั้งอยู่บนชั้น 8 มีที่นั่งประมาณ 150 ที่นั่ง
ก้าวแรกที่ออกมาจากลิฟท์ก็ต้อง surprise กับ wine cellar บนชั้น 8 ที่มีไวน์ให้เลือกหลากชนิดจากทั่วโลก ตาม concept "Wines of the World" ที่ต้องมีทุกโรงแรมในเครือ Starwood

เก๋ขึ้นไปอีกก็คือว่าแขกสามารถเลือกไวน์จากเมนูไวน์ซึ่งเป็น iPad โดยสามารถเลือกสั่งเป็นแก้วให้พนักงานนำมาส่งให้ที่โต๊ะ หรือจะสั่งเป็นขวดนำกลับบ้านก็ได้เช่นกัน ทางร้านแนะมาว่าราคาไวน์เริ่มต้นตั้งแต่ 490 บาทจนถึงหมื่นต้นๆ โดยตัวที่ราคาแพงที่สุดของร้านนั้นบางที่ขายถึง 50000 บาท!

มาดูอาหารกันบ้าง เพิ่งทราบว่า executive chef ของที่นี่คือเชฟไนน์ ที่เพิ่งไปแข่งเชฟกระทะเหล็กมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว! โดยในรายการวันนั้นผมบังเอิญได้ดูซะด้วย และพอวันนี้ได้มาทานจริงๆ ได้เห็นมีเมนูหลายอย่างคล้ายๆกับที่ทำในรายการ จึงรู้สึก "อิน" เป็นพิเศษ และยืนยันได้เลยว่า อาหารแต่ละจานนั้นคิดมาเยอะ ไม่ธรรมดาจริงๆ :)

เริ่มที่ appetizer 2 อย่างก่อนคือ "แซลมอน 20 นาที" และ "crab and chips" แซลมอน 20 นาที นี่เป็นเมนูที่เชฟไนน์นำไปแข่งในรายการด้วย (แต่ในรายการเป็นปลานิล) โดยจริงๆแล้วหลักใหญ่ใจความของจานนี้ก็คือสลัดแซลมอนที่เป็นน้ำสลัดแซ่บๆแบบไทยๆ แต่ที่เก๋คือแซลมอนนำไปหมัก (cured) กับเกลือก่อนเป็นเวลา 20 นาที ทำให้มีสภาพกึ่งสุกกึ่งดิบ ให้รสสัมผัสที่นุ่มและมีรสชาติดี จุดเด่นอีกสองอย่างคือพาเมซานชีสอบกรอบที่ใส่ข้าวคั่วไปด้วย ทำให้หอมอร่อยดีเหมือนกัน และน้ำสลัดที่รสจัดจ้านดีมากครับ รายการที่สองคือ crabs and chips แอบเท่ด้วยการแทนปลาด้วยเนื้อปู เนื้อปูมาทั้งหมด 4 กรรเชียง แต่ละกรรเชียงจะมีเนื้อปูยีกับเครื่องปรุงและชุบแป้งขนมปังทอด ทานเพลินๆครับ

main dish สั่งมาสามจานแบ่งกัน ประกอบด้วย "ปลาหิมะนึ่ง" "ริซอตโต้ไก่ดำ" และ "หอยเชลล์ราดซอสกะหรี่" อาหารไม่ธรรมดาซักจานนะครับ ปลาหิมะนึ่งโดดเด่นที่ปลาชิ้นหนาใหญ่มาก และปลาก็นึ่งมาได้พอดี นุ่มละลายในปาก ติดอยู่นิดเดียวคือเป็นนึ่งสไตล์จีน (น้ำแดง) ทำให้ไม่ค่อยเข้ากับอาหารอย่างอื่นสักเท่าไหร่ ส่วนริซอตโต้ไก่ดำอร่อยครับ ริซอตโต้ทำได้ดี กลิ่นทรัฟเฟิลไม่ฉุนเกินไป ข้าวไม่เละ ใส่เห็ดมาให้อย่างไม่เสียดาย แต่ก็สงสัยว่าทำไมต้องเป็นไก่ดำซึ่งทำให้บางคนที่ไม่ชอบทานไก่ดำ ลำบากเล็กน้อยในการทานครับ สุดท้ายหอยเชลล์ราดซอสกะหรี่ เป็นหอยเชลล์นำเข้าตัวโตๆ จี่มาสุกกำลังดี นุ่มอร่อย ทานกับซอสกะหรี่ก็รสชาดตัดกัน แปลกหน่อยแต่ก็อร่อยดีครับ (เชฟไนน์ยืนยันว่าอาหารที่นี่ไม่ใช่เป็น fusion แต่เป็น twist ครับ :)

ส่วนของหวานผมชอบทั้งสองจานที่สั่งมา ที่ทางร้านแนะนำคือ "Jumbo Chou Cream" เป็นชูครีมลูกยักษ์เสิร์ฟมากับคุกกี้อบใหม่ๆ ชูครีมด้านนอกเป็นครีมหุ้มหวานมันนุ่มลิ้น ข้างในเป็นไอศครีมช็อกโกแล็ตอย่างดีจาก movenpick อร่อยเข้มข้น ได้ texture ที่หลากหลาย ทานแล้วสนุกครับ อีกจานที่สั่งคือ "Poached Pear" แพร์ครึ่งลูกหวานนิดๆอร่อยหลังอาหาร ทานคู่กับไอศครีมมาลิบูแสนอร่อยของ movenpick อีกแล้ว เป็นการจบมื้ออาหารที่สุขใจ!

ที่นี่มีจุดเด่นที่เมนูอาหารโดยเชฟไนน์ที่มีเทคนิคการทำที่ดีมากๆ แต่ละจานที่ทาน ต้องใช้ฝีมือในการทำให้วัตถุดิบที่ดีปรุงออกมาได้คุณภาพ เมนูแต่ละเมนูมี twist ทุกเมนู รู้ได้เลยว่าคิดมาเยอะมาก (จนบางครั้งจะเหมือนคิดเยอะไปนิด) ราคาไม่ได้แพงเกินไปและช่วงนี้มีโปรโมชั่นกับบัตรเครดิตหลายบัตร (บางบัตรลดถึง 40%)

ร้าน Crave เป็น all-day dining มีที่นั่งทั้งด้านในและด้านนอก มี wine cellar ขนาดใหญ่ และมี full bar เสิร์ฟเครื่องดื่มหลากหลาย แนะนำให้ valet แล้วขึ้น lift ตัวนอกมาที่ชั้น 8 เลย ถ้ามาช่วงกลางวันมี option เป็น lunch semi-buffet ด้วย ราคาแค่ 249 บาท net เท่านั้น

ขนมปัง เสิร์ฟมาในเกลือทะเลร้อน
แซลมอน 20 นาที แซ่บดี!
ปลาหิมะนึ่งสไตล์จีน
poached pear
jumbo ชูครีม

6 Likes2 Comments
Share