วันแรกเราออกเดินทางจาก ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง เวลา 8.55 น. ถึง
ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ด้วยสายการบิน Thai lion air มาถึงเวลาประมาณ 11.20 น.
เรารอรถเช่ามารับไปทำสัญญา ( เช่ารถกับทางร้าน ต้น เช่ารถภูเก็ต หาได้ในเฟสบุ๊ค บริการดีเป็นกันเอง ราคาไม่แพง) จากนั้น ออกเดินทางไปยังตัวเมืองภูเก็ต ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
มื้อแรกของเรา หลังจากที่เดินทางมาถึงตัวเมืองภูเก็ต เราก็มุ่งหน้ามาร้านนี้ก่อนเลยค่ะ
ร้านสังกะสี โกตี๋ เป็นร้านอาหารพื้นเมือง รสชาติจัดจ้าน ถูกปาก ราคาไม่แพง
เรา3คน สั่งเมนู แกงส้มผักรวมกุ้ง หมูสามชั้นทอดน้ำปลา ไข่เจียวปู ผัดคะน้าหมูกรอบ
และปูผัดน้ำพริกเผา 3 สาวกับอาหาร 5 อย่างของเค้า ตอนสั่งหิวน่ามืดกันมากค่ะ 5555
ใครมาทานร้านนี้ เราแนะนำเมนูแกงส้ม กับหมูสามชั้นทอดน้ำปลาค่ะ ทานคู่กันเด็ดมากก
ปล. ร้านไม่มีที่จอดรถนะคะ ต้องอาศัยจอดตามซอยละแวกนั้นแล้วเดินมา
สรุป : ถ้ามีโอกาสจะมาซ้ำ และบอกต่อเพื่อนๆที่มาเที่ยวภูเก็ตแน่นอนค่ะ อาหารถูกปาก ราคาไม่แพง
ยังค่ะ ยังไม่หมดแค่ของคาว เราเดินไปกินของหวานกันต่อที่ร้าน สุชาติ ไอติมทอด
ที่อยู่ใกล้ๆค่ะ สั่งไอติมทอดรสชอคโกแลต กับไอติมทรงเครื่องค่ะ ทั้งสองอย่างรสชาติกำลังดี
ไม่หวานมาก ทีเด็ดเรายกให้ไอติมกะทิค่ะ หอมมัน อร่อยมากๆ เครื่องที่ใส่ไอติมมีให้เลือกเยอะ
มีน้ำเปล่าบริการฟรี ค่ะ
ปล. ร้านนี้ก็ไม่มีที่จอดรถค่ะ
สรุป : ชอบค่ะรสชาติสมราคา แวะมาอุดหนุนอีกแน่นอน
พอทานข้าวกันเสร็จก็ได้เวลาเช็คอินพอดี (14.00น.) เราพักที่โรงแรม Blu monkey Bed&Breakfast
(จองกับทางอโกด้า) มีดีลลดพิเศษ (ขออนุญาติยืมภาพถ่ายจากอินเตอร์เน็ตค่ะ) ที่พักสะอาด บริการดี แต่ห้องพักไม่กว้างมาก ที่จอดมีน้อย แต่เดินทางท่องเที่ยวในตัวเมืองได้สะดวกค่ะ
หลังจากที่เข้าที่พัก ทำธุระส่วนตัวเสร็จ เราก็ขับรถออกมาคาเฟ่กัน คาเฟ่ที่เราเลือกคือร้าน
Three Monkeys ค่ะ
ทางไปร้านต้องขับขึ้นเขา ซึ่งมีความชันและแคบ สาวๆคนไหนที่ยังขับรถไม่เก่งต้องระมัดระวังนะคะ แนะนำให้ใช้เกียร์ต่ำในการขับรถค่ะ พอไปถึงร้าน มันดีมากกกกก ชั้นบนสามารถมองเห็นวิวเมืองภูเก็ตได้ไกลเลยค่ะ บรรยากาศร้านอบอุ่น ประดับด้วยไฟวอร์มไลท์ มีดนตรีสดแนวอคูสติกให้ฟังเพลินๆ
โรแมนติกสุดๆ (เราไปกับเพื่อนได้แต่นั่งทำตาปริบๆมองคนที่มากับเป็นคู่ๆ 555)
ส่วนเมนู เราสั่งน้ำส้มปั่น เพื่อนสั่งชอคโกแลตปั่น และเรด เวลเวตเค้กค่ะ
( สำหรับเรารสชาติทั้งหมดค่อนข้างธรรมดา ราคาแอบแรง) แต่แลกกับบรรยากาศ และการบริการถือว่าคุ้มค่าค่ะ
สรุป : ชอบร้านนี้มากๆ ถ้ามีโอกาสมาภูเก็ตอีกจะแวะมาแน่นอน ชอบบรรยากาศ การตกแต่งและสไตล์ของร้านมากค่ะ
วันที่สอง เราออกเดินทางตั้งแต่ 08.00 น. เพื่อไปหาติ่มซำทาน ที่ ร้านบุญรัตน์ติ่มซำ
ทางร้านจะให้เราเลือกติ่มซำจากในซึ้งนึ่ง แต่อาหารจานเดียวกับเครื่อมดื่มต้องสั่งที่โต๊ะ
เราสั่งติ่มซำ บักกุ๊ดเต๋ และหมี่ซั่ว มาทานกันค่ะ สำหรับเรารู้สึกไม่ประทับใจเลย
ติ่มซำเค้ารสชาติธรรมดา และไม่ร้อน บางอย่างกัดไปไส้ในยังเย็นๆอยู่ ผิดหวังกับมื้อเช้ากันหมดเลย
สรุป : แอบผิดหวังค่ะ คงไม่มาซ้ำ
อิ่มจากมื้อเช้า เรามาเดินเล่นกันต่อแถวๆย่านเมืองเก่าภูเก็ต จะมีจุดถ่ายรูปกับภาพวาดเยอะค่ะ
ต้องหาจังหวะดีๆเพราะรถยนต์ผ่านตลอด ตึกแถวในย่านนี้เป็นสถาปัตยกรรม ชิโนโปรตุกีส สวยงาม แปลกตามาก เค้ามีการอนุรักษ์และฟื้นฟู ซ่อมแซมอยู่ตลอดทำให้ย่านเมืองเก่าดูไม่โทรมเลย
เราเดินไปเจอขนมพื้นเมืองภูเก็ตที่ชื่อ อาโป๊ง รสชาติอร่อยค่ะ หวาน หอม
ไปแล้วอย่าลืมแวะทานกันนะคะ
หลังจากเดินชมเมือง และถ่ายรูปกันเป็นทีเรียบร้อยแล้ว เรามาแวะที่ Cafe'in - Thaihua Museum เพื่อจะนั่งพักและหาของกิน (กินอีกแล้ว5555)
ร้านนี้มีทั้งกาแฟ ขนม และอาหาร ครบเลย บรรยากาศในร้านก็น่ารักค่ะ แต่มืดไปหน่อยหามุมถ่ายรูปยาก เราสั่งขนมหวานพื้นเมืองที่เรียกว่า โอ้เอ๋ว เค้าบอกว่าตัววุ้นโอ้เอ๋วทำมาจากกล้วยน้ำว้าค่ะแปลกดีส่วนตัวเรากับเพื่อนๆชอบเมนู กีจาง มากกว่า เป็นข้าวต้มมัดจืดแบบสามเหลี่ยมเหมือนข้าวต้มน้ำวุ้นทานกับน้ำเชื่อมลำไย สดชื่น ดับร้อนได้ดีมากก (มัวแต่แย่งกันกินเลยไม่ได้ถ่ายรูปมา)
สรุป : ร้านนี้ให้ผ่านค่ะ เมนูกีจาง กินแล้วรู้สึกสดชื่นมากกก
ขับรถออกจากตัวเมืองไปจุดชมวิวแหลมพรหมเทพ
ระยะทางจากตัวเมืองไกลพอสมควร และช่วงที่ไปมีการทำถนน (ใครจะไปในช่วงนี้ต้องเผื่อเวลาเดินทางด้วยนะคะ) เหมือนเดิมค่ะ ขึ้นเขา เราใช้เกียร์ต่ำซะเป็นส่วนใหญ่ สลับกับการมองเกจวัดความร้อนและไฟเอนจิ้นค่ะ แอบหวั่นใจเหมือนกัน ว่ารถเราจะไหวมั้ยน๊าา แต่ก็ผ่านมาด้วยดี 555
ถึงแหลมพรหมเทพในเวลาเกือบเที่ยง ร้อนมากกก ร้อนสุดๆ แต่ยังดีที่มีลมพัด และคนไม่เยอะ
ที่นี่สวยมากๆ สมคำร่ำลือ เรายืนมองด้วยตาเปล่าอยู่พักนึงเลย ชอบมากๆ แม้จะไม่ได้มาตอนพระอาทิตย์ตกก็ประทับใจค่ะ เราสามคนลองเดินไปทางด้านล่างแหลมค่ะ ทางแคบและชันมาก
ใครจะลองลุยแนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบและกางเกงขายาวนะคะ สำหรับพวกเราด้วยความที่ชุดไม่ได้พร้อมสำหรับการลุยป่า บวกกับอากาศที่ร้อนจัด เราเดินกันไม่ถึงครึ่งทาง ก็ได้ตัดสินใจกันค่ะว่า
กลับเถอะ 5555
ขับมาไม่ไกลจากแหลมพรหมเทพเรามาเจอหาดยะนุ้ยค่ะ
เป็นหาดเล็กๆ สงบ ส่วนตัวมากๆ มีแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาพักผ่อน
ขับเลยมาอีกหน่อยจะเป็นหาดในหาน
หาดในหานจะติดกับทะเลสาปเล็กๆ มีวัดด้านในด้วยค่ะ หาดนี้จะใหญ่กว่าหาดยะนุ้ย สามารถมองเห็นแหลมพรหมเทพได้ไกลๆ สงบ คนไม่พลุกพล่าน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ เรามาเล่นน้ำกันที่หาดนี้ค่ะ แต่ก่อนจะเล่นน้ำ เราขับรถขึ้นเขาไปชมหาดกะตะ หาดกะรน และหาดป่าตองกัน หาดทางนั้นจะมีความเป็นแหล่งท่องเที่ยวมากกว่า คนเยอะ รถเยอะ คึกคักมาก แต่ไม่ใช่สไตล์เรา
เลยกลับมาปักหลักที่หาดในหานกันค่ะ
ปล. เราโดนแตนทะเลกัดกันตอนลงเล่นน้ำ แล้วมีเราคนเดียวที่แพ้ค่ะ ตุ้มแดงคันๆขึ้นเต็มหลังเลย
ถ้าใครกลัวแพ้แนะนำให้พกขวดน้ำสมสายชู หรือมะนาวไปค่ะ เวลารู้สึกว่าเหมือนโดนเข็มทิ่มผิว
เจ็บจี๊ดๆ ให้สงสัยไว้ก่อนเลยค่ะว่าเป็นแตนทะเล แล้วรีบขึ้นจากน้ำเอาน้ำสมสายชู หรือน้ำมะนาวราดผิว ห้ามเกาเด็ดขาดนะคะ เพราะพิษจะยิ่งกระจาย
มื้อค่ำ ที่ร้านโกเบนซ์ ข้าวต้มแห้ง ทีเด็ดเมืองภูเก็ต
ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่อง ข้าวต้มแห้ง เกาเหลาเลือดหมู และหมูกรอบค่ะ ปกติคนจะรอต่อคิวกันนานมากๆ
เป็นชั่วโมงกันเลยทีเดียว แต่เนื่องจากตอนที่เราไป ฝนตกค่อยข้างหนักค่ะ เลยทำให้คนไม่เยอะ
มีโต๊ะนั่งเลย เราสั่งก๋วยจั๊บ กับเกาเหลาเลือดหมูค่ะ รสชาติเราลงความเห็นกันว่าธรรมดา
ค่อนไปทางไม่ถูกปากค่ะ น้ำซุปเค้าไม่ร้อนค่ะ รสชาติจืด-เค็ม หอมพริกไทยอ่อนๆ
หมูกรอบธรรมดามาก ดีตรงที่ชิ้นใหญ่ เครื่องในไม่มีกลิ่นคาว แต่โดยรวมรู้สึกเฉยๆกันมากกว่าค่ะ
สรุป : เฉยๆค่ะ คงแวะมาทานอีกถ้าไม่ต้องต่อคิว
ราตรีนี้ยังอีกยาวไกลค่ะ คาว-หวาน แยกกันคนละกระเพาะ 5555 ตบท้ายด้วย ร้านน้ำเต้าหู้เที่ยงคืน
ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากร้านโกเบนซ์ค่ะ จุดสังเกตคือ ตรงข้ามแฟมมิลี่มาร์ท ก่อนถึงแยกร้านโกเบนซ์
เราสั่งน้ำเต้าหู้เย็น น้ำเต้าหู้งาดำนมสด ปาท่องโก๋ และซาลาเปาทอด รสชาติน้ำเต้าหู้เค้าไม่เข้าข้น
ไม่หอมเลย เครื่องธัญพืชที่ใส่ก็ยังแข็งเป็นไตๆ โดยรวมไม่ประทับใจค่ะ แต่ร้านนี้มีคนมาทานเรื่อยๆเท่าที่สังเกตส่วนใหญ่เป็นคนพื้นที่ค่ะ เค้าอาจจะนิยมทานรสชาติประมาณนี้กันก็ได้เนอะ
ยังไงถ้าผ่านไปก็ลองแวะชิมกันได้ค่ะ
สรุป : เฉยๆค่ะ แต่ชอบการกินน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ตอนกลางคืน ได้บรรยากาศดี
ชมวิวเมืองภูเก็ตยามเช้าที่เขารัง
เช้าวันที่ 3 เรารีบเช็คเอาท์ออกจากที่พักเพื่อจะได้มีเวลา กิน เที่ยว ก่อนขึ้นเครื่องกลับ กทม. เราขึ้นมาชมวิวที่ จุดชมวิวเขารัง ทางขึ้นที่นี่ค่อนข้างแคบและชัน (คอยระวังฝูงน้องลิงกันด้วยนะคะ บางตัวไม่ยอมหลบให้รถผ่านค่ะ ต้องบีบแตรไล่เค้านิดนึง) พอถึงที่หมาย สวยอีกแล้วค่ะ มองได้ไกลสุดสายตาเลย เสียดายที่วันนั้นท้องฟ้าปิด มีฝนลงปรอยๆ เลยเห็นทะเลไม่ชัด
ปล. ข้างบนจุดชมวิวมีร้านอาหารและคาเฟ่ ชื่อร้าน Khao Rang Breeze Restaurant ค่ะ บรรยากาศตอนค่ำๆน่าจะดีเลยทีเดียว
Torry's Ice cream ร้านไอศกรีมชื่อดังย่านเมืองเก่าภูเก็ต
จากเขารัง เรามุ่งหน้าสู่ตัวเมืองภูเก็ตมาร้าน Torry's Ice cream กันค่ะ ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องนำไอศกรีมมาผสมผสานกับขนมพื้นเมืองของภูเก็ต เมนูที่เราสั่งมี ครังซองท์ไอศกรีมรายน้ำผึ้งและ บี โก หมอย (ตอนพนักงานทวนออเดอร์เรากลั้นขำแทบแย่555) รสชาติของทั้งสองเมนูถือว่าดีเลยทีเดียว ครัวซองท์มีความหอมและฉ่ำเนย อบมาพออุ่นๆ ทานคู่กับไอศกรีมที่ไม่หวานมาก รสชาติลงตัว
ส่วนเมนูบีโกหมอย คือการนำไอศกรีมรสกะทิมาทานคู่กับข้าวเหนียวเปียกน้ำกะทิ รสชาติจะออกไปทางขนมไทยๆ หวาน มัน เค็ม และหอมกระทิมากค่ะ
สรุป : ร้านนี้ห้ามพลาดค่ะ ต้องมาลองกันให้ได้ ราคาแอบแรง แต่รสชาติดี
กินหวานไม่กินคาวจะไม่อิ่มค่ะ 555 มาต่อกันที่ ร้าน ตู้กับข้าว อาหารพื้นเมืองภูเก็ต
เรามาถึงตอนร้านเปิดพอดี แต่โต๊ะติดจองไปแล้วครึ่งร้าน ถ้ามาช้ากว่านี้อดกินแน่ๆเพราะไม่ทันเวลาขึ้นเครื่อง บรรยากาศภายในร้านหรูหรามาก เดินไปทางไหนก็กลัวจะไปชนจานชามเค้าแตก
ถึงเวลาพนักงานมารับออเดอร์ เค้าก้จะแนะนำเมนูที่ขึ้นชื่อให้ ซึ่งเมนูของทางร้านมีเยอะ
เลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว เราสั่งแกงส้มยอดมะพร้าว คั่วกลิ้งคอหมูย่าง หมูสามชั้นทอดน้ำปลา และ หมูฮ้อง รสชาติอาหารเข้มข้นมาก จัดจ้านสุดๆ แกงส้ม และคั่วกลิ้งเผ็ดมาก
ใครไม่ทานเผ็ดแนะนำสั่งเมนูอื่นค่ะ เพราะขนาดเราทานเผ็ดกัน เรายังนั่งปาดน้ำตากันเลย 555
โดยรวมถือว่าใช้ได้ค่ะ อาหารสด สะอาด แต่ราคาแอบแรงไปเยอะเลย
สรุป : ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวอีกจะมาซ้ำค่ะ ส่วนตัวชอบความจัดจ้าน และเมนูที่หลากหลายของที่นี่






















































