1. ทริปกินเที่ยว
  2. สูดไอหมอก ณ ดอยอ่างขาง X เก็บบันทึกระหว่างกาล(เวลา)เดินทาง
บทความบันทึกการเดินทางข้ามผ่านกาลเวลา ปั้นแต่งทุกหยาดทุกหยดของความทรงจำที่แสนดีบนดอยอ่างขาง สถานีที่พ่อสร้างขึ้นไว้ให้แก่ประชาชน สถานีที่สักครั้งหนึ่งในชีวิตที่ควรค่าแก่การเดินทางไปถึงด้วยตัวเอง
7 ถูกใจ
4.2K อ่าน

วันที่ 1 : เริ่มต้นจากศูนย์

เมื่อความหนาวสะท้านเข้ามาเยี่ยมเยือนในเช้าวันหนึ่งของเดือนธันวาคม ในขณะขนแขนทุกรูแทบจะสแตนอัพปรับตัวรุกรับกับความเปลี่ยนแปลงของอากาศที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า เสียงผู้ประกาศจากข่าวในจอทีวีก็กำลังแถลงการณ์เรื่องความกดอากาศมิสู้ดี ที่กำลังจะพัดผ่านเข้ามายังประเทศไทยทางภาคใต้ภายในวันถึงสองวันนี้ และอาจส่งผลกระทบทั่วถึงทั้งประเทศ ลมมรสุมกำลังแรงสลับอ่อนอาจมีผลทำให้อุณหภูมิลดลงและเกิดฝนฟ้าคะนองติดต่อกันหลายชั่วโมง แถมผู้ประกาศยังทิ้งท้ายเตือนถึงอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นได้

เนื้อหาข่าวนี้ก็คงคล้ายๆกับข่าวพยากรณ์อากาศในทุกๆวัน ทว่ามันเริ่มจะไม่ปกติก็ตอนที่ผมหันกลับมามองเที่ยวไฟลท์บินบนจอออกอากาศ ใช่ครับ มันเป็นเวลาเดียวกับที่ผมและหญิงสาวกำลังจะออกบินไปยังดอยที่ได้ขึ้นชื่อว่ากักเก็บความหนาวเหน็บได้อย่างดี เรากำลังจะมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าด้วยสายการบินที่มีโลโก้เป็นสิงโตสีแดง

ท้องฟ้าที่ถูกมองผ่านหน้าต่างเครื่องบินดูไม่สดใส ความครึ้มของฟ้าชวนให้เราเริ่มเกิดความกังวลในหัวใจกับสถานการณ์เบื้องหน้า มรสุมจะก่ออุปสรรคในการเดินทางมาแค่ไหนไม่มีใครอาจรู้ได้ ผมได้แต่จดๆจ้องๆจอมือถือ เพื่อเชคสภาพอากาศที่แปรปรวนนั้นตลอดเวลา ไม่นานนักเครื่องบินที่เราโดยสารก็โบกมืออำลาท้องฟ้าและลดปีกสู่ผืนดินที่มั่นหมายตรงตามกำหนดเวลา

สูดไอหมอก ณ ดอยอ่างขาง X เก็บบันทึกระหว่างกาล(เวลา)เดินทาง

ผมและหญิงสาวออกเดินลัดเลาะจากสนามบินไปยังจุดบริการรถสาธารณะ เชียงใหม่ที่ผมเคยฝากรอยเท้าเอาไว้ในบันทึกการเดินทางเมื่อสิบปีก่อนยังคงไม่เปลี่ยนไปอย่างที่เคยรู้จัก รถแดงยังคงวิ่งกันอย่างหนาตา เสียงอันไพเราะจากสาวเหนือที่อู้กำเมืองยังคงสะเนาะหูเสมอ เมื่อก้าวเท้าขึ้นรถไมโครบัสคันจิ๋วพร้อมกับสัมภาระเต็มบ่าก็ได้รับน้ำใจงามๆจากผู้โดยสารร่วมคัน ระหว่างทางจากสนามบินไปยังที่พัก ผมได้แต่ขบคิด ถึงข้อดีที่เราได้รับจากการบอกลาเมืองหลวงอันแสนวุ่นวายมา ก็เพื่อมาพบปะกับผู้คนใหม่ๆที่มีจิตใจเฉกเช่นที่เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ หากแท้จริงแล้วมนุษย์เราต่างมีจิตใจที่ดีงามและคอยช่วยเหลือกันเสมอตราบเท่าที่ยังหายใจ หากปราศจากการแข่งขันแย่งชิงอำนาจและทรัพยากรต่างๆมาเป็นของส่วนตัว

มาถึงที่พักโดยสวัสดิภาพ ฝนไม่ตก แดดไม่แรง แถมอากาศยังเย็นสบาย ผมออกเดินสำรวจวัดวาแถบที่พัก ไหว้พระขอพรเอาฤกษ์เอาชัยเพื่อให้การเดินทางในวันพรุ่งนี้สะดวกสบาย ไม่ติดไม่ขัดอย่างที่กังวลใจ จุดธูปเทียนขอพรไปสามวัดคล้ายกับว่าความกังวลใจจะเริ่มจางหาย ผมหยุดเดินทอดน่องแล้วจ้ำอ้าวกลับไปยังที่พักในทันที เม็ดฝนซาๆหลั่งรินลงมาแล้ว ระดับความชื้นสัมพัทธ์ชวนให้เราต้องรีบหลบเข้าไปพักในชายคา อาบน้ำ เอนหลัง พักผ่อน คือกิจกรรมที่ทำได้ดีที่สุดในเวลานี้

ผมเริ่มปล่อยวางและไม่คาดหวังกับสถานการณ์เบื้องต้นที่จะเกิดขึ้น ความคิดอันวกวนกำลังถูกชัตดาวน์ตัวเองเมื่อระบบเริ่มรวน ก่อนจะพักสายตาลงบนเตียงนุ่มๆ ผมเหลือบไปเห็นข้อความในเฟสบุ๊คในเพจหนึ่งว่า “ข้อได้เปรียบของผู้เริ่มต้นจากศูนย์ คือ ไร้ความกังวล – สตีฟ จ็อบส์” การประมวลผลเริ่มต้นใหม่จากศูนย์กำลังเกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ แม้ไม่รุ้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ผมก็ขอหยุดความกังวลใจเอาไว้ก่อน ส่วนพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรก็แก้กันไปตามสถานการณ์

สูดไอหมอก ณ ดอยอ่างขาง X เก็บบันทึกระหว่างกาล(เวลา)เดินทาง

วันที่ 2 : มิตรแปลกหน้า

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตีห้า เสียงฟ้าร้อง-ฝนกระหน่ำได้จากไปแล้ว ผมและหญิงสาวเดินออกมาจากที่พักเพื่อพบกับอากาศที่เย็นสบายอีกครั้ง เรามีนัดกันตอนเจ็ดนาฬิกากับรถบัสสายเชียงใหม่-ท่าตอน ซื้อตั๋วเสร็จสรรพก็ได้ที่นั่งชิดติดหน้าต่าง รถบัสที่นี่ จำต้องปิดกระจกทั้งหมด ไม่ใช่เพราะกลัวมลพิษจากไอเสียจะเข้ามา แต่อากาศข้างนอกรถนั้นช่างหนาวสะท้านยิ่งกว่าตุ้แช่น้ำอัดลมในร้านสะดวกซื้อเสียอีก

รถบัสขับวนซ้ายวนขวาพาเสียวสันหลังตลอดทาง ผ่านป่า ผ่านแนวเขา ผ่านด่านตำรวจ ซ้ำๆหลายต่อหลายครั้ง เกือบสามชั่วโมงนิดๆที่เราต้องนั่งหลังตรง พร้อมกับท่านั่งกอดอกทนความหนาว รถบัสก็พาเรามาถึงยังจุดรอรถสองแถวขึ้นดอยอย่างปลอดภัย

สูดไอหมอก ณ ดอยอ่างขาง X เก็บบันทึกระหว่างกาล(เวลา)เดินทาง

เราเดินเข้าวัดพร้อมกับน้องนักศึกษาที่โดยสารรถบัสมาด้วยกัน มิตรภาพก่อเกิดในวัดวา เมื่อเราต่างร่วมลงขันเหมารถสองแถวขึ้นดอยร่วมทัวร์ดิบๆนี้ไปด้วยกัน ลุงคนขับออกตัวได้ดีในช่วงสามกิโลเมตรแรก ก่อนที่พาเราไปพบกับเส้นทางที่คดเคี้ยวที่ต้องอาศัยการเลี้ยวรถด้วยความชำนาญระดับสกิลดริฟท์คิงอย่างลุงชล ผู้เป็นทั้งคนขับรถและไกด์ทัวร์ให้แก่เรา เสียงเร่งเครื่องยนต์กับทางหักศอกชวนให้ผมต้องรีบใช้มือเกาะกุมที่นั่งให้มั่น ในขณะที่ลุงชลขับฝ่าสายฝนบนถนนลื่นแถมยังมีหมอกลงจัดไปอย่างไม่มีความกังวลใดๆ

เมื่อเห็นป้ายบอกทางเขียนว่าอีกไม่ถึงสองกิโลเมตร เราก็เริ่มคลายความกังวลอย่างยิ่งยวด อาจเป็นเพราะว่าข่าวรถยนต์ของนักท่องเที่ยวเสียหลักบนเส้นทางขึ้นดอยอ่างขางเมื่ออาทิตย์ก่อน จึงทำให้ผมต้องศึกษาเส้นทางให้ถี่ถ้วนก่อนการเดินทางมา แต่ถึงจะอย่างไร ลุงชลก็พาพวกเรามาถึงยังสถานีเกษตรได้อย่างปลอดภัยแล้ว แถมพ่นไอใส่เราเป็นมุขตลกให้ขำๆกันก่อนจะเริ่มต้นทัวร์อีกด้วย

ลุงขับรถพาทัวร์สถานีเกษตรเป็นจุดๆ ส่วนเวลาก็ตามแต่ที่เราตกลงกัน เราเริ่มต้นเดินเท้าจากร้านค้าของโครงการหลวงที่มีทั้งผลิตผลจากชาวบ้าน ของฝากโดยโครงการหลวง และร้านกาแฟที่ขาดเป็นไม่ได้ เดินเยี่ยมชมดอกไม้เมืองหนาวในโดมที่มีการควบคุมอุณหภูมิ ถ่ายภาพดอกซากุระที่กำลังเปียกปอนไปด้วยละอองฝนที่สลับกันตกๆหยุดๆตลอดเวลา ผ่านไปยังสวนบอนไซและจุดจัดกิจกรรมต่างๆ

ส่วนจุดที่สองจะเป็นบริเวณสวน 80 ในส่วนนี้จะมีร้านอาหาร ที่พัก และร้านกาแฟ ผมและหญิงสาวนั่งพักกันตรงจุดนี้ เพื่อจิบกาแฟและเขียนโปสการ์ดสักใบตามคำแนะนำของธีมป้ายที่แปะอยู่บนฉากไม้ไผ่ ไม่นานนักเสียงฝนชุดใหญ่ก็สาดซัดมาอีกระลอก เราจึงได้ดื่มด่ำสวน 80 อยู่อย่างไกลๆ ก่อนที่ฝ่าเม็ดฝนไปยังจุดถัดไป

มาถึงจุดที่สาม จะเป็นสวนบ๊วยที่ปลูกเอาไว้เป็นแนว ผมสังเกตุเห็นดอกบ๊วยน้อยๆที่คล้อยตัวลงตามหยดน้ำฝนที่ค้างคา ดอกบ๊วยจำนวนหนึ่งร่วงหล่นจากต้นลงสู่ผิวดิน และบางดอกก็ยังคงชูช่อรับน้ำฝนได้อย่างอิ่มเอม เราเก็บภาพสวนบ๊วยในฝันอยู่นานสองนาน ก่อนที่ละอองฝนเม็ดใหญ่จะไล่ให้เข้าไปในโดมที่เต็มไปด้วยพืชผักสวนครัว ดูท่าทางว่ารอบนี้จะตกแบบไม่ลืมหูลืมตาเสียแล้ว เราเลยคุยกันว่า ผมและหญิงสาวจะกลับที่พักเลย ส่วนลุงชลกับน้องๆนักศึกษาจะไปทัวร์ ไร่ชา2000 ไร่สตอร์เบอรรี่ และชุดชมวิว ให้ทันก่อนจะหมดวัน

เราได้แต่โบกมือลามิตรภาพที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในสามชั่วโมงก่อน ไปพร้อมๆกับความทรงจำดีๆที่เกิดขึ้นร่วมกันระหว่างทาง ผมขอให้ลุงชลและน้องๆเดินทางกลับลงดอยและถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

วันนี้ผมเจอเรื่องราวมากมาย ที่อยากจะเขียนมันออกมาลงหน้ากระดาษ ในวันที่สมองยังจดจำและหัวใจยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆ

“บทเรียนของการมีชีวิตในวันนี้ คือการได้ค้นพบความสุขที่อยู่ข้างหน้าในทุกๆลมหายใจ แม้มันจะยากลำบากแค่ไหนที่จะต้องดั้นด้นฝ่าฟันอุปสรรคข้างทางอันน้อยใหญ่

แม้ฝนจะตกตลอดทาง ความหนาวเหน็บระดับที่ร่างกายไม่สามารถทานทนต่อการสั่นไหว อีกทั้งความกลัวที่ก่อตัวอยู่ข้างในจิตใจ ที่มักจะเผยออกมาให้ใจสั่นตลอดการเดินทาง ทว่าพอก้าวเท้าออกเดินหน้าไปเรื่อยๆ มันกลับทำให้เรามีความสุขยิ่งขึ้นและมากยิ่งขึ้นในทุกๆก้าวที่ออกเดิน

เราทิ้งความรู้สึกน่าเบื่อหน่ายที่ต้องตีหน้าซื่อฟังเจ้านายสบถในเช้าวันจันทร์ เราปล่อยวางความสัมพันธ์ของผู้คนที่ไม่สลักสำคัญในชีวิตให้เลือนหายไปเสียบ้าง เราดื่มด่ำความคิดที่เป็นมิตรผสมปนเปกับสิ่งเร้าดีๆที่ช่วยกระตุ้นให้หัวใจของเราชุ่มฉ่ำตลอดทาง เราได้ค้นพบแล้วซึ่งความหมายของการมีชีวิตในวันนี้ เพื่อที่จะได้สานต่อความฝันและลงมือทำในสิ่งที่รักไปได้ตลอดกาล

สูดไอหมอก ณ ดอยอ่างขาง X เก็บบันทึกระหว่างกาล(เวลา)เดินทาง

อากาศที่ปลอดโปร่งชวนให้ความคิดไม่ยึดติดกับความเคยชินอันหลอกลวง หลากหลายผู้คนที่พบเจอระหว่างทางชวนให้เราฉุกคิดถึงความต้องการพื้นฐานระดับจุลภาค แค่พอเพียงและเพียรค้นหาความต้องการของชีวิตให้เจอในช่วงหนึ่งกาลเวลา อย่ามัวแต่ปล่อยปะละเลยให้แต่ละวินาทีที่มีค่าหมดไปกับมูลค่าที่วัดไว้ด้วยหน่วยเงินตราหากมันต้องแลกมาด้วยความต้องการของชีวิตที่หายไป

สถานีที่พ่อสร้างชวนให้เราสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

สถานีที่พ่อสร้างได้เปิดตาให้เรามองเห็นความทุกข์ร้อนที่ผ่อนคลายจนกลับกลายมาเป็นวิถีชีวิตใหม่ที่พอเพียงของชาวบ้านยุคใหม่

สถานีที่พ่อสร้างช่วยสะกิดสะเก็ดความเห็นแก่ตัวของเราให้หลุดลอกออก แล้วกลับมาเข้าใจความหมายของชีวิตที่ต้องการ สถานีที่พ่อสร้างเป็นดั่งดินแดนมหัศจรรย์ที่สร้างสรรค์ผลิตผลจากความดี ที่เราได้มาพบเห็นได้ทัน ก่อนที่ชีวิตจะไถลลื่นออกจากเป้าหมายจริงๆในชีวิตออกไปไกล”

ผมเผลอหลับในขณะที่ปากกายังคงเต็มไปด้วยน้ำหมึก หากพรุ่งนี้จะมีเรื่องให้ตื่นเต้นมากมายกันอีกสักแค่ไหน ผมเองก็มิอาจล่วงรู้ ไม่ว่าฟ้าฝนจะส่งเสียงร้องคำรามอีกสักเท่าไร ไม่ว่าหมอกร้ายจะยังคงอยู่หรือจางหายไปเมื่อไร เราก็ยังคงยืนยันที่จะออกไปแตะขอบฟ้า ไม่ด้วยปลายปากกาก็ด้วยกำลังของแข้งขาที่กล้าจะออกเดิน

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

4.7
33 รีวิวค่าเข้าชม: 50/คน
ที่อยู่ : ถนน แม่งอน-อ่างขาง ม่อนปิ่น ฝาง เชียงใหม่
เปิดบริการ : ทุกวัน : 08:00 - 18:00

วันที่ 3 : เธอมาหมอกร้ายก็หาย

สายเรียกเข้าของลุงชลดังขึ้นตั้งแต่เช้ามืด ตีห้าคือเวลาที่นัดหมายกันไว้ตรงหน้าที่พัก ลุงชลพาเพื่อนใหม่มาแนะนำให้เรารู้จักอีกสองคน เป็นอีกครั้งที่มิตรภาพก่อตัวขึ้นในความมืดมิดอับแสงอาทิตย์ และจางหายไปเมื่อฝนซาในยามสายของวัน

เรามาถึงทางเดินไปสู่จุดชมวิวตอนตีห้าครึ่ง มีเสียงเล่าลือว่าเราควรจะมาชิมโจ๊กยูนานกันก่อน ผมและหญิงสาวจึงไม่รอช้าที่จะโซ้ยของกินเสริมกำลังก่อนจะซดน้ำชาตบท้าย

ก่อนจะเดินจากร้านรวงเพื่อไปยังจุดชมวิว ก็เริ่มได้ยินเสียงเล่าอ้างจากนักเดินทางร่างใหญ่ว่า เช้านี้ฟ้าปิดและไม่สามารถเห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้นได้อย่างแน่นอน คงเป็นเพราะฝนที่กระหน่ำลงมาเมื่อคืนอย่างไม่ขาดสาย ความลังเลสงสัยท้าทายให้เราอยากจะออกไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาเสียบ้าง และแล้วก็ไม่ผิดคาดอย่างที่นักเดินทางร่างใหญ่บอกเอาไว้

สูดไอหมอก ณ ดอยอ่างขาง X เก็บบันทึกระหว่างกาล(เวลา)เดินทาง

จุดชมวิวที่เราไปถึงเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ที่ถือกล้องเซลฟี่ยืนอยู่บนโขดหินที่เต็มไปด้วยหมอกหนาๆ บางคนจับขาตั้งกล้องจับจองรอถ่ายเพียงเพื่อหวังว่าแสงแดดจะตัดหมอกให้จางหายไปเสียบ้าง ส่วนเราก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ยืนจังก้ารอคอยอย่างมีความหวัง ทว่าสุดท้ายแล้วเราก็จำต้องทิ้งความหวังเอาไว้ตอนเจ็ดนาฬิกา เมื่อไม่มีทีท่าของพระอาทิตย์ในเงาหมอกหนาๆนั้นเสียเลย

เราเดินกลับมาพบที่จุดนัดพบเพื่อไปต่อ ผมเริ่มบทสนทนากับมิตรใหม่บนรถสองแถวว่า พวกเขาเดินไปยังจุดชมวิวมาหรือไม่ น้องผู้ชายตอบว่าเขารู้อยู่แล้วว่าวันนี้ฟ้าปิด แถมฝนที่ตกหนักเมื่อคืนก็ทำให้หมอกหนาเกินกว่าจะเห็นวิวสวยๆ ผมเพิ่งมารู้ทีหลังว่าน้องคนนี้เป็นคนในพื้นที่ และดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกเขามาที่จุดชมวิวแบบไม่เห็นวิว

คลับคล้ายคลับคลาว่า บางทีการเดินทางในชีวิตของเราจะต้องผ่านด่านอุปสรรคอันมากมายเพื่อบรรลุให้ถึงเป้าหมาย ทว่าบางด่านไปถึงแล้วก็ไม่ได้พบผลลัพธ์อย่างที่หวัง บางด่านไปถึงแล้วกลับต้องเริ่มต้นใหม่อยู่ตลอดเวลา ผมนึกถึงคำพูดของพี่ชายคนหนึ่งที่เคยบอกว่า “ไม่มีคำว่าเสียเวลาสำหรับการเดินทางหรอก เราเดินทางเพื่อรู้จักโลก และรู้จักตัวเองให้มากขึ้นต่างหาก” คำพูดนี้ก็อาจจะจริงก็เป็นได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

ลุงชลกำลังพาพวกเราผ่านสายหมอกไปยังด่านถัดไปที่ไร่สตรอว์เบอร์รี่ หากสตรอว์เบอร์รี่อันสุกงอมและหอมหวานคือเป้าหมายของเราในฐานถัดไป

การได้ขึ้นมายังดอยอ่างขางครั้งนี้ ผมวาดหวังไว้ว่า จะได้มาเด็ดลิ้มชิมรสสตรอว์เบอร์รี่ลูกอวบๆจากสวนของโครงการหลวงดูสักครั้ง เมื่อพยายามสอบถามชาวไร่ว่า ช่วงนี้ทำไมต้นสตรอว์เบอร์รี่ถึงไม่ออกผลแดงๆฉ่ำๆออกมาให้เห็นเลย ผมก็เลยเข้าใจว่าผลผลิตบางส่วนถูกเก็บเพื่อส่งเข้าโครงการหลวงไปตั้งแต่เช้ามืดแล้ว

สูดไอหมอก ณ ดอยอ่างขาง X เก็บบันทึกระหว่างกาล(เวลา)เดินทาง

แท้จริงแล้วนักท่องเที่ยวอย่างเราก็ไม่ควรที่จะลงไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่กันเอง เพราะอาจจะทำให้พืชผลที่ชาวบ้านต่างฟูมฟักขึ้นมาเสียหายได้ เมื่อพ่อหลวงได้สร้างผืนดินแห่งนี้ให้ชาวบ้านได้มีอาชีพเพาะปลูกจนเกิดเป็นผลผลิต อีกทั้งยังจัดตั้งศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อกระจายสินค้า สุดท้ายการกระจายรายได้ก็กลับคืนสู่ประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน

ผมกลับมามองชีวิตตัวเองในวันที่เรายังมิอาจค้นพบความต้องการของการใช้ชีวิต อาจเป็นเพราะว่าตัวเราเองยังไม่ฉุกคิดถึงเป้าหมายปลายทางที่อยู่ข้างหน้า เราอาจหวังว่าผลสตรอว์เบอร์รี่ทุกสวนจะสดใหม่และพร้อมให้เราเก็บกินไปตลอดกาล ทว่าบางฤดูกาลสตรอว์เบอร์รี่อาจมีรสเปรี้ยว หรือบางช่วงเวลาผลสตรอเบอร์รีอันสดใหม่ก็ถูกขนย้ายไปยังสถานที่จำหน่ายที่เราอาจเดินทางกลับไปซื้อไม่ทัน

หากไม่ยากเกินไปหรอกถ้าชีวิตจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในวันถัดไป เมื่อเราพยายามศึกษา พูดคุย รับฟังคำชี้แนะและประสบการณ์จากผู้รู้ที่เคยผ่านทางนี้มาก่อน ปรับเปลี่ยนวิธีการและเส้นทาง แถมด้วยการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนโอกาสนั้นจะผ่านมา ในวันพรุ่งนี้ผมจะอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้า เพื่อออกไปค้นพบสตรอเบอร์รีอันสุกงอมและหอมหวานที่โครงการเกษตรหลวงอย่างที่ตั้งใจ

หากเส้นทางชีวิตก็ต้องถูกปรับเปลี่ยน เพื่อค้นพบเป้าหมายตามที่หัวใจของตัวเองต้องการ

ถึงเวลาต้องบอกลามิตรภาพในยามสาย ลุงชลแวะส่งเพื่อนร่วมทางทั้งสองที่หน้าสถานีเกษตร ก่อนที่จะพาพวกเราลงจากพื้นที่สูงชันสู่ระดับพื้นดิน การเดินทางในครั้งนี้ได้ให้ประสบการณ์อันโชกโชน บางเรื่องสามารถเขียนบรรยายออกมาได้เป็นฉากๆ อันเนื่องมาจากความประทับใจที่เกิดขึ้นและความสุขที่ปะปนกันมา ผมได้แต่ทบทวนเรื่องราวต่างๆก็เกิดขึ้นในเช้าวันนี้ จนพอจะเขียนบันทึกลงไปในหน้ากระดาษอันเวิ้งว้างได้ว่า

"ดูเหมือนช่วงเวลานี้จะสายเกินกว่าจะหลับตาแล้วล้มลงนอน ทว่าสายหมอกยังคงตั้งเค้าครึ้มชวนให้ทัศนียภาพไม่ชัดเจนอย่างเช่นเคย วิวเขาถูกระบายไปด้วยเมฆหมอกที่มิอาจให้เราได้มองเห็นวิวมุมสูงอย่างเต็มสองตา ทะเลหมอกเช้านี้ที่วาดฝันเอาไว้คงเหลือเอาไว้เพียงแต่ภาพความทรงจำ"

บางทีชีวิตก็พาให้เรามาพบกับผู้คนหลายรูปแบบ บางคนเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบเดิมๆไปจนแก่โดยไม่เลือกออกเดินไปไหน อาจเป็นเพราะรวงรังที่เขาอยู่มันช่างแสนอบอุ่นและปลอดภัยในหนึ่งช่วงกาลเวลา พอเอาเข้าจริง เมื่อถึงฤดูอพยพย้ายถิ่นมาถึง พวกเขาก็จำต้องยอมทนหนาวไปเสียจนกว่าฤดูร้อนครั้งหน้าจะกลับมาเยือน

ส่วนผู้คนอีกประเภทหนึ่งนั้นต้องการเป็นอิสรชนมากกว่ากรรมาชน สร้างไอเดียเพื่อออกดอกผลิตผลและเสริมสร้างคุณค่าจากงานที่รัก จากสิ่งเล็กๆน้อยๆสู่ความยิ่งใหญ่ด้วยสองมือที่ประสานกัน จนเกิดเป็นธุรกิจย่อมๆที่เป็นที่รู้จักไปไกล เราหวังเพียงจะเป็นหนึ่งในที่ทำงานอันยิ่งใหญ่ หรือต้องการจะสร้างตำนานให้แก่บริษัทที่มีชื่อว่าตัวเอง

สูดไอหมอก ณ ดอยอ่างขาง X เก็บบันทึกระหว่างกาล(เวลา)เดินทาง

ความอัศจรรย์ของเมฆหมอกอาจถูกซ่อนเอาไว้หลังทิวเขา เหล่าอิสรชนผู้หาญกล้าจำต้องออกจากรวงรังเพื่อเดินหน้าสู่ทิวเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เดินบ้าง ล้มบ้าง ลุกบ้าง หรือจะออกวิ่งอย่างเต็มกำลังใจ

หากมั่นใจแล้วว่าหนทางข้างหน้านั้น "ใช่" ก็ขอให้รีบก้าวเดินไปเถิด เพราะสุดท้ายแล้วเมฆหมอกที่บังตาจะคลี่คลายเมื่อเราค้นพบลำแสงแห่งศรัทธา ที่กำลังโปรยลำแสงลงอยู่หลังม่านหมอกตรงหน้า เมื่อนั้นทางสว่างจะเปิดออกให้เราได้เห็นสิ่งที่ต้องการอันแท้จริงจากหัวใจตัวเอง

เราจะเก็บเรื่องราวดีๆแบบนี้ไว้ได้อีกนานแค่ไหน อาจจะไม่ใช่คำถามของนักเดินทางที่ผ่านประสบการณ์ดีๆมาแล้วอย่างโชกโชน ผมได้แต่โบกมืออำลาสถานที่ที่ครั้งหนึ่งเราเคยมา และตั้งคำถามที่ไม่มีคำตอบให้กับตัวเองใหม่อีกครั้งว่า

ติดตามพวกเราได้ที่ Facebook: Theexplorerphotographer

ดอยอ่างขาง

ดอยอ่างขาง

4.5
44 รีวิวไม่มีค่าเข้าชม
ที่อยู่ : ทางหลวงหมายเลข 1249 ม่อนปิ่น ฝาง เชียงใหม่
เปิดบริการ : ทุกวัน : 06:00 - 17:00

ชอบทริปนี้? ส่งหัวใจและแชร์ทริปสิ

ส่งหัวใจและแชร์ทริปนี้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าของบทความ

7

bear image
เริ่มต้นเขียนทริปของคุณ
0 ความคิดเห็น