-เราออกเดินทางด้วยรถทัวร์จาก กทม.-แม่ฮ่องสอนจ้า... เค้าว่าโค้งเยอะแบบนี้ยิ่งต้องพิสูจน์ (ยาแก้เมาพร้อม!)
-ประมาณ 7 โมงเช้า เราก็มาถึงขนส่ง ท้องก็เริ่มร้อง จะช้าอยู่ไปตลาดสายหยุดกันดีกว่า
(ที่ตลาดสายหยุดจะเป็นตลาดชาวบ้าน ของที่นี่ราคาถูกมาก ยกเว้นชุดไทยนะคะ ราคาแรงอยู่ เราเข้าใจว่าเค้าทอมือเองรึเปล่าเลยแพง)
-เมื่อท้องอิ่มก็ได้เวลาแว้นมอไซค์เที่ยวแล้ว... ประเดิมที่แรกด้วยสะพานซูตองเป้...หูยยยย บอกเลยว่าหน้าฝนแบบนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะทุ่งนากำลังเขียวขจี อากาศเย็นสบาย และวิวก็หลักล้านจริงๆคะ
-จากนั้นก็ได้เวลาแว้นยาวๆไปปางอุ๋งกันเถอะ... ตลอดทางเราโชคดีมากไม่เจอฝนเลย
-ปางอุ๋งเป็นสถานที่ยอดฮิตที่คนมักแวะมาถ่ายรูปกันตอนเช้าแล้วกลับ แต่สำหรับเราอยากสโลวไลฟมาก เลยตัดสินใจค้างคืน เพื่อเก็บบรรยากาศแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยคะ
-หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน... เข้าที่พักไปหลับสักหงีบดีกว่า 555 คืนนี้เราพักกันที่ลุงจิ่งโฮมสเตย์
-หลังตื่นมาเราก็ไปเดินเล่นที่ริมน้ำอีกรอบคะ
-โฮมสเตย์ที่นี่ มีแค่พัดลมนะคะ ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น วันที่ไปอากาศเย็นมาก ฝนก็ตกอีก ตอนอาบน้ำแถบกริ๊ดกันเลยทีเดียว เพราะน้ำเย็นเหมือนเอาน้ำแข็งมาราดตัว 555
-มื้อเย็นวันนี้ เราจัดหมูกะทะกัน แต่ด้วยความหิวโหยไม่มีรูปนะคะ เพราะถ่ายไม่ทันนายแบบกินคะ 555 หมูกะทะก็รสชาติธรรมดาไม่ว้าวอะไร แต่ด้วยบรรยากาศที่ดีมากๆ อาหารเลยอร่อยขึ้นเยอะเลยคะ
-ลืมบอกไป วันนี้มีพวกเรามาค้างที่ปางอุ๋งแค่คู่เดียวนะคะ นักท่องเที่ยวไม่มีใครมาค้างเลยคะ 555
-ตื่นเช้ามาก็ไปหาอะไรกินที่ร้านลุงปาละเหมือนเดิม แต่คราวนี้เจอพนักงานต้อนรับด้วยคะ ขอบอกว่าน่ารักมาก
-พออิ่มแล้วเราก็เดินเก็บตกวิวสวยๆของปางอุ๋งก่อนจะเดินทางต่อกัน
-และแล้วก็มาถึงหมู่บ้านรักษ์ไทย วันนี้ทั้งวันเราจะสโลว์ไลฟที่นี่และค้างคืนที่ลีไวน์จ้า ซึ่งที่นี่ก็ไม่ทำให้เราต้องผิดหวังเลย
-นั่งจิบชาไปดูวิวไปขอบอกเลยว่าเพลินขั้นสุด
-และแล้วมื้อค่ำที่รอคอยก็มาถึง 555 เราไปฝากท้องที่ลีไวน์เลยคะและไฮไลต์ของที่นี่คือขาหมูหมั่นโถ่นั่นเอง มีชาให้ดื่มฟรีด้วยนะ แค่กๆ รู้สึกคาเฟอีนเกินขนาดมากคะ เพราะไปที่ไหนก็เสิร์ฟชาฟรีตลอด แถมดันรสกลมกลมกล่อมนุ่มลิ้นทุกที่อีก
-คืนนี้ก็หลับฝันดี พร้อมกับพุงห้อยๆ พรุ่งนี้ก็ตื่นเช้าๆมาดูหมอกเหนือน้ำกันดีกว่า
-ที่พักมีน้ำอุ่นนะ มีสองเตียงใหญ่อีกตังหาก ดิ้นกันให้มันเลยคืนนี้
-ตื่นมาก็หิวเลย แต่ยังก่อนคะ ไปเก็บรูปริมน้ำกันก่อน แลนมาร์กของที่นี่คือไอหมอนลอยหมุนวนเหนือผิวน้ำคะ
-ได้อาหารตาแล้วก็ถึงเวลาอาหารพุง อาหารเช้าดีงามมาก แถมเติมไม่อั้นอีก โอยยยย ท้องเกือบแตกคะ 555
-เฮ้อออออ ได้เวลาเก็บกระเป๋าแล้วเดินทางต่อ สถานีต่อไปคือภูโคลน เราไปเสริมความงาม/ความหล่อกัน!!! แอบกระซิบนิดนึงว่าราคาแรงอยู่ เราจ่ายไหวแค่พอกหน้าคะ ขอเก็บตังไปกินให้ตัวแตกดีกว่า
-สวย/หล่อกันพอแล้วก็ไปเที่ยวต่อที่ตัวเมืองกันดีกว่า เราเดินทางไปไหว้พระธาตุคู่บ้านคู่เมือง คือพระธาตุดอยกองมูนั่นเอง ทางขึ้นแอบโหดนิดนึง แต่ยังไงก็ไม่เท่าปางอุ๋งหรอกคะ 555
-ด้านหลังพระธาตุมีร้านกาแฟด้วยนะ ต้องไปโดนคะ เพราะวิวหลักล้านเลย
-หิวอีกแล้วจ้า มื้อเที่ยงก็ไม่ได้กินด้วยสิ งั้นต้องจัดหนักๆกันแล้ว เราตัดสินใจไปถนนคนเดิน แต่ฝนตกหนักร้านค้าเลยวายกันหมด เราเลยต้องเปลี่ยนแผนกันทันที จึงเปิดกรูรูแล้วถามไถ่ได้ความมาว่า ร้านที่ต้องมาโดนคือ ร้านใบเฟิร์น นั่นเอง
-หนังท้องตึงหนังตาหย่อนอีกแล้ว รีบแว้นมอไซค์ไปที่พักด่วน คืนนี้เราพักที่ B2 พอหัวถึงหมอนเราก็หลับกันเลย ไม่มีรูปนะคะทุกคนนนนนนนน
-วันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกจริงๆ วันนี้เราตัดสินใจเดินเที่ยวตัวเมืองไปเรื่อยๆ ซึ่งคิดผิดมากคะคุณณณณณ เพราะตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเป็นภูเขาสลับซับซ้อน นั่นหมายถึงเราต้องเดินขึ้นเขาลงเขาพร้อมแบกสัมภาระทั้งหมด
-เราเดินเที่ยวไปเรื่อยๆเจออะไรน่าถ่ายรูปก็ถ่าย จึงไม่ได้โฟกัสว่าคือที่ไหนนะคะ
-หมดเวลาแล้วสิๆ กลับบ้านกัน เฮ้อออออ เราเดินทางมารอไฟล์บินกลับ กทม. กัน อดใจหายไม่ได้เลย แต่ไม่เป็นไร เพราะเราหมายมั่นปั้นมือว่าครั้งหน้าต้องกลับมาเก็บที่เที่ยวที่นี่อีกแน่นอน และต้องเป็นหน้าฝนด้วย
-สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณเพื่อนที่เข้ามาแวะดูทริปของเรานะคะ ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยคะ
-ป.ล.เราเดินทางช่วงเดือน ก.ย. คะ
ส่งหัวใจและแชร์ทริปนี้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าของบทความ























































