ด้วยความตั้งใจให้เป็น 1เดย์ทริป เราจำเป็นต้องออกจากกรุงเทพฯแต่เช้าค่ะ
ตี3ตื่นนอน ล้อหมุน 03:30 พุ่งตรงแบบดิ่งๆมุ่งหน้าเมืองจันกันเลย โดยพิกัดแรกของเรา คือ เกาะเปริด ไปค่าา
การเดินทางมาเกาะเปริด มุ่งหน้าแหลมสิงห์ เกือบจะถึงตราดละค่ะเอาดีๆ 😁
ประมาณ 7โมงครึ่งเราก็เดินทางมาถึงวัดเกาะเปริด ต้องจอดรถที่นีีีแล้วเดินเท้าเข้าไปชมวิวค่ะ
การเดินขึ้นมาผาสุขนิรันดร์ ถึงแม้ระยะทางที่เขียนไว้ว่า 300 เมตร แต่เอาเข้าจริง เหมือนวิ่งมาประมาณ10กิโลค่ะ ยังไม่หมดแค่นั้น เราไปดูวิวบันไดกันชัดๆ
มุมนี้หลายคนถามว่าใช้โดรนถ่ายหรอ ว๊ายยย ไม่ใช่ค่ะ ความจริงคือตากล้องอยู่ที่ผาสุขนิรันดร์ยืนรอถ่ายอยู่ลิบๆ ไกลกันประมาณนึงเลย เรากลายเป็นคนตัวเล็กไปเลยย ดี๊ดี
ฝั่งตรงข้ามผาสุขนิรันดร์คือผาซันชายน์ค่ะ เดินเที่ยวถ่ายรูปที่นี่ ใช้เวลากันประมาณชั่วโมงนิดๆ เหนื่อยหอบมากจ้ะพี่จ๋า
วิวตรงนี้ถ่ายจากร้านกาแฟนะคะ แต่ร้่นเปิด9โมง เรามาเช้ามาก เลยยังไม่มีใครมาเลย
อิ่มหนำจุใจกันแล้วเดินกลับไปที่วัดค่ะ ไปทำบุญค่าดูแลบูรณะสถานที่กัน ปัจจัยคนละเล็กน้อย ก็หล่อเลี้ยงหัวใจของผู้ดูแลได้แล้วเนอะ
มุ่งหน้าเข้าเมืองกันค่ะ เพราะมีหลายสถานที่ตามแผนที่ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้า เราเลยตีรถเข้าเมืองเลย มาหาอะไรทานกันที่ชุมชนริมน้ำจันทบูรค่ะ
นอกจากชุมชนเก่าริมน้ำ ที่มีร้านรวงต่างๆมากมายแล้วจุดสำคัญอีกสถานที่คือวัดทามารีอา หรือโบสถ์คริสต์100ปีค่ะ ต่อให้คนเยอะแค่ไหนก็ต้องแวะมาถ่ายภาพกันนะคะ เผลอๆโชคดีมาถูกวัน เจอวันที่เขาเปิดโบสถ์พอดี ได้ชมความสวยงามภายในอีกด้วยน๊า
เดินเล่นอยู่สักพัก ฝนตกเฉยเลยย ไปหาที่นั่งพักทานข้าวฆ่าเวลากันค่ะ
ความน่ารักของร้านนี้ คือสีสันร้านดูสะดุดตา มีเมนูเรียกแขกคือข้าวผัดกระเพราปู ไม่รีรอค่ะ พุ่งปรี่เข้าไป
รสจะไม่หวานค่ะ ออกจะเฮลตี้ๆนิดๆ (เข้าข้างตัวเองสุดเพราะอยากกิน555)
สรุปความน่ารักของร้านคือ นอกจากความน่ารักโดยรอบของร้านแล้ว เจ้าของร้านก็น่ารักมากค่ะ ป้ายหน้าร้านงดสัตว์เลี้ยงเข้ามา โดยกระต่ายที่เรานำมา ใส่ตะกร้ามาด้วย เจ้าของร้านก็ยินดีต้อนรับเป็นอย่างดีทั้งคนทั้งกระต่าย อบอุ่นหัวใจมากค่ะ
ช่วงนี้กระแสเที่ยววัดกำลังมาแรงค่ะ ทางเราก็ต้องตามวัดที่มีความโดดเด่นสวยเก๋ไม่เหมือนใครบ้าง
การเดินทางมาวัดปากน้ำแขมหนูมุ่งหน้าถนนเฉลิมบูรพาชลทิตเลียบหาดเจ้าหลาว วัดตั้งอยู่บริเวณสะพานปากน้ำแขมหนู ลักษณะจะเหมือนชามเซรามิกลายคราม
วัดนี้คนค่อนข้างเยอะค่ะ กว่าจะหาจังหวะถ่ายโล่งๆได้ รอกันพักนึงเลย แถมยังแดดแรงเปรี้ยงๆ คนถ่ายก็จะร้อนเท้าหน่อยๆ 555
ไม่ไกลจากวัดปากน้ำแขมหนู ออกจากวัดมาเลี้ยวขวาข้ามสะพานขับตามทางมาเรื่อยๆ ก็จะเจอกับเขตห้ามล่าสัตว์คุ้งกระเบน
ที่นี่มีลานหินสีชมพูให้ได้เที่ยวชมกันไปถึงแล้ว จอดรถ เดินไปที่ป้อมจ่ายค่าเข้าคนละ 20 บาท แล้วก็เดินสำรวจให้ทั่วเลยค่ะ
แต่ถามว่าร้อนไหม
ฉันตอบเลยว่าไหม้!!!
มุมที่เราถ่ายอยู่แค่จุดกางเต๊นท์ค่ะ ไม่ได้เดินไปตามหาหินสวยๆเพราะกลัวเจ้ามาชิ กระต่ายนายแบบของเราจะร้อนจนไม่ไหวสะก่อน แดดแรงจัดมากค่ะ ใครมีเวลาไปตามหาหินสวยๆ เอามาอวดกันมั่งน้า
ไปต่อกันที่อีก1โลเคชันสำคัญ ทีนี้ขับรถมุ่งหน้าคุ้งวิมานค่ะ เราจะไปเจดีย์กลางน้ำบ้านหัวแหลมกัน
พอขับรถผ่านเนินนางพญาขับตรงเข้าไปอีกจนสุดทาง จะเหมือนเป็นชุมชนประมง ไปหาที่จอดรถค่ะ เสียค่าที่จอด 20 บาท แถมยังฝากกระต่ายน้อยของเราไว้ได้ด้วยย
ลืมบอกไปว่า... จากที่จอดรถสามารถนั่งรถ3ล้อเข้ามาได้ ราคาคนละ10บาท
หรือใครชอบเดินชมวิถีชีวิตชุมชนระยะทางประมาณ 300 เมตรเท่านั้นเองค่ะ
ในส่วนของข้อมูลสถานที่ก็คือ เจดีย์กลางน้ำ เป็นที่กราบไหว้บูชาของคนที่นี่ เวลาจะออกเรือต้องไปไหวขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้การเดินเรือออกไปหาปลาแคล้วคลาดปลอดภัยจากคลื่นลมพายุและอุบัติเหตุต่างๆค่ะ
และที่สำคัญที่ใครผ่านมาทางนี้ไม่แวะก็ไม่น่าจะได้คือจุดชมวิวเนินนางพญา
นอกจากจะมีวิวสวยๆมุมสูงให้ชมแล้ว ยังเป็นจุดพักรถมีอาหาร เครื่องดื่ม และของฝากให้ชมชิมช๊อปกันอีกด้วยน๊าา
เซอร์ไพรส์มากที่เจอกุญแจล๊อคกันแน่นตลอดแนวขนาดนี้ นึกว่าอยู่เกาหลีค่ะ ออต๊อกเค๋๋!!!
ที่สุดท้ายของทริปเราคือสถานที่ทางประวัติศาสตร์ค่ะ
ค่ายเนินวง...
แต่เดิมเป็นค่ายตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน ภายในมีศาลพระเจ้าตากอยู่ด้วย คู่กับเสาหลักเมืองของค่าย
จนกระทั่งสมัยรัชกาลที่3 เจ้าอนุวงศ์จากลาวบุกมาตี จึงมีการสร้างป้อมปราการขึ้น มีปืนใหญ่อยู่เรียงรายเต็มไปหมดเลย
ภายในมีพิพิธภัณฑ์ให้ได้ศึกษาความเป็นมาทางประวัติศาสตร์อย่างละเอียดด้วยนะคะ แต่เรามาเย็นมากส่วนพิพิธภัณฑ์ปิดไปแล้วเลยได้เก็บภาพแต่ด้านนอกค่ะ
หวังว่าทริปนี้จะเป็นประโยชน์ให้หลายๆคนได้บ้างนะคะ
ขอขอบพระคุณทุกคนที่คอยติดตามอ่านทริปท่องเที่ยวของเรา
ข้อมูลไม่แน่นค่ะ เน้นกระชับและครบความสำคัญ
ใครชอบหรืออยากติชมแนะนำคอมเมนท์มาได้เลยนะคะ ยินดีเปิดรับทุกความเห็น
สวัสดีค่า
รัก ❤️





































