1. ทริปกินเที่ยว
     / 
  2. ขับรถคนเดียวเที่ยวใต้
เมื่อต้นปีขับรถเที่ยวเส้นทางนี้มาครั้งหนึ่ง แต่ยังได้ภาพที่ไม่ถูกใจเพราะอากาศไม่ดี มาดูวันหยุดช่วงสงกรานต์ยาวพอที่จะมาแก้ตัวอีกครั้ง และปีนี้หน้าร้อนจะนานเลยถือโอกาสลา 3 วันก่อนสงกรานต์แต่ได้หยุด 11 วัน!!!
3 ถูกใจ
10.3K อ่าน

วันที่ 1 ขับไปแวะไป

อ่าวบางตะบูน

อ่าวบางตะบูน

1 รีวิวไม่มีค่าเข้าชม
ที่อยู่ : ทางหลวงชนบท เพชรบุรี 4012 บางตะบูนออก บ้านแหลม เพชรบุรี
เปิดบริการ : ทุกวัน : 08:30 - 16:30

เวลาไปเที่ยวไม่ต้องตั้งนาฬิกาตืนตี 4 ตื่นโดยอัตโนมัติ เริ่มออกเดินทางวันอาทิตย์ที่ 7 เพราะคิดว่าวันเสาร์รถบรรทุกยังเยอะอยู่ ขับมุ่งใต้ไปทางถนนพระราม 2 ถึงทางเข้าเส้นเลียบชายฝั่งทะเลตรงเพชรบุรีเหลือบดูนาฬิกายังพอมีเวลาอาจจะทันเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่บางตะบูน เพชรบุรีไปถึงเกือบไม่ทัน เรามาที่นี่หลายครั้งจนรู้ระยะลงจากรถเปลี่ยนเลนส์ หยิบขาตั้ง มาที่นี่ยังไม่เคยได้ฟ้าสวยๆ พระอาทิตย์ขึ้นจากทะเล แต่ก็ยังติดใจที่จะมาทุกครั้ง ก่อนล่องใต้ แต่ก็ยังได้ภาพตะวันขึ้นหลังเมฆ ขับรถต่อมาวิวสองข้างทางนาเกลือที่ดูเพลินทุกครั้ง ไม่เคยสังเกตว่ามีจุดถ่ายภาพมองไปด้านขวามือเห็นรถจอดหลายคัน เลยรีบกลับรถถึงทราบว่าเป็นร้านอาหาร มีจุดให้เช็คอินถ่ายรูปกับกังหัน นาเกลือ ต้องขออภัยที่เราก็ลืมชื่อไปละ ครั้งหน้าคงกลับมาอีกครั้ง เพราะว่าแวะมาแบบบังเอิญทำให้เวลาในการเดินทางเลยเป้าหมายไป ระยะทางยังอีกไกล เลยต้องทำเวลา เราขับเข้าชุมพร แล้วไปเส้นทางนครศรีธรรมราช พัทลุง คิดว่าไปจองเรือที่จะไปถ่ายภาพที่ปากประไม่ทันแน่ โชคดีที่ครั้งก่อนเราเคยมาและขอเบอร์โทรศัพท์คนจัดการคิวเรือไว้ เลยขอจองเรือไว้ ได้รับแจ้งว่าวันนี้มีคลื่น (อีกละ!) พรุ่งนี้ต้องมาลุ้นตอนสักตีห้าครึ่งว่าจะออกเรือได้หรือเปล่า กว่าจะข้าตัวเมืองพัทลุงได้ก็มืดละ เราไม่เคยมาพักในเมืองมาก่อนครั้งที่แล้วพักที่ปากประเลย แต่เพื่อเป็นการประหยัดเลยคิดว่าพักในเมืองน่าจะถูกกว่าแล้วขับรถสักครึ่งชั่วโมงน่าจะได้ เลยจองที่พักที่โรงแรม Siva เห็นมีรีวิวได้คะแนนดี เจ้า Google map ก็พามาจอดในซอยที่มองหาก็ไม่เห็นโรมแรม เลยถามชาวบ้านที่นั่งหน้าบ้านหาทางเข้าไปอีกนิดนึง คือถ้ามาจากตัวเมือง เลยโรงพยาบาลพัทลุง แล้วเจอสี่แยก ขับเลยไปนิดนึงมีซอยให้เลี้ยวซ้ายเข้าไป ตรงไปนิดแล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีถึงเลย

ตะวันขึ้นที่บางตะบูน
ตะวันขึ้นที่บางตะบูน
นาเกลือ
นาเกลือ

วันที่ 2 เช้านี้ที่ปากประ

ออกจากโรงแรมตีสี่ครึ่งเพราะดูจากแอฟแล้วน่าจะทัน แต่เพราะความไม่แน่ใจบวกกับความมืดซึ่งไม่ค่อยชอบเวลาขับรถแล้วมันดูทางลำบาก พอเข้าไปแล้วรู้สึกทางไม่คุ้นต้องวนอีกสองรอบ ยิ่งเครียดพราะพระอาทิตย์คงไม่รอให้เราบอกหยุดขึ้นก่อน ในที่สุดก็ไปถึงท่าเรือปากประตีห้าครึ่ง คนจัดการเรือบอกว่าออกเรือไปได้วันนี้ ทำให้ใจชื้นขึ้นมาหน่อย เพราะมารอบสองแล้ว แต่เพราะเราจองเรือช้า เค้าบอกว่าต้องรอเรือที่นักท่องเที่ยวจองออกไปก่อน แต่เค้ายังมากันไม่ครบ เราต้องรอจนกว่าเค้าจะออกกันก่อน ก็ยิ่งเครียด เพราะวางแผนว่าเที่ยวนี้จะไปถ่ายตรงต้นลำพูหลังโรงเรียนปากประซึ่งต้องต้องใช้เวลาสักพัก พอเราไปถึงช่วงที่แสงสวยกำลังจะหมด พอถึงจุดเราเตรียมกล้อง ขาตั้งพร้อมก็กระโจนลงเรือเลย ไม่นึกว่าข้างล่างจะเป็นโคลน ทุลักทุเลในการจัดอุปกรณ์ เพราะกลัวตกน้ำและต้องทำเวลาก่อนแสงจะหมดและนักท่องเที่ยวจะผ่านมาทางนี้กันเยอะ แต่ก็ยังพอได้ภาพ เราเคยไปล่องทะเลน้อยแล้วเลยไม่ไปละ แต่มีเวลาเหลือเยอะ น้องที่พายเรือเลยนำไปใกล้ๆดูวิวเดี๋ยวไม่คุ้มกับค่าเรือ 700 ที่เหมาคนเดียวมาถ่ายรูปตรงต้นลำพูแป๊บเดียว เส้นทางกลับโรงแรมยังแวะไปที่หาดแสนสุขลำปำ มีที่ชมวิว มีร้านอาหารได้อีกเราแวะไปชมบรรยากาศ ยามเช้าคนไม่ค่อยมากเงียบสงบ
พัทลุงยังมีสถานที่น่าไปอีกหลายที่ ช่วงบ่ายเราขับรถไปชมสำเภาไทย เป็นเหมือนศูนย์อาหารมีทั้งขนมไทยมากมาย กาแฟ ข้าวแกง ช่วงที่ไปเริ่มเข้าเทศกาลสงกรานต์คนก็เยอะ อากาศร้อน มีท้องนาและจุดถ่ายภาพให้ไปเช็คอินได้ ถ้ามาช่วงเย็นๆ บรรยากาศน่าจะดีกว่านี้
ตอนเย็นสะพานเฉลิมพระเกียรติเป็นสะพานที่ยาวที่สุดที่เชื่อมพัทลุงกับสงขลา ซึ่งขับรถเลยจากปากประไม่นานก็ถึง แต่เนื่องจากที่พักเราอยู่ในเมืองและเคยเก็บภาพแล้วเลยอยากหาที่ใหม่ตอนเย็นพระอาทิตย์ตกไม่ควรพลาดมาเก็บภาพ แต่เราเพิ่งมาเกเราอยากหาที่ถ่ายภาพถามเจ้าหน้าที่โรงแรมบอกว่าให้ไปบิ้งนาคาเฟ่ เพิ่งเปิดได้ไม่น่าน เจ้ากูเกิ้ลแมพก็พาหลงหลายรอบ ถามชาวบ้านแถวนั้น ใจดีมาก ขี่มอเตอร์ไซด์นำทางเราจนถึงที่เลย

บ้านต้นลำพู ท่าเรือปากประ

บ้านต้นลำพู ท่าเรือปากประ

1 รีวิว
ที่อยู่ : ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4007 พนางตุง ควนขนุน พัทลุง
ขับรถคนเดียวเที่ยวใต้
ขับรถคนเดียวเที่ยวใต้
นกปากห่างที่ปากประ
นกปากห่างที่ปากประ
วิวทุ่งนาจากสำเภาไทย
วิวทุ่งนาจากสำเภาไทย
เรือออกจากท่าเรือปากประ
เรือออกจากท่าเรือปากประ
บิ้งนาคาเฟ่ ยามเย็น
บิ้งนาคาเฟ่ ยามเย็น

วันที่ 3 ปากประ กระบี่

เช้านี้จุดหมายคือปากประอีกครั้ง แต่เราต้องการเก็บภาพจากบนสะพานปากประ ไม่ต้องนั่งเรือ ฟ้าเป็นใจ ได้ภาพที่ต้องการเสร็จแล้วกลับโรมแรมเช็คเอาท์ มุ่งหน้าสู่กระบี่ ผ่านเทือกเขาบรรทัดจังหวัดตรัง และเข้าเมืองกระบี่ เราพักที่โรงแรมกระบี่อินน์รีสอร์ท มาพักเป็นครั้งที่ 3 ละ ราคาก็ไม่แพงเกินคืนละ 900 บาท เงียบสงบ ใกล้จุดที่จะไปเก็บภาพตอนเช้า ตอนแรกลังเลว่าจะไปหนองทะเล แต่ก็ได้ยินชื่อดินแดงดอย อยู่แถวๆนั้น เลยอยากเปลี่ยนสถานที่ ไปสำรวจสถานที่ก่อน อาศัยกูเกิ้ลแม็พก็พาหลงอีกไปทางคลองม่วง ต้องถามเด็กแถวนั้นหาเบอร์โทรจากหน้าเพจ กว่าจะถึงที่ได้ก็วนหลายรอบ ทางไปดินแดงดอยไปทางโรงเรียนหนองทะเลแต่ขับเลยไปอีกถึงชุมชนเขากลม จะมีโรงเรียนให้เลี้ยวเข้าไป ขับตรงไปอีกระยะสัก 2 กิโลเมตรจะมีทางดินแดงแคบๆ มีอบต อยู่ใกล้ๆ ให้ขับขึ้นไป แล้วตรงไปเรื่อๆมีที่จอดรถ ต้องโทรถามเจ้าของสถานที่ว่าขึ้นยังไงเพราะช่วงที่ไปบ่ายๆแดดเปรี้ยง แล้วเดินขึ้นเนินไปอีกสักระยะเล่นเอาเหงื่อโชก ถ้าใครเคยเดินเดินขึ้นเสม็ดนางชีแล้วก็เหนื่อยปานนั้น แต่เมื่อขึ้นไปถึงเห็นวิวก็ชื่นใจละ
ช่วงเย็นมีเวลาแวะไปทางคลองม่วง มีหาดหลายหาด แต่อากาศไม่เป็นใจเท่าไรมีเมฆฝนมา ทำให้ต้องมาลุ้นว่าพรุ่งนี้จะเจอฝนมั้ย

บ้านต้นลำพู ท่าเรือปากประ

บ้านต้นลำพู ท่าเรือปากประ

1 รีวิว
ที่อยู่ : ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4007 พนางตุง ควนขนุน พัทลุง
นักท่องเที่ยวชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ปากประ
นักท่องเที่ยวชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ปากประ
ยอยักษ์ สัญญลักษณ์ของปากประ
ยอยักษ์ สัญญลักษณ์ของปากประ
ยามเช้าที่ปากประ
ยามเช้าที่ปากประ
ดินแดงดอยกระบี่
ดินแดงดอยกระบี่
ทางขึ้นดินแดงดอยช่วงแรก
ทางขึ้นดินแดงดอยช่วงแรก
ร้านอาหารด้านบน
ร้านอาหารด้านบน

วันที่ 4 ดินแดงดอย

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พนักงานโรงแรมถามว่ามาถ่ายภาพที่หนองทะเล ดินแดงดอยเหรอ ได้ยินชื่อก็นึกในใจว่าจำอะไรผิดหรือเปล่าว่ามาจากดินแดง มาทราบทีหลังว่าเป็นที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นอีกที่ของกระบี่ พอหาข้อมูลและไปชมสถานที่เมื่อวาน เช้านี้ก็ต้องมาลุ้นว่ามีฝนมั้ยเพราะเมื่อวานเย็นมีแต่เมฆฝน ออกมาที่รถเห็นดาวเต็มฟ้าเลยสบายใจ เรามักติดประมาทว่าดูสถานที่แล้วกะเวลาถูก แต่ไม่คิดว่าเวลาขับรถกลางคืน ไฟข้างถนนไม่ค่อยมี มองไม่ชัด ทำให้ขับรถเลยไปถึงทางแยกจะไปพังงา ก็เหงื่อตก เพราะรู้สึกว่าข้างทางมันไม่คุ้นเลย รีบกลับรถขนาดขับช้าๆแล้ว รีบทำเวลาเพราะต้องเผื่อเวลาขึ้นเนินเขาอีก แต่ก็มาถึงจนได้ มีเรามาถึงสถานที่คนเดียว ไม่มีคนเลย ดีที่มาสำรวจทางก่อนแล้วเลยเดินอย่างมั่นใจ ไม่นึกว่าจะเห็นทางช้างเผือด้วย แต่ไม่ได้เตรียมเลนส์มาถ่ายดาว เก็บภาพพอเป็นที่ระลึก วันนี้วันทำงานคนไม่เยอะ ทำให้เก็บภาพแบบสบายใจ พอใกล้พระอาทิตย์ขึ้นเริ่มมีคนขึ้นมาชมวิวแต่ก็ไม่มากนัก ฟ้าเช้านี้ระเบิดสมใจ เมื่อฟ้าเริ่มสาง หมอกจางๆก็มีให้เห็นชัดขึ้นเรียกว่าได้ชมทั้งทะเลจริง และทะเลหมอก และยังมองเห็นวิวทิวเขาได้รอบทิศข้างบนมีร้านกาแฟ อาหารเช้าให้นั่งชมวิว และจุดถ่ายรูปให้เช็คอินด้วย ที่นี่เป็นของเอกชน ตอนนี้กำลังสร้างที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวกยังไม่เรียบร้อย แต่ก็มาแวะได้ อีกหน่อยถ้าคนเยอะอาจจะวุ่นวายเหมือนเสม็ดนางชี ที่พังงาได้ เสร็จจากเก็บภาพที่นี่ เราแวะไปทางหาดคลองม่วง หาดเกาะกวางอีกครั้งเพื่อดูสถานที่เผื่อมาครั้งถัดไป จุดหมายต่อไปคือเดินทางเข้าภูเก็ต เนื่องจากรีวิวอาจจะยาวไป และการเข้าภูเก็ต เรามีที่พักไม่ต้องพักโรงแรม ไปเก็บภาพต่ออีกสามวัน แล้วเดินทางกลับกรุงเทพฯ ถ้าถูกใจอาจจะมารีวิวทริปนี้ต่อครับ

ฟ้าระเบิดยามเช้า
ฟ้าระเบิดยามเช้า
หมอกจางๆเมื่อแสงตะวันมาเยือนที่ดินแดงดอย
หมอกจางๆเมื่อแสงตะวันมาเยือนที่ดินแดงดอย
อาหารเช้าที่ดินแดงดอย
อาหารเช้าที่ดินแดงดอย

ชอบทริปนี้? ส่งหัวใจและแชร์ทริปสิ

ส่งหัวใจและแชร์ทริปนี้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าของบทความ

3

bear image
เริ่มต้นเขียนทริปของคุณ
0 ความคิดเห็น