เมื่อคืนเราออกเดินทางกันมาจากชลบุรี มาเช้าที่สุราษ แล้วมาสายที่พุมเรียง เตรียมเข้านครศรี
สำหรับสถานที่แรก ที่เราเลือกไป Checkin นั้น คือ "แหลมโพธิ์"
จาก จ.ชุมพร ขับรถมาตาม ถนนหมายเลข 41 เปิด Google Map หาสถานที่เที่ยวระหว่างทางพบว่ามี แหลมโพธิ์นี่แหละที่น่าแวะ
นอกจากตรงนี้จะมีร้านอาหาร ก็ยังมีชายหาดที่น่าแวะลงไปเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของ ต.พุมเรียง อ.ไชยา สถานที่นี้คล้ายๆสวนสาธารณะที่ติดทะเลสามารถมาเล่นน้ำ นั่งเล่น เดินออกกำลังกายได้ด้วยน๊า เย็นๆ มีของขายด้วย
ที่นี่มีอาหารทะเล โดยเฉพาะหอยขาว ที่นี่เป็นแหล่งของ “หอยขาว” ที่เดียวเท่านั้น แต่เราไม่ได้เห็นหอยเลย TT
บ่ายหน่อยๆ เดินทางกันต่อ โดยไม่รู้ว่าคืนนี้จะไปจบที่ไหนดี
เราก็ใช้มุขเดิมจากการค้นหาทาง Google Map ในระหว่างทางที่จะลงไปภาคใต้
ก็ยังมี อ.ขนอม ที่มีที่น่าแวะ Checkin อีกเยอะเลยทีเดียว
"สวนตาสรรค์" ขึ้นชื่อในเรื่อง แช่เท้าริมธาร ให้ปลาตอดแบบธรรมชาติ แค่ฟังก็จั๊กกะเดียมแล้วค่ะ
ที่นี่ได้อารมณ์การมาเที่ยวสวนแล้วพักผ่อนไปในตัว เสียค่าเข้าคนละ 20 บาท แต่อยู่ได้ทั้งวันเลยนะ ว่าแล้ว..เสียงน้ำไหลผ่านผ่อนคลายดีจัง ที่นี่เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ และสำหรับคนที่ไม่บ้าจี้ก็สามารถใช้บริการทำฟิชสปาได้ (ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
วัดใจกันไปกับจุดนี้ อร๊ายยย ยกเท้าขึ้นมา ปลามันก็ลอยตามขึ้นมาเด้อ งงจัง ^^
อยู่เพลิดเพลินกับสปาเท้าที่สวนตาสรรค์กันนานพอสมควร ในระแวกใกล้ๆกันไม่เกิน 2 KM. มีอีกสถานที่ที่อันนี้เราดูจากรีวิวแล้ว น่าเข้ามาเปลี่ยนรูปโปรไฟล์โดยแท้
"ขนอมแกรนด์แคนยอน"
ตื่นเต้นๆ แต่ละจังหวัด เดี๋ยวนี้มีแกรนด์แคนยอนเป็นของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ อาจทำให้กลายเป็นแหลงธรรมชาติแหล่งใหม่เกิดขึ้น
ตั้งอยู่ริมถนนสังเกตได้ง่ายมมาก ไม่ไกลจากสวนตาสรรค์ มาสวนตาสรรค์ก็ต้องมาต่อที่นี่ เป็นแพ็คคู่ จัดได้ว่าเป็นแกรนด์แคนยอนสาขาภาคใต้เลยทีเดียว
หุบเขา ก้อนหิน และแอ่งน้ำ ก็เป็นแกรนด์แคนยอนขนาดย่อมๆ ได้เก๋ๆ แต่...
อ้าวววเห้ย ไม่เหมือนที่ดูไว้ น้ำมันมาจากไหน ปิดทางหมดXXX
ที่จริงแล้ว มันต้องเป็นทางแหวกตรงกลางให้เราเดินไปขึ้นทะเบียนรูปโปรไฟล์ที่หุบหินขาวๆ ตรงนั้น
ความงดงามของแต่ละที่ มันก็มีความน่ากลัวซ่อนอยู่
หมดเวลาสำหรับขนอมแกรนด์แคนยอน เราต้องออกเดินทางไปต่ออีกที่หนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นสิ่งต้องห้ามพลาดของอำเภอ"ขนอม" ทีเดียวเชียว
"สะพานไม้อ่าวเตล็ด"
ที่นี่เข้าชมฟรี !!! เป็นสะพานไม้ที่ชาวบ้านสร้างขึ้นเพื่อยื่นลงทะเล ไว้สำหรับทำท่าเรือขึ้นลงของชาวประมงและสำหรับลงเรือไปชมปลาโลมาสีชมพู แต่..เราก็ไม่ได้เห็นอีกเช่นเคย เพราะวันนั้นไม่มีเรือออก TT แต่ไม่เป็นไร แค่วิวก็กินใจ
ที่นี่ไม่มีชายหาดให้นั่งเล่นหรือลงเล่นน้ำได้นะท่าทางจะลึกน่าดู เหมาะเข้ามาเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เก๋ๆ จ้า 555
มาเที่ยวใต้รอบนี้ หนีไม่พ้นน้ำจริงๆ แม้กระทั่งทางเดินเข้าไปที่สะพาน
น้ำทะเลยังท่วมมาถึงตรงนี้
นี่น้ำทะเลนะจ๊ะ ไม่ใช่น้ำคลองใดๆ มีเรือ เราก็คงนั่งเรือแล้วจ้า 555
เดินลุยตั้งแต่ทางเข้า จนถึงปากสะพาน
เป็นอีกที่ ที่ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยมาก ถ่าย 100 สวย 100 อ่ะ
และแล้วก็ถึงเวลาพักร่างที่แท้ทรู เวลาตกประมาณ 16.00 น. เราเดินทางมาเจอหาดลับ (ก็ไม่ลับเท่าไหร่)
"Beach Walk Homestay"
ถามว่ามีสถานที่ที่ท่องเที่ยวที่ไหน ที่มีแรงดึงดูดหัวใจได้เท่าทะเล
สถานที่สำหรับสายชิล คือ นั่ง นอน เล่นน้ำ ดื่ม นั่งวนไป อารมณืเหมือนอยู่บนเกาะอ่ะคุณ แต่ที่ไหนได้นี่แค่ชายฝั่งเองนะ ไม่ได้ออกเรือไปไหนเลย
ทุกอย่างมันเป็นตามสิ่งที่เห็น ตอนมาถึงเราเกิดคำถามว่าสวยขนาดนี้ ทำไมไม่มีคนเลย
หน้าหาดคือปั้วมาก 10 10 10
ความชิวและชิคเบอร์นี้ อยากอยู่ต่ออีก 2 วัน
ในส่วนของล็อบบี้ของที่นี่ เปิดเพลงก็ชิคเหมือนตอนอยู่ฮาวายเลยอ่ะ
และด้านขวาของที่นี่ จะเป็นห้องรับรองแขกที่เปิดให้พัก เราได้มาในราคา Walk in ห้องละ 2,400 นอน 3 คน และเจ้าของลดให้อีกเหลือ 2,200 ไม่มีอาหาร แต่สามารถสั่งทานได้ตอนเช้าตามราคา
ในส่วนของบรรยากาศด้านในห้อง เราไม่ได้เก็บภาพมาฝากนะคะ
พอเปิดห้อง ทุกคนก็พร้อมใจกันทิ้งตัวนอนตากแอร์ เพื่อเตรียมตัวกันออกไปแฮงค์เอาท์ที่ชายหาดคืนนี้
คืนนี้สั่งอาหารและเครื่องดื่มไว้เรียบร้อยแล้ว เหมาะแก่การทิ้งตัวบนหาดทราย เจ้าของใจดีและเป็นกันเองเปิดคาราโอเกะ เปิดเพลงให้เต็มที่ มีลูกค้าแวะเข้ามาทานข้่าวกัน 3-4 โต๊ะ
หมดเวลาสนุกที่ ตี 1 กลับห้อง
พรุ่งนี้ต้องเดินทางไปต่อ แล้วเราจะพาไปเที่ยวต่อในรีวิวหน้าค่ะ

























