ออกเดินทางจากบ้าน พร้อมสมาชิกในครอบครัว 4 คน ช่วงเที่ยงๆ เข้าถึงโรงแรมใยบัว เป็นโรงแรมใหม่ตามมาจากอโกด้า ซึ่งอยู่ในตัวเมืองจันทบุรี ประมาณ 4 โมงครึ่ง พักผ่อนเล็กน้อยก่อนออกไปทานอาหารเย็น ร้านที่ถวิลหา
5 โมงครึ่งได้เวลาไปร้านที่ใครมาจันทร์ต้องชิม ร้านจันทร์โภชนา สาขาเดิม เบญจมราชูทิศ ร้านขึ้นชื่อ เมนูหมูชะม่วง อาหารที่สั่งอร่อยทุกเมนู ราคาไม่แพงเลยสำหรับ 4 คน กั้งทอดกระเทียมยอดเยี่ยมมาก พนักงานบริการดี คนเข้าร้านตลอดไม่ขาดสาย
ตื่นเช้าที่โรงแรมใยบัว เช็คเอาท์ 10 โมงเพื่อไปทานเที่ยง และเข้าพักอีกโรงแรมหนึ่ง
ร้านนี้เป็นอีกร้านที่ได้รับคำแนะนำมา ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง สูตรเดียวไม่ต้องปรุง อยู่ติดถนน พระยาตรัง เปิดมานานมาก คนดัง ต่างเคยแวะเวียนมามากมาย ลูกค้าเข้าร้านตลอด ก๋วยเตี๋ยวชามละ 30 บาท ของฝากจากเมืองจันทร์เยอะแยะและราคาไม่แพงเลย เจ้าของร้านใจดี เป็นมิตร
เปิดทุกวันแต่.... ทุกร้านจะพร้อมใจกันเปิดขายขนมแปลกช่วงเสาร์อาทิตย์จ้า ดันมาวันธรรมดาก็ไล่เดินถ่ายรูปกับบ้านเรือนอย่างสาแก่ใจ เพราะ Back Ground สวยทุกจุด มีร้านขนมชื่อบ้านขนมหนึ่งร้านที่เปิดพอให้เราได้ซื้อขนมแปลกๆโบราณกลับบ้าน กับร้านก๋วยหมูเลียง (อีกแล้ว)ให้ทานก่อนกลับ
ออกมาอีกนิดทางไปแหลมสิงห์ เพื่อไปเที่ยวทางประวัติศาสตร์กันบ้าง เมืองจันทบุรีเป็นเมืองอุดมสมบูรณ์มากๆในสายตานักท่องเที่ยวอย่างเรา ต้นไม้ ภูเขา ให้ความร่มรื่นตลอดทาง นี่คงจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ในสมัยรัชกาลที่ 3 จันทบุรีตกเป็นเมืองขึ้นของ ฝรั่งเศสอยู่ประมาณ 11 ปี คล้ายๆตกเป็นเมืองประกัน ใครที่ต่อต้านอาณานิคมก็จะถูกจองจำในคุกขี้ไก่แห่งนี้ โดยจะเลี้ยงไก่ไว้ด้านบนคุก ให้มูลไก่ตกลงมาใส่หัวผู้ถูกคุมขัง
อีกสถานที่ประวัติศาสตร์เมืองจันทบุรี ขับถัดจากคุกขี้ไก่ ไปฝั่งท่าเรือประมาณ 100 เมตร จะเห็นตึกไม้สีแดง เข้าชมป้ายเล่าประวัติศาสตร์เมือง มีปืนใหญ่ของจริงที่ถูกค้นพบในน้ำคาดว่าเคยผลิตและส่งมาเสริมกำลังทหารฝรั่งเศสในยุคนโปเลียน ทำให้เราได้รู้เมืองนี้มากขึ้น
เราใช้เวลากับคุกขี้ไก่และตึกแดง ประมาณ 45 นาที แล้วเดินทางมายังที่พักในตัวเมือง Sim 24 Hostel 1 ห้องนอนใหญ่ สำหรับ 4 คน ที่พักใหม่ สะอาด ห้องน้ำในตัว 950 บาท สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัวสำหรับอุ่นอาหารทานกัน มีมุมรับประทานอาหาร มุมอ่านหนังสือ คุ้มราคา
พักผ่อนให้หายร้อนแล้วออกจากโฮสเทลมายังชุมชนริมน้ำจันทบูร เดินดูความเก่าแก่ของบ้านเรือนผู้คน ผสมผสานกับความชิคๆแนวๆ ของร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรม ที่มีให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาพักผ่อน เยี่ยมชมอย่างต่อเนื่อง
แวะอ่านประวัติศาสตร์ชุมชนที่บ้านหลวงราชไมตรี
ทานมื้อเย็นแสนอร่อยที่ร้านอาหารท่ามาจัน
สั่งมื้อเช้าสำหรับวันถัดไปที่ร้านครัวเรือนแก้ว
ได้เวลาอาหารเย็นสาแก่ใจที่ร้านท่ามาจัน ในชุมชนจะนทบูรนี่แหละ ร้านอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำ เป็นส่วนหนึ่งของโรมแรมชิคๆท่ามาจันทร์ชื่อดัง ถัดจากบ้านหลวงราชไมตรี ที่นี่เสริฟอาหารทุกจานด้วยปิ่นโตเถาเหลือง มีกาแฟท่ามาจัน เป็น Signature ร้านตกแต่งสวยงาม สั่ง 6 เมนู อร่อยๆ เครื่องดื่ม 2 เฉลี่ยคนละ 200 บาท (4คน) คุ้มค่า ประทับใจมาก
ทานมื้อเช้าที่เตรียมกันเองที่โฮสเทล แล้วเดินทางออกจากที่พักประมาณ 10 โมงเช้า ตามเก็บ อีก 2 High light ที่เหลือ ก่อนเดินทางกลับ หุหุ
อาสนวิหารพระนางปฏิสนธินิรมล ถือเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์และเป็นที่เคารพของชาวคริสต์นิกายคาทอลิก และยังถืองเป็นจุด Landmark สำหรับการท่องเที่ยวเมืองจันทบุรีที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง เป็นบุญตาได้มาชมองค์พระแม่มารีอาที่สร้างขึ้นใหม่ด้วยพลอยรวมประมาณ สองแสนสามพันแปดร้อยเม็ด งดงามมากๆ
High light สุดท้ายของทริป เป็นแหล่งกินทุเรียนจ้า ทุเรียนเท่านั่นที่สวนอรุณบูรพา อ.ท่าใหม่ ขาออกจากจันทบุรี เลือกที่นี่เพราะไม่ต้องทานเป็นบุฟเฟต์ผลไม้ สั่งผลไม้ตามน้ำหนัก และสามารถขึ้นไปทานกับเบเกอรี่ ร้านกาแฟตกแต่งสวยงามท่ามกลางสวนทุเรียนและเงาะ เก๋นะ ร้านกาแฟในสวนทุเรียน และมาถึงแล้วต้องทานเมนูชีสเค้กทุเรียนหมอนทอง อร่อยมาก สรุปเราสั่งหมอนทอง 1 ลูก 2 กก ทานที่คาเฟ่ 2 ชีสเค้ก 2 เครื่องดื่ม แล้วสั่งพวงมณี 2 ลูก สละ 4 กก ลองกองอีก 2 กก รวม 1,700 บาท คุ้มค่า กว่าบุฟเฟต์ต่อหัว 400-500 บาท แถมได้บรรยากาศดีๆอีกด้วย อิ่ม ฟิน กลับบ้านได้
























































































